“ซ่า...”

 

เสียงจากน้ำตกสายใหญ่ตระการตาดังก้องไปทั่วหุบเขา  วันแล้ววันเล่า  ปีแล้วปีเล่า  ละอองน้ำทำให้ทั่วหุบเขาลึกราวกับตัดขาดจากโลกภายนอกที่แสนจะร้อนอบอ้าวอย่างสิ้นเชิง

 

สายน้ำตกสาดซัดเป็นระลอกจนดูราวกับมังกรสีเงินตัวหนึ่ง  ใต้น้ำตกนั้น  เด็กหนุ่มผู้หนึ่งลำตัวเปลือยเปล่ากำลังกัดกรามกรอดขณะแบกถือไม้บรรทัดยักษ์เล่มหนักอยู่อย่างมั่นคงด้วยสองมือ  เขายังคงฟาดฟันใส่สายน้ำเชี่ยวกรากเบื้องหน้าอย่างต่อเนื่อง  ทุกครั้งที่ไม้บรรทัดยักษ์สีดำฟันลงไป  ส่งผลให้สายน้ำสาดกระจายออกไปทั่ว

 

สองขาของเซียวเอี๋ยนดุจดังรากไม้  ยึดเกาะอยู่บนเสาไม้อย่างเหนียวแน่นราวแป้งเปียก  ตามผิวกายทั่วร่างเซียวเอี๋ยนปรากฏเต๋าชี่สีเหลืองอ่อนชั้นบางๆ แทบจะมองไม่เห็น  ทุกครั้งที่น้ำตกสาดใส่ร่าง  หมอกบางพลันพวยพุ่งขึ้นมา

 

เพื่อจะใช้ไม้บรรทัดแสนหนักฟันใส่ธารน้ำที่หลั่งไหลลงมาไม่ขาดสายเช่นนี้  จำเป็นต้องใช้เรี่ยวแรงมหาศาล  ดังนั้น  หลังจากที่อดทนฝึกอยู่บนเสาไม้มาได้ระยะเวลาหนึ่ง  ทุกการกวัดแกว่งด้วยไม้บรรทัดยักษ์เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อทั่วแขนของเซียวเอี๋ยนปวดเมื่อยอย่างรุนแรง

 

เขากัดฟันทน  ส้นเท้าของเซียวเอี๋ยนเริ่มอ่อนล้าและท้ายสุด,  ในระหว่างที่ฟันสายน้ำลงไปได้ครึ่งท่า  เสียงระเบิดสายหนึ่งดังขึ้นขณะที่สายน้ำอันรุนแรงพลันปะทะเข้าใส่เขาผู้ซึ่งกำลังถึงขีดจำกัดของตนจนร่วงหล่นจากเสาไม้ลงสู่แอ่งน้ำตกใหญ่เบื้องล่าง

 

“ฟู่”  ศีรษะของเซียวเอี๋ยนโผล่พ้นขึ้นมาเหนือผิวน้ำในแอ่งขณะพ่นน้ำออกมาคำใหญ่  เขาสะบัดหัวขับไล่ความวิงเวียนก่อนจะฝืนพาร่างกายที่แทบจะชาไปทั้งร่างออกว่ายน้ำตรงไปยังริมแอ่ง  เมื่อว่ายมาถึงริมฝั่ง  ร่างอ่อนล้าล้มลงนอนแผ่บนหินเย็นเยือกก้อนใหญ่  ความปวดร้าวบนกล้ามเนื้อเป็นเหตุให้เขาไม่อยากจะขยับเขยื้อนกายแม้อีกเพียงน้อยนิด

 

“นี่  กินอะไรเสียหน่อย”  ปลาย่างกลิ่นหอมหวนถูกยื่นออกมาและโบกไหวๆ อยู่ต่อหน้าเซียวเอี๋ยน

 

