บนทางเดินเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่ม เงาร่างมนุษย์สองคน บุรุษผู้หนึ่งและสตรีผู้หนึ่ง ผู้หนึ่งนำหน้า กำลังเดินช้าๆ บรรยากาศเงียบเชียบปกคลุมโดยรอบคนทั้งคู่

 

บนฟ้าเหนือศีรษะของคนทั้งสอง เงาร่างสองสายก็กำลังติดตามหลังมาห่างๆ

 

ในชั่วขณะหนึ่ง สตรีซึ่งเดินนำหน้าอีกฝ่ายหยุดเดินลง มืองดงามของนางปัดปอยผมดำขลับบนหน้าผากเบาๆ นางเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมาจากริมฝีปากแดงเรื่อน่าหลงใหลด้วยเสียงเย็นเยือก “พวกเจ้าทั้งสองข้างบนนั้น พวกเจ้าบินไม่เหนื่อยหรืออย่างไร?”

 

แม้น้ำเสียงของนางไม่ดังนัก เงาร่างมนุษย์สองสายบนฟ้ากลับหยุดชะงักโดยพร้อมเพรียงกันไปครู่หนึ่ง พวกเขาสบตากันและได้แต่ค่อยๆ ร่อนลงบนไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ด้านหลังเซียวเอี๋ยน

 

“ผู้เฒ่าไห่ จากนี้ ท่านตั้งใจจะทำอันใดต่อไป? จนถึงเดี๋ยวนี้ ข้ายังไม่อาจรวบรวมสมุนไพรที่จำเป็นสำหรับยาฟื้นฟูจิตวิญญาณสีม่วงของท่านได้ครบถ้วน” เซียวเอี๋ยนก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างระมัดระวัง ศีรษะหันไปทางไห่โป๋ต๋งขณะกล่าว

 

ไห่โป๋ต๋งสะดุ้งเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าเขาบูดบึ้งเล็กน้อยขณะสายตาแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัว กวาดมองราชินีอสรพิษที่กำลังเอนกายอยู่บนโคนไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง กำลังหยอกเอินอยู่กับใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาใบหนึ่ง เขานิ่งไปชั่วครู่และยิ้มขื่น “เจ้าเด็กน้อย ในเมื่อเจ้าออกจากพรรคเมฆครามมาได้สำเร็จ จากนี้ไป ดูเหมือนว่าเจ้าคงไม่จำเป็นต้องมีข้าคอยคุ้มกันแล้ว สำหรับยาฟื้นฟูจิตวิญญาณสีม่วงนั้น หากเจ้ารวบรวมสมุนไพรและวัตถุดิบต่างๆ ได้สำเร็จ ในอนาคตข้างหน้า เจ้าก็ช่วยข้ากลั่นมันและหาคนที่เจ้าไว้ใจได้ ส่งมอบมันมาให้ข้าได้ ต่อจากนี้ ข้าคงจะอาศัยอยู่ในเมืองหลวงนี้แหละ”

 

เซียวเอี๋ยนเบะปากและพยักหน้าเงียบๆ เขาคำนับให้แก่ไห่โป๋ต๋งบนต้นไม้อย่างจริงจังและกล่าวเสียงทุ้มลึก “ท่านผู้เฒ่าไห่ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ข้า เซียวเอี๋ยน จะจดจำความช่วยเหลือของท่านในวันนี้เอาไว้ให้มั่น ในอนาคตข้างหน้า หากท่านผู้เฒ่าไห่มีเรื่องราวอันใดที่ยากจะรับมือได้และต้องการกำลังคน หากข้าทำได้ ผู้น้อยเช่นข้าจะใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีเข้าช่วยเหลือท่านอย่างแน่นอน!”

