นี่เป็นครั้งแรกที่เต๋าชี่ของเซียวเอี๋ยนพุ่งปะทุขึ้นหลังถูกปิดกั้นไว้ เขากำหมัดแน่นและเส้นเลือดดำมากมายก็เริ่มสั่นรัว พลังน่าสะพรึงกลัวไหลรวมเข้าหากันอย่างรวดเร็ว

 

รู้สึกถึงระลอกเต๋าชี่ในร่างกาย แรงปรารถนารุนแรงพร้อมต่อสู้ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาละเอียดอ่อนของเซียวเอี๋ยน ดวงตาเย็นชาชำเลืองมองมู่ลี่ที่กำลังใกล้เข้ามา เต๋าชี่ในตัวเริ่มโคจรตามวิถีชี่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าด้วยเคล็ดวิชาเต๋าและเริ่มปั่นวนด้วยรูปแบบที่มิได้ควบคุม

 

“เพลิงทะลายโลกันตร์!”

 

เสียงตะโกนสะท้อนก้องอยู่ในหัวใจ เป็นเหตุให้ชายเสื้อบนแขนของเซียวเอี๋ยนเขม็งแน่นขึ้น ผ้าที่แต่เดิมอ่อนนุ่มแปรสภาพเป็นสิ่งที่แข็งราวโลหะก็มิปาน

 

ช่องว่างในแขนเสื้อบรรจุไว้ด้วยพลังอันรุนแรงขณะเซียวเอี๋ยนดึงหมัดของเขาไปด้านหลังก่อนที่จะแผ่พุ่งออกไปเบื้องหน้าพร้อมด้วยพลังที่ระเบิดออก

 

“เปรี้ยง!”

 

หมัดทั้งสองปะทะกันภายในถ้ำคับแคบและเสียงราวฟ้าผ่าเบาๆ ดังก้องผ่านไปตลอดอุโมงค์สายนั้นเป็นเวลานาน

 

เห็นเซียวเอี๋ยนมีพลังทัดเทียมกับเขา สีหน้ามู่ลี่พลันแปรเปลี่ยนแล้ว เขามิคาดคิดว่าความแข็งแกร่งของเซียวเอี๋ยนจะเพิ่มขึ้นไปหลายระดับได้ในชั่วพริบตา

 

“ข้าหยุดเขาไว้ได้แล้ว เร็วเข้า ฆ่าเขาซะไม่ว่าจะต้องสิ้นเปลืองเท่าไหร่!” เสียงคำรามเย็นชาและมุ่งร้ายก้องกังวานออกจากลำคอของมู่ลี่ ความแข็งแกร่งที่เซียวเอี๋ยนแสดงให้เห็นในขณะนี้เป็นเหตุให้นายน้อยจอมวางแผนผู้นี้วิตกแล้ว ด้วยอายุเพียงเท่านี้ เจ้าหนุ่มนี่ก็สามารถต่อสู้ทัดเทียมกับเขาผู้แข็งแกร่งระดับเต๋าเจ่อหกดาวได้ ยากจะจินตนาการได้ว่าเขาจะแข็งแกร่งขึ้นเพียงใดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากเซียวเอี๋ยนหนีรอดไปได้ เป็นไปได้ว่าสำนักคุ้มกันภัยหัวหมาป่าอาจต้องเผชิญหน้ากับการทำลายล้างแล้ว

 

ชั่วขณะที่กำลังคิดถึงการถูกแก้แค้นด้วยความแข็งแกร่งอันยากจะต้านทานได้ เป็นเหตุให้เจตนาฆ่าฟันของมู่ลี่เพิ่มขึ้นเป็นระลอก

 

ได้ยินเสียงมู่ลี่ตะโกน มุมปากเซียวเอี๋ยนเลิกสูงเยาะหยัน เขาขยับปาก “ระเบิด!”

 

“ตูม!”

 

เสียงระเบิดเงียบๆ ดังขึ้นอีกระลอกหนึ่ง ทว่าการระเบิดในครานี้ ดังขึ้นจากภายในร่างกายของมู่ลี่

 

“ฟุ่บ!”