เขาลืมตาขึ้น  เซียวเอี๋ยนสูดลมหายใจเอากลิ่นหอมน่ากินเข้าไปขณะที่เสียงจ๊อกๆ ดังลอดออกมาจากกระเพาะ  เขาขยับตัวอย่างยากลำบาก  เอนกายพิงหินใหญ่ก่อนจะรับเอาปลาย่างชิ้นนั้นมากัดกินอย่างตะกละตะกราม

 

ขณะจ้องมองภาพเซียวเอี๋ยนตะกรุมตะกรามกับอาหารในมือ  เหยาเหลาหัวเราะก่อนจะหันไปมองเสาไม้สิบต้นใต้น้ำตก  เขายิ้มแย้มออกความเห็น  “ไม่เลวจริงๆ  เพียงห้าวัน  เจ้าก็สามารถยืนหยัดอยู่บนเสาท่อนที่สามได้นานถึงปานนี้”

 

ด้วยอาหารเต็มปากที่เกือบจะถูกพ่นออกมา  เซียวเอี๋ยนจึงได้แต่ส่งเสียงอู้อี้

 

“เมื่อเร็วๆ นี้  พวกทหารปรากฏตัวแถวนี้มากขึ้นและบ่อยขึ้น”  เหยาเหลาที่นั่งถัดเซียวเอี๋ยนไปดูเหมือนจะตั้งข้อสังเกตขึ้นมากะทันหัน

 

เซียวเอี๋ยนชะงักงันเล็กน้อย  ดวงตาค่อยๆ หรี่แคบลง  เขาฝืนกลืนอาหารในปาก  ยิ้มเยาะและกล่าวขึ้น  “ดูเหมือนเจ้าพวกสำนักคุ้มกันหัวหมาป่าจะเริ่มรู้ตัวแล้ว”

 

“ด้วยอัตราเร็วของพวกมัน  ข้าเกรงว่าอีกไม่เกินเดือน  พวกมันจะค้นพบหุบเขาแห่งนี้ได้ในที่สุด  ดูเหมือนเราจำเป็นต้องเร่งฝีเท้าเพิ่มขึ้นอีกคราหนึ่งแล้ว”  เซียวเอี๋ยนถูคางและยิ้มเยาะ

 

“เราจะเพิ่มได้อย่างไร?”  คำพูดเหยาเหลาเป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนกระพริบตาอย่างไม่มั่นใจ  อัตราเร็วในการฝึกยุทธ์ของเขาขณะนี้นับว่าสูงมากแล้ว  เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเพิ่มความเร็วยิ่งขึ้นไปอีก?

 

“มันสามารถเร็วขึ้นได้จริงๆ  แต่ทว่า...  เจ้าจะต้องทุกข์ทรมานมากหากต้องใช้เจ้าสิ่งนี้”  เหยาเหลาตอบตรงไปตรงมา

 

“ข้ามิใช่กำลังทนทุกข์ทรมานนักหนาอยู่ตลอดชั่วระยะเวลาหลายวันมานี้หรอกหรือ?”  เซียวเอี๋ยนค้านขณะกลอกสองตา  มุมปากกระตุกวูบ

 

“เฮะๆ  นั่นก็จริง...”  เหยาเหลายังคงยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาขณะเอียงศีรษะ  หยิบแหวนเก็บของของเซียวเอี๋ยนออกมาก่อนจะหยิบขวดหยกใสกว่าสิบขวดออกมาจากภายใน  ขวดหยกเหล่านี้บรรจุไว้ด้วยของเหลวสีแดงชนิดหนึ่งซึ่งดูเหนียวข้นราวกับโลหิต

 

“นี่คืออะไร?”  จ้องมองเจ้าสิ่งไม่คุ้นตาด้วยความสงสัย  เซียวเอี๋ยนเอ่ยถาม 

 

