ขณะที่เซียวเอี๋ยนจ้องมองราชินีอสรพิษผู้ซึ่งลดเลือนรังสีสังหารของนางลงได้อย่างรวดเร็วเพียงชั่วพริบตา เขาได้แต่หัวเราะขื่นออกมา สตรีผู้นี้นับว่ามิได้อาศัยเพียงชื่อเสียงของนางเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้แก่ยอดยุทธ์มากมายในจักรวรรดิเจียหม่าจนต้องหวาดกลัวนางจับใจ

 

“เจ้าคิดจะไปที่ใดต่อไป?” ราชินีอสรพิษส่งสูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณคืนให้แก่เซียวเอี๋ยนและเอ่ยถามลวกๆ

 

เซียวเอี๋ยนรับสูตรยากลับมาอย่างระมัดระวัง เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยออกมา “ข้าคิดว่าข้าจะเดินทางกลับไปยังเมืองวูตันก่อน หลังจากนั้น ข้าคงจะออกจากจักรวรรดิเจียหม่าไปสักระยะหนึ่ง”

 

“ออกจากจักรวรรดิเจียหม่า หู” ราชินีอสรพิษใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งนี้ก่อนที่จะพลันพยักหน้าน้อยๆ นางเอ่ยอย่างเกียจคร้าน “แล้วแต่เจ้า ไม่ว่าอย่างไร พวกผู้นำในชนเผ่างูก็สามารถดูแลเผ่าได้ชั่วคราวแม้ข้าจะไม่อยู่ จนกว่าเจ้าจะกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณได้สำเร็จ ข้าจะต้องติดตามเจ้าไป”

 

เซียวเอี๋ยนถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นว่านางไม่ทัดทานแผนการของเขา มือของเขาแตะลงบนไม้บรรทัดซวนยักษ์ที่ด้านหลังเบาๆ และยิ้มแย้มกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ออกเดินทางกันเถิด”

 

“เรื่องราวที่พรรคเมฆครามก็จบลงแล้ว เจ้าในขณะนี้คงไม่ต้องเร่งรีบทำอะไรไปอีกพักหนึ่ง ใช่หรือไม่? เมื่อพวกเราเดินทางผ่านเมืองใหญ่ๆ ในระหว่างที่เดินทางกลับเมืองวูตัน ช่วยข้ามองหาสมุนไพรที่จำเป็นต่อการกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณด้วย” ราชินีอสรพิษกล่าวเบาๆ คำพูดของนางบ่งบอกว่านางกำลังปรึกษาหารือในข้อนี้ ทว่าน้ำเสียงของนางไม่ปล่อยให้เซียวเอี๋ยนคัดค้านข้อเสนอนี้แต่ประการใด

 

ด้วยเหตุนี้ เซียวเอี๋ยนจึงได้แต่พยักหน้าอย่างอับจนหนทาง ดวงตาชำเลืองมองใบหน้างดงามจับใจของราชินีอสรพิษก่อนที่จะยักสองไหล่และกล่าว “ข้าขอแนะนำให้ท่านคลุมใบหน้าของท่านเอาไว้เมื่อยามที่เข้าเมือง ไม่เช่นนั้น คงจะต้องเกิดปัญหาชวนปวดหัวโดยใช่เหตุเป็นแน่แท้”

 

ราชินีอสรพิษพยักหน้าน้อยๆ นางหมุนกายและค่อยๆ ออกเดินไปตามทางเดินเล็กๆ ภายในป่าเขียวชอุ่ม

 