 

พลังที่ระเบิดขึ้นกะทันหันในร่างกายของเขาเป็นเหตุให้ใบหน้ามู่ลี่แปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวในทันที ทั่วทั้งร่างสั่นเทาก่อนที่จะไออย่างรุนแรงและกระอักออกมาเป็นเลือดในที่สุด

 

“ไป!” หลังโจมตีมู่ลี่จนล้มลง เซียวเอี๋ยนฝืนความปรารถนาที่จะฆ่าเขาทิ้ง เขารีบดึงหมอนางฟ้าและพุ่งออกจากถ้ำที่อันตรายยิ่งออกไปยังด้านนอกโดยไม่เหลียวกลับไปมอง

 

ทันทีหลังจากที่เซียวเอี๋ยนวิ่งออกไป ทหารสิบกว่านายพุ่งมาจากด้านในห้อง ครั้นเห็นใบหน้าซีดขาวของมู่ลี่ที่ล้มอยู่บนพื้น ความตกตะลึงฉายชัดบนใบหน้าของทุกผู้คน เต๋าเจ่อหกดาวผู้เป็นนายน้อยแห่งสำนักคุ้มภัยหัวหมาป่าถูกกำราบลงโดยเด็กหนุ่มผู้นั้นหรือ? ความจริงที่น่ากลัวเบื้องหน้าพวกเขานี้เป็นเหตุให้ทุกคนตกอยู่ในอาการตะลึงพรึงเพริด

 

“เจ้าพวกโง่ พวกเจ้ากำลังยืนมองอะไรอยู่? ไป ไล่ตามเขาไป เราต้องฆ่าเจ้าเด็กนั่นให้ได้ เมื่อเราออกไป ปล่อยสัญญาณให้พวกที่ซุ่มอยู่ด้านนอกฆ่าเขาซะ!” เห็นใบหน้าเลื่อนลอยของลูกน้อง มู่ลี่กระอักเอาเลือดออกมาอีกคำหนึ่งขณะตะโกนด้วยความโมโห

 

“ขอรับ!” เสียงร้องของมู่ลี่เรียกสติของพวกทหารคืนจากความตกตะลึงและรีบขานรับ หลังจากนั้น พวกมันบ่ายหน้าไปยังทางออกและรุดไล่ตามเซียวเอี๋ยนกับหมอนางฟ้าต่อไป

 

มู่ลี่ยันตัวขึ้นด้วยความยากลำบากและพิงเข้ากับกำแพงหินขณะที่ผ่อนลมหายใจยาวออกมาคราหนึ่ง แววมุ่งร้ายปรากฏในดวงตาทั้งคู่ เขากำหมัดแน่นและชกใส่หิน กล่าวเสียงลึก “ไอ้ลูกกำพร้า ทางที่ดีอย่าให้ข้าจับได้ มิฉะนั้นแล้ว ข้าจะให้เจ้าทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก”

 

เซียวเอี๋ยนสีหน้าไร้ความรู้สึกยังคงดึงหมอนางฟ้าไปด้วยกันขณะรุดหน้าต่อไปยังทางออก หมัดที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเต็มไปด้วยเลือดสดๆ  นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้พลังแฝงใน”เพลิงทะลายโลกันตร์” กับคู่ต่อสู้หลังจากที่เรียนรู้มัน ผลลัพธ์นับว่าดีเกินความคาดหมายของเขานัก อย่างไรก็ตาม การเผชิญหน้าโดยตรงกับมู่ลี่ก็สร้างความบอบช้ำให้เขาอยู่บ้าง

 

“ด้วยความเจ้าแผนการของมู่ลี่ เขาต้องวางกำลังทหารของสำนักคุ้มกันหัวหมาป่าไว้บนหน้าผาอย่างแน่นอน” หมอนางฟ้าหอบหายใจแรงกล่าวเตือนขึ้น

 

“มีแต่ปีนขึ้นไปบนหน้าผา เราจึงมีโอกาสซ่อนตัวในป่าทึบและหนีไปได้! ไม่เช่นนั้น ความตายก็รอเราอยู่ที่เบื้องหน้า” เซียวเอี๋ยนตอบด้วยเสียงมัวหมอง

 

“เมื่อเราออกจากอุโมงค์ไปได้ อย่าปีนขึ้นไปบนหน้าผา หากพวกมันตัดเชือกของเรา เราต้องร่วงลงสู่ความตายอย่างแน่นอน”

