ติดตามด้วยการปรากฏกายขึ้นของสตรีผู้งดงามจับใจ ทั่วทั้งจัตุรัสตกสู่ความเงียบไปชั่วขณะ

 

ความเงียบดำเนินต่อไปอีกครู่ใหญ่ก่อนที่มันจะถูกทำลายลงด้วยเสียงเผลอร้องหวาดกลัว “ราชินีอสรพิษ?”

 

เพียงคำสองคำที่ถูกเอ่ยออกไป ทว่ามันกลับทำให้ทุกผู้คนบนลานจัตุรัสหนาวสั่นขึ้นมาในทันที ชื่อนี้เป็นสิ่งที่ชาวจักรวรรดิเจียหม่าแทบทุกคนเคยได้ยินมาก่อน สตรีผู้เลอโฉม งดงามจับใจ เย็นชา ทั้งยังดุร้ายยิ่ง ซึ่งได้เข่นฆ่าผู้คนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปมากมายในระหว่างที่ทำสงครามกับจักรวรรดิเจียหม่าด้วยตนเอง ในจักรวรรดินี้ มีผู้คนไม่มากที่มีความสามารถพอจะรับมือกับสตรีงดงามจับใจผู้นี้ได้

 

สตรีที่ใช้ความโหดเหี้ยมของนาง ซึ่งไม่ด้อยไปกว่าเหล่าสายเลือดกษัตริย์ เข้าข่มขวัญหลายๆ จักรวรรดิรอบบริเวณทะเลทรายเถิงเก๋อ เป็นเหตุให้พวกเขาหวาดกลัวที่จะก่อสงครามอย่างไม่รู้จักยั้งคิด

 

ผู้คนมากมายใช้คำว่า “น่าสะพรึงกลัว” เพื่อบรรยายถึงนาง

 

บนท้องฟ้า สีหน้าของไห่โป๋ต๋งซึ่งเคร่งขรึมอยู่แต่เดิมกลับแปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวเต็มที่ในขณะนี้ เขาอาจจะยังสามารถทำตัวสงบสุขุมอยู่ได้ต่อหน้าอวิ๋นซัน ทว่าต่อหน้าราชินีอสรพิษแล้ว เขากลับไม่สามารถปิดซ่อนความหวาดกลัวในหัวใจที่มีต่อนางได้ การต่อสู้ในทะเลทรายเถิงเก๋อในครั้งนั้นได้ทิ้งความหวาดกลัวไว้ในหัวใจของเขาและมันก็ยังคงมีอยู่

 

อีกประการหนึ่ง ผนึกซึ่งทำให้เขาต้องทนทุกข์ต่อชะตาชีวิตที่ต้องแยกตัวอาศัยอยู่อย่างสันโดษนับสิบๆ ปียังส่งผลให้ไห่โป๋ต๋งหวาดกลัวราชินีอสรพิษราวกับที่เขาหวาดกลัวงูพิษกับแมงป่องร้าย

 

นอกจากความรู้สึกหวาดกลัวแล้ว เขาก็พลันเนื้อตัวสั่นเทาขึ้นมาอีกคราหนึ่ง ดูจากแสงสว่างจ้าเมื่อครู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเมื่อครู่ได้กลายร่างมาจากราชินีอสรพิษนั่นเอง เพียงแค่คิดว่าตนได้ใช้ชีวิตร่วมเดินทางมากับสตรีน่าสะพรึงกลัวนางนี้มาด้วยกันไม่ทราบนานเท่าไหร่โดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวมาก่อน ก็เป็นเหตุให้ความสั่นเทิ้มสายหนึ่งแล่นลงไปตามกระดูกสันหลังของไห่โป๋ต๋งทีเดียว

 

“เซียวเอี๋ยน เจ้าเด็กผู้นี้ เขาเก็บราชินีอสรพิษเอาไว้ข้างกายของตนและยังไม่ยอมบอกข้าด้วย เจ้าลูกเต่า เขาต้องการให้ข้าตายหรืออย่างไร?” ไห่โป๋ต๋งค่อนข้างโกรธเคืองในหัวใจขณะสบถเงียบๆ ในใจ

 