เซียวเอี๋ยนยักไหล่ขณะจ้องมองเงาร่างโค้งเว้าเย้ายวนใจ เขาหันศีรษะ สายตาเลื่อนไปมองที่ระยะสุดสายตา ที่ซึ่งมองเห็นบันไดหินสีเขียวเป็นบางส่วน สายตาของเขาค่อยๆ เลื่อนมองขึ้นไป ในที่สุดหยุดลงบนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก หลังนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ สัญญาที่ผูกมัดเขาเอาไว้ถึงสามปีในที่สุดก็ยุติลงแล้ว เป้าหมายสามปีซึ่งทำให้เขาต้องดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักหน่วงเลือนหายไปแล้ว หัวใจของเขาพลันรู้สึกราวกับว่างเปล่า อย่างไรก็ตาม ความว่างเปล่านี้คงอยู่มิได้นาน รอยยิ้มงดงามของดรุณีน้อยนางหนึ่งผุดพรายขึ้นมาในจิตใจจนเป็นเหตุให้เกิดรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นบนใบหน้าของเขา

 

“เซวี่ยนเอ๋อ เจ้าสบายดีหรือไม่? รอข้าก่อนนะ” เซียวเอี๋ยนพึมพำเบาๆ ความร้อนรุ่มกลุ่มหนึ่งก็พลันแผ่พุ่งขึ้นในหัวใจของเขาขณะครุ่นคิดถึงแม่นางน้อยที่ไม่ได้พบมาเกือบสองปีแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนหมุนตัว สายตาชำเลืองมองเงาร่างไหวๆ ที่เดินออกจากป่าทึบไปแล้ว พร้อมด้วยรอยยิ้มสายหนึ่ง เขารีบไล่ตามแผ่นหลังของนางไป

 

เซียวเอี๋ยนมิได้หวนกลับไปที่เมืองหลวงหลังออกจากพรรคเมฆคราม ในทางกลับกัน เขาและราชินีอสรพิษเปลี่ยนเส้นทางตรงไปยังเมืองวูตัน

 

ระยะระหว่างเมืองหลวงกับเมืองวูตันห่างกันอยู่เกือบครึ่งหนึ่งของจักรวรรดิ แม้ด้วยความเร็วในการบินของเซียวเอี๋ยนและราชินีอสรพิษ จะให้ครอบคลุมระยะทางปานนี้ ก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุดสองหรือสามวัน ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความต้องการของราชินีอสรพิษ เซียวเอี๋ยนยังต้องหยุดเดินทางเมื่อพวกเขาผ่านเมืองที่ค่อนข้างใหญ่และรอให้สำนักประมูลเปิดการประมูลและค้าขาย ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ เวลาที่พวกเขาต้องใช้เพื่อการเดินทางก็ยิ่งนานขึ้นเป็นอันมาก โชคดีที่สัญญาสามปีในขณะนี้สิ้นสุดลงแล้ว และเซียวเอี๋ยนก็รอดพ้นจากชีวิตแบบในอดีตที่ต้องคอยเร่งรีบอยู่ตลอดเวลาแล้ว ตลอดการเดินทางนั้น เขาไม่มีภาระหรือความรู้สึกบีบคั้นในหัวใจ เขาเดินแกร่วตามสบาย แลดูผ่อนคลายยิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สนุกสนานกับชีวิตสบายๆ หลังจากที่สัญญาสามปีเริ่มต้นขึ้น

 

ในระหว่างสามวันที่เขากำลังรีบรุดกลับบ้าน พวกเขาทั้งสองเตร็ดเตร่อยู่ตามเมืองใหญ่ระยะหนึ่ง ทว่าราชินีอสรพิษค่อนข้างผิดหวังที่พวกเขามิอาจพบวัตถุดิบพิเศษที่จำเป็นต่อการกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณ นางรู้สึกอับจนหนทางกับเรื่องนี้ ไม่ว่าอย่างไร หากสามารถหาวัตถุดิบที่จำเป็นต่อการกลั่นยาเม็ดระดับหกได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ราคาของมันก็คงไม่แพงปานนี้แล้ว

 

คนทั้งสองเดินๆ หยุดๆ ไปตามทางราวกับม้าที่กำลังย่างเหยาะชมดอกไม้ อย่างไรก็ตาม เซียวเอี๋ยนค่อนข้างแปลกใจที่ราชินีอสรพิษยังไม่แปลงร่างกลับไปเป็นพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งทั้งๆ ที่เวลาสามวันตามที่นางกล่าวอ้างผ่านไปแล้ว

