ผืนป่าในเทือกเขาสัตว์เทพอันเงียบสงบถูกรบกวนด้วยการไล่ล่า เสียงร้องอึกทึกมากมายและเสียงวิ่งไล่ตามกันดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาอันเงียบสงัด

 

ด้วยขนาดอันใหญ่โตของกลุ่มที่กำลังติดตามไล่ล่า กระทั่งทหารที่กำลังล่าสัตว์เทพบางคนต้องหยุดฝีเท้าลงและจ้องมองกลุ่มคนขนาดใหญ่ที่กำลังเร่งรุดผ่านพวกเขาไป

 

ด้วยความสงสัย บางคนเข้าร่วมเดินทางกับทหารคณะใหญ่นี้และเริ่มออกวิ่ง พวกเขาอยากจะทราบว่าใครหนอช่างสร้างความสนใจจนเป็นเป้าโจมตีของคนกลุ่มใหญ่ปานนี้ได้

 

“จับเซียวเอี๋ยน เจ้าเด็กนั่นมีเคล็ดวิถีชี่ระดับซวนเล่มหนึ่ง!”

 

ระหว่างไล่ล่า มู่เสออ้าปากและตะโกนออกไปหลังพบว่ามีทหารมากมายจากหลายกลุ่มกำลังยืนสังเกตการณ์อยู่ตามไหล่ทาง

 

เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของประมุขตน พวกสำนักคุ้มภัยหัวหมาป่าที่ตามหลังมาต่างพากันร้องตะโกนทวนตามคำพูดของนายตนอย่างชาญฉลาด ทันใดนั้น เสียงร้องตะโกนที่ว่าเซียวเอี๋ยนครอบครองเคล็ดวิถีชี่ระดับซวนไว้พลันแพร่กระจายออกไปทั่วหุบเขาสัตว์เทพ

 

ทันทีที่ข่าวเกี่ยวกับ “เคล็ดวิถีชี่ระดับซวน” เข้าหูของพวกเขา ทหารรับจ้างทั้งหลายต่างหยุดงานในมือตนและต่างมองสบตากันด้วยความละโมบยิ่ง

 

หลังนิ่งเงียบไปชั่วครู่ บางคนมิอาจอดกลั้นต่อความปรารถนาที่จะได้เคล็ดวิถีชี่มาครอบครอง ต่างพากันหยิบอาวุธขึ้นและเริ่มออกไล่ตามเงาร่างที่ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ไม่ไกลออกไป

 

เมื่อมีคนเริ่มลงมือนำ พวกทหารที่เหลือที่ยังลังเลอยู่ก็พลันออกตัวเร่งฝีเท้าและตะโกนขณะเข้าร่วมกองกำลังไล่ล่า

 

เสียงร้องที่ด้านหลังวิ่งเข้ากระทบโสตประสาทของเซียวเอี๋ยน หลังชำเลืองมองกองกำลังที่ไล่ตามมาขยายขนาดขึ้นจนใหญ่โตอีกครู่หนึ่ง สีหน้าเขาแปรเปลี่ยนขณะสบถเสียงเบา “ไอ้ลูกกำพร้าสารเลว”

 

เซียวเอี๋ยนพุ่งร่างผ่านป่าหนาทึบด้วยฝีเท้าอันรวดเร็วขณะชำเลืองมองรอบตัว ชั่วครู่หนึ่ง เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเข้าสู่ภูมิประเทศที่มีสัตว์เทพปรากฏอยู่มากที่สุด

 

“เข้ามาเลย ข้าอยากจะเห็น ระหว่างพวกเจ้ากับสัตว์เทพ พวกไหนจะมีจำนวนมากกว่ากัน” เซียวเอี๋ยนหัวเราะ ก้มศีรษะลงอีกคราหนึ่งและพุ่งเข้าปะทะเบื้องหน้า

 