“หึหึ ราชินีอสรพิษ เจ้าเด็กคนนี้ สมกับเป็นคนที่คุณหนูใฝ่ฝันถึง แม้พลังของเขาไม่ได้มากมายอันใด บรรดาผู้คนที่คอยปกป้องเขาอยู่ ยิ่งมากลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ข้าคิดว่าเขาคงจะสามารถเดินออกไปจากที่นี่ได้หลังสิ้นสุดการเดินทางมายังพรรคเมฆครามนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ข้าปรากฏตัวขึ้นด้วยซ้ำไป” หลิงอิงชื่นชมและส่ายศีรษะ การปรากฏกายขึ้นกะทันหันของราชินีอสรพิษยังทำให้เขาประหลาดใจยิ่ง

 

สีหน้าของฟาหม่าและเจียซิงเทียนบนต้นไม้ใหญ่ก็เริ่มเคร่งขรึมขึ้นเป็นอันมากในชั่วขณะนี้ คนทั้งสองสบตากันและสูดหายใจลึก อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่อาจเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาได้ หมัดเด็ดในคราวครั้งนี้ นับว่าออกจะน่าประหลาดใจเกินไปบ้างแล้ว

 

“ราชินีอสรพิษมิใช่ล้มเหลวในการวิวัฒน์ของนางหรือ?” กู่เฮ่อตกตะลึงขณะจ้องมองสตรีงดงามจับใจผู้นั้น สายตาของเขาค่อยๆ เลื่อนผ่านเซียวเอี๋ยนไปด้านข้าง ใบหน้าของเขาบูดบึ้งและกล่าวเบาๆ “ดูเหมือนว่านางจะมิได้ล้มเหลว ทว่าถูกเซียวเอี๋ยนพาไปหลังการวิวัฒน์โดยไม่มีผู้ใดทราบความ เด็กคนนี้ช่างห้าวหาญจนถึงกับทำให้ผู้คนพูดไม่ออกแล้ว สำหรับสตรีผู้นี้ การฆ่าคนก็เป็นเหมือนเพียงการเชือดไก่ตัวหนึ่ง เขาช่างโชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่ได้มาจนถึงวันนี้”

 

ที่ด้านหลัง หลิวหลิงหัวเราะขื่น พลังที่เซียวเอี๋ยนเพิ่งแสดงออกมา เห็นได้ชัดว่าได้แบ่งแยกเขาออกจากหมู่คนรุ่นราวคราวเดียวกันอย่างชัดแจ้ง แม้แต่คนที่มีอาวุโสกว่าบางคนก็ยังมิอาจเทียบกับเขาได้

 

ที่ข้างๆ กู่เฮ่อ น่าหลันเจี่ย มู่เฉิน และคนอื่นๆ มองหน้ากันและกัน ภายใต้ชื่อเสียงอันโหดเหี้ยมของราชินีอสรพิษ พวกเขาไม่กล้าส่งเสียงดังแม้แต่น้อย

 

ลำคอของเซียวเอี๋ยนกลิ้งเกลือกเงียบเชียบอยู่ครู่หนึ่ง ร่างของเขาเลื่อนไปด้านข้างเล็กน้อยอย่างไร้ร่องรอย สายตากวาดมองเงาร่างงดงามที่ด้านหลัง แม้นี่จะมิใช่ครั้งแรกที่เซียวเอี๋ยนได้เห็นนาง เขายังอดไม่ได้ที่จะแอบชื่นชมความงดงามของนางในหัวใจ

 

ร่างของราชินีอสรพิษในขณะนี้ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมสีม่วงอ่อนเพียงผืนหนึ่งเท่านั้น เรือนผมดำขลับของนางไล่ละลงไปตามสองบ่าและทิ้งปลายลงสู่สะโพกงามงอนของนางก่อนที่จะหยุดอยู่ตรงนั้น เงาร่างยั่วยวนใจของนางที่ยื่นอวบอิ่มชูชันออกมาที่ด้านหน้าและงอนงามกระชับอยู่ด้านหลัง ดูราวกับลูกท้อหวานฉ่ำที่กำลังสุกงอมเต็มที่ กำจายเสน่ห์ชวนดื่มด่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าออกมาจนหัวใจของผู้คนต้องเดือดพล่าน สายตาของเซียวเอี๋ยนเคลื่อนลงไปและค่อนข้างแปลกใจที่พบว่าส่วนที่แต่เดิมควรจะเป็นท่อนหางได้กลายสภาพเป็นเรียวขางดงามของมนุษย์คู่หนึ่งไปตั้งแต่เมื่อใดมิอาจทราบได้ ท่อนขาขาวผ่องเรียวเล็กลอยอยู่เหนือพื้นดินราวครึ่งนิ้ว พวกมันสะอาดสะอ้านปราศจากคราบฝุ่นดินแม้เพียงน้อย

