เหตุการณ์ภายในถ้ำอันเย็นเยือกและสดชื่นพลันดูแปลกประหลาดและอันตรายยิ่งในขณะนี้แล้ว  สตรีนางหนึ่งถือกระบี่เล่มยาวจ่อใส่ลำคอของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง

 

ความรู้สึกเย็นเฉียบบนลำคอเป็นเหตุให้ขนทั่วร่างกายของเซียวเอี๋ยนลุกชัน  เขายกสองมือขึ้นและยิ้มขื่นด้วยท่าทางที่หวังจะขจัดความเข้าใจผิดทั้งปวงให้หมดสิ้นไป  “ข้าไม่ได้ทำอะไรท่านเลยนะ”

 

ได้ยินเช่นนี้  ใบหน้าน่ารักของอวิ๋นจื่อปรากฏรอยแดงเรื่อแล้ว  ภายในหัวใจของนาง  นางร่ำร้อง  –  เจ้าอาจจะไม่ได้ทำสิ่งนั้นกับข้า  ทว่ามีอันใดแตกต่างระหว่างสิ่งที่เจ้าได้ทำลงไปกับสิ่งนั้น?

 

ประกายรื้นระยิบระยับฉายชัดในดวงตาคู่งามของนางทว่ากระบี่เล่มยาวในมือของอวิ๋นจื่อยังมิเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย  นางเลื่อนสายตาและมองเห็นรอยนิ้วมือแดงชัดบนใบหน้าของเซียวเอี๋ยน  เห็นได้ชัดว่ามันคือจุดที่ทำให้เกิดเสียงตบดังสนั่นในถ้ำ

 

มองดูรอยนิ้วมือน่าขันนั้น  ความเย็นชาในดวงตาของอวิ๋นจื่อค่อยดูอบอุ่นขึ้น  ผ่านไปครู่ใหญ่  นางถอนหายใจเศร้าหมองออกมาคราหนึ่งและลดกระบี่ยาวในมือลงอย่างหมดเรี่ยวแรง  เมื่อนางเดินผ่านเซียวเอี๋ยน  นางกล่าวเสียงราบเรียบ  “เราจะแกล้งทำเป็นว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นในวันนี้  มิเช่นนั้นแล้ว  หากเรื่องราวนี้แพร่งพรายออกไป  จะไม่เป็นประโยชน์แก่เจ้าอย่างแน่นอน”

 

เซียวเอี๋ยนยังคงยืนอยู่ที่เก่า  จ้องมองส่วนสัดงดงามดึงดูดใจด้านหลังของนางก่อนที่จะหลับตาลงและถอนหายใจขื่นขมออกมาคราหนึ่ง  แท้จริงแล้ว  เรื่องราวเฉกเช่นนี้ควรถูกลืมยิ่ง  เทียบกับฐานะของนาง  เขาเป็นเช่นคางคกที่นั่งอยู่ก้นบ่อ  แม้คางคกจะใกล้ชิดสนิทสนมกับหงส์ที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าเพียงใด  ท้องฟ้ากว้างใหญ่ไร้ขอบเขตที่สุดแล้วย่อมเป็นที่ของหงส์  ในขณะที่คางคกย่อมอยู่ได้แต่เพียงในโคลนตม  ได้แต่จ้องมองท้องฟ้า

 

เต๋าหวง  -  ระดับที่ฝ่าฟันไปถึงได้ยากยิ่ง  เซียวเอี๋ยนอาจจะมีโอกาสก้าวข้ามไปถึงระดับนั้นได้  แต่อย่างน้อยที่สุดก็มิใช่ในขณะนี้  สตรีสูงเกียรติและทะนงตนผู้นี้ย่อมไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มผู้หนึ่งในระดับเพียงเต๋าเจ่อจะสามารถก้าวขึ้นไปถึงระดับนั้นได้  เซียวเอี๋ยนอาจจะมีพรสวรรค์  ทว่านั่นมิได้หมายความว่าเขาจะสามารถกลายเป็นเต๋าหวงได้