ในข้อนี้ นางอธิบายว่านางได้ปรึกษากับจิตวิญญาณของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเป็นการส่วนตัวแล้ว และดังนั้นจึงเลื่อนเวลาที่นางจะกลายร่างออกไป

 

เซียวเอี๋ยนอาจจะค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจกับคำอธิบายนี้ ทว่าเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น หากนางไม่กลายร่างกลับไป เขาจะมีความสามารถบังคับนางได้หรืออย่างไร? หากเป็นเช่นนั้น คงต้องถูกฝ่ามือพิฆาตตบเอาแล้ว เรื่องกระอักเลือดและการบาดเจ็บสาหัสคงกลายเป็นเรื่องเล็กจ้อยไปเลยทีเดียว

 

เวลาผ่านไปเชื่องช้า เซียวเอี๋ยนและราชินีอสรพิษเดินทางเข้าใกล้ชายแดนเมืองวูตันมากขึ้นแล้ว ทว่าพวกเขายังล่าช้าเพราะการค้นหาวัตถุดิบในการปรุงยา จึงใช้เวลาเกือบห้าวันจากที่ควรจะเดินทางเพียงสองหรือสามวัน

 

เมืองเฮยเอี๋ยนเป็นเมืองขนาดใหญ่ในมณฑลทางทิศเหนือของจักรวรรดิเจียหม่า จากที่นี่ มันอยู่ไม่ไกลจากเมืองวูตันเท่าใดนัก ด้วยความเร็วของเซียวเอี๋ยนและราชินีอสรพิษ พวกเขาควรจะไปถึงที่นั่นภายในครึ่งวัน เมืองนี้เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเกี่ยวแก่วัตถุดิบสมุนไพรในภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม ราชินีอสรพิษร่อนลงพื้นอย่างรวดเร็วโดยไม่สอบถามความคิดเห็นของเซียวเอี๋ยนก่อนแต่อย่างใด ที่ด้านนอกเมือง นางใช้ด้ายถักสีเขียวผืนบางปิดบังใบหน้าก่อนที่จะเดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้าไปยังเมืองเฮยเอี๋ยน ที่ด้านหลัง เซียวเอี๋ยนได้แต่ยอมจำนน ฝืนทนต่อความรู้สึกอยากกลับบ้าน ติดตามนางไปอย่างอับจนหนทาง

 

คนทั้งสองเดินทอดน่องเข้าไปในเมือง ในระหว่างนั้น ไม่มีผู้ใดเข้ามาขัดขวางพวกเขา แม้สายตาของพวกทหารที่กำลังยืนยามอยู่ก็ยังพลั้งเผลอชำเลืองมองตามเงาร่างงดงามอิ่มเอิบของราชินีอสรพิษ รัศมีสูงส่งของนางเป็นเหตุให้บรรดาทหารที่มักจะพร้อมหาเรื่องเหล่านั้น ไม่กล้าแม้แต่จะคิดก้าวเท้าเข้าไปซักไซ้ไล่เรียงคนทั้งสอง

 

หลังจากที่เข้าเมืองมาแล้ว เซียวเอี๋ยนเดินนำไปตามถนนได้ระยะหนึ่ง ครั้นแล้ว เขาเข้าไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งดูค่อนข้างเอะอะอึกทึกเต็มไปด้วยผู้คน ผู้คนทางภาคเหนือของจักรวรรดิมีลักษณะบึกบึนแข็งแรงเยี่ยงชาวชนบท ดังนั้นจึงเพียงเป็นไปได้ที่จะพบเห็นโรงเตี๊ยมแบบนี้ได้สักแห่งในภาคเหนือเท่านั้น มิได้มีโรงเตี๊ยมหรูหราชั้นดีอยู่อย่างดาษดื่นดังเช่นในเมืองหลวง

