เซียวเอี๋ยนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกขณะจ้องมองพวกรุ่นพี่ที่ยอมแยกย้ายจากไปในที่สุด  เขาหมุนกาย จ้องมองพวกนักเรียนใหม่ที่กำลังส่งเสียงโห่ร้องดีใจเซ็งแซ่ และอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

 

“รุ่นพี่เซียวเอี๋ยน เรื่องทั้งหมดในคราวนี้ล้วนต้องขอบคุณท่าน” เด็กหนุ่มที่ชื่ออาไท่ยิ้มแย้มขณะเดินเข้ามาหาและส่งเสียงแสดงความขอบคุณแก่เซียวเอี๋ยน

 

“พวกเราทุกคนล้วนเป็นนักเรียนใหม่  เป็นธรรมดาที่ต้องช่วยเหลือกัน  เพียงแต่ข้าคิดไม่ถึง ว่าแค่การประสบความสำเร็จในการแข่งล่าพลังงานเพลิง กลับยิ่งเป็นการสร้างปัญหาให้แก่พวกเรา" เซียวเอี๋ยนส่ายศีรษะและกล่าวอย่างค่อนข้างอับจนหนทาง

 

“อา ใช่แล้ว นี่เป็นสิ่งที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในอดีต  รุ่นพี่ทุกคนล้วนเคยได้รับความลำบากมาก่อนในยามเข้าสู่โรงเรียนส่วนใน  บัดนี้ พวกเขากลับได้เห็นพวกเรา, นักเรียนใหม่กลุ่มนี้ สามารถคุยโวกับเรื่องนี้ได้ ย่อมยากที่จะหลีกเลี่ยงจากความรู้สึกชิงชังในหัวใจของพวกเขา  ข้าคิดว่า แม้พวกเราจะอาศัยชื่อเสียงของรุ่นพี่เซียวเอี๋ยนเข้าข่มขวัญรุ่นพี่พวกนี้ได้ในคราวนี้  ทว่าอนาคตข้างหน้า ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะมีผู้อื่นเดินทางมาหาเราอีก” อาไท่ทอดถอนใจ

 

เซียวเอี๋ยนมีใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยและพึมพำเบาๆ  “ดูท่าว่านี่จะไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาระยะยาว...”

 

เพราะระยะห่างระหว่างคนทั้งสองค่อนข้างใกล้กัน เสียงพึมพำของเซียวเอี๋ยนจึงไม่พ้นไปจากหูของอาไท่ได้  ดวงตาของเขาพลันเบิกกว้างขึ้น หลังจากลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยท่าทางสุขุม  “รุ่นพี่เซียวเอี๋ยน, ข้าขอถาม... ท่านสนใจจะสร้างกลุ่มพรรคสักกลุ่มหนึ่งขึ้นมาในโรงเรียนส่วนในเพื่อปกป้องพวกเราหรือไม่?”

 

“โอ้?” เซียวเอี๋ยนเลิกสองคิ้ว จ้องมองเด็กหนุ่มผิวเข้มผู้มีความกระตือรือร้นสูง

 

“เคะๆ พี่เซียวเอี๋ยนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าโรงเรียนส่วนในนั้นแบ่งแยกออกเป็นกลุ่มใหญ่กลุ่มน้อยอีกมากมาย  สมาชิกในกลุ่มก็ค่อนข้างมาก  ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศของโรงเรียนส่วนในไม่มีข้อห้ามในการสร้างพรรคสร้างพวกหรือแก๊งค์  ตรงกันข้าม พวกเขากลับมีทีท่าสนับสนุน...”  อาไท่ส่งเสียงแสดงความคิดเห็น

 

