จ้องมองเด็กหนุ่มที่สุขุมลงโดยพลัน มู่เสอขมวดคิ้วมุ่นและกำดาบสั้นในมือแน่นขณะเย้ยหยัน “ข้าไม่เชื่อว่าวันนี้ เจ้าจะมีปีกงอกออกมาและบินหนีไปไหนได้!”

 

มู่เสอสาวเท้าก้าวยาวไปเบื้องหน้า มุ่งไปทางเซียวเอี๋ยน เมื่อเข้าใกล้พอ สองเท้าพลันกระทืบลงพื้นและพุ่งร่างทะยานไปเบื้องหน้า ดาบสั้นในมือฟันเข้าใส่เซียวเอี๋ยนอย่างแรง

 

รับรู้ถึงพลังลมแหลมคมที่พุ่งแหวกมาเบื้องหน้า เซียวเอี๋ยนใบหน้าเคร่งเครียดแล้ว เต๋าซื่อผู้หนึ่งกับเต๋าเจ่อนั้น โดยพื้นฐานแล้วอยู่ในระดับขั้นที่แตกต่างกัน ด้วยสถานะความแข็งแกร่งของเขาในขณะนี้ย่อมเป็นการยากที่เขาจะสามารถรับมือมู่เสอได้สักสิบกระบวนท่า

 

อาศัยความสามารถในการหลบหลีกอันโดดเด่น เซียวเอี๋ยนขยับตัวเล็กน้อยและก้าวถอยไปด้านหลังสองสามก้าว หลบหลีกจากการโจมตีของมู่เสอที่ตั้งใจจะประเมินความแข็งแกร่งของเซียวเอี๋ยน สองเท้าของเซียวเอี๋ยนผสานท่วงท่าและตรงเข้าที่ด้านซ้ายของมู่เสอ เต๋าชี่ในร่างไหลเวียนขณะยกไม้บรรทัดยักษ์ด้วยมือขวาและฟาดเข้าใส่ศีรษะของมู่เสออย่างแรง

 

พลังรุนแรงเหนือศีรษะมู่เสอไม่ทำให้เขาตื่นกลัว เขายกดาบสั้นในมือและฟันขึ้นเหนือศีรษะอย่างแรง

 

“แคร๊ง!” ไม้บรรทัดยักษ์และดาบสั้นปะทะกันจนเกิดประกายไฟแวบวาบ เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวานไปทั่วหุบเหว

 

ระหว่างกระบวนท่าแรกที่เขาแลกหมัดกับเต๋าซื่อผู้หนึ่ง เซียวเอี๋ยนได้ประสบกับขีดพลังเต๋าชี่จากเต๋าซื่ออย่างแท้จริง พลังงานนั้นส่งถ่ายผ่านไม้บรรทัดยักษ์เข้ามาจนเขาต้องซวนเซถอยหลังไปหลายก้าว

 

เทียบกับเซียวเอี๋ยนที่เซถอยหลังไปหลายก้าว ท่าทางของมู่เสอกลับดูสบายกว่ามาก เพียงถอยหลังได้แค่ครึ่งก้าวก่อนที่จะหยุดท่าร่างลงได้ในที่สุด

 

“ท่านประมุข ฆ่ามันเลย! แก้แค้นให้แก่หัวหน้าสาม!”

 

“ฆ่ามัน!” เห็นเซียวเอี๋ยนเสียเปรียบตั้งแต่กระบวนท่าแรก ทหารของสำนักคุ้มภัยหัวหมาป่าที่ล้อมรอบอยู่ต่างพากันส่งเสียงตะโกนร้อนด้วยความตื่นเต้น

 

“ช่างมันอาวุธที่หนักมาก!” ด้วยสายตาตะลึงงัน มู่เสอจ้องมองไม้บรรทัดยักษ์ในมือของเซียวเอี๋ยน เขาถอนหายใจและส่ายศีรษะ กล่าวเย็นชาขณะมองเซียวเอี๋ยน “หากนี่เป็นทั้งหมดที่เจ้ามี เจ้าควรจะส่งมอบของทั้งหมดออกมาโดยเร็ว”

 

เขาสะบัดมือที่ชาอยู่ เซียวเอี๋ยนมองมู่เสอด้วยดวงตาล้ำลึกและเย็นเยือก เขาค่อยๆ ยกไม้บรรทัดในมือขึ้นและลากหายใจออกมายาวยืด ถัดมา เขาหลับสองตาลงต่อหน้าทุกผู้คน

