“ซ่า...”

 

เสียงจากน้ำตกสายใหญ่ตระการตาดังก้องไปทั่วหุบเขา วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ละอองน้ำทำให้ทั่วหุบเขาลึกราวกับตัดขาดจากโลกภายนอกที่แสนจะร้อนอบอ้าวอย่างสิ้นเชิง

 

สายน้ำตกสาดซัดเป็นระลอกจนดูราวกับมังกรสีเงินตัวหนึ่ง ใต้น้ำตกนั้น เด็กหนุ่มผู้หนึ่งลำตัวเปลือยเปล่ากำลังกัดกรามกรอดขณะแบกถือไม้บรรทัดยักษ์เล่มหนักอยู่อย่างมั่นคงด้วยสองมือ เขายังคงฟาดฟันใส่สายน้ำเชี่ยวกรากเบื้องหน้าอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ไม้บรรทัดยักษ์สีดำฟันลงไป ส่งผลให้สายน้ำสาดกระจายออกไปทั่ว

 

สองขาของเซียวเอี๋ยนดุจดังรากไม้ ยึดเกาะอยู่บนเสาไม้อย่างเหนียวแน่นราวแป้งเปียก ตามผิวกายทั่วร่างเซียวเอี๋ยนปรากฏเต๋าชี่สีเหลืองอ่อนชั้นบางๆ แทบจะมองไม่เห็น ทุกครั้งที่น้ำตกสาดใส่ร่าง หมอกบางพลันพวยพุ่งขึ้นมา

 

เพื่อจะใช้ไม้บรรทัดแสนหนักฟันใส่ธารน้ำที่หลั่งไหลลงมาไม่ขาดสาย จำเป็นต้องใช้ความแข็งแรงมหาศาล ดังนั้น หลังจากที่อดทนฝึกอยู่บนเสาไม้มาได้ระยะเวลาหนึ่ง ทุกการกวัดแกว่งด้วยไม้บรรทัดยักษ์เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อทั่วแขนของเซียวเอี๋ยนปวดเมื่อยอย่างรุนแรง

 

เขากัดฟันทน ส้นเท้าของเซียวเอี๋ยนเริ่มอ่อนล้าและท้ายสุด ในระหว่างที่ฟันสายน้ำลงไปได้ครึ่งท่า เสียงระเบิดสายหนึ่งดังขึ้นขณะที่สายน้ำอันรุนแรงพลันปะทะเข้าใส่เขาที่กำลังถึงขีดจำกัดของตนจนร่วงหล่นจากเสาไม้ลงสู่แอ่งน้ำตกใหญ่เบื้องล่าง

 

“ฟู่” ศีรษะของเซียวเอี๋ยนโผล่พ้นขึ้นมาเหนือผิวน้ำในแอ่งขณะพ่นน้ำออกมาคำใหญ่ เขาสะบัดหัวไล่ความวิงเวียนก่อนจะฝืนพาร่างกายที่แทบจะชาไปทั้งร่างออกว่ายน้ำตรงไปยังริมแอ่ง เมื่อว่ายมาถึงริมฝั่ง ร่างอ่อนล้าล้มลงนอนแผ่บนหินเย็นเยียบก้อนใหญ่ ความปวดร้าวบนกล้ามเนื้อเป็นเหตุให้เขาไม่อยากจะขยับเขยื้อนกายแม้อีกเพียงน้อยนิด

 

“นี่ กินอะไรเสียหน่อย” ปลาย่างกลิ่นหอมหวนถูกยื่นออกมาและโบกไหวๆ อยู่ต่อหน้าเซียวเอี๋ยน

 

เขาลืมตาขึ้น เซียวเอี๋ยนสูดลมหายใจเอากลิ่นหอมน่ากินเข้าไปขณะที่เสียงจ๊อกๆ ดังลอดออกมาจากกระเพาะ เขาขยับตัวอย่างยากลำบาก เอนกายพิงหินใหญ่ก่อนจะรับเอาปลาย่างชิ้นนั้นมากัดกินอย่างตะกละตะกราม

 