 

“ราชินีอสรพิษ คาดไม่ถึงโดยแท้ว่าท่านก็คือเจ้าพญางูประหลาดตัวนั้น ไม่แปลกใจแล้วที่ข้าเอาแต่รู้สึกว่ามีบางสิ่งไม่ถูกต้อง” มือของอวิ๋นซันขยับเบาๆ และริ้วพลังงานระลอกหนึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือของเขา เขาใช้พลังนั้นเคลื่อนกายถอยไปด้านหลังสองสามก้าว ใบหน้าเรียบเฉยของเขาก็พลันปรากฏร่องรอยจริงจังขึ้นมาอีกคราหนึ่ง

                                                                                                                            

ปลายนิ้วงดงามเรียวยาวของราชินีอสรพิษสะบัดเบาๆ ริ้วพลังงานที่กระจายออกมาก็พลันหายไปเช่นนั้นเอง นางก้าวไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่งช้าๆ และบังเอิญเข้าไปอยู่ในเส้นทางเดียวกับเซียวเอี๋ยน นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความน่าหลงใหลจับใจพิเศษกวาดผ่านอวิ๋นซันขณะกล่าวด้วยเสียงเนือยๆ “ข้าเองก็คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะสามารถก้าวข้ามกำแพงเต๋าหวงและเข้าสู่ระดับเต๋าจงได้”

 

“ท่านเองก็วิวัฒน์ได้สำเร็จมิใช่หรือ?” อวิ๋นซันยิ้ม สายตาชำเลืองมองไปทางเซียวเอี๋ยนและกล่าว “เพียงแต่ว่า ข้ารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง ด้วยบุคลิกของท่าน ท่านกลับลงมือช่วยเหลือมนุษย์คนหนึ่ง?”

 

“หากเจ้าไม่แตะต้องพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้ง ข้าก็คงไม่ปรากฏกายขึ้นมา ข้ามิได้ใส่ใจนักหากว่าเขาจะเป็นหรือตาย” ดวงตาราชินีอสรพิษเบนมองเซียวเอี๋ยนขณะกล่าวเบาๆ

 

เซียวเอี๋ยนเหยียดมือออกไป มือที่ถือไม้บรรทัดซวนยักษ์กระชับแน่นและเต๋าชี่ก็โคจรอย่างรวดเร็วในร่างกาย เตรียมพร้อมที่จะรีบล่าถอยในทุกชั่วขณะที่ราชินีอสรพิษคิดจะลงมือเคลื่อนไหวผิดปกติใดๆ เขาคุ้นเคยกับความตื่นตัวเฝ้าระวังสตรีผู้นี้ซึ่งมีบุคลิกประหลาดและยากจะคาดเดาได้

 

“บัดนี้เมื่อท่านปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว ท่านคิดจะทำอย่างไรต่อไป?” เส้นผมสีขาวยาวของอวิ๋นซันปลิวไสวไปตามแรงลมขณะเอ่ยถามออกมาด้วยท่าทางไม่ใส่ใจเฉกเช่นเดียวกัน

 

“พาเขาไป” ราชินีอสรพิษไล่ละปลายนิ้วงดงามของนางขณะเอ่ยออกมาอย่างเรื่อยเฉื่อย

 

“เป็นไปได้ ที่ข้าจะไม่แตะต้องพญางูที่เจ้ากลายร่างไป” อวิ๋นซันขมวดคิ้วและกล่าว หลังประมือกันอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาดเมื่อครู่ที่ผ่านมา เขาเข้าใจชัดเจนดีว่าราชินีอสรพิษในขณะนี้ก็มีพลังซึ่งไม่ด้อยไปกว่าตัวเขาเลย หากพวกเขาต้องประมือกันจริงๆ คงเป็นการยากที่จะบอกว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะ

 

“หากข้าไม่พาเขาไป เจ้าหนูนั่นก็จะต่อต้านขึ้นมาทันที ข้าสามารถปรากฏร่างออกมาได้ก็เพราะว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตราย มีเพียงเวลาเช่นนี้เท่านั้นที่เจ้าหนูน้อยนั่นย่อมเลิกกดข่มข้าไว้ “ปลายนิ้วงดงามของราชินีอสรพิษถูนวดหน้าผากสะอาดตาของนาง มีร่องรอยอับจนหนทางปรากฏอยู่บนสองคิ้วบางๆ เห็นได้ชัดว่านางเองก็ไม่ค่อยเต็มใจที่จะช่วยเซียวเอี๋ยน