“ไอ้เด็กสารเลว ดูสิว่าวันนี้เจ้าจะหนีรอดไปได้อย่างไร” ที่ด้านหลังเซียวเอี๋ยน เสียงเย็นชาของมู่เสอเมื่อรวมเข้ากับพลังเต๋าชี่ มันดังราวกับราชสีห์คำรามก้องไปทั่วผืนป่าอันเขียวชอุ่ม

 

เซียวเอี๋ยนเพิกเฉยต่อเสียงข่มขู่อันไร้ความหมายนี้และจดจ่ออยู่กับการเร่งรุดต่อไปเบื้องหน้า

 

เห็นเซียวเอี๋ยนไม่ใส่ใจเสียงคำรามของเขา มุมปากมู่เสอกระตุกวูบ ดวงตาหรี่ย่นเพ่งมองเงาร่างที่ค่อยๆ ทิ้งระยะห่างนำหน้าออกไปอย่างไม่ยอมรับ ความเร็วของเซียวเอี๋ยนช่างเกินความคาดคิดของเขานัก

 

มู่เสอค่อยๆ ผ่อนลมหายใจและขยับร่าง เต๋าชี่สีเขียวจางๆ พลันครอบคลุมทั่วร่างกาย เสียงทุ้มต่ำดังก้องออกมาจากในลำคอ “หวงเต๋าเทคนิค – ฝีเท้าลมกรด!”

 

สิ้นเสียงของมู่เสอ เต๋าชี่สีเขียวจำนวนมหาศาลพลันหลั่งไหลเข้าสู่สองเท้าของเขาและก่อเป็นกลุ่มลมก้อนหนึ่งใต้เท้าทั้งสอง

 

เมื่อย่างเท้าลงบนพื้น ร่างมู่เสอพลันพุ่งทะยานไปเบื้องหน้า ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากเดิม

 

“ให้ตายเถอะ!” เสียงลมหวีดหวิวที่ด้านหลังทำให้เซียวเอี๋ยนหันกลับไปมองโดยพลัน  เขาได้แต่ตกตะลึงเมื่อเห็นมู่เสอติดตามเขามาด้วยความเร็วเหลือประมาณ เซียวเอี๋ยนขยับนิ้วโยน “เม็ดยาฟื้นฟูพลัง” ในมือเข้าปากและกลืนลงคออย่างรวดเร็ว เต๋าชี่ในร่างกายที่พร่องลงค่อยๆ ฟื้นฟูกลับคืนมา

 

“วันนี้ ข้าจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้!” เห็นระยะห่างระหว่างตนกับเซียวเอี๋ยนค่อยหดสั้นเข้า รังสีฆ่าฟันฉายชัดอยู่บนใบหน้าของมู่เสอขณะกล่าวหนักแน่น

 

“ฆ่ามารดาเจ้าเถอะ เจ้าผีหัวโต” เซียวเอี๋ยนหันกลับไปก่นด่าก่อนจะสะบัดมือขวาไปด้านหลังคราหนึ่ง พลังงานรุนแรงไร้รูปพุ่งออกจากมือของเขา

 

“ฮึ่ม!” แม้พลังงานนี้จะไร้รูป หากทว่ามู่เสอสัมผัสได้ถึงแรงกดอากาศที่ติดตามมา เขาทำเสียงขึ้นจมูกและส่งหมัดทรงพลังออกไปเบื้องหน้าโดยมิลังเลใจแม้แต่น้อย ทันใดนั้น พลังงานรุนแรงที่เคลือบคลุมอยู่เบื้องหน้าเขาพลันระเบิดออกและพุ่งตรงไปเบื้องหน้า ในที่สุดปะทะเข้ากับพลังงานไร้รูปแบบสายนั้น

 

“ตูม!”

