เมื่อเพลิงสีครามปรากฏตัวขึ้น  เต๋าชี่สีครามพลันแปรเปลี่ยนจากลูกแกะเชื่องๆ ตัวหนึ่งไปเป็นหมาป่าดุร้ายหิวโหย  มันเริ่มก่อเป็นรูปสิ่งห่อหุ้มอย่างหนึ่งเข้าห้อมล้อมริ้วพลังงานสีเงินขุ่นๆ นั้นไว้ตรงกลางอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ

 

“ฮิส  ฮิส!”

 

เผชิญกับเต๋าชี่เพลิงที่กรูเข้ามา,  พลังงานสีเงินไม่อยากยอมแพ้  มันระเบิดแสงแข็งแกร่งออกมาอีกคราหนึ่งราวกับเม่นที่รับรู้ได้ถึงอันตราย,  ชูชันขนแหลมบนร่างเพื่อให้ศัตรูหวาดกลัวและหนีไปเสีย

 

อย่างไรก็ตาม  หลังจากที่เพลิงสีครามนั้นผสมอยู่ในเต๋าชี่แล้ว  ท่าทีขู่เข็ญภายในพลังงานสีเงินไม่อาจวางท่าคุกคามอีกฝ่ายได้อีกเลย  ตรงกันข้าม  ขณะที่แสงสีเงินสว่างจ้าขึ้น  เพลิงสีครามภายในเต๋าชี่ดูเหมือนจะถูกกระตุ้นให้แหวกว่ายออกมาพร้อมเสียงดังชี่

 

การปะทะกันรอบแรกระหว่างพลังงานสองชนิดทำให้เกิดระลอกพลังงานสายหนึ่งกระจายตัวออกไป  อย่างไรก็ตาม  มีเต๋าชี่คอยปกป้องอยู่โดยรอบ  จึงช่วยป้องกันความเสียหายให้แก่อวัยวะภายใน

 

เพลิงสีครามและพลังงานสีเงินประสานกัน  เพียงครู่สั้นๆ  แสงสว่างสีเงินแข็งแกร่งก็เริ่มมีทีท่าปราชัยเมื่อแสงสว่างนั้นหดตัวกลับไปอย่างต่อเนื่อง...

 

ไม่ถึงนาที  พลังงานสีเงินก็ถูกกำราบลงได้อย่างสิ้นเชิงในการต่อสู้กับเพลิงสีคราม  ภายใต้ความควบคุมของเซียวเอี๋ยน  เพลิงสีครามไล่ตามแสงสีเงินไปหลังจากที่มันชนะ  จากนั้นจึงเข้าโอบล้อมและบีบอัดมันจะกลายเป็นลูกบอลทรงกลมเล็กๆ ขนาดราวสองฝ่ามือ  พลังสายฟ้า-วายุเข้มข้นก็อยู่ในลูกบอลนั้นแล้ว!

 

ในขณะนี้  แสงภายนอกของริ้วพลังสายฟ้า-วายุถูกเพลิงสีครามเผาไหม้ไป  มันสูญเสียสิ่งที่ห่อหุ้มแสงสีเงินแท้จริงเอาไว้  ร่างจริงของมันดูชัดเจนอยู่ภายใต้จิตที่จดจ่อของเซียวเอี๋ยน

 

มันเป็นริ้วสายฟ้าสีเงินเส้นเล็กบางยิ่ง  บางทีอาจจะกล่าวได้ว่ามันคือสายฟ้าสีเงินที่มีรูปทรงซึ่งแตกต่างจากงูเล็กๆ ตัวหนึ่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น...  ริ้วสายฟ้านี้มีขนาดยาวเพียงราวครึ่งนิ้วและเล็กบางยิ่ง  หากมองดูลวกๆ  ริ้วพลังนี้ยังไม่ยาวเท่าความหนาของนิ้วมือเซียวเอี๋ยนเลยด้วยซ้ำ  เมื่อเสียพลังป้องกันรอบตัวไป  สายฟ้าสีเงินริ้วนี้ก็ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในร่างกายอย่างระวังระไว  บิดตัวไปมาราวกับงูสายฟ้าตัวเล็กๆ  ยามเมื่องูน้อยตัวนี้อ้าปากของมัน  มีเสียงสายฟ้า-วายุเบาๆ ดังขึ้น

 

“นี่คือพลังสายฟ้า-วายุหรือ หู...  นับว่าแตกต่างกับพลังงานทั่วไปจริงๆ  แม้ยังไม่มีเชาว์ปัญญา  ก็ยังสามารถอาศัยสัญชาตญาณทำเรื่องบางอย่างได้”  จิตของเซียวเอี๋ยนเฝ้ามองงูสายฟ้าตัวเล็กที่ถูกโอบล้อมอยู่กลางฝูงหมาป่าที่หิวโหยขณะกล่าวด้วยท่าทางออกจะแปลกใจ

 