“เลือดเดือด!”  เหยาเหลายกขวดหยกใบหนึ่งขึ้นมาและเขย่ามันเบาๆ  เขายิ้มบาง  กล่าวต่อไป  “ข้าปรุงสิ่งนี้ขึ้นมาด้วยวัตถุดิบปรุงยาธาตุไฟยี่สิบสามชนิดที่แตกต่างกัน  กับเลือดจากสัตว์เทพระดับสองสามสายพันธุ์  หากคิดจะประเมินคุณภาพ  สิ่งนี้ย่อมจัดอยู่ในยาระดับสี่ชนิดหนึ่ง”

 

“ยาระดับสี่?”  เซียวเอี๋ยนเลิกคิ้วสูง  เป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้เห็นยาที่มีระดับสูงเช่นนี้

 

“ยานี้มีประสิทธิภาพอย่างไร?”

 

“เจ้า ‘เลือดเดือด’ นี้มีผลเฉพาะกับผู้ที่มีเต๋าชี่ธาตุไฟ  สำหรับผู้มีเต๋าชี่ธาตุน้ำ  มันจะกลายเป็นยาพิษสำหรับพวกเขาอย่างมิต้องสงสัย  หากมันสัมผัสถูกร่างกาย  มันจะช่วยเพิ่มศักยภาพของการดูดซับเต๋าชี่ในร่าง  ขณะเดียวกัน  มันยังสามารถเร่งอัตราเร็วในการฟื้นฟูพลังชี่ด้วย  ด้วยกระบวนการทำซ้ำๆ เช่นนี้  ความแข็งแกร่งของเจ้าจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น”  เหยาเหลายิ้ม  ดวงตาปรากฏแววเจ้าเล่ห์  “อย่าเพิ่งด่วนดีใจไป  ข้าบอกแล้วว่าหากเจ้าต้องการใช้มันเพื่อเพิ่มอัตราเร็วในการฝึกยุทธ์  เจ้าจะต้องยอมรับความทุกข์ทรมานอย่างใหญ่หลวง”

 

“ทรมานอย่างไร?”  เห็นสีหน้าเหยาเหลา  เซียวเอี๋ยนพลันรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาขณะถามไถ่ด้วยความระแวงระวัง

 

“ยื่นมือมาให้ข้า”  รอยยิ้มฉาบฉายบนใบหน้า  เหยาเหลาดึงแขนข้างหนึ่งของเซียวเอี๋ยนขึ้นมาก่อนที่จะเอียงขวดหยกเพื่อเทของเหลวสีแดงหยดใส่ลงบนแขนของเซียวเอี๋ยน

 

“ซี๊ด...”  ทันทีที่ของเหลวสีแดงหยดต้องผิวของเซียวเอี๋ยน  เขานิ่งงงงวยในเบื้องแรกก่อนจะสูดลมหายใจเอาอากาศเย็นเยือกเข้าปอดอย่างแรง  หน้าผากปรากฏเม็ดเหงื่อเย็นเยือกเกาะจนเปียกชุ่ม  กัดฟันกรอดขณะท่อนแขนยังคงสั่นเทา

 

ในใจเซียวเอี๋ยน  ของเหลวสีแดงที่หยดลงบนท่อนแขนนี้เปรียบดังลูกไฟ  มันปลดปล่อยความแสบร้อนแผดเผาออกมาอย่างต่อเนื่อง  ความรู้สึกที่ถูกเผาไหม้เช่นนี้ราวกับเขาได้ยัดท่อนแขนลงไปในเตาถ่านร้อนระอุ

 

เหยาเหลายิ้มเยาะขณะกำลังคาดเดาถึงปฏิกิริยาของเซียวเอี๋ยน  เขาหยิบของบางอย่างออกมาจากแหวนเก็บของอีกชิ้นหนึ่ง  จานหยกเล็กๆ ที่ทำด้วยหยกขาวถูกใช้เพื่อชะลออัตราเร็วของหยดของเหลวสีแดงที่กำลังแพร่กระจายออกไป  เป็นเหตุให้บริเวณที่มันหยดใส่ค่อยๆ กระจายวงกว้างขึ้นอย่างช้าๆ