 

เห็นท่าทีประหลาดของเซียวเอี๋ยน มู่เสอใบหน้าบึ้งตึง ไม่แน่ใจว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าตั้งใจจะทำอันใด

 

ทหารรอบด้านก็เช่นกัน ต่างพากันนิ่งอึ้งเพราะเซียวเอี๋ยน ครู่ต่อมา พวกเขาเพียงแค่กอดอก จ้องมองด้วยแววตาเยาะหยันราวกับเห็นหนูตัวหนึ่งที่กำลังร่วงหล่นลงสู่กรงเล็บของแมวและทุกข์ทรมานกับความตายอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ในสายตาของพวกเขา ไม่มีทางที่เซียวเอี๋ยนจะสามารถหลบรอดพ้นไปจากเงื้อมมือของเต๋าซื่อสองดาวผู้หนึ่งได้ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนพยายามเพียงใด

 

สายตาเย็นชาจ้องมองเซียวเอี๋ยนที่หลับตาอยู่ ความรู้สึกกระสับกระส่ายปรากฏในหัวใจของมู่เสอ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสได้ถึงระลอกพลังงานโดยรอบที่ยิ่งมายิ่งหนาแน่นขึ้น ความกระสับกระส่ายนี้ปรากฏชัดเจนขึ้นบนใบหน้าของเขา

 

ด้วยรู้สึกกังวล มู่เสอกระชับดาบสั้นและก้าวเข้าหาเซียวเอี๋ยนอย่างระมัดระวัง เขาไม่มีความมั่นใจเพียงเพราะความแตกต่างในระดับชั้นของพวกเขา

 

เห็นใบหน้ามู่เสอเคร่งเครียด ทหารรอบด้านก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแล้ว พวกเขาชำเลืองมองกันและกัน และเผลอกระชับอาวุธในมือแน่น

 

“พยายามจะทำให้เรื่องราวยุ่งยากหรือ ตายเสียเถอะ!” มู่เสอสาวเท้าเข้าไปอีกคราหนึ่งและเข้าสู่แนวโจมตี ใบหน้าคุกคาม โดยมิลังเล เขาถือดาบสั้นในมือและพุ่งเข้าใส่ลำคอของเซียวเอี๋ยน

 

“ช้าเกินไป...” ดวงตาที่ปิดสนิทคู่หนึ่งพลันลืมขึ้นมาขณะริมฝีปากของเซียวเอี๋ยนเอื้อนเอ่ย ไม้บรรทัดยักษ์ในมือพลันถูกยกสูงขึ้น ความร้อนยิ่งยวดใต้การควบคุมของเซียวเอี๋ยนปรากฎขึ้นบนผิวหน้าของไม้บรรทัดยักษ์เป็นครั้งแรก

 

“คลื่นสึนามิผ่าเพลิงกัลป์!”

 

ติดตามด้วยเสียงร้องในใจของเซียวเอี๋ยน พลังงานจากสรวงสวรรค์แลผืนโลกเหนือหุบเหวแห่งนี้กระเพื่อมไหวโดยพลัน พลังงานที่มองเห็นได้ถูกดูดเข้าใส่ดาบซวนยักษ์ในมือเซียวเอี๋ยนอย่างบ้าคลั่งราวกับมีบางสิ่งลากดึงพวกมันเข้ามา

 

ด้วยพลังงานอันไร้ขอบเขตที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา คลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวภายนอกของไม้บรรทัดยักษ์จนยิ่งร้อนระอุขึ้น ในเวลาเดียวกัน เส้นลายแปลกประหลาดบนผิวไม้บรรทัดก็ปรากฏแสงสว่างจ้าสีแดงลุกไหม้ขึ้น

 

เมื่อสิ้นเสียงร้องในใจ เต๋าชี่ในร่างกายของเซียวเอี๋ยนเริ่มไหลออกจากร่างกายราวกับกระแสน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เพียงชั่ววินาทีเดียว ร่างที่เต็มไปด้วยพลังเต๋าชี่พลันว่างเปล่า

 

รับรู้ถึงเต๋าชี่ในร่างกายที่เหือดหายไป เซียวเอี๋ยนรีบกลืนเม็ดยาฟื้นฟูพลังที่เตรียมไว้ในปากลงไป