 

ผู้คนที่ทำการค้าล้วนพากันมารวมตัวอยู่ในโรงเตี๊ยมเช่นนี้ ข่าวสารข้อมูลของผู้คนทั่วไปมากมายในจักรวรรดิล้วนถูกกระจายออกจากสถานที่เช่นนี้ ดังนั้น มันจะช่วยให้เซียวเอี๋ยนได้ฟังข่าวสารใหม่ๆ ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ว่าที่แห่งใดในเมืองจะมีวัตถุดิบส่วนผสมที่ดีที่สุดและหลากชนิดที่สุด

 

คนทั้งสองเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมและนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งข้างๆ หน้าต่าง ราชินีอสรพิษใช้มือข้างหนึ่งรองคางของตนเอาไว้ในขณะที่ดวงตางดงามของนางจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง สีหน้าของนางเฉยเมยราบเรียบยิ่ง ในหลายวันที่ผ่านมานี้ ทุกเรื่องราวเกี่ยวแก่การสืบหาข้อมูล ล้วนแล้วแต่เซียวเอี๋ยนเป็นผู้จัดการ

 

เห็นท่าทางของนางเช่นนี้ เซียวเอี๋ยนได้แต่ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ เขาโบกมือเรียกสาวใช้นางหนึ่งเข้ามา หลังจากสั่งสุราชนิดที่ไม่แรงนักไปสองสามขวด เขาลุกขึ้นและมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่ค่อนข้างจะมีผู้คนคับคั่งอยู่ หลังจากที่ทำเช่นนี้ซ้ำๆ อยู่เป็นนาน ในที่สุดเซียวเอี๋ยนจึงล่าถอยกลับมาที่โต๊ะพร้อมด้วยใบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ เขาจ้องมองราชินีอสรพิษที่กำลังจิบเหล้าองุ่นอยู่ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ จึงอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจด้วยความท้อแท้ สตรีผู้นี้จะไม่เย่อหยิ่งเกินไปหน่อยหละหรือ

 

“เป็นอย่างไร? เจ้าสอบถามมาชัดเจนดีหรือไม่?” ดวงตางดงามของราชินีอสรพิษชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนขณะที่เอ่ยถามเบาๆ

 

“ว่ากันว่ามี ร้านสมุนไพรขนาดใหญ่มีชื่อเสียงกว้างขวางอยู่ในเมืองนี้แห่งหนึ่ง มีวัตถุดิบหายากอยู่มากมาย เพียงแต่ว่า ราคาของพวกมันค่อนข้างสูงมาก” เซียวเอี๋ยนยกแก้วเหล้าของตนขึ้นมาและกรอกมันเข้าปากก่อนที่จะส่งเสียงโฮกออกมาคำหนึ่ง

 

“พักเสียก่อน จากนั้นพวกเราจะแวะไปสำรวจร้านสมุนไพรดังกล่าว” ราชินีอสรพิษพยักหน้าด้วยท่าทีพึงพอใจขณะที่นางเอ่ยตอบพร้อมยิ้มแย้ม

 

เซียวเอี๋ยนแตะไม้บรรทัดซวนยักษ์บนแผ่นหลังของตนเบาๆ ทว่าเกียจคร้านเกินกว่าจะเจรจาต่อไป

 

“เฮ่ เจ้าได้ยินข่าวของพรรคเมฆครามบ้างหรือไม่?” ขณะที่เซียวเอี๋ยนและราชินีอสรพิษกำลังนั่งพักกันเงียบๆ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นไม่ไกลจากโต๊ะของพวกเขา เป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนต้องหันไปมองคราหนึ่ง

 

“ชี่ เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องที่มีเด็กหนุ่มชื่อเซียวเอี๋ยนไปสร้างเหตุวุ่นวายใหญ่โตเอาไว้ที่พรรคเมฆคราม ใช่หรือไม่?” ชายผู้หนึ่งห่อปากทำท่าดูแคลนคู่สนทนาของตนซึ่งกำลังทำสีหน้าราวกับมีเลศนัย