 

รับรู้ถึงของเหลวสีแดงที่กำลังแผ่ขยายวงกว้างออกไป  ท่อนแขนของเซียวเอี๋ยนสั่นรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม  บนท่อนแขนนั้น,  กระทั่งเส้นเลือดก็ราวกับจะบิดเบี้ยวจนผิดรูป  ก่อเกิดเป็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง

 

ของเหลวสีแดงเกาะตัวแน่นอยู่บนผิวหนังของเซียวเอี๋ยนขณะปรากฏไอน้ำอุ่นร้อนชั้นบางๆ ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจนท่อนแขนของเซียวเอี๋ยนกลายเป็นสีแดงเรื่อยิ่งขึ้น

 

สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องอยู่นานกว่าสิบนาทีก่อนที่จะค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย

 

หลังความรู้สึกที่ถูกเผาไหม้หดหายไปจากแขนของเขาอย่างสิ้นเชิงแล้ว  เซียวเอี๋ยนค่อยถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงด้วยความโล่งอก  เขาปาดเหงื่อเปียกชุ่มออกจากหน้าผาก  จ้องมองขวดหยกใบเล็กเบื้องหน้าอีกหนหนึ่ง  ทว่าคราครั้งนี้,  ด้วยร่องรอยความหวาดหวั่นในดวงตา

 

“เจ้าสิ่งนี้... มันน่ากลัวเกินไปแล้ว”  ด้วยความหวาดกลัวที่ยังหลงเหลืออ้อยอิ่งอยู่ในหัวใจ  เซียวเอี๋ยนแตะท่อนแขนที่กลับสู่อุณหภูมิปกติ  จ้องมองเหยาเหลาด้วยแววตาขมขื่น  เขากล่า ว “เราคงมิใช่กำลังจะใช้สิ่งนี้เพื่อการฝึกยุทธ์หรอกนะ  หรือจะใช่?”

 

“ทำใจให้สงบ  และสัมผัสกระแสเต๋าชี่ในแขนของเจ้า  มีสิ่งใดเปลี่ยนไปหรือไม่?”  แทนที่จะตอบคำถามของเซียวเอี๋ยน  เหยาเหลาถามพร้อมรอยยิ้ม

 

เขายักสองไหล่  เซียวเอี๋ยนได้แต่เชื่อฟังและหลับสองตาลง  ความคิดพลันเคลื่อนเข้าสู่วิถีชี่ในท่อนแขน  หลังสำรวจอยู่ชั่วครู่,  ด้วยความอัศจรรย์ใจ,  เต๋าชี่ในเส้นทางโคจรของแขนซ้ายมิเพียงเข้มข้นขึ้นกว่าเต๋าชี่ที่โคจรอยู่ในส่วนอื่น  ทั้งยังมีพลังงานที่แข็งแกร่งขึ้นด้วย

 

ด้วยความอัศจรรย์ใจ  เซียวเอี๋ยนค่อยๆ ลืมตาขึ้นและมองเหยาเหลาที่ยังคงยิ้มแย้มอยู่ด้านข้าง  เขาจมอยู่ในความเงียบอีกครู่หนึ่งก่อนที่จะกัดฟันพูดขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว  “ไม่เอาน่า  มาสู้กับมันสักตั้งหนึ่ง!”