“กล่าวโดยทั่วไป หากคนผู้หนึ่งมิได้มีพลังที่สูงส่งยิ่ง ก็คงยากที่จะหลีกเลี่ยงจากปัญหาในขณะที่ท่องอยู่ในโรงเรียนตามลำพัง ... เอ่อ อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องอื่นเลย  พวกเราควรจะมุ่งความสนใจไปที่การเข้าสู่หอฝึกชี่เพลิงฟ้าเพื่อฝึกยุทธ์  นี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนในโรงเรียนส่วนในทั้งหมดสามารถเพิ่มพลังของตนได้อย่างรวดเร็ว  ทุกคนล้วนสนใจกับสิ่งนี้  ภายในหอฝึกแห่งนั้น ทุกชั้นแบ่งแยกพื้นที่ฝึกฝนออกเป็นสามเขต พื้นที่ชั้นดีระดับสูง ระดับกลาง และระดับต่ำ  ขณะฝึกยุทธ์อยู่ในพื้นที่ระดับสูง ความเร็วในการฝึกยุทธ์และประโยชน์ย่อมมีมากมายกว่าอีกสองระดับที่เหลือเป็นอันมาก”

 

“เดิมทีแล้ว ตามความคิดทั่วไป ผู้ใดก็ตามที่โชคดีสามารถเข้าสู่พื้นที่ฝึกชี่ระดับสูงได้ก่อน ก็ควรที่จะสามารถเข้าฝึกยุทธ์ที่นั่นได้  โชคไม่ดี... โรงเรียนส่วนในไม่มีข้อห้ามมิให้ต่อสู้กันในหอฝึกชี่เพลิงฟ้า  ดังนั้น... กล่าวโดยทั่วไป ถึงแม้ท่านจะโชคดีได้เข้าฝึกยุทธ์ในพื้นที่ระดับสูง หากไม่มีพลังแข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดอยู่ได้ ท่านก็อาจจะถูกผู้อื่นขับไล่ออกไปในที่สุด  ดังนั้น... หากคิดที่จะครอบครองพื้นที่ฝึกที่ดีที่สุดในหอฝึกชี่เพลิงฟ้า ก็จะต้องมีพลังที่สูงส่ง รวมไปถึงพรรคพวก...”  สายตาของอาไท่หยุดอยู่บนใบหน้าของเซียวเอี๋ยนในขณะที่เขาอธิบายเรื่องราวด้วยเสียงทุ้มลึก

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  ดวงตาเป็นประกายทว่าไม่มีผู้ใดทราบได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

 

“พี่เซียวเอี๋ยน พลังของท่านนั้นแข็งแกร่ง  เสริมกับพี่หูเจียและพี่อีกสองท่าน  พวกท่านนับว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ด้อยเลย  อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอย่างไร... พวกท่านก็ยังมีจำนวนคนน้อยเกินไป  กล่าวกันว่า สองมือหรือจะสู้สี่มือได้  หากกลุ่มอื่นๆ มีคนสักสิบยี่สิบคนเข้ามาหาเรื่องพร้อมๆ กัน  พี่เซียวเอี๋ยนและพวกท่านก็อาจจะอ่อนแอไปบ้าง”  อาไท่เอ่ยช้าๆ

 

“เจ้าต้องการให้ข้าช่วงชิงนักเรียนใหม่ทุกคนและสร้างกลุ่มใหม่?”  เซียวเอี๋ยนจ้องมองอาไท่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าและเอ่ยถามเสียงเบา

 