 

“เจ้ามีแผนหนีทางอื่นหรือ หากเราไม่ปีนขึ้นไป? หรือเจ้าตั้งใจจะรอให้พวกนั้นออกมาและฆ่าเราทั้งคู่?” เซียวเอี๋ยนใบหน้าบึ้งตึงและพูดโดยมิได้หยุดฝีเท้า

 

หมอนางฟ้ากัดริมฝีปากแดงเรื่อของนางราวกับได้ตัดสินใจบางอย่าง จากนั้นจึงเผยอปากและกล่าว “ข้าสามารถพาเจ้าหนีไปกับข้าได้”

 

หัวใจของเซียวเอี๋ยนเต้นรัวและนิ่งเงียบไป

 

“อย่าทำเป็นลังเล ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก หลังจากที่เจ้าได้ช่วยข้าไว้” เห็นท่าทางลังเลใจของเซียวเอี๋ยน หมอนางฟ้าได้แต่เดาว่าเจ้าเด็กที่ช่างระวังตัวผู้นี้คงกำลังคิดอันใดอยู่ จึงได้แต่เอ็ดเขาขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

 

เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ

 

เห็นเซียวเอี๋ยนตอบตกลง หมอนางฟ้าล้วงเอาขลุ่ยไม้ไผ่อันสั้นๆ ออกมาจากอกเสื้อและแตะเข้ากับริมฝีปาก เมื่อนางเป่าเบาๆ เสียงประหลาดชนิดหนึ่งดังขึ้นจากขลุ่ยไม้ไผ่ ดังผ่านไปตลอดอุโมงค์และวนขึ้นสู่ท้องฟ้า

 

“เจ้ากำลังทำอะไร?” มองเห็นทางออกเล็กๆ ด้านหน้าที่ปรากฏแสงสว่างจางๆ เซียวเอี๋ยนมิสามารถเก็บความสงสัยไว้ได้และถามขึ้น

 

“ข้ากำลังเรียกคู่หูของข้า” ขณะโบกสะบัดขลุ่ยไม้ไผ่ในมือ หมอนางฟ้ายิ้มแย้ม “อินทรีสีน้ำเงินระดับหนึ่ง”

 

“นกสัตว์เทพหรือ?” ได้ยินคำพูดของนาง เซียวเอี๋ยนรู้สึกสงสัยเล็กน้อย เมื่อเห็นหมอนางฟ้าพยักหน้า ความยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้า พวกเขาปลอดภัยแล้ว

 

“โชคไม่ดี ยังเหลือกล่องหินอีกใบหนึ่งที่เรายังไม่ได้เปิด” หมอนางฟ้าติดตามเซียวเอี๋ยนไปอย่างใกล้ชิดขณะกล่าวด้วยความเสียดาย

 

“ลืมมันเถอะ อย่าละโมบเกินไป ในอนาคตหากเจ้ามีโอกาส เราจะกลับมาเอามัน” ท่าทางเย็นชาปรากฏบนใบหน้าเขา “ฮ่าๆ เดิมทีข้าเป็นกังวลกับวันเวลาข้างหน้าที่ต้องฝึกหนัก ไม่คาดคิด คนพวกนี้จะมาช่วยสร้างสีสันให้บ้าง เอาล่ะ สำนักคุ้มภัยหัวหมาป่า ระหว่างที่ข้าอาศัยอยู่ในภูเขาสัตว์เทพนี้ ข้าจะเล่นกับพวกเจ้าให้สนุก” ขณะที่วิ่งไปตามอุโมงค์ แสงจากภายนอกทางออกเริ่มสว่างขึ้น ครู่ต่อมา รอบด้านของพวกเขาก็พลันสว่างจ้า แสงสว่าง พระจันทร์สีเงินกับดวงดาวอันดารดาษปรากฏขึ้นสู่สายตาของพวกเขา

 

เมื่อปรากฏกายที่ทางออก เซียวเอี๋ยนรีบดึงหมอนางฟ้าเข้ามาและพิงกับกำแพงหิน เขาผลุบโผล่ออกไปชำเลืองมองที่ยอดผาและเห็นเงาร่างหลายสายที่กำลังถือคบไฟและลาดตระเวนไปทั่วบริเวณนั้น

