เซียวเอี๋ยนถือกุญแจตรงไปยังหีบและแตะกุญแจโลหะอุ่นอีกคราหนึ่ง,  เอียงศีรษะและชำเลืองมองหมอนางฟ้าที่ขุดสมุนไพรทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว  เขายิ้มและกล่าว  “รีบมานี่เร็ว  ข้าไม่อยากถูกกล่าวหาว่าพยายามจะขยักของทุกอย่างไว้เองเมื่อเปิดหีบพวกนี้”

 

“อย่างน้อยเจ้าก็ยังมีสามัญสำนึกอยู่บ้าง”

 

หมอนางฟ้าเชิดจมูก  ในมือกอดขวดหยกสิบกว่าใบไว้ที่อกและวางพวกมันลงบนโต๊ะหิน  ในที่สุด  นางจึงเลือกขวดหกใบและยื่นให้แก่เซียวเอี๋ยนอย่างไม่ค่อยเต็มใจ  “เฮ่  นี่เป็นของเจ้า”

 

เซียวเอี๋ยนรับพวกมันมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  ชำเลืองมองพวกมันครู่เดียวแล้วเก็บเข้าไปในแหวนเก็บของ  ในเมื่อหญ้าเพลิงภูตน้ำแข็งก็อยู่ในมือเขาเรียบร้อยแล้ว  สำหรับพืชสมุนไพรอื่นๆ ย่อมไม่สำคัญกับเซียวเอี๋ยนเท่าใดนัก

 

เซียวเอี๋ยนโบกกุญแจสีดำทั้งสามดอกต่อหน้าหมอนางฟ้าและยิ้มแย้ม  “เช่นนั้นข้าจะเปิดหีบแล้ว”

 

“เปิดเลย!”  หลังถลึงตาใส่เซียวเอี๋ยนด้วยความรำคาญใจ  หมอนางฟ้ารีบสอดเก็บขวดหยกเข้าใส่ในอกเสื้อและรอบเอวของนางอย่างรวดเร็ว  เอวที่เคยคอดกิ่วก็พลันอวบอิ่มขึ้นกว่าเดิม

 

เซียวเอี๋ยนเลียริมฝีปากขณะจ้องมองหีบหิน  เขาสุ่มเลือกกุญแจดอกหนึ่งขึ้นมาและสอดมันเข้าไปอย่างระมัดระวัง

 

“ไม่ใช่อันนี้...”  กุญแจค้างอยู่ครึ่งทางกลางรูเป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนยักไหล่และเปลี่ยนเป็นกุญแจดอกที่สอง

 

“ผิดอีกแล้ว”

 

เขาได้แต่ส่ายศีรษะ  เซียวเอี๋ยนถือกุญแจดอกสุดท้ายแน่นและบรรจงสอดเข้าไปในรูกุญแจอย่างระมัดระวัง

 

เห็นกุญแจค่อยๆ หายเข้าไปในช่องกุญแจ  เซียวเอี๋ยนกับหมอนางฟ้าต่างพากันกลั้นหายใจอย่างไม่รู้ตัว  ทั่วทั้งห้องมีเพียงเสียงกุญแจที่กำลังถูกผลักผ่านเข้าไปในรูกุญแจโลหะ

 

“แคร๊ง...”  ทันใดนั้น  เสียงกังวานใสดังขึ้นทั่วห้อง  มือของเซียวเอี๋ยนแข็งทื่อในฉับพลัน

 

“กุญแจไขออกแล้ว”  เห็นห่วงกุญแจถูกปลดออก  เซียวเอี๋ยนถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกล่าว

 

“เปิดเร็วๆ เข้า”  ใบหน้าของหมอนางฟ้าเต็มไปด้วยความปรารถนาและความยินดีขณะนางกล่าวด้วยเสียงร้อนรน

 

เซียวเอี๋ยนชำเลืองมองหมอนางฟ้าที่กระวนกระวายใจอยู่ทว่าไม่ใส่ใจเสียงพูดของนาง  เขาคว้ามือนางและก้าวถอยหลังไป  จากนั้นยื่นฝ่ามือออกมาเล็งไปที่หีบและปลดปล่อยพลังเข้มข้นสายหนึ่งออกจากฝ่ามือ  ฝาหีบก็พลันถูกเปิดออก

 