 

“ความฝันย่อมไม่เหลือร่องรอย...”  เซียวเอี๋ยนส่ายศีรษะและกระซิบขณะเดินตามอวิ๋นจื่อกลับเข้าถ้ำไป  มองดูใบหน้าเย็นชาของอวิ๋นจื่อที่หลับตาลงขณะพยายามทำลายผนึก  เขายักสองไหล่นั่งลงที่มุมหนึ่ง  หลับตาและเริ่มการฝึกฝนเต๋าชี่ของตน

 

ท่ามกลางความเงียบของคนทั้งสอง  บรรยากาศเก้อเขินอึดอัดเคลื่อนเข้าครอบคลุมด้านในถ้ำ  การณ์ปรากฏว่าคนทั้งคู่ยากที่จะกลับไปสู่ความสัมพันธ์อันดีเฉกเช่นหลายวันที่ผ่านมา

 

บรรยากาศเงียบเชียบดำเนินต่อไปกระทั่งเที่ยงวัน  ในระหว่างนี้  เซียวเอี๋ยนออกไปจับปลาได้มาหลายตัวและลงนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างกองไฟ  หมุนไม้ย่างปลาในมือ  ในใจเขาพลันรับรู้ถึงบางสิ่งจึงเงยหน้าขึ้นเพียงเพื่อสายตาจะพบเข้ากับดวงตางดงามกราดเกรี้ยวคู่หนึ่ง

 

สองสายตาประสานกันและพลันหลบจากกัน  ทำประหนึ่งว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้น

 

เซียวเอี๋ยนหมุนปลาย่างอีกรอบก่อนที่จะดึงเอาตัวหนึ่งออกมาและยื่นส่งให้อวิ๋นจื่อ

 

“เจ้ากินก่อน  ข้ายังไม่หิว”  อวิ๋นจื่อก้มศีรษะเอ่ยเบาๆ  ชั่วขณะที่นางกล่าวคำพูดเหล่านั้น  นางรู้สึกปั่นป่วนที่บริเวณท้อง  กระนั้นนางยังทำเป็นดื้อรั้น  หลับตาลงและไม่ใส่ใจกับเสียงประท้วงของกระเพาะอาหาร

 

“ใจเย็นๆ  ข้าทิ้งเจ้าสิ่งนั้นไปแล้ว”  เห็นท่าทางปฏิเสธปลาย่างของอวิ๋นจื่อ  เซียวเอี๋ยนได้แต่ยิ้มและกล่าวติดตลก

 

อวิ๋นจื่อเบิกตากว้าง  เม้มริมฝีปากแน่นและเงยหน้าขึ้นเพียงเพื่อจะพบกับเด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มอันอบอุ่นนั่งอยู่ข้างกองไฟ  แววตาของนางอ่อนโยนลง  มิอาจปฏิเสธได้ว่าใบหน้าหล่อเหลาละเอียดอ่อนของเซียวเอี๋ยนในวัยของเขาเป็นอีกภาพลักษณ์หนึ่งอันน่าประทับใจเฉกเช่นผู้ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่ใคร

 

ครั้นเมื่อนางจ้องมองปลาย่างนั้น  อวิ๋นจื่อพลันหวนนึกถึงสาเหตุทั้งหมดทั้งมวลที่ล้วนเกิดขึ้นจากปลาที่นางย่าง  เด็กหนุ่มที่เบื้องหน้านางผู้นี้เพียงแค่มาประสบเข้ากับเคราะห์ร้ายที่คาดไม่ถึง  แม้เหตุร้ายอันคาดไม่ถึงนี้จะเป็นสิ่งที่บุรุษทุกผู้ล้วนปรารถนาจะได้พบพาน...