 

“มีอะไรกำลังรอพวกเราอยู่จริงๆ “ เซียวเอี๋ยนระบายความโกรธและแนบหูลงกับพื้น ทันใดนั้น เขากล่าวเสียงหดหู่ “พวกที่ตามล่าเรามาถึงแล้ว ไหนล่ะ นกเทพของเจ้า”

 

ดวงตาของหมอนางฟ้ากวาดมองท้องฟ้ายามค่ำคืน อีกคราหนึ่ง นางแตะขลุ่ยไม้ไผ่กับริมฝีปาก เสียงประหลาดดังกระจายออกไปในท้องฟ้ายามราตรี

 

“กรี๊ส!”

 

ไม่นานหลังจากเสียงเป่าหวีดหวิวดังออกไป เสียงกรีดร้องแหลมคมพลันดังขึ้นในท้องฟ้ามืด

 

ด้วยความช่วยเหลือจากแสงจันทร์ เซียวเอี๋ยนมองเห็นภาพพร่ามัวขนาดใหญ่ภาพหนึ่ง อินทรีแก่ขนสีเขียวน้ำเงินใกล้ๆ แถบป่าลึกของภูเขาที่เบื้องหน้า มันบินอย่างรวดเร็วและภายในชั่วอึดใจเดียว กำลังลอยตัวขึ้นมาจากขอบผาเบื้องล่าง

 

“ไปกันได้แล้ว” เห็นนกอินทรีสีน้ำเงินมาถึง หมอนางฟ้าถอนหายใจและโบกมือให้แก่เซียวเอี๋ยน

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้า เขาหมุนตัวและมองเห็นเงาร่างหลายสายภายในถ้ำ ด้วยเสียงหัวเราะเย็นชา มือของเขาโอบกอดเอวคอดกิ่วของหมอนางฟ้าไว้และกระโดดลงสู่หลังของนกอินทรียักษ์สีน้ำเงิน

 

“เสี่ยวหลัน เร็วเข้า!” เมื่อพวกเขาอยู่บนร่างของนกอินทรี หมอตัวน้อยรีบส่งเสียงกระตุ้น

 

ได้ยินเสียงของหมอนางฟ้า อินทรีสีน้ำเงินพลันกระพือปีก สายลมรุนแรงพัดผ่านพร้อมเสียงดังตุ้บ หลังจากนั้น พร้อมด้วยร่างของคนทั้งสองบนแผ่นหลัง นกอินทรีบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

 

“ยิงพวกมันให้ตก!” จ้องมองคนทั้งคู่ที่สามารถขึ้นหลังนกอินทรีไปได้ พวกทหารกว่าสิบนายที่ปรากฏขึ้นบริเวณหน้าปากถ้ำตะโกนอย่างรีบร้อนแก่พรรคพวกบนหน้าผา

 

“ซู่ ซู่ ซู่!”

 

ได้ยินเสียงตะโกนที่ด้านล่าง เหนือหน้าผางงงวยอยู่ชั่วขณะ ทว่าเพียงไม่นาน ห่าลูกธนูพลังพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งเข้าใส่นกอินทรีตัวนั้นอย่างเร่งด่วน

 

เขาจ้องมองห่าธนู เซียวเอี๋ยนตื่นตัวเล็กน้อย ทว่าชั่วขณะที่เขากำลังจะเบี่ยงทิศทางของพวกมัน นกอินทรีสีน้ำเงินที่ด้านล่างพลันสั่นปีกของมัน พลังลมสีเขียวสายหนึ่งพัดออกไปในทันที เป็นเหตุให้ลูกธนูห่าแรกร่วงหล่นลงไปใต้ผาลึกเบื้องล่าง

 

หมอนางฟ้าหมอบตัวลง สายลมแรงพัดพาผมยาวสลวยของนางปลิวว่อนรุงรัง สองมือขาวราวดอกลิลลี่ลูบร่างของอินทรีสีน้ำเงินอย่างอ่อนโยน นางยิ้มกับเซียวเอี๋ยนและกล่าว “เราปลอดภัยแล้ว”

 