ขณะจ้องมองภาพเซียวเอี๋ยนตะกรุมตะกรามกับอาหารในมือ เหยาเหลาหัวเราะก่อนจะหันไปมองเสาไม้สิบต้นใต้น้ำตก เขายิ้มแย้มออกความเห็น “ไม่เลวจริงๆ เพียงห้าวัน เจ้าก็สามารถยืนหยัดอยู่บนเสาท่อนที่สามได้นานถึงปานนี้”

 

ด้วยอาหารเต็มปากที่เกือบจะถูกพ่นออกมา เซียวเอี๋ยนจึงได้แต่ส่งเสียงอู้อี้

 

“เมื่อเร็วๆ นี้ พวกทหารปรากฏตัวแถวนี้มากขึ้นและบ่อยขึ้น” เหยาเหลาที่นั่งถัดเซียวเอี๋ยนไปดูเหมือนจะตั้งข้อสังเกตขึ้นมากะทันหัน

 

เซียวเอี๋ยนชะงักงันเล็กน้อย ดวงตาค่อยๆ หรี่แคบลง เขาฝืนกลืนอาหารในปาก ยิ้มเยาะและกล่าวขึ้น “ดูเหมือนเจ้าพวกสำนักคุ้มกันหัวหมาป่าจะเริ่มรู้ตัวแล้ว”

 

“ด้วยอัตราเร็วของพวกมัน ข้าเกรงว่าอีกไม่เกินเดือน พวกมันจะค้นพบหุบเขาแห่งนี้ได้ในที่สุด ดูเหมือนเราจำเป็นต้องเร่งฝีเท้าเพิ่มขึ้นอีกคราหนึ่งแล้ว” เซียวเอี๋ยนถูคางและยิ้มเยาะ

 

“เราจะเพิ่มได้อย่างไร?” คำพูดเหยาเหลาเป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนกระพริบตาอย่างไม่มั่นใจ อัตราเร็วในการฝึกยุทธ์ของเขาขณะนี้นับว่าสูงมากแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเพิ่มความเร็วยิ่งขึ้นไปอีก?

 

“มันสามารถเร็วขึ้นได้จริงๆ แต่ทว่า... เจ้าจะต้องทุกข์ทรมานมากหากต้องใช้เจ้าสิ่งนี้” เหยาเหลาตอบตรงไปตรงมา

 

“ข้ามิใช่กำลังทนทุกข์ทรมานนักหนาอยู่ตลอดชั่วระยะเวลาหลายวันมานี้หรอกหรือ?” เซียวเอี๋ยนค้านขณะกรอกสองตา มุมปากกระตุกวูบ

 

“เฮะๆ นั่นก็จริง...” เหยาเหลายังคงยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาขณะเอียงศีรษะ หยิบแหวนเก็บของของเซียวเอี๋ยนออกมาก่อนจะหยิบขวดหยกใสกว่าสิบขวดออกมาจากภายใน ขวดหยกเหล่านี้บรรจุไว้ด้วยของเหลวสีแดงชนิดหนึ่งที่ดูเหนียวข้นราวกับโลหิต

 

“นี่คืออะไร?” จ้องมองเจ้าสิ่งไม่คุ้นตาด้วยความสงสัย เซียวเอี๋ยนเอ่ยถาม 

 

“เลือดเดือด!” เหยาเหลายกขวดหยกใบหนึ่งขึ้นมาและเขย่ามันเบาๆ เขายิ้มบาง กล่าวต่อไป “ข้าปรุงสิ่งนี้ขึ้นมาด้วยวัตถุดิบปรุงยาธาตุไฟยี่สิบสามชนิดที่แตกต่างกัน กับเลือดจากสัตว์เทพระดับสองสามสายพันธุ์ หากต้องการประเมินคุณภาพ สิ่งนี้ย่อมจัดอยู่ในยาระดับสี่ชนิดหนึ่ง”

 

“ยาระดับสี่?” เซียวเอี๋ยนเลิกคิ้วสูง เป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้เห็นยาที่มีระดับสูงเช่นนี้

 

“ยานี้มีประสิทธิภาพอย่างไร?”