 

“เคะๆ เอาล่ะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็แยกทางกันที่นี่เถอะ หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือใดๆ ในอนาคตข้างหน้า เจ้าไปที่ตระกูลมิเทียร์ในเมืองหลวงได้เลย” ไห่โป๋ต๋งยิ้ม พยักหน้าขณะตอบ

 

“ตกลง”

 

“จดจำไว้ เจ้าเด็กน้อย ข้าอาจไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับราชินีอสรพิษ ทว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าควรจะระมัดระวังให้มากเมื่อต้องรับมือกับนาง  ความโหดร้ายของสตรีผู้นี้ ไกลเกินความคาดหมายของเจ้ามากนัก” หางตาของไห่โป๋ต๋งชำเลืองมองไปทางราชินีอสรพิษที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาอีกคราหนึ่ง ริมฝีปากของเขาขยับเล็กน้อย และเสียงๆ หนึ่งซึ่งบางเบาและถูกห่อหุ้มด้วยเต๋าชี่จนผู้คนไม่อาจได้ยินถูกถ่ายทอดส่งต่อเข้าไปในหูของเซียวเอี๋ยน

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

 

“ลาก่อน เจ้าเด็กน้อย!” ไห่โป๋ต๋งยกมือขึ้นคำนับให้แก่เซียวเอี๋ยนอีกคราหนึ่ง เขาพลันชำเลืองมองไปยังหลิงอิงที่อยู่ด้านข้างและส่งยิ้มฉันท์มิตรให้คราหนึ่ง ครั้นแล้ว เขาขยับปีกบนแผ่นหลังและพลันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า หายลับไปในฟ้าสีคราม

 

“ผู้เฒ่าท่านนี้” ครั้นเมื่อใช้สายตาส่งไห่โป๋ต๋งจากไปแล้ว เซียวเอี๋ยนจึงหันไปมองหลิงอิงที่กำลังยิ้มแย้มอยู่และกล่าวขึ้นอย่างนอบน้อม

 

“เคะๆ ตามคำสั่งที่ข้าได้รับมา ภารกิจของข้าลุล่วงก็เมื่อเจ้าออกจากพรรคเมฆครามมาได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น ข้าก็ควรกลับไปได้แล้ว” หลิงอิงยิ้มและยกนิ้วหัวแม่มือให้แก่เซียวเอี๋ยน “เจ้าเด็กน้อย ในครั้งนี้ เจ้าทำได้ดีมาก เจ้ามีความกล้าหาญ”

 

“ท่านผู้เฒ่ากล่าวชมข้าเกินไปแล้ว ผู้น้อยมีกำลังใจก็เพราะว่ามีพวกท่านหลายคนคอยช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้น ไม่ว่าข้าจะใจกล้าปานใด ก็คงไม่กล้าอวดดีกับพรรคเมฆครามเป็นแน่แท้” เซียวเอี๋ยนยิ้มและกล่าว

 

หลิงอิงหัวเราะเต็มที่ขณะตอบ “เจ้าเด็กน้อย นิสัยของเจ้าเป็นแบบที่ข้าชอบทีเดียว อย่างไรก็ตาม ข้ายังมีภารกิจอื่นที่ต้องกระทำและไม่อาจชักช้าต่อไปได้ ข้าจะขออำลาเจ้าที่นี่ หากพวกเราได้พบกันอีกในอนาคตข้างหน้า ตาแก่เช่นข้าจะเชิญให้เจ้าร่วมดื่มกับข้าจนจุใจไปเลย”

 

“ขอบคุณท่านมาก” เซียวเอี๋ยนจ้องมองหลิงอิงค่อยๆ ลอยตัวสูงขึ้นไปและพยักหน้าพร้อมยิ้มแย้ม

 

“อีกประการหนึ่ง ในฐานะที่พวกเรามีนิสัยเหมือนกัน ข้าจะบอกอะไรเจ้าอย่างหนึ่ง” ปีกคู่ของหลิงอิงหยุดชะงักลง เขามองตรงไปทางเซียวเอี๋ยนและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทวีปแห่งเต๋านี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก เจ้าจะต้องรีบทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ไม่เช่นนั้น เจ้าจะไม่มีสิทธิ์เลือกบุคคลที่เจ้ารักได้เลย!”