“ชื่อเสียงของพี่เซียวเอี๋ยนในขณะนี้ได้ประทับอยู่ในหัวใจของพวกนักเรียนใหม่ ย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะทำสิ่งนี้ได้สำเร็จลุล่วง  นี่เป็นเพราะว่า กล่าวไปแล้ว ในทุกๆ ปีที่มีนักเรียนใหม่เข้าสู่โรงเรียนส่วนใน ก็จะต้องมีรุ่นพี่กลุ่มต่างๆ พากันมาแก่งแย่งนักเรียนใหม่ให้เข้าร่วมกลุ่มของตน  ขณะนี้เป็นเวลาที่ชื่อเสียงของพี่เซียวเอี๋ยนโด่งดังที่สุด หากท่านรามือและไม่ใช้มันให้เป็นประโยชน์ รอถึงเวลาที่ท่านคิดจะทำ นักเรียนใหม่ทุกคนก็คงถูกกลุ่มพรรคอื่นๆ แย่งไปหมดแล้ว  ยิ่งไปกว่านั้น หากพวกเรานักเรียนใหม่สามารถมีกลุ่มพรรคเป็นของตนได้ ประโยชน์ต่อพวกเราย่อมไม่ต้องพูดถึง  ดังนั้น หากพี่เซียวเอี๋ยนกล้าเป็นผู้นำให้แก่พวกเรา ข้าก็กล้าพูดว่าจะไม่มีนักเรียนใหม่สักคนคิดปฏิเสธ...” อาไท่กล่าวเสียงเข้มจริงจัง

 

“ดูเหมือนเจ้าจะมีความคุ้นเคยกับโรงเรียนส่วนในนี้เป็นอันมาก?”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  เขาพลันจ้องมองอาไท่ด้วยสายตาที่ค่อนข้างประหลาด  ทุกอย่างที่คนผู้นี้กล่าวห่างไกลเกินความรู้ความเข้าใจของนักเรียนใหม่ผู้หนึ่ง

 

“ฮี่ๆ  ข้ารู้จักคนในโรงเรียนส่วนในอยู่สองสามคน  ดังนั้น ข้าจึงค่อนข้างเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ดี”  อาไท่หัวเราะ  “ท่านคิดเห็นอย่างไร?  รุ่นพี่เซียวเอี๋ยน?  หากท่านเห็นชอบ  ข้าก็จะรับผิดชอบคุยกับพวกนักเรียนใหม่เอง  ข้ารับประกันได้เลยว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ แน่นอน”

 

“เรียกข้าว่าเซียวเอี๋ยนก็พอ... เจ้ารู้จำนวนคร่าวๆ ของนักเรียนทั้งหมดในโรงเรียนส่วนในหรือไม่?”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและก้มศีรษะลงครุ่นคิดเงียบๆ อยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะเอ่ยถามออกมาคำหนึ่ง

 

“น่าจะอยู่ในราวเกือบหนึ่งพันคน... จำนวนแน่นอนยังไม่เคยมีการคำนวณออกมาก่อน”  อาไท่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา

 

“เกือบพันคน?  มากมายขนาดนั้นเชียว?  นักเรียนใหม่ที่เข้าสู่โรงเรียนส่วนในในแต่ละปีมีแค่ห้าสิบคน  ยิ่งไปกว่านั้น นักเรียนพวกนี้ก็คงมิได้อาศัยอยู่ที่นี่ตลอดไป ใช่หรือไม่?”  เซียวเอี๋ยนเอ่ยถามด้วยความอัศจรรย์ใจ

 

“เคะๆ  โรงเรียนส่วนในมีหลักสูตรห้าปี นั กเรียนสามารถฝึกตนอยู่ที่นี่ได้เป็นเวลาห้าปี  หลังจากครบห้าปีแล้ว ก็จะเป็นเวลาที่ต้องแยกย้ายกันไป  แน่นอน... หากผู้ใดมีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ที่โดดเด่น ก็อาจจะยืดเวลา อยู่ฝึกยุทธ์ต่อไปได้อีกสองปี  นักเรียนที่เหลืออยู่เหล่านี้จึงล้วนเป็นนักเรียนในระดับสูงและบางส่วนก็เป็นนักเรียนที่มีอันดับอยู่ในทำเนียบยอดฝีมือของโรงเรียนส่วนใน  แม้ว่าแต่ละปีจะมีนักเรียนเพียงห้าสิบคนที่ได้รับการคัดเลือกมาจากการแข่งขันคัดเลือกเข้าสู่โรงเรียนส่วนใน นี่ก็ไม่ใช่จำนวนทั้งหมดของโรงเรียนส่วนใน  ในแต่ละครั้ง หากมีผู้อาวุโสท่านใดได้พบศิษย์ที่มีพรสวรรค์อันโดดเด่นในการฝึกยุทธ์ขณะอยู่นอกโรงเรียน คนเหล่านี้ก็สามารถเข้ามาเป็นนักเรียนของโรงเรียนส่วนในได้  ตราบใดที่ผ่านการทดสอบอันโหดร้ายของโรงเรียนส่วนในได้สำเร็จ  อีกประการหนึ่ง ยังมีผู้คนจากภาควิชาแปรธาตุ หน่วยคุ้มกฎ และภาควิชาพิเศษอื่นๆ อีก  พวกเขาสามารถเข้าสู่โรงเรียนส่วนในผ่านช่องทางอื่นๆ  ดังนั้น เมื่อรวมๆ กันเข้าเป็นเวลาหลายปี  ก็มิใช่จะเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีนักเรียนในโรงเรียนส่วนในอยู่เกือบพันคน” อาไท่แตะปากขณะตอบ