 

“เจ้า “เลือดเดือด” นี้ มีผลเฉพาะกับผู้ที่มีเต๋าชี่ธาตุไฟ สำหรับผู้มีเต๋าชี่ธาตุน้ำ มันจะกลายเป็นยาพิษสำหรับพวกเขาอย่างมิต้องสงสัย หากมันสัมผัสถูกร่างกาย มันจะช่วยเพิ่มศักยภาพของการดูดซับเต๋าชี่ในร่าง ขณะเดียวกัน มันยังสามารถเร่งอัตราเร็วในการฟื้นฟูพลังชี่ด้วย ด้วยกระบวนการทำซ้ำๆ เช่นนี้ ความแข็งแกร่งของเจ้าจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น” เหยาเหลายิ้ม ดวงตาปรากฏแววเจ้าเล่ห์ “อย่าเพิ่งด่วนดีใจไป ข้าบอกแล้วว่า หากเจ้าต้องการใช้มันเพื่อเพิ่มอัตราเร็วในการฝึกยุทธ์ เจ้าจะต้องยอมรับความทุกข์ทรมานอย่างใหญ่หลวง”

 

“ทรมานอย่างไร?” เห็นสีหน้าเหยาเหลา เซียวเอี๋ยนพลันรู้สึกตึงเครียดขณะถามไถ่ด้วยความระแวงระวัง

 

“ยื่นมือมาให้ข้า” รอยยิ้มฉาบฉายบนใบหน้า เหยาเหลาดึงแขนข้างหนึ่งของเซียวเอี๋ยนขึ้นมาก่อนที่จะเอียงขวดหยกเพื่อเทของเหลวสีแดงหยดใส่ลงบนแขนของเซียวเอี๋ยน

 

“ซี๊ด...” ทันทีที่ของเหลวสีแดงหยดต้องผิวของเซียวเอี๋ยน เขานิ่งงงงวยในเบื้องแรกก่อนจะสูดลมหายใจเอาอากาศเย็นเยือกเข้าปอดอย่างแรง หน้าผากปรากฏเม็ดเหงื่อเย็นเยียบเปียกชุ่ม กัดฟันกรอดขณะท่อนแขนยังคงสั่นเทา

 

ในใจเซียวเอี๋ยน ของเหลวสีแดงที่หยดบนท่อนแขนเปรียบดังลูกไฟ มันปลดปล่อยความแสบร้อนแผดเผาออกมาอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกที่ถูกเผาไหม้เช่นนี้ราวกับเขาได้ยัดท่อนแขนลงไปในเตาถ่านร้อนระอุ

 

เหยาเหลายิ้มเยาะขณะกำลังคาดเดาถึงปฏิกิริยาของเซียวเอี๋ยน เขาหยิบของบางอย่างออกมาจากแหวนเก็บของอีกชิ้นหนึ่ง จานหยกเล็กๆ ที่ทำด้วยหยกขาวถูกใช้เพื่อชะลออัตราเร็วของหยดของเหลวสีแดงที่กำลังแพร่กระจายออกไป เป็นเหตุให้บริเวณที่มันหยดใส่ค่อยๆ กระจายกว้างขึ้นอย่างช้าๆ

 

รับรู้ถึงของเหลวสีแดงที่กำลังแผ่ขยายกว้างออกไป ท่อนแขนของเซียวเอี๋ยนสั่นรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม บนท่อนแขนนั้น กระทั่งเส้นเลือดก็ราวกับจะบิดเบี้ยวจนผิดรูป ก่อเกิดเป็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง

 

ของเหลวสีแดงเกาะตัวแน่นอยู่บนผิวหนังของเซียวเอี๋ยนขณะปรากฏไอน้ำอุ่นร้อนชั้นบางๆ ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจนท่อนแขนของเซียวเอี๋ยนกลายเป็นสีแดงเรื่อยิ่งขึ้น

 

สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องอยู่นานกว่าสิบนาทีก่อนที่จะค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย

 

หลังความรู้สึกที่ถูกเผาไหม้หดหายไปจากแขนเขาอย่างสิ้นเชิง เซียวเอี๋ยนค่อยถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงด้วยความโล่งอก  เขาปาดเหงื่อเปียกชุ่มออกจากหน้าผาก จ้องมองขวดหยกใบเล็กเบื้องหน้าอีกหนหนึ่ง ทว่าคราครั้งนี้ ด้วยร่องรอยความหวาดหวั่นในดวงตา

 

“เจ้าสิ่งนี้... มันน่ากลัวเกินไปแล้ว” ด้วยความหวาดกลัวที่ยังหลงเหลืออ้อยอิ่งอยู่ในหัวใจ เซียวเอี๋ยนแตะท่อนแขนที่กลับสู่อุณหภูมิปกติ จ้องมองเหยาเหลาด้วยแววตาขมขื่น เขากล่าว “เราคงมิใช่กำลังจะใช้สิ่งนี้เพื่อการฝึกยุทธ์หรอกนะ หรือจะใช่?”