 

เห็นท่าทางมุ่งมั่นของเซียวเอี๋ยน  รอยยิ้มบนใบหน้าของเหยาเหลาก็พลันกว้างขึ้นยิ่งกว่าเก่า  เขาเคยเห็นเมื่อนานมาแล้วว่าเจ้าเด็กเหลือขอผู้นี้มิอาจทนความเย้ายวนใจของอัตราการฝึกฝนที่เพิ่มสูงขึ้น,  อย่างเช่นที่เจ้า  “เลือดเดือด”  นี้ทำให้เกิดขึ้นได้

 

“นอนคว่ำลง  นับจากนี้ไป  เราจะพ่นมันลงไปทั่วร่างของเจ้าวันละครั้ง  นี่จะช่วยให้อัตราการฝึกยุทธ์ของเจ้าก้าวหน้าเพิ่มขึ้นกว่าสามสิบหรือสี่สิบส่วนเลยทีเดียว”  เหยาเหลายิ้มขณะสะบัดมือ

 

เซียวเอี๋ยนอ้าปากและกัดเสื้อก่อนที่จะฉวยคว้าเศษหินก้อนหนึ่งไว้แน่นด้วยสองมือ ด้วยเสียงพูดอู้อี้  เขาพูดขึ้น  “เข้ามาเลย!”

 

เห็นเซียวเอี๋ยนทำท่าทางราวกับกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูร้ายกาจ  เหยาเหลาได้แต่ส่ายศีรษะอ่อนใจ  ขวดหยกถูกเอียงลงขณะของเหลวสีแดงพลันหยดออกมา...

 

“อา...” เสียงคร่ำครวญและทุกข์ลำเค็ญพลันโหยหวนขึ้นอีกคราหนึ่ง มันดังไปทั่วหุบเขา

 

ขณะที่เซียวเอี๋ยนกำลังบีบคั้นกับทุกเสี้ยวเวลาแห่งการฝึกฝน  จำนวนกำลังทหารของสำนักคุ้มกันภัยหัวหมาป่าก็ยิ่งหนาแน่นและหนาแน่นขึ้น  พวกมันสูญเสียเพื่อนร่วมงานไปกว่าสิบคน  ในที่สุดก็เริ่มเข้าใกล้บริเวณหุบเขาที่เซียวเอี๋ยนอาศัยอยู่

 

หนึ่งเดือนผ่านไป  ในวันหนึ่ง  ขณะเซียวเอี๋ยนสามารถยืนหยัดอยู่บนเสาไม้ท่อนที่แปดได้เป็นเวลานาน  ในที่สุด  สมาชิกผู้หนึ่งในคณะของสำนักคุ้มกันภัยหัวหมาป่าก็บังเอิญได้มาพบเข้ากับหุบเขาอันเงียบสงบแห่งนี้

 

ขณะที่ยืนอยู่ตรงบริเวณทางเข้าหุบเขา  เจ้าทหารหัวหมาป่าผู้นี้จ้องมองเงาร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังฝึกยุทธ์อยู่ใต้ม่านน้ำตกด้วยดวงตาเซ่อซ่า  เพียงชั่วครู่เดียว  ขณะสายลมเย็นพัดโชยเบาๆ  เขาจึงได้สติและครั้งนี้,  ความปีติยินดีพลันพวยพุ่งขึ้นในหัวใจ  ปราศจากคำพูดใดๆ  เขารีบดึงพลุสัญญาณออกมาอกเสื้อ  ทว่าชั่วพริบตาที่เขาตั้งใจจะปล่อยสัญญาณออกไป  ลมรุนแรงสายหนึ่งพลันพุ่งเข้าปะทะหน้า

 

ความรุนแรงจากการโจมตีนี้ส่งผลให้ทหารที่แข็งแกร่งระดับเต๋าเจ่อหกดาวผู้หนึ่งสะท้านในหัวใจ  ฝ่าเท้าพลันกระแทกลงบนพื้นดินขณะร่างกายหมุนตัวเพื่อหลบหนี

 

“ตูม!”  เงาร่างสีดำสายหนึ่งพุ่งผ่านอากาศและกระโจนลงบนพื้นอย่างหนักหน่วง  ทันใดนั้น  ฝุ่นผงฟุ้งกระจายปลิวว่อน  ไม้บรรทัดโลหะสีดำแท่งใหญ่ถูกปักลงบนพื้น