 

อวิ๋นจื่อถอนหายใจคราหนึ่ง  ยื่นมือของนางออกไปและรับปลาย่างตรงหน้า  ริมฝีปากเรียวบางของนางเผยอออกและกำลังจะกัดลงไปเมื่อเซียวเอี๋ยนรีบร้องเรียกออกมา  “ระวัง  มันยังร้อนอยู่”

 

ได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน  อวิ๋นจื่ออดไม่ได้ที่จะหวั่นไหว  นางพลันส่งสายตาดูหมิ่นแก่เขาและกล่าว  “เจ้าเคยเห็นเต๋าหวงผู้ใดสนใจความร้อนเพียงเล็กน้อยเช่นนี้?”

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มกระดากอาย  คว้าปลาย่างตัวหนึ่งขึ้นมาและกัดกินอย่างมูมมาม

 

อวิ๋นจื่อกัดคำน้อยๆ  ค่อยๆ  ขยักชิ้นปลาเล็กๆ  เข้าปากและเริ่มผ่อนคลายท่าทีลง  บางที  อาจเป็นเพราะคำพูดใส่ใจของเซียวเอี๋ยนที่เพิ่งกล่าวออกมา  นางกลืนอาหารลงไปและเอ่ยขึ้นเบาๆ  “ข้าน่าจะสามารถทำลายผนึกได้ภายในวันพรุ่งนี้”

 

ท่าเคี้ยวคำโตของเซียวเอี๋ยนหยุดชะงักลง  เขากลืนเจ้าสิ่งที่อยู่ในปากและทอดถอนใจ  ด้วยเหตุใดไม่อาจทราบได้  เขารู้สึกว่าเมื่ออวิ๋นจื่อคืนความแข็งแกร่งกลับสู่ระดับเต๋าหวง  สัมพันธภาพอันน่ายินดีระหว่างพวกเขาคงต้องสิ้นสุดลง  ในอนาคตข้างหน้า  นางยังคงเป็นเต๋าหวงผู้สูงส่งอย่างที่นางเคยเป็น  ขณะที่เขาก็ยังคงเป็นเพียงมดตัวหนึ่งที่พยายามไต่เต้าเป็นเต๋าซื่อ  นี่เป็นการยากสำหรับคนทั้งสองที่จะได้กลับมามีปฏิสัมพันธ์อันดีต่อกันดังเดิม

 

คิดถึงจุดนี้  เซียวเอี๋ยนเริ่มรู้สึกว่าปลาย่างกลิ่นหอมหวนนี้กลายเป็นจืดชืดแล้ว  เขากัดกินอีกเพียงไม่กี่คำก็เลิกกินและกล่าวเลื่อนลอย  “จริงหรือ?  ยินดีด้วย”

 

“หลังจากที่ข้าฟื้นฟูพลัง  ข้าจะออกไปหาสิงห์บินสีอาเมทิสต์อีกคราหนึ่ง”  ราวกับไม่รู้ถึงความรู้สึกของเซียวเอี๋ยน  นางยังคงกล่าวต่อไป

 

“ข้าหวังอยากให้ท่านยังคงถูกผนึกพลังต่อไป...”  ประโยคนี้พลันหลุดออกมาจากปากของเซียวเอี๋ยนที่ยังคงง่วนอยู่กับการเคี้ยวปลา

 

ได้ยินคำพูดเหล่านี้  สองคิ้วอวิ๋นจื่อเหยียดตรง  นางขว้างปลาย่างใส่เซียวเอี๋ยนด้วยความขุ่นเคืองใจอย่างแรง  “เจ้า  เจ้าตัวโชคร้าย  เจ้าพูดอะไรออกมา?”

 

เซียวเอี๋ยนพลิกฝ่ามือและคว้าจับปลาย่างที่กำลังบินเข้ามา  เขาเห็นรอยฟันบนตัวปลาและยิ้มกว้าง  เริ่มกัดลงไปด้วยท่าทางราวกับว่ากำลังถือสมบัติล้ำค่าอย่างหนึ่งไว้  “กินไปเลย  ขอให้เจ้าสำลักจนตาย!”