 

“ทำใจให้สงบ และสัมผัสกระแสเต๋าชี่ในแขนของเจ้า มีสิ่งใดเปลี่ยนไปหรือไม่?” แทนที่จะตอบคำถามของเซียวเอี๋ยน เหยาเหลาถามพร้อมรอยยิ้ม

 

เขายักสองไหล่ เซียวเอี๋ยนได้แต่เชื่อฟังและหลับสองตาลง ความคิดพลันเคลื่อนสู่วิถีชี่ในท่อนแขน หลังสำรวจอยู่ชั่วครู่ ด้วยความอัศจรรย์ใจ เต๋าชี่ในเส้นทางโคจรของแขนซ้ายมิเพียงเข้มข้นขึ้นกว่าเต๋าชี่ที่โคจรอยู่ในส่วนอื่น ทั้งยังมีพลังงานที่แข็งแกร่งขึ้นด้วย

 

ด้วยความอัศจรรย์ใจ เซียวเอี๋ยนค่อยๆ ลืมตาขึ้นและมองเหยาเหลาที่ยังคงยิ้มแย้มอยู่ด้านข้าง เขาจมอยู่ในความเงียบอีกครู่หนึ่งก่อนที่จะกัดฟันพูดขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว “ไม่เอาน่า มาสู้กับมันสักตั้งหนึ่ง!”

 

เห็นท่าทางมุ่งมั่นของเซียวเอี๋ยน รอยยิ้มบนใบหน้าของเหยาเหลาก็พลันกว้างขึ้นยิ่งกว่าเก่า เขาเคยเห็นเมื่อนานมาแล้วว่าเจ้าเด็กเหลือขอผู้นี้มิอาจทนความยั่วยวนใจของอัตราการฝึกฝนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่เจ้า “เลือดเดือด” นี้ทำให้เกิดขึ้นได้

 

“นอนคว่ำลง นับจากนี้ไป เราจะพ่นมันไปทั่วร่างของเจ้าวันละครั้ง นี่จะช่วยให้อัตราการฝึกยุทธ์ของเจ้าก้าวหน้าเพิ่มขึ้นกว่าสามสิบหรือสี่สิบส่วนเลยทีเดียว” เหยาเหลายิ้มขณะสะบัดมือ

 

เซียวเอี๋ยนอ้าปากและกัดเสื้อก่อนที่จะฉวยยึดเศษหินก้อนหนึ่งไว้แน่นด้วยสองมือ ด้วยเสียงพูดอู้อี้ เขาพูดขึ้น “เข้ามาเลย!”

 

เห็นเซียวเอี๋ยนทำท่าทางราวกับกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูร้ายกาจ เหยาเหลาได้แต่ส่ายศีรษะอ่อนใจ ขวดหยกถูกเอียงลงขณะของเหลวสีแดงพลันหยดออกมา...

 

“อา...” เสียงคร่ำครวญและทุกข์ลำเค็ญพลันโหยหวนขึ้นอีกคราหนึ่ง มันดังไปทั่วหุบเขา

 

ขณะที่เซียวเอี๋ยนกำลังบีบคั้นกับทุกเสี้ยวเวลาแห่งการฝึกฝน จำนวนกำลังทหารของสำนักคุ้มกันภัยหัวหมาป่าก็ยิ่งหนาแน่นและหนาแน่นขึ้น พวกมันสูญเสียเพื่อนร่วมงานไปกว่าสิบคน ในที่สุดก็เริ่มเข้าใกล้บริเวณหุบเขาที่เซียวเอี๋ยนอาศัยอยู่

 

หนึ่งเดือนผ่านไป ในวันหนึ่ง ขณะเซียวเอี๋ยนสามารถยืนหยัดอยู่บนเสาไม้ท่อนที่แปดได้เป็นเวลานาน ในที่สุด สมาชิกผู้หนึ่งในคณะของสำนักคุ้มกันภัยหัวหมาป่าก็บังเอิญได้มาพบเข้ากับหุบเขาอันเงียบสงบแห่งนี้