 

“เอาล่ะ สิ่งที่ข้าจะพูดมีเพียงเท่านี้ จงมองไปรอบๆ กายของเจ้า แล้วเจ้าจะเข้าใจความหมายในคำพูดของข้าเองในอนาคต” หลิงอิงโบกมือขณะร่างกายลอยสูงขึ้นไปในท้องฟ้า ตามด้วยเสียงลมเร่งเร้าเหล่านั้น ร่างของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำพร่าเลือนซึ่งหายลับไปยังเส้นขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว

 

“อา ทุกคนล้วนจากไปแล้ว”

 

เซียวเอี๋ยนยืนอยู่ที่เดิมและถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง เขาพลันใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยขณะจ้องมองหลิงอิงที่หลายลับไปทางเส้นขอบฟ้า รู้สึกไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับคำพูดที่อีกฝ่ายกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้

 

“เอาล่ะ เจ้าน่าจะบอกลาเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือมิใช่?” ในขณะที่เซียวเอี๋ยนกำลังจ้องมองขึ้นไปในอากาศอย่างโง่เขลา เสียงไร้ความรู้สึกสายหนึ่งพลันดึงเขากลับมาจากความเหม่อลอย

 

เซียวเอี๋ยนหมุนกายและจ้องมองราชินีอสรพิษผู้ซึ่งกำลังใช้ดวงตางดงามจับใจของนางจ้องมองมาที่เขา มุมปากของเขายกสูง เผยเป็นรอยยิ้มที่ค่อนข้างน่าเกลียดขณะกล่าวเงอะงะ “นั่น ... องค์ราชินี เหตุใดท่านจึงไม่กลายร่างกลับไป?”

 

“กลายร่างกลับ?” ราชินีอสรพิษเลิกสองคิ้วสูงขณะจ้องมองเซียวเอี๋ยนด้วยท่วงท่ากึ่งยิ้ม “ใครบอกว่าข้าจะกลายร่างกลับไป?”

 

“อย่าบอกข้านะว่าท่านปรับตัวเข้ากับจิตวิญญาณของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งได้สำเร็จแล้ว?” สีหน้าของเซียวเอี๋ยนแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย สองหมัดใต้แขนเสื้อกำแน่นฉับพลัน

 

ราชินีอสรพิษเพียงชำเลืองมองเซียวเอี๋ยน ความเปลี่ยนแปลงแม้เพียงนิดในร่างกายของเขาไม่อาจรอดพ้นไปจากการรับรู้ของนางได้ นางยืดตัวตรงและบิดเอวเกียจคร้าน ส่วนเว้าโค้งยั่วยวนสายตายิ่งนัก อย่างไรก็ตาม เซียวเอี๋ยนในขณะนี้ไม่กล้าทิ้งสายตาลงบนจุดดึงดูดใจเหล่านั้นอย่างอวดดีเป็นแน่แท้ หากเขาเคลื่อนไหวไม่เหมาะสมแม้เพียงน้อยต่อหน้าบุคคลผู้ซึ่งเป็นที่หวาดกลัวแม้กระทั่งกับจอมยุทธ์เช่นอวิ๋นซัน อีกฝ่ายคงต้องเอาชีวิตของเขาในทันทีแล้ว

 

“เพื่อแลกเปลี่ยนกับการปกป้องเจ้า เจ้าตัวน้อยนั้นไม่อาจจะปรากฏตัวออกมาได้เป็นเวลาสามวัน” รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปากของราชินีอสรพิษ เห็นได้ชัด นางพอใจยิ่งกับข้อตกลงระหว่างพวกนางในคราวครั้งนี้

 

“อ้อ” เซียวเอี๋ยนถอนหายใจโล่งอก เขากรอกตาตลบหนึ่งและยิ้มขณะกล่าว “ถ้าเช่นนั้น ราชินีอสรพิษกำลังคิดจะใช้ร่างมนุษย์ติดตามข้าไปทั่วในสามวันนี้หรือ?”