เมื่อฝาหีบถูกเปิดออก  เซียวเอี๋ยนรออีกครู่หนึ่งจึงถอนหายใจโล่งอกหลังจากที่ไม่เห็นปฏิกิริยาใดๆ ปรากฏ  เขาชำเลืองมองหมอนางฟ้าที่มือทั้งสองกุมอยู่ระหว่างอกขณะจ้องมองเซียวเอี๋ยนด้วยสายตาเย็นชา  เซียวเอี๋ยนยักไหล่ง่ายๆ  “ระมัดระวังไว้ย่อมเป็นการดีกว่าเสมอ”

 

“หากเจ้าถูกจับโยนเข้าไปในเทือกเขาสัตว์เทพ  ข้าคิดว่าเจ้าจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตในนั้นมากกว่าที่โลกภายนอก  เหตุก็เพราะว่าสัตว์ป่าเถื่อนเหล่านั้นไม่ระแวดระวังเท่าเจ้า”  หมอนางฟ้าเม้มริมฝีปากและกล่าว

 

“ข้าก็คิดเช่นนั้น”  เซียวเอี๋ยนแตะจมูกและหัวเราะ

 

หลังมองค้อนชายหน้าไม่อายเบื้องหน้านางอีกคราหนึ่ง  หมอนางฟ้าสาวเท้าก้าวเข้าไปที่โต๊ะหิน  นางมองเข้าไปในกล่องหินและตกตะลึง  ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข  รีบยื่นมือเข้าไปและคว้าม้วนหนังสือสีรุ้งโบราณออกมาม้วนหนึ่ง

 

“มันคืออะไร?”  เซียวเอี๋ยนมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นและถามไถ่

 

“หนังสือปรุงยาพิษที่บันทึกวิธีการปรุงยาพิษ”  หมอนางฟ้าคลี่เปิดแผ่นม้วนออกมาและกล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม

 

“หนังสือปรุงยาพิษ?”  เขาเลิกคิ้วสูงแปลกใจ  เซียวเอี๋ยนรับม้วนหนังสือมาจากมือของหมอนางฟ้าและกวาดตามองผ่านมันคราหนึ่ง  เห็นตัวอักษรหลายตัวเขียนอยู่ที่ด้านหนึ่งของม้วนหนังสือสีรุ้ง,  เซียวเอี๋ยนกล่าวด้วยความประหลาดใจ  “หนังสือปรุงพิษสีรุ้ง?  นี่เป็นอะไรที่มุ่งเน้นวิธีการปรุงยาพิษหรือ?  อย่าบอกข้านะว่าคนที่ทิ้งหนังสือเล่มนี้ไว้เบื้องหลังก็เป็นหมอผู้หนึ่ง?”

 

นายแพทย์มักเป็นสายอาชีพเดียวในทวีปแห่งเต๋าที่ใช้ยาพิษเพื่อปกป้องตนเอง  ผู้ที่มีความสามารถในการใช้พิษมักถูกเรียกว่าจอมพิษ  อย่างไรก็ตาม  สถานะของจอมพิษนั้นยังห่างชั้นจากนักแปรธาตุมากนัก

 

“อาจจะใช่  แต่เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้แบ่งสิ่งนี้กับข้า  ด้วยเพราะธาตุในร่างกายของข้า,  ข้าจึงไม่สามารถเป็นนักแปรธาตุได้  ดังนั้นข้าจึงได้แต่พึ่งพาสิ่งเหล่านี้แล้ว”  สีหน้าบ่งบอกความผิดหวังปรากฏบนใบหน้าหมอนางฟ้าหลังจากกล่าวเช่นนี้ออกมา  เห็นได้ชัดว่าความหวังอันสูงสุดของนางคือการได้เป็นนักแปรธาตุ  มิใช่จอมพิษที่ผู้คนต่างพากันเกลียดกลัว

 

จ้องมองใบหน้าเศร้าใจของหมอนางฟ้า  เซียวเอี๋ยนยิ้มแย้ม  ยื่นม้วนหนังสือสีรุ้งคืนและกล่าว  “นี่เป็นของดีทีเดียว  แต่มันต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมากเพื่อจะให้เข้าใจได้อย่างถ่องแท้  แค่การฝึกเต๋าชี่...  ก็กินพลังทั้งหมดของข้าแล้ว  ข้าไม่โง่พอที่จะเริ่มเรียนรู้สิ่งอื่นที่เกินกำลังของข้าไปหรอก”