 

“โอ้...”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  เขาถูสองมือเข้าด้วยกันและเอ่ย  “ดูจากสิ่งนี้ นักเรียนใหม่สี่สิบกว่าคนของพวกเราก็ไม่นับว่าเป็นกลุ่มใหญ่อันใด”

 

“กลุ่มของเราจะใหญ่ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มต้นได้อย่างไร?  พวกกลุ่มพรรคเก่าๆ พวกนั้นก็มิใช่ต้องใช้เวลามากมายเพื่อรับนักเรียนใหม่เข้ามา, กว่าจะเติบโตจนเป็นพรรคใหญ่ได้หรอกหรือ?”  อาไท่แบสองมือและกล่าว  “ดูพวกรุ่นพี่เมื่อครู่เป็นตัวอย่าง  พวกเขาเป็นคนของกลุ่มชิงซัน  พรรคนั้นนับเป็นเพียงพรรคระดับกลางของโรงเรียนส่วนใน  พวกเขามีคนทั้งหมดแค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม พลังมวลรวมของพวกเขากลับดีกว่าพลังของนักเรียนใหม่อย่างพวกเรามากมายนัก  หากต้องต่อสู้กันจริงๆ ทพวกเราก็ไม่อาจทราบได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะกันแน่  แม้จะร่วมมือกันทั้งหมด”

 

“อย่างไรก็ตาม หากพวกเรานักเรียนใหม่รวมตัวกันจริงๆ พรรคที่มีกำลังในระดับเดียวกันกับพรรคชิงซันย่อมไม่กล้าที่จะกระทำการเกินเลย  ไม่ว่าอย่างไร หากต้องเผชิญหน้ากัน พวกเขาก็คงต้องเสียหายไม่น้อย”

 

เซียวเอี๋ยนเม้มปากเล็กน้อย รู้สึกตัดสินใจได้ยากไม่น้อย  เขาเคยชินกับการอยู่ตามลำพัง  บัดนี้เมื่อถูกขอให้สร้างกลุ่มขึ้นมา แม้จะมีสมาชิกเพียงเรือนสิบ ก็ยังน่ายุ่งยากไม่น้อย... อย่างไรก็ตาม หากเขาไม่ตะครุบพวกนักเรียนใหม่เอาไว้ ก็คงเป็นดังที่อาไท่กล่าว  ลำพังอาศัยเพียงพวกเขาทั้งสี่ ก็คงต้องลำบากไม่น้อยในโรงเรียน  ไม่ว่าอย่างไร ยิ่งมากคนก็ยิ่งมากกำลัง

 

“พี่เซียวเอี๋ยน สิ่งที่อาไท่พูดมีมูลอยู่  หากท่านไม่ตัดสินใจเสียเดี๋ยวนี้  ไม่นานพวกนักเรียนใหม่ก็คงต้องถูกกลุ่มอื่นๆ แย่งตัวไป  ถึงเวลานั้น ก็คงเป็นการยากที่พวกเราจะหาโอกาสแบบนี้ได้อีก” เซวี่ยนเอ๋อสาวเท้าเข้ามาสองสามก้าว มายืนอยู่ข้างกายเซียวเอี๋ยนและเอ่ยเบาๆ