 

“อย่าได้คิดอะไรตลกๆ เพราะนั่นจะทำให้ชีวิตของเจ้าสั้นลง” ราชินีอสรพิษขยับเท้า หอบเอาลมหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์พิเศษสายหนึ่งที่สามารถสร้างไฟราคะในท้องน้อยของผู้คนให้ลุกโหมขึ้นมาได้ นางมาถึงเบื้องหน้าของเซียวเอี๋ยน อย่างไรก็ตาม ท่วงท่ายิ้มแย้มเช่นนี้ของนาง เป็นเหตุให้ทั่วทั้งร่างของเซียวเอี๋ยนแข็งทื่อแล้ว

 

มือขาวผ่องราวหิมะของนางพลันยื่นมาเบื้องหน้าเซียวเอี๋ยน มือเรียวเล็กงดงามอ่อนนุ่มที่กระตุ้นให้ผู้คนคิดอยากจะขบลงไปสักคำหนึ่ง

 

“ส่งของนั้นมาให้แก่ข้า” ราชินีอสรพิษกล่าวด้วยท่วงท่านุ่มนวลอ่อนโยน

 

“ของอะไร?” ใบหน้าเซียวเอี๋ยนงุนงงกับคำพูดนี้

 

“สูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณ” ราชินีอสรพิษช่วยคลายความหลงลืมแก่เซียวเอี๋ยนช้าๆ สบายๆ

 

“เอ่อ” มุมปากของเซียวเอี๋ยนกระตุกวูบ เซียวเอี๋ยนพลันยิ้มเจื่อนและถอนหายใจ มือของเขาแตะลงบนแหวนเก็บของเบาๆ และสูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณซึ่งเขาต้องลงทุนลงแรงมากมายเพื่อให้ได้ครอบครองมันก็ถูกส่งมอบไว้ในกำมือของอีกฝ่ายอย่างง่ายดายเช่นนี้เอง

 

มืองดงามของราชินีอสรพิษถือสูตรสำหรับปรุงยาหลอมรวมจิตวิญญาณเอาไว้ เป็นครั้งแรก อารมณ์ที่บ่งบอกว่านางไม่อาจทนรอได้อีกต่อไปปรากฏขึ้นบนใบหน้ายวนใจของนาง สองมือของนางดึงม้วนสูตรยาเปิดออกและดวงตางดงามของนางเฝ้าอ่านประสิทธิภาพของยาหลอมรวมจิตวิญญาณที่บันทึกเอาไว้อย่างละเอียด ครู่ใหญ่ผ่านไป นางผ่อนลมหายใจออกมาเสียยาว นางม้วนสูตรยา สะบัดนิ้วงดงามและม้วนสูตรยาก็เริ่มหมุนวนอยู่เหนือมือของนางราวกับมีเวทมนตร์

 

เซียวเอี๋ยนพึมพำในหัวใจขณะจ้องมองราชินีอสรพิษที่นิ่งเงียบไป เขาเองก็ได้แต่นิ่งเงียบเช่นกัน

 

“แปะ!” ม้วนสูตรยาที่กำลังหมุนอยู่พลันตบลงบนมือของนางเบาๆ ราชินีอสรพิษช้อนสายตางดงามยวนใจคู่นั้นขึ้น ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้คนต้องพลั้งเผลอหลงใหลนัยน์ตาคู่นั้นแล้ว นางจ้องมองเซียวเอี๋ยนและโบกม้วนยาบนมือใส่เขา นางเอ่ยถาม “เจ้าคงจะได้อ่านแล้ว ใช่หรือไม่?”

 

“ใช่” เซียวเอี๋ยนพยักหน้าตามความสัตย์

 

“เจ้ากลั่นมันได้หรือไม่?” ราชินีอสรพิษเอ่ยถามเบาๆ ในขณะนี้ เซียวเอี๋ยนสัมผัสได้ว่าลมหายใจของอีกฝ่ายร้อนรนขึ้น

 

“ข้าเป็นเพียงนักแปรธาตุที่ยังไม่ถึงระดับสี่ด้วยซ้ำไป ยาหลอมรวมจิตวิญญาณนี้เป็นยาเม็ดในระดับหก” เซียวเอี๋ยนยิ้มขื่นและยื่นมือออกไป ก่อนที่คำพูดของเขาจะสิ้นสุดลง เขาพลันถูกขัดจังหวะขึ้นด้วยเสียงหัวเราะจากฝ่ายตรงข้าม