 

หลังกินเนื้อปลาเสร็จ  เซียวเอี๋ยนเรอเอิ๊กก่อนที่จะเอียงศีรษะและเอ่ยถาม  “นี่อาจฟังเหมือนเรื่องไร้สาระ  ทว่าข้าอยากจะถาม  ท่านต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?”

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน  อวิ๋นจื่อนิ่งเงียบไปและพยักหน้า  เห็นสีหน้าตะลึงงันของเซียวเอี๋ยน  นางอธิบายเบาๆ  “ผลึกจิตวิญญาณสีอาเมทิสต์ปกติมักพบอยู่ในถ้ำของสิงห์บินสีอาเมทิสต์  ในคราก่อน  ข้าตั้งใจจะแอบลอบเข้าไป  แต่ทว่าถูกมันพบเสียก่อน...  หากพรุ่งนี้ข้าฟื้นฟูพลังได้  ข้าจะล่อสิงห์บินอาเมทิสต์  สำหรับเจ้า  ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถเข้าไปในถ้ำของสิงห์บินสีอาเมทิสต์และช่วยข้าค้นหาผลึกจิตวิญญาณสีอาเมทิสต์”

 

“ไม่มีปัญหาที่จะช่วยเหลือ  แต่ทว่า... อาจเป็นเรื่องน่าอายที่จะเอ่ย  เยี่ยงเต๋าเจ่อผู้หนึ่ง,  ขณะเดินทาง,  สัตว์เทพระดับสามที่พบได้ในส่วนลึกของหุบเขาสัตว์เทพย่อมสามารถจัดการกับข้าได้โดยง่ายดาย”  เซียวเอี๋ยนหัวเราะขื่นขณะที่โบกมือ

 

“เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลในข้อนั้น  หลังข้าทำลายผนึกในวันพรุ่งนี้  ข้าจะใช้เคล็ดวิชาลับช่วยให้เจ้าเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นเป็นเวลาชั่วคราว  เจ้าควรจะสามารถเข้าสู่ด้านในของหุบเขาสัตว์เทพได้  อย่างไรก็ยากนักที่จะมีสัตว์เทพตัวใดล่วงล้ำเข้าไปในถ้ำของสิงห์บินอาเมทิสต์”  อวิ๋นจื่อกล่าว

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ

 

“สวมผลึกนี้เอาไว้  หากเจ้าเข้าใกล้ผลึกจิตวิญญาณสีอาเมทิสต์  มันจะร้อนขึ้น  เจ้าต้องอาศัยความร้อนของมันค้นหาผลึกจิตวิญญาณสีอาเมทิสต์”  อวิ๋นจื่อหยิบผลึกรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีเขียวเข้มออกมาจากแหวนเก็บของของนางและยื่นให้แก่เซียวเอี๋ยนขณะที่นางกล่าวยิ้มแย้ม

 

เซียวเอี๋ยนรับแท่งผลึกมาและคล้องสวมไว้ที่คอ  เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม  “ข้าจะทำให้ดีที่สุด”

 

จ้องมองรอยยิ้มของเซียวเอี๋ยน  อวิ๋นจื่อค้อมศีรษะเล็กน้อย  ทุกสิ่งที่จำเป็นล้วนกล่าวออกไปหมดแล้ว  ทั้งสองไม่จำเป็นต้องสนทนายืดเยื้อใดๆ  ต่อไปอีก  บรรยากาศกลับสู่ความเงียบสงัดอีกคราหนึ่ง

 

“ไปพักผ่อนเสีย  ข้ายังต้องฝึกอีกครู่หนึ่ง”  เซียวเอี๋ยนเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาและส่งยิ้มให้อวิ๋นจื่อคราหนึ่ง  เขาลงนั่งขัดสมาธิบนแท่นหินที่ด้านข้าง  หลับสองตาลงและเข้าสู่สภาวะฝึกตน

 