 

อวิ๋นซันดูเหมือนจะเข้าใจในคำพูดของราชินีอสรพิษซึ่งดูไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าใดนัก ทันใดนั้น รอยย่นบนหน้าผากของเขาก็ยิ่งลึกขึ้น สายตาค่อยๆ กวาดมองรอบด้านอีกคราหนึ่งขณะที่สีหน้ายังคงแปรเปลี่ยนต่อไป ไม่มีผู้ใดทราบว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

 

ทั่วลานจัตุรัสตกสู่ความเงียบอีกคราตามอวิ๋นซันที่นิ่งเงียบลง ผู้คนรอบด้านย่อมไม่มีคุณสมบัติพอที่จะขัดจังหวะบทสนทนาของยอดยุทธ์ระดับสูงทั้งสองในชั่วขณะนี้

 

อวิ๋นเหลิงถูศีรษะของตนและจ้องมองอวิ๋นซันซึ่งเริ่มลังเล หัวใจของเขาพลันเริ่มอดรนทนอยู่ไม่ได้ ปกติแล้วเขาย่อมไม่ปรารถนาจะให้เซียวเอี๋ยนเดินออกจากพรรคเมฆครามไปได้สำเร็จหลังจากที่ต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไปมากมายปานนี้ ฝ่ามือของเขาแตะบาดแผลที่ค่อนข้างร้ายแรงบนศีรษะเบาๆ ในขณะนี้ เลือดได้ตกสะเก็ดแล้ว ทว่าความเจ็บปวดรุนแรงยังคงหลงเหลืออยู่ในศีรษะ เป็นเหตุให้ความโกรธเกรี้ยวในใจอวิ๋นเหลิงยิ่งพุ่งเพิ่มขึ้น

 

“ท่านอดีตประมุข หากท่านปล่อยให้เซียวเอี๋ยนจากไปเช่นนี้ คงจะเป็นการทำลายชื่อเสียงของพรรคเมฆครามของเราอย่างแน่นอน!” ความโกรธเกรี้ยวกอร์ปกับความเจ็บปวดรุนแรงกัดกร่อนความมีเหตุผลของอวิ๋นเหลิงเสียสิ้น ทันใดนั้น ในที่สุดเขาจึงอดรนทนต่อไปไม่ได้และตะโกนร้องออกมาเสียงดังลั่น

 

“อย่ามาสอด” สองคิ้วงดงามราวภาพวาดของราชินีอสรพิษขมวดมุ่นเล็กน้อย นางหันศีรษะไป นัยน์ตางดงามจับใจจ้องมองอวิ๋นเหลิงที่ตะโกนออกมา ประกายแสงในดวงตาสว่างจ้ายิ่งขึ้น

 

เห็นแสงสว่างจ้าในดวงตาของราชินีอสรพิษ อวิ๋นเหลิงพลันหมดความรู้สึกใดๆ ลงนอกไปจากความสงบนิ่ง เขากำลังจะรีบล่าถอยเมื่อศีรษะพลันรู้สึกวิงเวียน เขาก้มลงมองดูวูบหนึ่ง เพียงเพื่อจะพบว่าก้อนหินสีเทาใต้ฝ่าเท้ากลับเริ่มแพร่กระจายขึ้นมาตามสองขา

 

“หยุดมือ!”

 

เสียงร้องเบาๆ ดังขึ้นฉับพลัน เงาร่างของอวิ๋นซันพลันปรากฏขึ้นข้างกายอวิ๋นเหลิง ขาข้างหนึ่งเหยียบลงบนสองเท้าของอีกฝ่าย พลังสายหนึ่งแผ่พุ่งแทรกซึมลงไป ตรงเข้าทำลายหินที่กำลังแพร่กระจายขึ้นมาจนแหลกละเอียด

 

ครั้นหินเหล่านั้นกลับกลายเป็นฝุ่นผงแล้ว ร่างของอวิ๋นเหลิงจึงได้พ้นจากการถูกควบคุม เหงื่อเย็นเงียบเกาะอยู่บนหน้าผากขณะรีบล่าถอยไปหลายก้าว ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังอวิ๋นซัน เขาไม่กล้ากล่าวสิ่งใดอีก