 

เมื่อเห็นไม้บรรทัดยักษ์สีดำหน้าตาประหลาด  ลูกตาของเจ้าทหารผู้นี้พลันหรี่ลง  อาวุธพิเศษชิ้นนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเด็กหนุ่มที่พวกเขาออกค้นหาไปเรียบร้อยแล้ว

 

ชั่วขณะที่ฝุ่นผงปลิวฟุ้งอยู่ในอากาศ  ปิดบังวิสัยมุมมองไว้เส้นหนึ่ง  เจ้าทหารที่เปี่ยมประสบการณ์และผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนหาได้แสดงท่าทางผิดหวังไม่  เงาร่างของมันยังคงล่าถอยอย่างรวดเร็ว  ขณะสายตาแหลมคมกวาดมองไปด้านหลังและสำรวจทั่วอาณาบริเวณ

 

ชั่วขณะที่เจ้าทหารผู้นี้เกือบจะเหยียบย่างเข้าสู่หุบเขา  สัมผัสว่องไวราวแมงมุมของเขาพลันรู้สึกราวกับโดนหนามแหลมทิ่มตำขณะรีบทรุดตัวลงกับพื้น

 

“เปรี้ยง!”  เสี้ยวเวลาที่ทิ้งร่างลงสู่พื้น  พลังงานชี่รุนแรงสายหนึ่งเร่งรุดแหวกพุ่งผ่านอากาศเหนือหัวไปก่อนที่จะปะทะเข้ากับต้นไม้ใหญ่อีกด้านหนึ่ง  ทันใดนี้  ลำต้นไม้ใหญ่ปริแตกออกตามด้วยเสียงหักโค่น  ไม้ต้นนั้นพลันแตกออกกลางลำ

 

จ้องมองต้นไม้ที่ถูกทำลายลง  ทหารที่ก้มตัวอยู่บนพื้นสูดลมหายใจเย็นเยือกเข้าไป  สามารถสร้างพลังทำลายรุนแรงได้ปานนี้  ต้องใช้ความแข็งแกร่งเท่าใดกันหนอ?

 

ความตกตะลึงฉายวาบผ่านหัวใจ  ทหารผู้นั้นพลันกดฝ่ามือลงแนบพื้น  ร่างกายพลันดูราวกิ้งก่าตัวหนึ่ง  เขาฟาดฝ่ามือลงพื้นด้วยท่าทางประหลาด  ร่างกายก็พลันพุ่งพรวดตรงเข้าใส่พุ่มไม้หนาทึบ

 

ทหารที่กำลังเผ่นหนีพึงพอใจกับความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของตนนัก  นี่คือเคล็ดวิชาเต๋าระดับหวงขั้นสูง,  ท่าคลานของกิ้งก่า,  ซึ่งช่วยให้เขารอดพ้นจากคมเขี้ยวแห่งความตายมานับครั้งไม่ถ้วน  จากสิ่งที่เขาได้รู้  ในบรรดาผู้คนระดับเต๋าเจ่อ  มีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถหยุดยั้งเขาจากการหลบหนีในป่าเขาได้

 

ชั่วขณะที่ทหารผู้นั้นครุ่นคิดถึงการกลับไปรายงานข่าวและรับเงินรางวัลก้อนโต  จากนั้นจึงค่อยไปโรงเหล้าเพื่อแก้แค้นแม่นางผู้มีสัดส่วนเย้ายวนใจที่เคยสบประมาทเขาไว้  บนทางเดินเบื้องหน้า  ฝ่าเท้าคู่หนึ่งปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน

 

ร่างที่กำลังพุ่งไปอย่างเร่งด่วนพลันหยุดชะงักลงกะทันหันเมื่อทหารผู้นั้นเงยหน้าขึ้น  รู้สึกตื่นตระหนกยิ่งเมื่อพบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยืนยิ้มอยู่