 

เสียงปะทะกันของพลังงานเข้มข้นสองสายบาดเข้าใส่ต้นหญ้าที่ขึ้นปกคลุมอยู่บนผืนป่า รากอ่อนแอบางต้นพลันถูกถอนออกมา

 

“เจ้านับว่ามีพละกำลังอยู่บ้าง ไม่น่าแปลกใจที่ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” ดวงตามู่เสอเต็มไปด้วยความประหลาดใจภายหลังจากแลกหมัดกันเป็นครั้งแรก เขาหัวเราะเย็นชาก่อนจะสาวเท้าอีกคราหนึ่ง พุ่งร่างไปเบื้องหน้ากว่าสิบเมตร

 

“เจ้าสารเลว นี่คือจุดจบ!” ก้าวเท้าซ้ำอีกสองสามรอบ มู่เสอยิ่งเข้าใกล้เซียวเอี๋ยนมากขึ้นแล้ว เขาหัวเราะก้องขณะสังเกตเห็นเด็กหนุ่มกำลังวิ่งเต็มฝีเท้า

 

“จุดจบมารดาเจ้าน่ะสิ...” ปากเซียวเอี๋ยนยังเต็มไปด้วยคำพูดหยาบคาย สร้างความขุ่นเคืองใจแก่มู่เสอที่ไล่ตามหลังมากระทั่งใบหน้าเปลี่ยนสีแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนหันไปมองมู่เสอที่ไล่ตามกระชั้นเข้ามาด้วยใบหน้าดำคล้ำยิ่ง ไม่ห่างออกไปทางด้านหลัง คือกลุ่มทหารขนาดใหญ่โตที่ติดตามหลังมาอีกทอดหนึ่ง

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่ถอนหายใจเม้มปากแน่น สองมือดึงไม้บรรทัดซวนยักษ์ขึ้นจากแผ่นหลัง ฝีเท้าของเขาหนักอึ้งขึ้นขณะดึงเอาไม้บรรทัดยักษ์ออกจากแผ่นหลัง เขาบิดเอวคราหนึ่งและเก็บมันเข้าไว้ในแหวนเก็บของ

 

“เจ้าค่อยๆ ไล่ตามข้ามาแล้วกัน ข้ายังไม่อยากเล่นกับเจ้าหรอก!” ขณะหมุนตัวและแกล้งแหย่เล่นเย็นชา เซียวเอี๋ยนย่ำเท้าลงพื้นอย่างแรง ความเร็วของเขาพลันพลุ่งพรวด ด้วยเสื้อผ้าที่เปื้อนแถบสีเขียว เขาเลี้ยวเข้าสู่บริเวณร่มเงาสีเขียวครึ้มด้านหนึ่ง หลบหนีเข้าสู่ป่ามืดครึ้มราวเสือดาวสีเขียวตัวหนึ่ง

 

ใบหน้ามู่เสอพลันแปรเปลี่ยนขณะเห็นความเร็วของเซียวเอี๋ยนพุ่งขึ้นไปอีก เขารู้สึกว่าเหตุการณ์นี้ช่างไม่น่าเป็นไปได้เอาเสียเลย แม้ด้วยความแข็งแกร่งระดับเต๋าซื่อสองดาวผู้หนึ่งผนวกกับเคล็ดวิชาเต๋าที่เพิ่มความว่องไว เขายังมิอาจไล่ตามเต๋าเจ่อต่ำต้อยผู้หนึ่งได้ทัน นี่ช่างเป็นระเบิดลูกใหญ่สำหรับเขานัก

 

“ดูเหมือนมันจะได้ของดีจากในถ้ำมาไม่น้อยสินะ” เมื่อไม่สามารถเข้าใจเบื้องหลังของเซียวเอี๋ยนได้ มู่เสอจึงได้แต่ผูกโยงเหตุการณ์ผิดปกติเช่นนี้เข้ากับขุมทรัพย์ลึกลับในถ้ำ ชั่วขณะที่คิดถึงเหตุผลทำนองนี้ ความคิดที่ตั้งใจจะฆ่าเซียวเอี๋ยนก็ยิ่งรุนแรงชัดเจนขึ้น

 

เขาเงยหน้าและมองดูเซียวเอี๋ยนหายใจเข้าไปในป่าทึบ ฝีเท้าของมู่เสอก็เพิ่มขึ้นอีกคราหนึ่งขณะพุ่งเข้าใส่ป่าไม้หนาวเย็นและมืดครึ้ม