 

ด้วยเต๋าชี่ที่คืนมาจากยาฟื้นฟูพลัง เซียวเอี๋ยนบรรลุถึงระดับพลังงานที่ต้องการเพื่อปลดปล่อยการโจมตี ไม้บรรทัดซวนที่กลายเป็นสีแดงเพลิงพร้อมด้วยอุณหภูมิมหาศาลถูกลากผ่านอากาศและฟาดเข้าใส่มู่เสอที่ใบหน้ากำลังเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

 

อากาศที่ไม้บรรทัดฟาดผ่านบิดเบือนราวกับมีบางสิ่งกำลังเดือดปุดๆ

 

เมื่อเซียวเอี๋ยนประจุเต๋าชี่ชุดสุดท้ายเข้าสู่ไม้บรรทัดซวน ด้ามจับของไม้บรรทัดส่องแสงสว่างวาบ แสงไฟสีแดงรูปจันทร์เสี้ยวยาวห้าฟุตถูกปลดปล่อยออกมาราวสายฟ้าแลบ รวมเข้ากับความร้อนอันเหลือเชื่อ มันผ่าเข้าใส่มู่เสออย่างรุนแรง

 

แสงสีแดงวูบเข้าใส่ดวงตาของมู่เสอ ชั่วขณะที่แสงสีแดงนี้ถูกปลดปล่อยออกมา สองตามู่เสอหรี่แคบจนเหลือขนาดแค่ราวหัวเข็มหมุด เต๋าชี่ควบแน่นเข้าจนเป็นรูปร่างนอกร่างกายหรือ? นี่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ความแข็งแกร่งระดับต้าเต๋าซื่อทีเดียว จึงจะทำได้ เจ้าเด็กสารเลวที่เบื้องหน้าเขา เป็นเพียงเต๋าเจ่อผู้หนึ่ง กลับปลดปล่อยเต๋าชี่ควบแน่นสมบูรณ์แบบเช่นนี้ออกมาโจมตีได้?

 

ความตกตะลึงในจิตใจคงอยู่ได้เพียงไม่นาน มู่เสอไม่มีเวลาจะคิดหาคำตอบต่อคำถามนี้ เต๋าชี่ในร่างกายโคจรรวดเร็ว พลัง 

สีเขียวอ่อนไหลปกคลุมดาบสั้นราวกับทาแผ่นพลังงานสีเขียวลงไปบนผิวดาบ

 

“ดาบลมเริงระบำ!”

 

หลังผ่อนลมหายใจยาว ดาบในมือมู่เสอพลันเริ่มเต้นระริกอย่างบ้าคลั่ง เงาสีเขียวมากมายบนดาบปรากฏต่อเนื่องขึ้นเบื้องหน้า ในสายตาผู้อื่น ราวกับมู่เสอได้ถักทอตาข่ายดาบผืนหนึ่งขึ้นมา

 

“ดาบลมเริงระบำ” นี้เป็นเคล็ดวิชาเต๋าระดับสูงสุดของมู่เสอ เคล็ดวิชาระดับซวน อาศัยเคล็ดวิชาเต๋าชุดนี้ เขาได้รับตำแหน่งผู้แข็งแกร่งที่สุดในเมืองชิงซัน เมื่อเผชิญกับวิชาที่ไม่รู้จักและแปลกประหลาด กระทั่งมู่เสอผู้รอบคอบก็ยังใช้ชุดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดเข้ารับมือเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน

 

แสงสว่างรูปจันทร์เสี้ยววิ่งวาบมาถึงในชั่วพริบตา ก่อนที่ทหารรอบด้านจะสังเกตเห็นว่าแสงสีแดงนี้คือสิ่งใดกันแน่ แรงระเบิดราวเสียงฟ้าร้องพลันดังก้องขึ้นเหนือหุบเหว

 

“ตูม!”

 

หลังสิ้นสุดเสียงดังราวฟ้าผ่า ดินทรายรอบบริเวณที่มู่เสอยืนอยู่ปลิวกระจายไปทั่ว ครั้นแล้ว เงาร่างสายหนึ่งพุ่งออกจากฝุ่นดินที่ฟุ้งกระจาย สองขาของเงาร่างนั้นลากเอาดินใต้เท้าตามไปด้วยราวกับเงาตามตัว เขาถูกผลักถอยออกไปกว่าสิบเมตรก่อนที่จะหยุดลงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอย่างหนักหน่วง และไม้ต้นนั้นพลันระเบิดออกทันที ชั่วขณะที่เงาร่างมนุษย์นั้นค่อยๆ หยุดลง เมื่อทุกคนจ้องมองเงาร่างสายนั้น พวกเขาอ้าปากค้าง เจ้าของเงาร่างที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นดินคือเต๋าซื่อสองดาว มู่เสอ!