 

“ขอบคุณ”

 

ภายในใจหมอนางฟ้ารู้สึกโล่งอกเป็นที่ยิ่งเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยนและพยักหน้าด้วยความสำนึกขอบคุณในเวลาต่อมา

 

“เจ้าเก็บของที่อยู่ในมือเจ้าไปได้เลย  ข้าอาจไม่ใช่สุภาพบุรุษ  แต่ว่าด้วยฐานะเยี่ยงหุ้นส่วนระหว่างเราในเวลานี้  ข้าไม่คิดจะครอบครองทุกสิ่งมาเป็นของตนดอก”  มองดูหมอนางฟ้าที่ค่อยๆ เก็บม้วนหนังสือสีรุ้ง  เซียวเอี๋ยนยิ้มแย้มและกล่าวด้วยซุ่มเสียงอ่อนหวาน

 

ใบหน้าของหมอนางฟ้านิ่งอึ้งด้วยความรู้สึกละอายใจ  นางคลายมือออก  เผยให้เห็นถุงเล็กๆ ที่บรรจุผงสีเขียวไว้ในนั้น

 

“ข้า...”  เมื่อถูกเซียวเอี๋ยนจับได้  หมอนางฟ้าใบหน้าแดงกำมิรู้จะกล่าวอันใดแล้ว

 

“ลืมมันเสียเถิด  เกิดเป็นลูกผู้หญิง  เป็นธรรมดาของเจ้าที่จะต้องมีอะไรไว้สำหรับปกป้องตัวเองบ้างเมื่อออกมาค้นหาสมบัติกับข้า”  เซียวเอี๋ยนยักไหล่และกล่าวราบเรียบ

 

“ขอบคุณ”  หมอนางฟ้าเอ่ยคำขอบคุณอีกคราหนึ่งด้วยความสำนึกขอบคุณขณะรีบเก็บผงสีเขียวในมือกลับไป

 

เซียวเอี๋ยนแตะหน้าและเลื่อนสายตาไปยังกล่องหินใบที่สอง  เขาสอดกุญแจดอกหนึ่งและค่อยๆ แหย่เข้าไปด้านใน

 

“ผงสีเขียวนั่นให้ผลอย่างไร?”  ขณะที่กุญแจในมือค่อยๆ เริ่มสอดลึกเข้าไปในรูกุญแจ  เซียวเอี๋ยนโยนคำถามขึ้นมาลอยๆ

 

“สิ่งนี้ทำจากหญ้ามังกรเมามายกับส่วนผสมอีกสองสามชนิดซึ่งมีฤทธิ์กดประสาท  หากสูดดมเข้าสู่ร่างกาย  จะทำให้คนผู้นั้นหลับไปอย่างน้อยครึ่งวัน  ทว่ายาชนิดนี้เป็นเพียงยาพิษอย่างง่ายๆ  หากมีความแข็งแกร่งย่อมสามารถใช้เต๋าชี่ยับยั้งมันไว้และขจัดมันออกจากร่างกายได้”  หมอนางฟ้าตอบอายๆ

 

“โชคดีที่มันไม่มีพิษถึงตาย  อย่างน้อยเจ้าก็ไม่โหดร้ายเกินไปนัก”  เซียวเอี๋ยนเม้มปาก,  หมุนข้อมือและยิ้ม  “มันเปิดได้แล้ว”

 

สิ้นเสียงเซียวเอี๋ยน  กล่องหินที่ปิดแน่นอยู่พลันเปิดอ้าออกช้าๆ

 

ภายใต้แสงสว่างจากหินจันทรา  ทุกสิ่งในกล่องหินพลันเผยออกสู่สายตาของเซียวเอี๋ยนและหมอนางฟ้า

 

“ม้วนหนังสืออีกม้วนหนึ่งหรือ?”  เซียวเอี๋ยนเลิกคิ้วสูงขณะมองเห็นม้วนหนังสีดำที่วางอยู่ภายในกล่อง

 

เขายื่นมือลงไปในกล่อง  หยิบเอาม้วนหนังสือขึ้นมาและเปิดมันออกดู  ในที่สุดสายตาหยุดชะงักลงที่ตัวหนังสือเล็กๆ ริมม้วน  “เคล็ดวิชาบินระดับซวนขั้นสูง  ปีกอินทรี”

 

“เคล็ดวิชาบิน?  มันคืออะไร?”