 

“เอ่อ เจ้ารู้แล้วหรือ?” คนที่พูดขึ้นก่อนเมื่อครู่นี้พลันสะดุ้งขณะเอ่ยถามเอียงอาย

 

“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ แค่สองวันก็แพร่หลายออกไปเป็นวงกว้างแล้ว เซียวเอี๋ยนผู้นั้นไล่ขยี้ประมุขน้อยแห่งพรรคเมฆคราม น่าหลันอวิ๋นหลันในการประลองอย่างเป็นทางการคราวหนึ่ง ข้าได้ยินมา ดูเหมือนจะเป็นเพราะว่าน่าหลันอวิ๋นหลันเคยไปยกเลิกการหมั้นหมายของพวกนางเมื่อสามปีก่อน ข่าวที่น่าหลันอวิ๋นหลันถูกเซียวเอี๋ยนยื่นหนังสือหย่าในอดีตดูเหมือนจะมีมูลความจริงอยู่บ้าง ดูจากพรสวรรค์และพลังที่เซียวเอี๋ยนแสดงออกมาในปัจจุบันนี้ คุณสมบัติของเขายิ่งกว่าเพียงพอที่จะได้แต่งงานกับน่าหลันอวิ๋นหลันเสียอีก”

 

“เอ่อ แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?”

 

“หลังจากนั้น ดูเหมือนว่าพรรคเมฆครามคิดจะใช้กำลังบังคับกักตัวเซียวเอี๋ยนเอาไว้ ฮี่ๆ แม้เขายังเป็นเด็ก ยอดยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังเขากลับล้วนแล้วแต่น่าสะพรึงกลัวจนทำให้ผู้คนถึงกับพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว ข้าได้ยินมาว่า ในการต่อสู้นั้น ไม่เพียงจะมีเต๋าหวงถึงสองท่าน กระทั่งราชินีอสรพิษจากชนเผ่ามนุษย์งูก็ยังปรากฏตัวขึ้นมา พรรคเมฆครามใช้ความพยายามทุกวิถีทาง ทว่าพวกเขาก็ยังต้องลงเอยด้วยการยอมปล่อยให้เซียวเอี๋ยนจากไปได้อย่างปลอดภัย”

 

“ราชินีอสรพิษหรือ?” เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของเขา ผู้คนรอบด้านต่างพากันร้องอุทานออกมา

 

“ฮี่ๆ ตามข่าวน่าเชื่อถือที่ได้ยินมา เซียวเอี๋ยนผู้นั้นยังเป็นคนเดียวกับผู้ชนะเลิศในการชุมนุมใหญ่แห่งนักแปรธาตุในปีนี้อีกด้วย” สายตาตกตะลึงรอบตัวเขาเป็นเหตุให้ความภาคภูมิใจของชายผู้นั้นพองล้นออกมาแล้ว เขาหัวเราะและพลันเปิดเผยข้อมูลอันน่าประหลาดใจออกมาอีกคำรบหนึ่ง

 

“ผู้ชนะเลิศในการชุมนุมใหญ่ของนักแปรธาตุปีนี้มิใช่ชื่อเอี๋ยนเซียวหรอกหรือ?” เสียงเบาๆ สายหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ

 

“เอี๋ยนเซียว เซียวเอี๋ยน  มิใช่เขาหรืออย่างไร หากพวกเราอ่านตัวอักษรกลับกัน ฮ่าๆ” ชายผู้นั้นกล่าวอย่างสุขใจพร้อมยิ้มแย้ม

 

“เอ่อ” ผู้คนรอบด้านงุนงงไปครู่หนึ่งแล้ว ทันใดนั้น พวกเขาจึงเข้าใจในบัดดล แม้เรื่องเกี่ยวแก่ชื่อนี้จะไม่มีสาระอันใดควรให้กล่าวถึง สำหรับคนธรรมดาทั่วไปจะมีอันใดดีไปกว่าการสลับชื่อกลับกัน?