 

จ้องมองมู่เสอผู้มีใบหน้าซีดขาวตาไม่กระพริบ ทุกคนกลืนน้ำลายดังเอื้อก จากนั้น พวกเขาพากันหันไปมองจุดที่ฝุ่นดินยังคงปลิวฟุ้งคละคลุ้งกระจายไปทั่วโดยมิตั้งใจ เพียงเพื่อจะพบลายเส้นที่แตกระแหงกระจายออกมาจากจุดนั้น ลายเส้นบนพื้นที่แตกระแหงเหล่านี้ในที่สุดค่อยๆ หยุดลงหลังกระจายออกไปกว่าสิบเมตร ผืนดินตรงจุดกึ่งกลางที่เส้นแตกแขนงเริ่มต้นขึ้น หลุมลึกราวหนึ่งเมตรและกว้างราวครึ่งเมตรปรากฏต่อสายตาพวกเขา

 

เหนือหุบเหว ทุกคนล้วนเงียบสนิท ทุกคนล้วนจ้องมองหลุมที่สว่างจ้า และมู่เสอที่ใบหน้าซีดขาวก่อนที่จะรู้สึกมึนงงยิ่ง

 

จะเป็นไปได้อย่างไร คนที่น่าจะอยู่ในระดับเต๋าเจ่อแปดดาวผู้หนึ่ง สามารถทำให้เต๋าซื่อสองดาวที่ครอบครองเคล็ดวิชาระดับซวนขั้นต่ำเข้าสู่สถานการณ์คับขันปานนี้ได้?

 

ความเป็นจริงอันร้ายกาจทำให้ทุกผู้คนมุมปากกระตุกวูบราวกับกำลังเป็นลมแดด

 

ฝุ่นดินที่ฟุ้งกระจายอยู่ในที่สุดค่อยสงบลง ค่อยๆ เผยให้เห็นเงาร่างเด็กหนุ่มถือไม้บรรทัดยักษ์สีดำไว้ในมือ

 

ใบหน้าเด็กหนุ่มก็ซีดเซียวเช่นกัน สองมือกำไม้บรรทัดยักษ์สีดำแน่นขณะดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าดีเดือดจนผู้คนต้องตัวสั่นเทา

 

แม้การใช้เคล็ดวิชาเต๋าระดับตี้ชุดนี้เกือบทำให้เซียวเอี๋ยนต้องประสบกับผลสะท้อนกลับอันรุนแรงและอันตรายยิ่งจากการขาดแคลนพลังขี่ เซียนเอี๋ยนยังคงพอใจยิ่งนักกับพลังที่มันปลดปล่อยออกมา ความแตกต่างระหว่างเต๋าเจ่อกับเต๋าซื่อถูกเติมเต็มอย่างง่ายดายด้วยพลังอันน่าเกรงขามของเคล็ดวิถีชี่ระดับตี้ชุดนี้

 

หลังไอหนักอยู่สองสามครั้ง เซียวเอี๋ยนจึงล้วงยาฟื้นฟูพลังชี่ออกมาอีกเม็ดหนึ่งและโยนมันเข้าปากอย่างรวดเร็ว เขากวาดมองสายตาเย็นชาที่จ้องเขม็งมาจากทหารรอบด้าน ด้วยความน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งแสดงผ่านไปเมื่อสักครู่ ทุกสายตาที่สบด้วยต่างพากันหลุบลงด้วยความหวั่นกลัว

 

“ฆ่ามัน! ลงมือ!”