 

“แม้พลังจิตสัมผัสของข้าจะถูกพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งกดข่มเอาไว้ ข้าก็รับรู้ได้คร่าวๆ ในเรื่องราวบางอย่างของเจ้า ในครั้งนั้น ยาที่เจ้ามอบให้แก่ไห่โป๋ต๋งเพื่อทำลายผนึกที่ข้าปิดเอาไว้ก็เป็นยาเม็ดระดับหกมิใช่หรือ? ข้าอาจจะไม่แน่ใจว่าเหตุใด บางครั้งพลังของเจ้าจึงไม่นิ่งเฉกเช่นครั้งก่อน แต่ข้ารู้ดีว่าเจ้าสามารถกลั่นยาเม็ดระดับหกได้อย่างแน่นอน!”

 

“หากเจ้าสามารถกลั่นยาระดับหกได้ เจ้าก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเจรจากับข้าได้ หากเจ้าทำไม่ได้ ข้าก็ไม่สนใจ... ในจุดนี้” มือของราชินีอสรพิษตัดผ่านลำคอของเซียวเอี๋ยนเบาๆ อีกฝ่ายพลันรู้สึกว่าลำคอของตนเย็นเยือก เขารีบแตะมันดูและต้องตกตะลึงที่พบหยดเลือดสดๆ ปรากฏขึ้นบนลำคอของตน

 

“สิ่งที่ไห่โป๋ต๋งบอกนั้นจริงแท้ สตรีผู้นี้ช่างโหดเหี้ยมนัก” เซียวเอี๋ยนกลืนน้ำลายเต็มคำลงคอขณะสบถในหัวใจเงียบๆ  หลังนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาไม่ปิดบังข้อมูลอีกต่อไป เขาจ้องมองราชินีอสรพิษตรงๆ “เอาล่ะ ข้าช่วยท่านกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณได้ ทว่าข้าจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง?”

 

“ประโยชน์หรือ? ข้าสามารถลืมสิ่งที่เจ้าขัดขืนข้าเมื่อครู่นี้ได้” ราชินีอสรพิษกล่าวเบาๆ

 

“ชิ ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ไปหาคนอื่นให้ช่วยกลั่นยาให้ท่านเถอะ ข้าไม่สนใจ” มุมปากเซียวเอี๋ยนห่อม้วนเมื่อได้ยินเช่นนี้ขณะหัวเราะเย็นชา

 

ดวงตางดงามของราชินีอสรพิษหรี่แคบลงเล็กน้อย รังสีสังหารเย็นชาค่อยๆ ปกคลุมตัวนาง พลังงานเจ็ดสีพลันแผ่พุ่งขึ้นบนฝ่ามืองดงามของนางราวกับคลื่นน้ำ นางจ้องมองคลื่นเจ็ดสีที่ดูราวคลื่นน้ำและถามเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม “เจ้ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเจรจาข้อแลกเปลี่ยนกับข้าหรือ?”

 

“หากท่านคิดจะฆ่าข้าจริงๆ เกรงว่าพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์ก็คงจะเริ่มลงมือตอบโต้ในทันที หรือมิใช่?” เซียวเอี๋ยนขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว เปลวไฟสีครามสายหนึ่งปรากฏขึ้นเงียบๆ บนฝ่ามือที่ปิดซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ

 

รังสีสังหารที่ห่อหุ้มอยู่รอบกายของราชินีอสรพิษพลันเริ่มเฉื่อยลง นางย่นคิ้วเล็กน้อยและกล่าว “นับว่าเจ้าฉลาดไม่น้อยเลยทีเดียวที่รู้จักใช้ความสัมพันธ์ของเจ้ากับพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเข้าข่มข้า”

 

เห็นเช่นนี้ เซียวเอี๋ยนถอนหายใจโล่งอก จากสิ่งที่เห็น ดูเหมือนว่าพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งยังคงสามารถกดข่มราชินีอสรพิษไว้ได้อยู่บ้าง