 

ชั่วขณะที่เข้าสู่ป่ามืดครึ้ม พลังลมรุนแรงสายหนึ่งพลันพุ่งเข้าใส่ ใบหน้ามู่เสอซีดขาวขึ้น เขาดึงดาบสั้นที่เอวออกมา ปล่อยให้เต๋าชี่รวมตัวกันแล้วจึงฟันไปเบื้องหน้าอย่างแรง

 

“ฉับ...” เสียงคมดาบฟันเข้าใส่เนื้อดังแหลมก้องเข้าไปในหู

 

“เอี๊ยด!” เสียงกรีดร้องแหลมดังเล็ดรอดออกมาจากสิ่งที่ดาบสั้นของมู่เสอฟันใส่ มันคือสัตว์เทพระดับหนึ่ง หนูกระหายเลือดนั่นเอง

 

มู่เสอสะบัดร่างหนูกระหายเลือดออกจากดาบสั้นของตนด้วยใบหน้าเฉยเมยขณะจ้องมองเงาร่างที่นำห่างอยู่เบื้องหน้า กำลังหลบหนีเข้าสู่ป่าทึบ เขาขยับเท้าและกำลังจะออกวิ่งไล่ตามต่อไปขณะที่ปรากฏหนูกระหายเลือดอีกกว่าสิบตัวกระโจนเข้าใส่

 

เมื่อถูกหนูกระหายเลือดพวกนี้รุมรั้งไว้ พวกมันมีขนาดเล็กกว่าครึ่งลำตัวของมนุษย์ ใบหน้ามู่เสอดูย่ำแย่แล้ว เจ้าพวกนี้แม้จะไม่สามารถทำอันตรายแก่เขาได้ ทว่าพวกมันย่อมทำให้การไล่ล่าของเขาชักช้าลงแล้ว

 

ชั่วขณะที่มู่เสอกำลังรู้สึกเวียนหัวยิ่ง ทหารกลุ่มใหญ่ที่ด้านหลังก็รุดมาถึง เมื่อพวกเขาเห็นประมุขของตนกำลังถูกหนูกระหายเลือดรุมล้อมอยู่ พวกเขาพากันดึงอาวุธออกมาและเข้าสกัดกั้นกลุ่มหนูกระหายเลือดกว่าสิบตัวไว้

 

“ไล่ตามไป!” หลังเตะเข้าใส่หนูกระหายเลือดที่กระโจนเข้าใส่เขา มู่เสอโบกมือและออกคำสั่งด้วยซุ่มเสียงเย็นชา

 

ได้ยินคำสั่งของมู่เสอ พวกที่กำลังหยุดฝีเท้าลงพลันเริ่มการไล่ล่าอีกคราหนึ่ง

 

ขณะที่วิ่งไล่จับกันอยู่นี้ ภูเขาที่เคยสงบเงียบพลันยุ่งเหยิงวุ่นวายไปทั่ว ตัวการของเรื่องราวนี้เช่นเซียวเอี๋ยนได้แต่ตากหน้าลากพาเจ้าถิ่นผู้อาศัยอยู่ในป่าเขาเข้าสู่ความโกลาหลครานี้แล้ว ดังนั้นพวกทหารที่กำลังไล่ตามหลังเขามา มิเพียงไม่สามารถทำอันตรายแก่เซียวเอี๋ยนได้ ยังกลายเป็นเป้าโจมตีของสัตว์เทพมากมายจนพากันบาดเจ็บไม่น้อย

 

การไล่ล่าดำเนินไปตลอดช่วงบ่าย ในที่สุดทหารบางคนมิอาจอดทนต่อการไล่ล่าไร้จุดหมายเช่นนี้ได้ต่อไป จึงต่างพากันถอนตัวออกจากกลุ่ม ยิ่งมาก็ยิ่งมีทหารถอนตัวจากไป กลุ่มคนที่ยังวิ่งไล่ล่าอยู่เริ่มลดลง ในท้ายที่สุด ก็เหลือเพียงพวกสำนักคุ้มกันหัวหมาป่ากับทหารอีกไม่กี่นายที่ปรารถนาจะได้ครอบครองเคล็ดวิถีชี่ระดับซวนสักเล่มหนึ่งที่ยังคงอดทนออกตามล่าต่อไป