 

มู่เสอผลักทหารที่เข้ามาประคองเขาจนกระเด็นออกไป กลางฝ่ามือปรากฏรอยไหม้และฉีกขาดจนเลือดสดๆ เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเต็มไปหมด ใบหน้าแลดูคุกคามคล้ายจะบ้าคลั่ง ความแข็งแกร่งที่เซียวเอี๋ยนเพิ่งแสดงให้เห็นเป็นเหตุให้ความสะพรึงกลัวพุ่งพรวดขึ้นในจิตใจของประมุขผู้เปี่ยมประสบการณ์

 

ด้วยอายุเพียงเท่านี้ เซียวเอี๋ยนได้แสดงให้เห็นถึงอัตราวิวัฒน์อันเหลือเชื่อ เหนือสิ่งอื่นใด เขายังมีเคล็ดวิชาเต๋าอันลึกลับและทรงพลังมหาศาล ศัตรูชนิดนี้... ช่างเป็นฝันร้ายของทุกผู้คน หากมียาย้อนเวลากลับไปได้และแก้ไขสิ่งที่เขาเคยกระทำ มู่เสอจะไม่เข้าไปแหย่เจ้าเด็กประหลาดผู้นี้เป็นเด็ดขาด

 

แน่นอนว่ายาแบบนั้นหามีปรากฏในโลกใบนี้ไม่ ดังนั้น ความกลัวในหัวใจของมู่เสอ โดยวิถีธรรมดาโลก จึงแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาจะกำจัดอีกฝ่ายหนึ่งทิ้งอย่างบ้าคลั่ง มีเพียงการฆ่าเซียวเอี๋ยนทิ้งเสียให้ได้เท่านั้น จึงสามารถเป็นสุขได้ ในขณะนี้ มู่เสอไม่มีความใส่ใจในทรัพย์สมบัติที่เซียวเอี๋ยนครอบครองแม้แต่น้อย

 

“ฆ่ามัน! มันใช้เรี่ยวแรงไปจนหมดแล้ว!” มู่เสอตะโกนออกมาด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี

 

ได้ยินคำสั่งของประมุขตน ทหารที่ยืนลังเลอยู่รอบด้านจึงได้แต่กระชับอาวุธในมือแน่นและโอบล้อมเซียวเอี๋ยนเข้าไป

 

“วันนี้เจ้าต้องตายอย่างแน่นอน!” มู่เสอตะโกนร้องข่มขู่ขณะจ้องมองเขม็งไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังยืนอยู่บนขอบเหว

 

“ต้องขอโทษด้วย เกรงว่าข้าจะต้องทำให้เจ้าผิดหวังแล้ว”

 

เซียวเอี๋ยนเงยหน้าขึ้นมองใบหน้ามู่เสอที่บิ้วเบียวไปด้วยความมุ่งร้าย ใบหน้าซีดขาวของเซียวเอี๋ยนเริ่มแดงเรื่อ ร่างกายเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่ปีกอินทรีย์สีดำขลับคู่หนึ่งกว้างราวครึ่งเมตรพลันดีดกางออกจากแผ่นหลังของเขา

 

เมื่อพวกมันเห็นปีกอินทรีย์บนแผ่นหลังของเซียวเอี๋ยน ทุกผู้คนล้วนได้แต่นิ่งอึ้งตะลึงตะไลอีกคราหนึ่งแล้ว

 

ปีกคู่บนแผ่นหลังของเซียวเอี๋ยนขยับกระพือและเขาพลันกระโดดลงสู่หุบเหวนั้น ต่อหน้าสายตาตื่นตะลึงของทุกผู้คน เซียวเอี๋ยนกระพือปีกอีกสองสามครั้ง ก่อนจะบินเอียงกะเท่เร่ไปยังอีกฝั่งหนึ่งของหน้าผา

 

“ข้าจะจดจำความพยายามที่จะเอาชีวิตข้าในวันนี้และจะชดใช้คืนให้อย่างสาสมแน่นอน”

 

แผ่นหลังของเด็กหนุ่มลับหายเข้าสู่หุบเหวลึก ทว่าเสียงหัวเราะนิ่มๆ และเย็นชายังคงดังสะท้อนก้องไปในอากาศ

Comment

Comment:

Tweet

เท่มาก เซียวเอี๋ยน

#2 By pop (113.53.23.87) on 2016-04-13 00:30

ขอบคุณครับ

วิชาของเซียวเอี๋ยนตอนต่อสู้อลังการสุดๆ ตอนอ่านการ์ตูนไม่รู้สึกว่ามันจะอลังการขนาดนี้ ตอนหลังๆ จะยิ่งกว่านี้ขนาดไหนเนี่ย

#1 By ตี๋ on 2016-01-23 20:37