อวิ๋นจื่อนั่งอยู่บนเตียงหินจ้องมองเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ  นางค่อยๆ  เอนกายลงนอนและพึมพำกับตนเอง  “นอนเถอะ  เมื่อเจ้าตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้  เจ้าจะลืมทุกสิ่งที่เกิดขึ้น”

 

ถ้ำหินตกอยู่ในความเงียบสงัดอยู่ครู่ใหญ่  เซียวเอี๋ยนที่นั่งหลับตาฝึกชี่อยู่พลันลืมตาขึ้น  เขาหันศีรษะไปมองโฉมงามที่กำลังหลับอยู่  อวิ๋นจื่อกำลังนอนอยู่บนเตียงหิน  เขาค่อยๆ  ลุกลงจากแท่นหินและเดินเข้าไปที่ข้างเตียง  กวาดตามองเรือนร่างโค้งเว้างดงามดึงดูดใจ  ในที่สุดดวงตาหยุดลงบนใบหน้างดงามที่ขมวดคิ้วมุ่นอยู่เล็กน้อย

 

สายตาเซียวเอี๋ยนจ้องมองเขม็งอยู่บนใบหน้าน่ารักที่เขาอาจจะไม่มีโอกาสได้จ้องมองตรงๆ  เช่นนี้อีกเลย  ผ่านไปครู่หนึ่ง เซียวเอี๋ยนดึงผ้าคลุมดำผืนใหญ่ออกมาจากแหวนเก็บของและบรรจงห่มลงบนร่างของอวิ๋นจื่ออย่างเบามือก่อนที่จะหมุนตัวและเดินตรงไปยังปากถ้ำพร้อมไม้บรรทัดซวนยักษ์บนแผ่นหลัง  กลางคืนเป็นเวลาที่สัตว์เทพส่วนใหญ่ล้วนออกหากิน  ดังนั้นจึงเป็นเวลาที่เขาจำต้องเฝ้าระวังอยู่ตลอด

 

เมื่อเซียวเอี๋ยนหมุนตัวไป  ดวงตาที่ปิดสนิทอยู่ของอวิ๋นจื่อพลันลืมขึ้น  นางมองดูแผ่นหลังของเงาร่างที่กำลังแบกไม้บรรทัดยักษ์สีดำหน้าตาประหลาดที่กำลังหายลับไปอย่างเงียบๆ  มือของนางลูบไล้ผ้าคลุมดำที่ห่มอยู่บนร่างอย่างทะนุถนอม  และภายในหัวใจอันเยือกเย็น,  ระลอกคลื่นชนิดหนึ่งเริ่มกระเพื่อมไหว

 

“อา...”  เสียงถอนหายใจเบาๆ  ในถ้ำค่อยๆ  จางลง

...

เมื่อแสงอาทิตย์รุ่งอรุณอันอบอุ่นสาดส่องต้องเซียวเอี๋ยนที่กำลังหลับอยู่  ดวงตาง่วงงุนของเขาเริ่มเปิดขึ้น  ชั่วขณะที่เขาลืมตา  เขารีบหันมองโดยรอบอย่างรวดเร็ว

 

อวิ๋นจื่อกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงหิน  กระบี่เล่มยาวหน้าตาประหลาดวางอยู่บนท่อนขาของนาง วันนี้นางผลัดเปลี่ยนเป็นสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวราบเรียบชุดหนึ่ง  ผมทรงหลวมๆ  แต่เดิมถูกเกล้ารวบไว้  แลดูให้ความรู้สึกสูงส่งชนิดหนึ่ง  ใบหน้างดงามของนางสงบนิ่งและสวยงาม  ไม่เหลือร่องรอยความอ่อนแอที่เคยมีในหลายวันที่ผ่านมา

 

ราวกับว่านางรับรู้ได้ถึงการตื่นของเซียวเอี๋ยน  ดวงตาอวิ๋นจื่อลืมขึ้น  นัยน์ตางดงามกวาดมองไปทางเซียวเอี๋ยนขณะเอ่ยถามเบาๆ  “ตื่นแล้วหรือ?”