 

“พาเขาไปซะ!” อวิ๋นซันถอนหายใจ โบกมือรวดเร็ว เขากล่าวเสียงทุ้มต่ำหลังจากจ้องมองราชินีอสรพิษเขม็ง

 

เสียงถอนหายใจโล่งอกมากมายนับไม่ถ้วนดังขึ้นซ้ำๆ บนลานจัตุรัสเมื่อได้ยินคำพูดของอวิ๋นซัน เรื่องราวในวันนี้นับว่าออกจะลุกลามจนเกินเลยไป พวกเขาทุกคนล้วนคาดหวังว่ามันจะจบลงเสียที หากปัญหานี้ยังคงดำเนินต่อไป พวกเขาก็ไม่ทราบว่าจะมียอดยุทธ์อีกสักกี่คนโผล่ขึ้นมาเกี่ยวข้อง

 

“ท่านอดีตประมุข” อวิ๋นเหลิงออกจะไม่ยินยอม

 

“หุบปากของเจ้าซะ!” สีหน้าของอวิ๋นซันเคร่งขรึมขณะส่งเสียงร้องเย็นชาออกไป สายตาหันกลับไปทางเซียวเอี๋ยนและกล่าว “ข้าเองก็เคยได้ยินเรื่องสัญญาสามปีระหว่างเจ้ากับอวิ๋นหลันมาบ้างจากอวิ๋นอวิ๋น นับว่านางออกจะหุนหันพลันแล่นไปบ้างกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงก็นับว่าสิ้นสุดลงแล้ว ข้าหวังว่าระหว่างพวกเจ้าทั้งสอง จะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกันอีกในอนาคตข้างหน้า ข้าไม่อยากจะเอาความกับพวกเจ้าไม่กี่คนที่มาสร้างความวุ่นวายใหญ่โตในพรรคเมฆครามวันนี้ อย่างไรก็ตาม นี่จะเป็นครั้งเดียว หากเจ้ายังกล้ามาทำเช่นนี้อีกในอนาคตข้างหน้า พรรคเมฆครามของข้าจะต้องตอบโต้เจ้าให้สาสมอย่างแน่นอน แม้ว่าเจ้าจะมีราชินีอสรพิษคอยปกป้องอยู่ก็ตาม”

 

“ท่านอดีตประมุขอวิ๋นซัน ท่านวางใจได้ ครั้งนี้ก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับข้าที่จะมายังสถานที่เช่นนี้” เซียวเอี๋ยนสูดหายใจลึกเข้าปอด เขายกสองมือขึ้นคำนับแก่อวิ๋นซันและกล่าวพร้อมยิ้มบาง

 

“ไปซะ” สีหน้าของอวิ๋นซันไม่มีความเป็นมิตรแต่อย่างใดขณะโบกมือ

 

ราชินีอสรพิษชำเลืองมองไปทางเซียวเอี๋ยน นางไม่เอ่ยมากความอีกต่อไปขณะหมุนกายและออกเดินนำไปยังบันไดหินที่นอกจัตุรัส เซียวเอี๋ยนยกไม้บรรทัดซวนยักษ์ขึ้นและล่าถอยไปสองสามก้าวขณะเผชิญหน้ากับอวิ๋นซัน ในที่สุดสายตากวาดผ่านไปทางน่าหลันอวิ๋นหลันในกลุ่มคน เขาพบว่าอีกฝ่ายก็บังเอิญกำลังส่งสายตาสับสนซับซ้อนของนางมองมา

 

สองสายตาประสานกันและกัน ทว่าพวกมันมีอารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่เซียวเอี๋ยนเพิ่งมาถึง

 

เซียวเอี๋ยนถอนสายตาออกมา เขาหลุบตาลง หมุนกายและติดตามราชินีอสรพิษออกไปภายใต้สายตานับไม่ถ้วนคู่ที่กำลังจ้องมองอยู่

 

บนท้องฟ้า สีหน้าของไห่โป๋ต๋งแปรเปลี่ยนขณะจ้องมองราชินีอสรพิษอยู่เป็นนานจึงค่อยขยับปีก เขารักษาระยะห่างอยู่บนฟ้า ไม่ยอมลงไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

ภายใต้สายตานับไม่ถ้วนคู่ในพรรคเมฆคราม แผ่นหลังของเซียวเอี๋ยนและราชินีอสรพิษค่อยๆ หายลับลงสู่บันไดหินที่ทอดยาวสุดสายตาและปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก

 

“อา ในที่สุดก็จบลงแล้ว”

 

ขณะที่พวกเขาจ้องมองคนทั้งสองหายลับไปจากสายตา กลุ่มยอดยุทธ์บนต้นไม้ใหญ่ต่างพากันถอนหายใจโล่งอก พวกเขาจ้องมองกันและกันและหัวเราะเจื่อนออกมา ใครจะคาดคิดว่าเพียงการประลองที่เกิดขึ้นจากเด็กรุ่นเยาว์สองคน จะต้องจบลงด้วยการลากกลุ่มยอดยุทธ์น่าสะพรึงกลัวออกมามากมายปานนี้ จนพวกเขาแทบหยุดหายใจแล้ว

 

“ทุกท่าน เรื่องราวในวันนี้ก็คงจะจบลงแต่เพียงเท่านี้ ข้าต้องขออภัยอย่างแท้จริงที่ทำให้ทุกท่านต้องมาชมดูละครตลกของเด็กๆ” อวิ๋นซันเหลือบตาขึ้น ชำเลืองมองไปโดยรอบคราหนึ่งและหัวเราะออกมาเบาๆ

 

“เคะๆ ท่านประมุขอวิ๋นซันช่างรู้จักพูดตลก ในเมื่อเรื่องราวก็จบลงแล้ว พวกเราก็ไม่ควรรั้งอยู่ต่อไป หากพวกเรามีโอกาส พวกเราจะมาเยี่ยมเยียนท่านที่พรรคเมฆคราม” ทุกคนที่กำลังยืนอยู่บนยอดไม้ใหญ่ย่อมได้ยินคำขับไล่แขกเหรื่อภายในคำพูดของอวิ๋นซัน ทันใดนั้น พวกเขาต่างรู้ว่าจะไม่เป็นการฉลาดหากจะชักช้าอยู่ในสถานที่เช่นนี้อีกต่อไป ดังนั้น หลังจากกล่าวลาอย่างสุภาพอีกสองสามคำ ทั้งหมดก็พาคนของตนกระโจนลงจากต้นไม้และพุ่งตรงลงไปยังตีนเขา

 

“ท่านอดีตประมุข พวกเราจะปล่อยให้เซียวเอี๋ยนจากไปเช่นนี้จริงๆ หรือ? เขาได้สร้างความวุ่นวายให้แก่พรรคเมฆครามของเราจนปานนี้” ดวงตาอวิ๋นเหลิงจ้องมองผู้คนที่จากไปก่อนที่จะหันไปมองยังทิศทางที่เซียวเอี๋ยนหายลับไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ ในที่สุด เขาจึงอดไม่ได้ที่กล่าวออกมา

 

“เจ้าต้องการจะทำอะไร?” อวิ๋นซันชำเลืองมองเขาน้อยๆ และกล่าว “แม้แต่ข้าก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะราชินีอสรพิษได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเต๋าหวงที่เก่งกาจอีกถึงสองคน ด้วยกลุ่มคนเช่นนี้ พวกเราจะต้องเสียหายใหญ่หลวงไปอีกเท่าไหร่เพียงเพื่อจะจับตัวเซียวเอี๋ยนเอาไว้?”

 

อวิ๋นเหลิงกัดฟันกรอดและกล่าว “ทว่าจากเรื่องราวในวันนี้ เห็นได้ชัดว่าเซียวเอี๋ยนไม่ยอมไว้หน้าพรรคเมฆครามของพวกเราเลย หากเราไม่หาโอกาสกอบกู้ชื่อเสียง เมื่อเรื่องราวในครั้งนี้แพร่สะพัดออกไป พวกเรามิใช่จะต้องกลายเป็นตัวตลกแล้วหรือ?”

 

อวิ๋นซันใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยและกล่าว “เจ้ากำลังวางแผนจะทำอันใด?”