 

“อา เด็กคนนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยอายุเพียงเท่านี้ เขากลับสามารถทำเรื่องที่สะท้านสะเทือนไปทั่วแผ่นดินเช่นนี้ได้ ในอนาคตข้างหน้า เมื่อเขาเติบใหญ่ จะไม่ยิ่งน่าเหลือเชื่อกว่านี้อีกหรือ?” ชายผู้นั้นกรอกเหล้าที่หมักจากข้าวสาลีเข้าปากอย่างแรงและถอนหายใจออกมาด้วยความอิจฉา บุรุษผู้ใดจะไม่เคยมีความใฝ่ฝันอันเร่าร้อนที่จะได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่บ้าง? แต่ด้วยความสามารถอันจำกัดจำเขี่ยของตน ผู้คนมากมายจึงได้แต่เพ้อฝันถึงเรื่องทำนองนี้

 

เซียวเอี๋ยนค่อนข้างตะลึงงันเมื่อได้ยินบทสนทนาที่ดังลอดมา และได้แต่ยิ้มเจื่อนคราหนึ่งพร้อมกับส่ายศีรษะ เขาไม่คาดคิดว่าเรื่องราวที่พรรคเมฆครามกลับแพร่สะพัดออกมาจนถึงอีกฟากหนึ่งของจักรวรรดิได้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่วัน

 

“เจ้ากลายเป็นคนมีชื่อเสียงแล้ว” ราชินีอสรพิษเขย่าแก้วเหล้าในมือของนางและหยอกล้อ

 

เซียวเอี๋ยนแบมือและกล่าว “ข้าไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เอาล่ะ ไปสำรวจร้านสมุนไพรนั้นกันเถิด ว่ามีวัตถุดิบที่พวกเราต้องการบ้างหรือไม่”

 

“ตกลง”

 

เซียวเอี๋ยนและราชินีอสรพิษลุกขึ้นยืน และกำลังจะเดินออกจากโรงเตี๊ยมแห่งนั้นเมื่อบทสนทนาจากโต๊ะข้างๆ พวกเขาพลันดังขึ้นมาอีกคราวหนึ่ง เป็นเหตุให้สีหน้าของเซียวเอี๋ยนแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

 

“เซียวเอี๋ยนผู้นั้นมาจากเมืองวูตันใช่หรือไม่?”

 

“ใช่แล้ว คราวครั้งนี้ นับว่าตระกูลเซียวมีหน้ามีตาขึ้นมาแล้ว มีสมาชิกในตระกูลที่นับว่าน่าสะพรึงกลัวที่สุดผู้หนึ่งเช่นนี้ ยังจะมีผู้ใดในภาคเหนือกล้าไม่นอบน้อมต่อตระกูลเซียวบ้าง?”

 

“ฮี่ๆ นั่นก็อาจจะไม่เป็นความจริงเสมอไป บังเอิญข้าเพิ่งออกมาจากเมืองวูตันเมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้ยินมาว่าตระกูลเซียวประสบกับปัญหาบางอย่างเมื่อสองวันก่อนนี้เอง”

 

“หืม? ในเวลานี้ยังมีคนกล้าไปหาเรื่องกับตระกูลเซียวอีกหรือ?”

 

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ตระกูลเซียวเก็บความลับในบ้านได้ดีมาก ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าข่าวนี้เป็นความจริงหรือไม่”  ชายผู้นั้นส่ายศีรษะก่อนที่จะก้มหน้าลงดื่มเหล้าหมักอีกคำใหญ่ อย่างไรก็ตาม เขาพลันหยุดเคลื่อนไหว ชายผู้นั้นค่อยๆ เงยศีรษะขึ้นมาช้าๆ และจ้องมองเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำที่ปรากฏตัวขึ้นข้างหน้าเขา พลังแข็งแกร่งแผ่ซ่านครอบคลุมร่างกายของอีกฝ่ายจนทำให้เขาที่เป็นเพียงเต๋าเจ่อระดับสองดาวต้องกลืนน้ำลายคำหนึ่งลงคอ เขากล่าวอย่างระมัดระวัง “นายท่านผู้นี้ มีอันใดไม่ถูกต้องหรือ?”