 

น้ำเสียงนั้นสดใสดังที่มันเป็นอยู่เสมอ  หากทว่าในครั้งนี้  มันแฝงไว้ด้วยแววเย็นชาเล็กน้อย  น้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นบทสนทนาระหว่างคนแปลกหน้า

 

หลังกวาดตามองอวิ๋นจื่อ  เซียวเอี๋ยนถอนหายใจช้าๆ  เขาเอียงศีรษะและเอ่ยถาม  “ผนึก  ถูกทำลายแล้วหรือ?”

 

“ใช่”  อวิ๋นจื่อพยักหน้าไร้อารมณ์และขยับร่างเบาๆ  พลันนางก็มาปรากฏกายยืนอยู่เบื้องหน้าเซียวเอี๋ยน  นางชำเลืองมองด้วยดวงตาคู่งาม  มองใบหน้าเซียวเอี๋ยนและกล่าว  “ออกเดินทางกันเถิด  เมื่อเราออกไป  ข้าจะช่วยเพิ่มพละกำลังให้เจ้าชั่วคราว”

 

เมื่อกล่าวจบประโยค  นางหมุนและเดินนำออกไปยังปากถ้ำด้วยฝีเท้ายั่วยวนและงดงาม

 

เขาเงยหน้าจ้องมองแผ่นหลังอันงดงามที่กำลังเดินออกจากถ้ำและกล่าวขึ้นในทันที  “ข้าชอบอวิ๋นจื่อเมื่อสอง-สามวันก่อน...  ข้าไม่ชอบท่านที่เป็นอยู่ในตอนนี้เลย”

 

ตรงปากถ้ำ  เงาร่างงดงามยืนสงบนิ่งอยู่  นางยืนอยู่  ณ  จุดเดิมชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะเริ่มสาวเท้าก้าวออกจากถ้ำไป

Comment

Comment:

Tweet

งั้นใน manga มันก็ย่อไปหลายตอนเลยอะดิคับ

#8 By jhonzzz (171.5.204.180) on 2016-03-12 21:24

@honzzz ?manga ตอนที่ ๑๕๒ ครับ แต่ตอนของมังงะ ไม่เท่าตอนในนิยายนะครับ

นิยาย ที่แปลตอนที่ ๑๕๕ เนี่ย ในการ์ตูนเพิ่งตอนที่ ๓๑-๓๒

http://www.readmanga.today/battle-through-the-heavens/152

ฉบับภาษาอังกฤษตอนที่ 323 เพิ่งเท่ากับการ์ตูนตอนที่ ๗๑ 

http://www.wuxiaworld.com/btth-index/btth-chapter-323/

ตอนนี้ก็เป็นฝ่ายรอลุ้นภาคภาษาอังกฤษทุกวันเหมือนกัน กรี๊สวันหลายตลบ

 

#7 By เฒ่าทารก on 2016-03-09 21:16

manga ล่าสุดอยู่ตอนที่เท่าไหร่ในนิยายหรอครัช

#6 By jhonzzz (223.204.210.119) on 2016-03-09 20:30

@เพลงชาติไทย ขอบคุณคับ kiss

#5 By เฒ่าทารก on 2016-02-19 11:09

สนุกดีครับ kiss

ท่านเฒ่าทารกต้องฟังเพลงนี้ จะได้อิน

https://www.youtube.com/watch?v=o2bixTGPMJM

 

อ้อซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ ครับ ร่ำรวยๆ เฮง เฮง เฮง

#3 By ตี๋ on 2016-02-08 19:10

โอ้ว kiss เราว่า.. เหมือนขุนแผน ไปไหนมีแต่สาวๆ 

#2 By เฒ่าทารก on 2016-02-07 19:55

ขอบคุณครับ

อารมณ์เหมือนเลิกกับแฟนไปแล้ว แต่ยังต้องทำงานที่เดียวกันใช่ไหม cool

#1 By ตี๋ on 2016-02-07 09:23