 

เมื่อเพิ่งได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก  หมอนางฟ้ากระพริบตาถี่ด้วยความสงสัย  นางเคยได้ยินแต่เคล็ดวิชาเต๋าเพื่อการโจมตี  วิชาป้องกัน  วิชาเพิ่มความว่องไวและอื่นๆ อีกมากมาย  ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินว่ามีวิชาบิน

 

“ตามความหมายของชื่อ  เคล็ดวิชาเต๋าชนิดนี้สามารถช่วยให้คนผู้หนึ่งบินขึ้นไปในอากาศได้”  เซียวเอี๋ยนตบปากด้วยความประหลาดใจขณะอธิบาย

 

“บินหรือ?  นั่นมิใช่สิ่งที่ต้องใช้ความสามารถระดับเต๋าหลิงเป็นอย่างน้อยหรอกหรือ?”  หมอนางฟ้ามีท่าทางตกตะลึงในเบื้องแรกที่ได้ยินคำอธิบายก่อนจะแสดงอาการสับสน

 

ในทวีปแห่งเต๋านี้  มีเพียงผู้แข็งแกร่งระดับเต๋าหลิงเป็นอย่างน้อยเท่านั้น  จึงจะสามารถลอยตัวขึ้นจากพื้นและบินไปเป็นระยะทางสั้นๆ  และมีเพียงผู้ที่เข้าถึงระดับเต๋าหวังหรือเต๋าหวง  จึงสามารถใช้เต๋าชี่ก่อพลังงานเป็นรูปปีกขึ้นบนแผ่นหลัง  ปีกเหล่านี้ช่วยให้พวกเขาเอาชนะแรงดึงดูดบนพื้นและบินท่องไปในหมู่เมฆได้

 

ส่วนเคล็ดวิชาบินนั้น  มันเป็นเคล็ดวิชาลับอันแปลกประหลาดที่สามารถช่วยให้ผู้ฝึกก่อรูปส่วนขยายเล็กๆ สองส่วนยื่นออกมาจากเส้นเลือดบนแผ่นหลังได้  ด้วยส่วนขยายนี้  มันสามารถแปรรูปเป็นปีกคู่หนึ่งและบินขึ้นไปในอากาศได้แม้คนผู้นั้นจะไม่มีความแข็งแกร่งถึงระดับเต๋าหวังก็ตาม

 

การบินเป็นเรื่องล่อใจอย่างยิ่งสำหรับผู้คนมากมาย  เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งสิ่งล่อใจนี้ ผู้แข็งแกร่งมากมายต่างพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความฝันที่ไม่มีวันจะเอื้อมถึงได้ในการไปถึงระดับเต๋าหวัง ขณะเดียวกัน มีผู้คนมากมายปรารถนาจะหาเส้นทางลัดด้วยการตามหาเคล็ดวิชาบินอันสูงค่าและหาได้ยากยิ่งเช่นนี้

 

เซียวเอี๋ยนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาวออกมาคราหนึ่งขณะถือม้วนหนังสีดำในมือ  เขาฝืนกลั้นความดีใจก่อนจะโบกมือไปทางหมอนางฟ้า

 

“ข้ารู้  นี่ต้องเป็นของเจ้าใช่หรือไม่?”  สังเกตเห็นกิริยาของเซียวเอี๋ยน  หมอนางฟ้าเข้าใจความปรารถนาของเขาและได้แต่พยักหน้า

 

“ฮ่าๆ  ทุกคนได้ในสิ่งที่ตนต้องการ”  เซียวเอี๋ยนยิ้มยิงฟัน  สิ่งที่เขาได้มาในวันนี้แทบจะทำให้ใบหน้าของเขาต้องเป็นอัมพาตเพราะการยิ้มไม่หุบแล้ว

 

“ยังเหลือกล่องอีกหนึ่งใบ  เร็วเข้าเถอะ  เราจะได้กลับออกไปเมื่อเปิดมันเสร็จ”  หมอนางฟ้าเลื่อนสายตาไปยังกล่องหินใบสุดท้ายและเร่งเร้า

 

“ฮืม”  มีของในมือถึงสองอย่างแล้ว  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนเต็มไปด้วยพลัง  เขาถือกุญแจดอกสุดท้ายที่ยังไม่ถูกใช้และเตรียมจะเปิดกล่องหิน

 

ห้องกว้างขวางพลันเงียบเสียงลงอีกคราหนึ่ง  ชั่วขณะที่เซียวเอี๋ยนก้มตัวลงและกำลังจะเปิดกล่อง  เขาพลันหยุดชะงักตัวแข็งทื่อ  เขารีบหมุนตัวและใบหน้าพลันเคร่งขรึม

 

“มีคนกำลังมา!”