 

“สิ่งที่เจ้าเพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่นี้... เกิดปัญหาอันใดกับตระกูลเซียว?” เซียวเอี๋ยนสอบถามเสียงทุ้มลึก

 

“เอ่อ ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจ ข้าเพียงแต่ได้ยินมาว่ามีการต่อสู้ขนานใหญ่เกิดขึ้นกะทันหันที่ตระกูลเซียวเมื่อสองวันก่อน หลังจากนั้น ตระกูลเซียวก็ไม่ยอมให้ผู้คนภายนอกเข้าไป ยิ่งไปกว่านั้น นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ท่านเจ้าบ้านเซียวจั่นที่มักจะออกจากบ้านอยู่เป็นประจำก็ไม่ปรากฏตัวออกมาอีกเลย ข้าคิดว่าเขาน่าจะกำลังแก้ไขปัญหานั้นอยู่ในบ้าน” ชายผู้นั้นกล่าวด้วยท่าทางไม่สบายใจ

 

สีหน้าเซียวเอี๋ยนค่อยๆ กลายเป็นเคร่งขรึมจริงจัง หัวใจของเขารู้สึกร้อนรน หลังเอ่ยขอบคุณชายผู้นั้น เขาหมุนกายและรีบเดินลงจากบันไดไปพร้อมกับราชินีอสรพิษ

 

“อาวุธบนหลังของคนผู้นั้นแลดูประหลาดนัก” คนผู้หนึ่งพลันเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงเบาๆ ขณะพวกเขาจ้องมองเซียวเอี๋ยนที่หายลับไปจากบันได

 

“อาวุธ? ไม้บรรทัด?” ชายเมื่อครู่สะดุ้ง ทันใดนั้น เขาดูเหมือนจะหวนระลึกได้ถึงบางสิ่ง ความตกตะลึงค่อยๆ ฉายชัดขึ้นบนใบหน้าขณะเผลอส่งเสียงร้องออกมา “เขาคือเซียวเอี๋ยน? เขาเด็กขนาดนี้เชียว?”

 

เซียวเอี๋ยนในขณะนี้ไม่สนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในโรงเตี๊ยมชั้นบน หลังเดินลงบันไดมาแล้ว เขาหยุดยืนบนถนนและขมวดคิ้วของตนแน่นหนา จ้องมองราชินีอสรพิษและกล่าว “ข้าไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อไปได้ ข้าต้องรีบกลับไปยังเมืองวูตันเดี๋ยวนี้”

 

ได้ยินดังนี้ สองคิ้วของราชินีอสรพิษขมวดมุ่นน้อยๆ นางเอ่ยเบาๆ “ไปที่ร้านขายสมุนไพรก่อน หากมีสมุนไพรที่ข้าต้องการ...”

 

“ข้าบอกว่า ข้าต้องการจะกลับไปยังเมืองวูตันเดี๋ยวนี้!” สายตาของเซียวเอี๋ยนแลดูดุร้ายขณะจ้องมองราชินีอสรพิษ ในขณะที่เน้นย้ำแต่ละคำพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

 

ราชินีอสรพิษตกใจกับท่าทางในขณะนี้ของเซียวเอี๋ยนที่เขาพลันดูหนักแน่นยิ่ง หลายวันมานี้ เซียวเอี๋ยนไม่เคยแข็งขืนต่อคำพูดของนาง ช่างคาดไม่ถึงโดยแท้ว่าเขากลับกล้าโต้แย้งกับนางตรงๆ ในขณะนี้ เป็นเหตุให้ราชินีอสรพิษผู้ซึ่งมีฐานะเป็นถึงองค์ราชินีแห่งชนเผ่ามนุษย์งูออกจะโกรธเกรี้ยวขึ้นมาบ้าง