“ฟู่...” เซียวเอี๋ยนถอนหายใจหนักหน่วง นั่งลงบนตัวนกอินทรีอย่างอ่อนแรง มองลงไปยังผืนป่าที่ไกลห่างออกไปอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกขนลุกไปทั่วร่าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาบินขึ้นมาสูงปานนี้

 

เซียวเอี๋ยนปาดเหงื่อเย็นเยียบบนหน้าผากออกขณะที่รู้สึกว่าทั่วร่างกายอ่อนแอลง การต่อสู้ที่รุนแรงเข้มข้นเมื่อครู่ทิ้งความเหนื่อยล้ายิ่งยวดแก่เขาแล้ว

 

เมื่อนั่งอยู่บนตัวของอินทรีสีน้ำเงิน เซียวเอี๋ยนมองลงไปที่ถ้ำ จ้องมองเขม็งไปยังมู่ลี่ที่กำลังได้รับความช่วยเหลือจากทหารอีกผู้หนึ่งที่ปากถ้ำ

 

สายตาทั้งสองประสานกันท่ามกลางฟ้ายามราตรี ต่างฝ่ายต่างยิ้มหมายมาดมุ่งร้าย ไม่คิดปิดบังเจตนาฆ่าฟันที่ต่างมีต่ออีกฝ่าย

 

ขณะที่อินทรีน้ำเงินค่อยๆ บินลับไป เซียวเอี๋ยนถอนสายตาประหัตประหารและหันศีรษะไปมองหมอนางฟ้า เขาถาม “เจ้าวางแผนจะไปที่ไหน?”

 

ขณะที่ใช้ปลายนิ้วสางเกลียวผมที่ปกลงมาบนหน้าผาก สายลมที่ปะทะเข้ากับพวกเขาโดยตรงเป็นเหตุให้เสื้อผ้าของหมอนางฟ้าแนบเข้ากับโครงร่างของนาง เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งอันงดงามที่ถูกซ่อนอยู่แต่เดิม

 

“ข้าจะกลับไปที่กลุ่มเก็บสมุนไพร” หมอนางฟ้ากล่าวสบายใจ

 

“เจ้ายังจะกลับไปอีกหรือ? เจ้ามู่ลี่นั่นก็คงจะกลับไป” ได้ยินคำพูดของนาง เซียวเอี๋ยนถามด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

 

หมอนางฟ้าหัวเราะเบาๆ “เมื่อข้ากลับไปถึงกลุ่มเก็บสมุนไพร เขาจะไม่กล้าทำอันตรายข้า” หมอนางฟ้ายิ้มน้อยๆ ขณะกล่าว ด้วยชื่อเสียงที่นางมีในเมืองชิงซัน มู่ลี่ย่อมมิกล้าวางแผนทำอันใดนางได้ เว้นแต่เขาต้องการเผชิญกับความเคืองแค้นของพวกทหารรับจ้างในเมือง

 

“ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเรากลับไปถึงเมืองชิงซัน เขาต้องไม่กล้าเคลื่อนไหว อิทธิพลของร้านพันยามิได้ย่อหย่อนไปกว่าสำนักคุ้มภัยหัวหมาป่า นอกจากนี้ ผู้นำของทหารอีกสองกลุ่มก็ติดค้างข้าอยู่”

 

“หากเป็นเช่นนั้น ก็ทำตามที่เจ้าต้องการเถิด” เขาพยักหน้าน้อยๆ เซียวเอี๋ยนรู้ดีว่าหมอนางฟ้าเป็นที่ชื่นชมเพียงใดจากสายตาของพวกทหารที่จ้องมองนาง ดังนั้นเขาจึงไม่ห่วงความปลอดภัยของนางเท่าใดนัก

 

“แล้วเจ้าล่ะ?” นางหันศีรษะ หมอนางฟ้ายิ้มแย้มขณะเอ่ยถาม

Comment

Comment:

Tweet

cool

#3 By sthepakul on 2016-04-22 04:59

ใกล้ชิด ๆ ^_^

#2 By FoxAlone (110.78.141.72) on 2015-12-25 08:55

ขอบคุณครับ เซียวเอี๋ยนช่างรอบคอบระมัดระวังยิ่งนัก ต้องเอาอย่างบ้างแล้ว

 

#1 By ตี๋ on 2015-12-24 20:35