 

“อะไรนะ?”  ได้ยินคำพูดประโยคนี้  หมอนางฟ้าก็ตกใจแล้ว  ชั่วขณะต่อมา  นางส่ายศีรษะ “นั่นเป็นไปไม่ได้  มีเพียงเราสองคนที่รู้เรื่องสถานที่นี้”

 

“ข้าฟังไม่ผิด  มีคนหลายคนทีเดียว”  เซียวเอี๋ยนมองหมอนางฟ้าด้วยใบหน้าน่ากลัว  ความเย็นชาชนิดหนึ่งฉายวาบในดวงตา

 

“เจ้าสงสัยว่าข้าเรียกคนพวกนั้นมาหรือ?”

 

เห็นสีหน้าเซียวเอี๋ยน  ความโมโหพุ่งขึ้นมาบนใบหน้าของหมอนางฟ้า  “หากข้าต้องการทำร้ายเจ้า  เจ้าก็คงตายไปหลายรอบแล้ว”

 

เห็นท่าทางเคืองใจบนใบหน้าของหมอนางฟ้าดูจริงจัง  เซียวเอี๋ยนขมวดคิ้วมุ่นและรีบหมุนตัว  เขาพยายามจะสอดกุญแจในมือเข้าไปในรูกุญแจทว่าด้วยความร้อนรน  เขาพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

“ให้ตายเถอะ!”  ร้องออกมาด้วยความโกรธ,  เซียวเอี๋ยนคว้ากล่องหินด้วยสองมืออย่างพยายามจะยกมันขึ้น  โชคร้าย  เขาพบว่ากล่องใบนี้ถูกตรึงไว้กับโต๊ะหิน

 

“งี่เง่า”  เซียวเอี๋ยนเอ็ดอึงด้วยใบหน้าซีดเผือดก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ เฮือกหนึ่ง  ในน้ำเสียงเย็นชานั้น,  เขากล่าว “พวกเขามาถึงแล้ว”

 

ได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน  หมอตัวน้อยหันไปมองประตูหิน  หูของนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้ามากมายที่กำลังใกล้เข้ามา

 

“เคะๆ  หมอนางฟ้า  ขอบคุณที่นำทางมาถึงที่นี่  ดูเหมือนข่าวที่ข้าได้รับจะถูกต้อง”

 

เงาร่างกว่าสิบคนค่อยๆ โผล่เข้ามาจากความมืดที่ด้านนอกประตู  เสียงหัวเราะยินดีอันคุ้นเคยดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง

 

“มู่ลี่!”

 

เมื่อได้ยินเสียงนั้น หมอนางฟ้าพลันกัดฟันกรอด

Comment

Comment:

Tweet

มิกล้า มิกล้า wink

#5 By ตี๋ on 2015-12-23 19:15

อะโหหหหห.... ลึกซึ้งยิ่งนัก ข้าน้อยได้แต่มองผิวเผิน นับถือ นับถือ kiss

#4 By เฒ่าทารก on 2015-12-23 17:26

555 สงสัยเฒ่าทารกจะอินว่าตัวเองเป็นหมอนางฟ้า ไม่ใช่ว่าทำงานเป็นเภสัชกรนะ laughing

เซียวเอี๋ยนงกแสดงออกมาแต่ไหนแต่ไรแล้วไง แต่หมอนางฟ้าอิมเมจดีน่ะ

#3 By ตี๋ on 2015-12-23 15:54

พระเอกงกกว่า แอบแฮ๊บด้วย cool

#2 By เฒ่าทารก on 2015-12-23 11:32

ขอบคุณครับ

แหมหมอนางฟ้าไม่ค่อยจะงกเลยนะ yell

#1 By ตี๋ on 2015-12-23 09:07