 

“นางพญาผู้นี้ต้องการหาวัตถุดิบ!” นัยน์ตาชวนหลงใหลของนางจ้องมองเซียวเอี๋ยนอย่างเย็นชาขณะกล่าวช้าๆ

 

ดวงตาของเซียวเอี๋ยนจ้องตอบนัยน์ตาที่ทำให้เหล่าบุรุษหลงใหลคู่นั้น เขาพลันยื่นมือของตนออกไปและภายใต้สายตาตกตะลึงของราชินีอสรพิษ เขาคว้ามืองดงามซึ่งอ่อนนุ่มอย่างยิ่งราวกับไม่มีกระดูกของนางไว้แน่น ก่อนที่อีกฝ่ายจะโพล่งสิ่งใดออกมา เขากล่าวเสียงเย็น “หากท่านต้องการยาหลอมรวมจิตวิญญาณ ก็อย่าทำท่าทางราวกับนางพญาของท่านใส่ข้า ก่อนหน้านี้ ข้าให้ความเคารพท่านก็เพราะท่านช่วยข้าหลบหนีมา หากท่านยังเอาแต่สร้างความรำคาญใส่ข้าและไร้เหตุผล ก็อย่าได้บ่นว่าข้าไม่ไว้หน้าท่าน”

 

“ไป!”

 

ครั้นสิ้นประโยค เซียวเอี๋ยนฉุดดึงนางไปตามทางและวิ่งตรงออกนอกเมืองไปอย่างรวดเร็ว ราชินีอสรพิษดูเหมือนกำลังตะลึงลานอย่างแรงเพราะคำพูดที่เซียวเอี๋ยนเพิ่งระเบิดออกมา ซึ่งแตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ในขณะนี้ นางไม่มีปฏิกิริยาใดๆ มีเพียงดวงตาที่ปรากฏร่องรอยตกตะลึงขณะจ้องมองอีกฝ่าย นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าด้วยฐานะของนาง จะมีผู้ใดกลับกล้ามาคำรามใส่นางด้วยท่าทางดุดันเช่นนี้

 

ในขณะนี้ บังเกิดอารมณ์ที่นางไม่ทราบว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีแผ่ซ่านขึ้นมาภายในหัวใจของราชินีอสรพิษ กี่ปีมาแล้ว ที่นางเคยถูกใครปฏิบัติด้วยเช่นนี้? ยิ่งไปกว่านั้น ยังบังเกิดจากเด็กหนุ่มต้าเต๋าซื่อซึ่งนางสามารถส่งเขาลอยละลิ่วไปไกลได้เพียงฝ่ามือเดียว เขาคิดว่าชีวิตของเขายาวนานเกินไปแล้วหรืออย่างไร?

 

เซียวเอี๋ยนฉุดดึงราชินีอสรพิษและรีบรุดออกไปนอกเมือง เขาเรียกปีกหมอกม่วงออกมาอย่างรวดเร็วและรีบบินตรงไปยังเมืองวูตัน

 

ด้วยทุ่มเทกำลังของตนจนสุดความสามารถ ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมง ภาพเลาๆ ของตัวเมืองส่วนหนึ่งก็เริ่มปรากฏสู่สายตาของเซียวเอี๋ยนแล้ว

Comment

Comment:

Tweet

55555+

#2 By เฒ่าทารก on 2017-01-08 11:00

ขอบคุณครับ

เป็นพ่อบ้านใจกล้ามาตลอด ทำมาเป็นเล่นบทราชสีห์ตอนจบตอน คืนนี้ได้นอนนอกห้องแน่ๆ cool

#1 By ตี๋ on 2017-01-08 00:05