 

“หากพี่เซียวเอี๋ยนกลัวว่าจะมีความยุ่งยาก ท่านสามารถมอบหมายให้หูเจียและข้าจัดการได้  พวกเรามีความชำนาญในข้อนี้อยู่บ้าง”  เซวี่ยนเอ๋อปิดปากหัวเราะคิกคัก ดูเหมือนจะเข้าใจปมปัญหาในใจของเซียวเอี๋ยนเป็นอย่างดี

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะเจื่อนเมื่อได้ยินเช่นนี้

 

“พี่เซียวเอี๋ยน หากท่านมีความกล้าและตัดสินใจยอมเป็นผู้นำ, พวกเรา นักเรียนใหม่กลุ่มนี้ทุกคนก็จะติดตามท่าน!  ไม่ว่าอย่างไร พวกรุ่นพี่เหล่านั้นก็เห็นว่าพวกเราบาดตาพวกเขานัก  หากเรามีทางเลือก ใครจะยอมฝืนทนต่อความคับแค้นเช่นนี้?”  เสียงกังวานสายหนึ่งพลันดังขึ้น  ทันใดนั้น เสียงตอบรับเป็นทอดๆ ก็ขึ้นมาติดๆ กัน  เซียวเอี๋ยนตกใจเล็กน้อยขณะเงยหน้าขึ้น เพียงเพื่อจะได้พบว่าพวกนักเรียนใหม่พากันเข้ามาห้อมล้อมเขาตั้งแต่เมื่อใดไม่อาจทราบได้  ในขณะนี้ นักเรียนใหม่เหล่านี้กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง รอคอยการตัดสินใจของเขา

 

สิบนิ้วของเซียวเอี๋ยนประสานกันแน่น ภายใต้สายตานับไม่ถ้วนคู่ที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เซียวเอี๋ยนผ่อนลมหายใจยาวเหยียดในชั่วขณะต่อมา  เขาโบกมือ, กัดฟันและเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดขาด “เอาล่ะ! ในเมื่อทุกคนเชื่อมั่นในตัวข้า, ข้า เซียวเอี๋ยน ก็จะขอนำพาพวกเจ้า ปักหลักอยู่ในโรงเรียนส่วนในแห่งนี้  เพื่อตัวข้าเอง เพื่อพวกเจ้าทุกคน  มาร่วมมือด้วยกันสักครั้งหนึ่ง  ไม่เช่นนั้น ก็คงไม่เป็นการดีที่จะท่องเที่ยวอยู่ในโรงเรียนส่วนในแห่งนี้ ในที่ซึ่งเต็มไปด้วยพยัคฆ์และมังกรซุ่มซ่อนอยู่!”

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน นักเรียนใหม่เหล่านี้, ผู้มีใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ต่างเริ่มส่งเสียงโห่ร้องยินดีด้วยท่าทางค่อนข้างตื่นเต้น  การมีกลุ่มพรรค ย่อมทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยขึ้น

 

เมื่อพวกเขาเห็นเซียวเอี๋ยนยอมพยักหน้าในที่สุด เซวี่ยนเอ๋อและพวกที่อยู่ด้านหลังสบตากันและก็พากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเงียบๆ

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หัวหน้า หลังจากสร้างกลุ่มแล้ว พวกเราก็ควรจะตั้งชื่อให้แก่กลุ่มนักเรียนใหม่ของพวกเราด้วย ใช่หรือไม่?  มิเช่นนั้น พวกเราจะประกาศมันออกไปให้แก่คนภายนอกทราบได้อย่างไร?” อาไท่เองก็รู้สึกโล่งอกขึ้น  เขายิ้มแ