 

ขณะที่ยืนอยู่ตรงบริเวณทางเข้าหุบเขา เจ้าทหารหัวหมาป่าผู้นี้จ้องมองเงาร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังฝึกยุทธ์อยู่ใต้ม่านน้ำตกด้วยดวงตาเซ่อซ่า เพียงชั่วครู่เดียว ขณะสายลมเย็นพัดโชยเบาๆ เขาจึงได้สติและครั้งนี้ ความปีติยินดีพลันพวยพุ่งขึ้นในหัวใจ ปราศจากคำพูดใดๆ เขารีบดึงพลุสัญญาณออกมาอกเสื้อ ทว่าชั่วพริบตาที่เขาตั้งใจจะปล่อยสัญญาณ ลมรุนแรงสายหนึ่งพลันพุ่งเข้าปะทะที่เบื้องหน้า

 

ความรุนแรงจากการโจมตีนี้ส่งผลให้ทหารที่แข็งแกร่งระดับเต๋าเจ่อหกดาวผู้หนึ่งสั่นระริกในหัวใจ ฝ่าเท้าพลันกระแทกลงบนพื้นดินขณะร่างกายหมุนตัวเพื่อหลบหนี

 

“ตูม!” เงาร่างสีดำสายหนึ่งพุ่งผ่านอากาศและกระโจนลงบนพื้นอย่างหนักหน่วง ทันใดนั้น ฝุ่นผงฟุ้งกระจายบินว่อน ไม้บรรทัดโลหะสีดำแท่งใหญ่ถูกปักลงบนพื้น

 

เมื่อเห็นไม้บรรทัดยักษ์สีดำหน้าตาประหลาด ลูกตาของเจ้าทหารผู้นี้พลันหรี่ลง อาวุธพิเศษชิ้นนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเด็กหนุ่มที่พวกเขาออกค้นหาไปเรียบร้อยแล้ว

 

ชั่วขณะที่ฝุ่นผงปลิวฟุ้งอยู่ในอากาศ ปิดบังวิสัยมุมมองไว้เส้นหนึ่ง เจ้าทหารที่เปี่ยมประสบการณ์และผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนหาได้แสดงท่าทางผิดหวังไม่ เงาร่างของมันยังคงล่าถอยอย่างรวดเร็ว ขณะสายตาแหลมคมกวาดมองไปด้านหลังและสำรวจทั่วอาณาบริเวณ

 

ชั่วขณะที่เจ้าทหารผู้นี้เกือบจะเหยียบย่างเข้าสู่หุบเขา สัมผัสว่องไวราวแมงมุมของเขาพลันรู้สึกราวกับโดนหนามแหลมทิ่มตำขณะรีบทรุดตัวลงกับพื้น

 

“เปรี้ยง!” เสี้ยวเวลาที่ทิ้งร่างลงสู่พื้น พลังงานชี่รุนแรงสายหนึ่งเร่งรุดแหวกพุ่งผ่านอากาศเหนือหัวไปก่อนที่จะปะทะเข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่ด้านหนึ่ง ทันใดนี้ ลำต้นไม้ใหญ่ปริแตกออกตามด้วยเสียงหักโค่น ไม้ต้นนั้นพลันแตกออกกลางลำ

 

จ้องมองต้นไม้ที่ถูกทำลายลง ทหารที่ก้มตัวอยู่บนพื้นสูดลมหายใจเย็นเยือกเข้าไป สามารถสร้างพลังทำลายรุนแรงได้ปานนี้ เราต้องใช้ความแข็งแกร่งเท่าใดกันหนอ?