 

เมื่อวิ่งหนีด้วยสองขาที่ชาด้านไปได้อีกระยะหนึ่ง เซียวเอี๋ยนเงยศีรษะขึ้นมองพระจันทร์เสี้ยวที่โงนเงนอยู่บนท้องฟ้า เขาได้แต่หัวเราะขื่นคราหนึ่ง ความมุ่งมั่นของคนพวกนี้ นับว่าเกินความคาดหมายของเขานัก

 

“ดูเหมือนเราจะเข้ามาถึงส่วนในของป่าสัตว์เทพแล้ว เจ้าสารเลวนี่ มันไม่เกรงกลัวว่าจะพบเข้ากับสัตว์เทพระดับสูงหรืออย่างไร?” เขาส่ายศีรษะท้อแท้ เซียวเอี๋ยนหันไปมองมู่เสอที่ใบหน้าดำคล้ำ มุมปากเลิกสูงและสบถออกมา “ไอ้บ้าเอ๊ย”

 

ดวงตามู่เสอมองจ้องเงาร่างสีดำที่ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่เบื้องหน้า ความวิตกกังวลชนิดหนึ่งปรากฏในหัวใจ หากพวกเขายังคงไล่ตามอยู่อย่างนี้ พวกเขาคงต้องรุกล้ำเข้าสู่ด้านในของเทือกเขาสัตว์เทพ เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าเด็กนั่นคงสุ่มเลือกทางใดทางหนึ่งและซ่อนตัวได้ ทว่าพวกเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ด้วยจำนวนคนมากมายเช่นนี้

 

ชั่วขณะที่เขาลังเลอยู่ในใจว่าควรจะล่าถอยหรือไม่ มู่เสอจึงตระหนักได้ว่าเงาร่างที่นำหน้าอยู่กำลังหยุดชะงักลง เขานิ่งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนที่จะเผลอดีใจจนออกนอกหน้า สองเท้าก้าวไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่งและพลันดีดตัวขึ้น

 

เมื่อใกล้เข้าถึงเงาร่างนั้น มู่เสอพบว่า ระยะทางสั้นๆ ที่อยู่ไม่ไกลออกไปเป็นหุบเหวลึกกว้างราวสิบเมตร ด้านหลังของมันคือส่วนในของเทือกเขาสัตว์เทพนั่นเอง

 

“หุบเขาคนตาย... ฮ่าๆๆ เซียวเอี๋ยน การไล่ล่าจบสิ้นลงแล้ว!”

 

มู่เสอกล่าวมาดร้ายขณะค่อยๆ หยุดฝีเท้าลงไม่ห่างจากเซียวเอี๋ยน เขาโบกมือและพวกคนที่ติดตามมาด้านหลังกรูกันเข้าห้อมล้อมเป็นรูปครึ่งวงกลม ล้อมรอบเซียวเอี๋ยนไว้

 

เผชิญหน้ากับหุบเหวลึกด้วยสีหน้าไม่พอใจ เซียวเอี๋ยนได้แต่ยิ้มขื่นและส่ายศีรษะ มีทางเดินเพียงสองทางเข้าสู่หุบเขาด้านในของเทือกเขาสัตว์เทพ นอกจากสองทางนี้แล้ว ทางที่เหลือล้วนแวดล้อมด้วยหุบเหวลึก เขาไม่คาดคิดว่าการหลบหนีสุ่มๆ ของเขาจะจบลงด้วยการติดอยู่ที่นี่

 

“เซียวเอี๋ยน ส่งของที่เจ้าได้จากในถ้ำทั้งหมดออกมา!” มู่เสอสาวเท้าไปเบื้องหน้าและกล่าวเย็นชา