 

“ข้ามิใช่คนที่ชอบบังคับขู่เข็ญเอาประโยชน์จากผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ความคิดที่จะจับเสือมือเปล่าขององค์ราชินีออกจะขาดความปราณีเกินไปสักหน่อย การกลั่นยาเม็ดระดับหกเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและเหน็ดเหนื่อยยิ่ง แต่กระนั้น ท่านกลับต้องการให้ข้าลงทุนกลั่นมันเพียงเพราะคำพูดลอยๆ จากท่าน ท่านจะหาเรื่องดีๆ ปานนี้จากโลกใบนี้ได้อย่างไร? หรือท่านไม่เห็นด้วย ราชินีอสรพิษ?” เซียวเอี๋ยนทำท่าทางออกจะอับจนหนทางขณะกล่าว

 

“หยุดวาจาเชือดเฉือนของเจ้าเสียเถอะ บอกเงื่อนไขของเจ้ามา” ราชินีอสรพิษกล่าวเบาๆ

 

“บัดนี้ ไห่โป๋ต๋งและผู้เฒ่าหลิงอิงได้จากไปแล้ว ข้าจึงไม่รู้สึกปลอดภัยอีกต่อไป” เซียวเอี๋ยนถูศีรษะและหัวเราะเงอะงะ “หากองค์ราชินียินดีที่จะให้สัญญาว่าจะปกป้องข้าน้อยเป็นเวลาสามปี ข้าจะช่วยท่านกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น”

 

“หึหึ คุ้มกันเจ้าเป็นเวลาสามปีหรือ?” รอยยิ้มพลันผุดพรายขึ้นบนใบหน้างดงามของราชินีอสรพิษ มือของนางแตะลงบนบ่าของเซียวเอี๋ยนเบาๆ รอยยิ้มของนางช่างน่าหวั่นไหวยิ่ง “ในกรณีเช่นนี้ มิสู้ยอมเสี่ยงกับการถูกพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์กดข่มดู และฆ่าเจ้าเสียเดี๋ยวนี้ จะไม่เป็นการดีกว่าหรือ?”

 

“อีกนัยหนึ่ง ก็ไม่มีอันใดจะต้องเจรจากันอีกแล้ว?” เซียวเอี๋ยนดึงไหล่กลับและแบมือ

 

“เอาล่ะ เจ้าเลิกฝันหวานไปได้เลย ข้าไม่โง่เช่นไห่โป๋ต๋ง ข้าจะให้เวลาเจ้าหนึ่งปี ภายในหนึ่งปีนี้ ข้าจะไม่ใช่นักสู้ของเจ้า ข้าจะออกมาและยื่นมือเข้าช่วยขจัดปัญหาให้แก่เจ้าก็ต่อเมื่อเจ้าอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายคับขันถึงชีวิตเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ข้าอาจจะยอมขยับบ้างหากข้าอารมณ์ดี แน่นอน หากเจ้าไม่สามารถส่งมอบยาหลอมรวมจิตวิญญาณออกมาได้ภายในเวลาหนึ่งปี ก็อย่าได้โทษว่าข้าใจร้าย นี่คือเงื่อนไขของข้า เจ้าจะตกลงหรือไม่?” ราชินีอสรพิษกล่าวอย่างค่อนข้างใจร้อน

 

เซียวเอี๋ยนใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย ในที่สุดเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองใบหน้างดงามของราชินีอสรพิษที่กำลังเต็มไปด้วยรังสีสังหารอยู่เป็นครู่ใหญ่ เขาได้แต่พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก

 

“ตกลง”

 

ได้ยินดังนี้ รังสีสังหารบนใบหน้าของราชินีอสรพิษพลันแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนยวนใจยิ่ง

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

มีสาวงามคอยติดตามแบบนี้ เทียบกับตาแก่ไห่โป๋ต๋งแล้ว เหมือนฟ้ากับเหวเลยทีเดียว

#1 By ตี๋ on 2017-01-03 19:52