 

ความตกตะลึงฉายวาบผ่านหัวใจ ทหารผู้นั้นพลันกดฝ่ามือลงแนบพื้น ร่างกายพลันดูราวกิ้งก่าตัวหนึ่ง เขาฟาดฝ่ามือลงพื้นด้วยท่าทางประหลาด ร่างกายก็พลันพุ่งพรวดตรงเข้าใส่พุ่มไม้หนาทึบ

 

ทหารที่กำลังเผ่นหนีพึงพอใจกับความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของตน นี่คือเคล็ดวิชาเต๋าระดับหวงขั้นสูง ท่าคลานของกิ้งก่า ซึ่งช่วยให้เขารอดพ้นจากคมเขี้ยวแห่งความตายมานับครั้งไม่ถ้วน จากสิ่งที่เขาได้รู้ ในบรรดาผู้คนระดับเต๋าเจ่อ มีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถหยุดยั้งเขาจากการหลบหนีในป่าเขาได้

 

ชั่วขณะที่ทหารผู้นั้นครุ่นคิดถึงการกลับไปรายงานข่าวและรับเงินรางวัลก้อนโต จากนั้นจึงค่อยไปโรงเหล้าเพื่อแก้แค้นแม่นางผู้มีสัดส่วนเย้ายวนใจที่เคยสบประมาทเขาไว้ บนทางเดินที่เบื้องหน้า ฝ่าเท้าคู่หนึ่งปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน

 

ร่างที่กำลังพุ่งไปอย่างเร่งด่วนพลันหยุดชะงักลงกะทันหันเมื่อทหารผู้นั้นเงยหน้าขึ้น รู้สึกตื่นตระหนกยิ่งเมื่อพบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยืนยิ้มอยู่

 

“เจ้าช่างวิ่งเร็วนัก...” เด็กหนุ่มส่งยิ้มบางแก่ทหารผู้นั้น ในดวงตาดำขลับปรากฏแววพิฆาตจนทำให้ทหารผู้นั้นตัวสั่นเทาอย่างมิอาจควบคุมไว้ได้

 

จ้องมองทหารที่กำลังเสียสติ มุมปากเซียวเอี๋ยนขยับขึ้นขณะที่ไม้บรรทัดยักษ์สีดำในมือฟาดลงมาอย่างแรง ทันใดนั้น เสียงอันน่าขนพองสยองเกล้าดังก้องไปทั่วภูเขาแลผืนป่า

 

เซียวเอี๋ยนเช็ดเลือดออกจากไม้บรรทัดเล่มหนักหน้าตาประหลาดด้วยท่าทางเฉยเมย ชำเลืองมองซากศพที่ปลายเท้า ลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ ขณะใบหน้าปรากฏแววกระหายเลือด เขาพึมพำกับตนเองเบาๆ “ต้องการจะฆ่าข้าหรือ? .. ดี... นับจากวันนี้เป็นต้นไป สมาชิกทุกคนของสำนักคุ้มกันภัยหัวหมาป่าที่กล้าเหยียบย่างเข้าสู่เทือกเขาสัตว์เทพจะต้องถูกเก็บกวาดให้สิ้นซาก... ในเมื่อเจ้าอยากจะเล่น เช่นนั้นเราก็ควรจะเพิ่มเงินเดิมพันกันเสียหน่อย”

 

"การแก้แค้นของข้าเริ่มต้นขึ้นแล้ว"

Comment

Comment:

Tweet

cool

#8 By sthepakul on 2016-04-22 04:59

สนุกมาก....ครับ

[url=http://toiletservice.simdif.com]ขอฝากบริการจากทางเราด้วยครับ[/url]

#7 By toiletservice on 2016-04-12 01:34

cool

#6 By sthepakul on 2016-04-05 03:22

@Akihito Kanbara 5555+ น่าร๊อกอ๊ะ........... kiss

คงไม่หายหรอกฮัฟ แต่ช่วงนี้อาจมีแว๊บบ้าง เพราะงานราษฎร์งานหลวง ปั่นแทบไม่ทันฮัฟ

#5 By เฒ่าทารก on 2016-01-12 16:11

A: น่ากลัวจริงๆ!
B: พลังของเสี่ยวเอื้ยนรึ
A: ปล่าว กลัวคนแปลหายไปจริงๆ 

#4 By Akihito Kanbara (27.55.219.229) on 2016-01-11 19:37

ซ่อมนานแท้ สงสัยจะต่อเติมบ้าน

#3 By ตี๋ on 2016-01-11 12:33

cry งานซ่อมบ้านคับ

#2 By เฒ่าทารก on 2016-01-10 21:21

ขอบคุณครับ และสุขสันต์วันเด็กครับเฒ่าทารก วันนี้หายไปทั้งวันคงไปฉลองวันเด็กแน่ๆ เลย 555 tongue-out

#1 By ตี๋ on 2016-01-09 23:55