 

“ดูจากผู้ช่วยเหลือเซียวเอี๋ยนในวันนี้แล้ว ข้ากล้ารับประกันว่าการตายของโม่เชิงจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน ในเมื่อเขาไม่ยอมอยู่ในพรรคเมฆคราม พวกเราก็น่าจะไปยังเมืองวูตันและเชิญบิดาของมันมาแทน” อวิ๋นเหลิงเอ่ยเบาๆ

 

“เจ้าโง่!” สีหน้าของอวิ๋นซันหมดหวังขณะตำหนิเบาๆ “ข้าคิดว่าเจ้าคงต้องเพ้อเจ้อไปเพราะความแก่เฒ่าของเจ้าเป็นแน่ ในเมื่อเจ้าก็รู้แล้วว่าเซียวเอี๋ยนมีผู้เกื้อหนุนอยู่เบื้องหลังไม่น้อย เจ้ายังคิดจะไปยั่วโทสะเขาเพียงเพราะโม่เชิงอีกหรือ? นี่มันคุ้มค่ากันจริงๆ หรือ? เรื่องราวจบลงตรงนี้ อย่าได้พูดถึงเรื่องนี้อีกเป็นอันขาด!”

 

หลังกล่าวจบ อวิ๋นซันสะบัดชายแขนเสื้อ เขาหมุนกายและเดินตรงไปยังใจกลางจัตุรัส ที่ที่เขาเริ่มสั่งการผู้คนให้เก็บกวาดความเสียหายต่างๆ เสีย

 

สีหน้าของอวิ๋นเหลิงทั้งเขียวคล้ำและซีดขาวขณะจ้องมองอวิ๋นซันที่สะบัดชายแขนเสื้อจากไป เขาค่อยๆ ลูบคลำบาดแผลร้ายแรงบนศีรษะ สีหน้าสูงวัยซีดขาวของเขาก็พลันโหดเหี้ยมขึ้นมาอีกคราหนึ่ง สายตาที่ใช้จ้องมองไปยังทิศทางที่เซียวเอี๋ยนหายลับไปเต็มไปด้วยความเป็นปรปักษ์และความอาฆาต

 

ไม่นานหลังจากที่เหตุการณ์บนจัตุรัสจบลง ลมเร่งรุดสายหนึ่งดังขึ้นบนฟ้า ทันใดนั้น เงาร่างงดงามสูงสง่าสายหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นบนฟ้าเหนือลานกว้าง ดวงตางดงามของนางกวาดมองความเสียหายบนพื้นและใบหน้างดงามของนางก็เผลอเคร่งเครียดขึ้นมาฉับพลันแล้ว

 

“อาจารย์”

 

บนลานจัตุรัส น่าหลันอวิ๋นหลันเป็นบุคคลแรกที่เห็นเงาร่างงดงามกำลังค่อยๆ ลดระดับลงมาจากบนฟ้า นางสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาน่ารักพลันแดงเรื่อขึ้นมาขณะพุ่งตัวตรงไป ครั้นแล้ว นางโผเข้าหาอ้อมอกของอีกฝ่าย ความคับข้องเจ็บปวดในหัวใจในที่สุดแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้ครวญครางแล้ว

 

“ท่านประมุข ท่านประมุขกลับมาแล้ว!”

 

เมื่อศิษย์ทุกคนบนจัตุรัสมองเห็นสตรีในชุดสีนวลซึ่งปรากฏกายขึ้น พวกเขาต่างพากันตื่นเต้นขณะคุกเข่าลง

 

“เอาล่ะ เอาล่ะ อวิ๋นหลัน หยุดร้องได้แล้ว บอกอาจารย์มา เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่”

 

สตรีในชุดสีนวลลูบไล้เรือนผมยาวสลวยของน่าหลันอวิ๋นหลันอย่างปลอบโยน นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ใบหน้างดงามสง่ากลับเป็นคนคนเดียวกับบุคคลน่าสงสัยที่เคยอาศัยอยู่ร่วมกับเซียวเอี๋ยนในหุบเขาสัตว์เทพครั้งนั้น ... อวิ๋นจื่อ ...

Comment

Comment:

Tweet

สวยคนละแบบไงล่า กุหลาบ ราชินีแห่งมวลหมู่ดอกไม้ กับบัวหลวง ชื่นใจ cool

#2 By เฒ่าทารก on 2017-01-03 19:02

 ขอบคุณครับ มีความสุขในวันหยุดยาวหลังปีใหม่นะครับส่วนผมงานเร่งยิ่งกว่าสิ้นปีซะอีก -*-

---

เซียวเอี๋ยนนี่เจ้าชู้จริงๆ คนที่เมียส่งมาคุมยืนหัวโด่ ก็ยังไปมองสาวอื่นตั้งแต่หัวจรดหาง แถมบรรยายซะสวยกว่าเมียตัวเองอีกมั๊ง

#1 By ตี๋ on 2017-01-03 17:20