 

“เจ้าช่างวิ่งเร็วนัก...”  เด็กหนุ่มส่งยิ้มบางแก่ทหารผู้นั้น  ในดวงตาดำขลับปรากฏแววพิฆาตจนทำให้ทหารผู้นั้นตัวสั่นเทาอย่างมิอาจควบคุมไว้ได้

 

จ้องมองทหารที่กำลังเสียสติ  มุมปากเซียวเอี๋ยนขยับขึ้นขณะที่ไม้บรรทัดยักษ์สีดำในมือฟาดลงไปอย่างแรง  ทันใดนั้น  เสียงอันน่าขนพองสยองเกล้าดังก้องไปทั่วภูเขาแลผืนป่า

 

เซียวเอี๋ยนเช็ดเลือดออกจากไม้บรรทัดเล่มหนักหน้าตาประหลาดด้วยท่าทางเฉยเมย  ชำเลืองมองซากศพที่ปลายเท้า  ปลายลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ ขณะใบหน้าปรากฏแววกระหายเลือด  เขาพึมพำกับตนเองเบาๆ  “ต้องการจะฆ่าข้าหรือ?  ..  ดี...  นับจากวันนี้เป็นต้นไป  สมาชิกทุกคนของสำนักคุ้มกันภัยหัวหมาป่าที่กล้าเหยียบย่างเข้าสู่เทือกเขาสัตว์เทพจะต้องถูกเก็บกวาดให้สิ้นซาก...  ในเมื่อเจ้าอยากจะเล่น  เช่นนั้นเราก็ควรจะเพิ่มเงินเดิมพันกันเสียหน่อย”

 

"การแก้แค้นของข้าเริ่มต้นขึ้นแล้ว"

Comment

Comment:

Tweet

@GotenGroup เขียน เอ๊ย.. แปลอยู่งับ ตรวจดูตอนล่าสุดได้จากเมนูขวามือเลยนะงับ

ล่าสุดตอนที่ ๔๔๐ 

http://beremember.exteen.com/20170511/the-switch-between-the-hunter-and-the-hunted

ปล. กำลังปั่นตอนที่ ๔๔๑ อยู่งับ อยากให้คลอดคืนเน้...........kiss

#12 By เฒ่าทารก on 2017-05-12 21:28

 ยังเขียนอยู่เปล่าครับ สนุกดีครับ

#11 By GotenGroup on 2017-05-12 21:19

cool

#8 By sthepakul on 2016-04-22 04:59

สนุกมาก....ครับ

[url=http://toiletservice.simdif.com]ขอฝากบริการจากทางเราด้วยครับ[/url]

#7 By toiletservice on 2016-04-12 01:34

cool

#6 By sthepakul on 2016-04-05 03:22

@Akihito Kanbara 5555+ น่าร๊อกอ๊ะ........... kiss

คงไม่หายหรอกฮัฟ แต่ช่วงนี้อาจมีแว๊บบ้าง เพราะงานราษฎร์งานหลวง ปั่นแทบไม่ทันฮัฟ

#5 By เฒ่าทารก on 2016-01-12 16:11

A: น่ากลัวจริงๆ!
B: พลังของเสี่ยวเอื้ยนรึ
A: ปล่าว กลัวคนแปลหายไปจริงๆ 

#4 By Akihito Kanbara (27.55.219.229) on 2016-01-11 19:37

ซ่อมนานแท้ สงสัยจะต่อเติมบ้าน

#3 By ตี๋ on 2016-01-11 12:33

cry งานซ่อมบ้านคับ

#2 By เฒ่าทารก on 2016-01-10 21:21

ขอบคุณครับ และสุขสันต์วันเด็กครับเฒ่าทารก วันนี้หายไปทั้งวันคงไปฉลองวันเด็กแน่ๆ เลย 555 tongue-out

#1 By ตี๋ on 2016-01-09 23:55