 

“ข้าควรจะมอบให้เจ้าหรือ?” สายตาเซียวเอี๋ยนกวาดผ่านพวกทหารอิสระก่อนจะหันไปยิ้มให้มู่เสอ

 

ได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน สีหน้าทหารรอบข้างผิดปกติแล้ว หลายๆ คนเป็นทหารอิสระที่ออกวิ่งไล่ตามมาด้วยเห็นแก่ผลประโยชน์ที่จะได้ พวกเขาย่อมไม่ต้องการให้ผลประโยชน์ทั้งหมดตกเป็นของสำนักคุ้มภัยหัวหมาป่า

 

มู่เสอจ้องมองใส่เซียวเอี๋ยนอย่างเลือดเย็น เข้าใจเจตนาของเซียวเอี๋ยนที่จะเสี้ยมพวกเขาให้สู้กันเองอย่างชัดเจน เขากวาดตามองโดยรอบและกล่าว “ทุกคน เซียวเอี๋ยนฆ่าคนของสำนักคุ้มกันภัยหัวหมาป่าไปหลายสิบคน กระทั่งเหอเมิ่งก็ตายด้วยน้ำมือของมัน หนี้เลือดนี้เป็นสิ่งที่มันต้องชดใช้ด้วยชีวิต สำหรับของที่มันได้มาจากในถ้ำ เดิมทีเป็นสิ่งที่บุตรชายของข้าเป็นผู้ค้นพบ วันนี้ เราเพียงต้องการรับสิ่งที่เป็นของเรากลับคืนมา ข้าหวังว่าคงไม่มีผู้ใดมาขัดขวางเรา เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม”

 

เมื่อคำพูดทั้งหมดหลุดจากปากของมู่เสอ ทุกคนล้วนเข้าใจเจตนาของเขา เป็นที่แน่ชัดว่าเขาเจตนาจะเก็บทุกอย่างไว้เสียเอง...

 

มู่เสอกวาดสายตาแหลมคมมองดูพวกทหารอิสระ เขาโบกมือและพวกคนจากสำนักคุ้มภัยต่างชักอาวุธออกมาจากเอว จ้องมองพวกทหารรับจ้างที่ยังคงขบคิดอยู่ด้วยสายตาเย็นชา แววตาปรากฏแววสังหารชัดเจน

 

ด้วยจำนวนทหารจากสำนักคุ้มภัยที่มีมากกว่าพวกมัน ทหารรับจ้างอิสระพวกนี้ แม้ต้องฝืนใจเพียงใดก็ได้แต่จำยอมล่าถอยแล้ว

 

หลังจากขู่เข็ญทหารอิสระเหล่านั้นแล้ว มู่เสอในที่สุดจึงหันสายตาเย็นชากลับไปมองเซียวเอี๋ยน เขากระชับมีดสั้นในมือและค่อยๆ เดินตรงเข้าหาเซียวเอี๋ยนที่กำลังหันหลังให้แก่หุบเหวลึก

 

“หากเจ้าส่งมอบทุกอย่างออกมาแต่โดยดี ข้าจะให้เจ้าตายโดยไม่เจ็บปวด!”

 

จ้องมองความมุ่งร้ายบนใบหน้าของมู่เสอ เซียวเอี๋ยนยักไหล่และถอนหายใจ เขาพลิกฝ่ามือ ไม้บรรทัดยักษ์สีดำเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ เขายกฝ่ามือขึ้นและวางมันไว้บนบ่าข้างหนึ่ง เงยหน้าเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มบางเบา

 

“หากเจ้ามีปัญญา ก็เข้ามาเอาไปเองเถอะ!”

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

ตามหลักแล้วต้องโดดลงหุบเขาไปเลย ไม่ต้องคิด

https://www.youtube.com/watch?v=hdyc6bxZ5bc

#2 By ตี๋ on 2016-01-22 10:18

embarassed ขอบคุณครับ

#1 By FoxAlone (110.77.200.123) on 2016-01-21 22:36