“อา  ไม่ว่าอย่างไร  มันก็เป็นพลังที่เกิดขึ้นระหว่างสรวงสวรรค์และแผ่นดิน  พลังจำพวกนี้เกิดจากการพัฒนาของมนุษย์เหมือนเต๋าชี่  ย่อมยากจะเปรียบเทียบกับพลังงานธรรมชาติได้อย่างแท้จริง  นอกเสียจากว่าคนผู้นั้นได้พัฒนามันจนได้ระดับที่สูงส่งยิ่ง”  เสียงหัวเราะของเหยาเหลาก็ดังขึ้นในหัวใจของเซียวเอี๋ยนเช่นกัน

 

“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์จะดุร้ายปานนี้  แม้แต่พลังสายฟ้า-วายุที่โอหังก็ยังมีความกลัวต่อมันอยู่บ้าง  ด้วยพลังกดข่มจากเพลิงแก่นบัวสีคราม  จึงไม่เป็นการยากเกินไปที่เจ้าจะดูดซับมัน  เพราะฉะนั้น  จงใช้เวลาทั้งหมดที่เจ้ามี”

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  จิตของเขาค่อยๆ จดจ่อขึ้น  เพลิงสีครามที่ล้อมรอบพลังงานสีเงินสั่นสะท้านขึ้นมาในทันที  ทันใดนั้น  มันกระโจนเข้าไปด้วยท่าทางดุร้าย  เพียงคำเดียว  มันกลืนกินอีกฝ่ายเข้าไปแล้ว...

...

เซียวเอี๋ยนนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขา  ร่างของเขามีริ้วสสารคล้ายสายฟ้าวิ่งแล่นไปมาเป็นบางครั้ง  ในขณะนี้  บนฟ้ามีฟ้าแลบน้อยลงแล้ว  อย่างไรก็ตาม  ฝนเม็ดหนากำลังโปรยปรายลงมาเต็มที่ใต้ท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยเมฆฝน  พริบตาเดียว  ทั่วทั้งหุบเขาก็เต็มไปด้วยลมพายุรุนแรง

 

แม้ฝนกำลังตกอย่างหนักบนโลกภายนอก  บริเวณภายในรัศมีสามฟุตรอบตัวของเซียวเอี๋ยนกลับแห้งสนิทราวกับฤดูร้อน  ฝนทั้งหมดระเหยกลายเป็นไอหมอกไปด้วยอุณหภูมิสูงจัดที่กระจายออกมารอบๆ  หมอกเหล่านี้ลอยตัวสูงขึ้นไปก่อนที่หยาดฝนที่กำลังตกลงมาชะล้างมันไปจนสิ้น

 

ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนขึ้งเครียด  สองมือที่ก่อเป็นรูปผนึกสั่นเทาเล็กน้อย  บางครั้งบางคราก็มีริ้วสายฟ้าพุ่งยิงออกมาจากปลายนิ้วก่อนที่จะหายลับไปอย่างรวดเร็ว

 

เวลาค่อยๆ ผ่านไปในขณะที่เขาอยู่ในสมาธิ  เมฆดำทมึฬก็เริ่มบางตาลงไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้  พายุรุนแรงที่กระหน่ำอยู่ตลอดทั้งคืนก็ค่อยๆ อ่อนแรงลง  มันหยุดพักไปครู่ใหญ่จึงมีละอองฝนเล็กๆ โปรยปรายลงมาอีกระลอกหนึ่ง  ไม่แรงเฉกเช่นเมื่อครู่อีกแล้ว

 

เมฆดำคล้อยเคลื่อนไปในท้องฟ้าสีนิลยามราตรี  ทันใดนั้น  สายฟ้าสายหนึ่งแล่นผ่านหมู่เมฆสีดำและฟาดลงใส่ทะเลไม้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเบื้องล่าง  ติดตามด้วยสายฟ้าสายแรกที่เกิดขึ้น  สายฟ้าระลอกแล้วระลอกเล่าก็ฟาดตามลงมาอย่างรวดเร็วไม่นานหลังจากนั้น  ราวกับว่าสายฟ้าชุดแรกนั้นจะเป็นจุดกำเนิดของปฏิกิริยาลูกโซ่  สายฟ้ามากมายแล่นผ่านเมฆดำจนพวกมันเต็มไปด้วยรู  ในที่สุด  เมฆเหล่านั้นก็มิอาจทนทานได้อีกต่อไป สายฟ้าฉีกปุยเมฆจนกระจาย  พริบตาเดียว  แสงเจิดจ้าแสบตาสายหนึ่งแล่นลงมา  ปกคลุมไปทั่วป่าซึ่งแบกรับพลังทำลายจากสภาพอากาศมาตลอดทั้งคืน

 

แสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงบนร่างของเด็กหนุ่มในชุดสีดำที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขา   ดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกภายนอก  สองตาที่ปิดสนิทอยู่ของเด็กหนุ่มขยับเล็กน้อย  สายฟ้าสีเงินเส้นหนึ่งลอยอ้อยอิ่งอยู่บนปลายนิ้วของเขาก่อนที่จะเข้าไปในร่างกายของเขาเงียบๆ  ในที่สุดก็หายลับไป

 

ติดตามด้วยสายฟ้าสีเงินที่หายลับไป  ขนตาที่กระพริบไหวอยู่ของเด็กหนุ่มในชุดสีดำก็ยิ่งขยับมากขึ้น  ครู่ต่อมา  ในที่สุดก็ดูเหมือนหนีรอดพ้นจากแรงดึงดูดชนิดหนึ่งและลืมขึ้นโดยพลัน  ทันใดนั้น  สสารรูปทรงสายฟ้าสีเงินที่ประจุด้วยความอหังการแหลมคมพุ่งยิงออกมาจากดวงตาของเขาและพุ่งไกลออกไปร่วมสิบฟุต!

 

สายฟ้าสีเงินปรากฏขึ้นเพียงพริบตาเดียวก็หายลับไป  ติดตามด้วยสายฟ้าสีเงินที่หายลับไป  ดวงตาดำขลับคู่นั้นก็กลับคืนสู่ความสงบอีกคราหนึ่ง

 

ผนึกบนมือของเซียวเอี๋ยนคลายออกขณะที่เขาเงยศีรษะขึ้นเล็กน้อยและจ้องมองแสงแดดอบอุ่นที่แผ่ออกไปทั่วฟ้า  ทรวงอกของเขาขยับขึ้นลง  ในที่สุด อากาศขุ่นมัวคำหนึ่งเคลื่อนขึ้นมาตามลำคอและถูกปล่อยออกมา  ติดตามด้วยอากาศขุ่นมัวที่ถูกพ่นออกมาคำนี้  ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนก็เสริมเติมด้วยราศีบางๆ อย่างหนึ่ง  ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่อง  ดูราวกับหยกที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนแล้ว

 

ร่างกายของเซียวเอี๋ยนสั่นเทาขึ้นมาน้อยๆ  ร่างที่นั่งขัดสมาธิอยู่ดีดตัวลุกขึ้นยืนราวสปริง  เขาบิดตัวและเกิดเสียงกระดูกลั่นรอยยิ้มพลันแต่งแต้มขึ้นบนมุมปาก  มันกว้างขึ้นอีกเล็กน้อยอย่างเงียบๆ

 

เซียวเอี๋ยนค่อยๆ ยื่นมือออกไป  ปลายนิ้วถูกันเบาๆ  ทันใดนั้น  สายฟ้าสีเงินที่บางยิ่งริ้วหนึ่งซึ่งส่งเสียงฮิสเบาๆ ปรากฏขึ้นบนปลายนิ้ว

 

“ข้ากลั่นมันได้สำเร็จหรือไม่?”  เซียวเอี๋ยนจ้องมองริ้วสายฟ้าเล็กๆ พร้อมความยินดีที่เผลอกระโจนขึ้นไปตรงหว่างคิ้วแล้ว การกลั่นพลังสายฟ้า-วายุนี้ไม่ยากหรืออันตรายดังที่จินตนาการเอาไว้  บรรดาศิษย์ที่เก่งกาจของหอสายฟ้า-วายุพวกนั้นต่างต้องจบความสำเร็จของตนไว้ที่ขั้นนี้จริงๆ หรือ?

 

“เจ้าคิดว่าทุกคนจะมีเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์เอาไว้คอยช่วยกดข่มพลังสายฟ้า-วายุนั้นหรืออย่างไร?”  เสียงว่องไวของเหยาเหลาพลันดังขึ้นในหัวใจ  พลังสายฟ้า-วายุนั้นอหังการยิ่ง  เต๋าชี่ทั่วไปจะสามารถกดข่มมันได้อย่างไร?  หากเซียวเอี๋ยนไม่มีเพลิงแก่นบัวสีครามอยู่กับตัว  ไม่ต้องสงสัย  คงมีแต่คนบ้าปัญญาอ่อนเท่านั้นที่คิดจะกลั่นควบรวมพลังสายฟ้า-วายุเข้าใส่ตัวเพื่อเก็บไว้ใช้งานได้อย่างง่ายดายปานนี้

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มเงอะงะเมื่อได้ยินเสียงตำหนิจากเหยาเหลา  เขาสลายริ้วพลังงานบนปลายนิ้วขณะถูกศีรษะและกล่าว  “อาจารย์  ข้ากลั่นพลังสายฟ้า-วายุได้แล้ว  คิดว่าข้าน่าจะสามารถเริ่มฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้ได้เลย  ใช่หรือไม่?”

 

“ย่อมเป็นเช่นนั้น”

 

ความดีใจแผ่ซ่านขึ้นบนใบหน้าของเซียวเอี๋ยนอีกคราหนึ่งเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาก้มศีรษะลงหยิบม้วนวิชาสีเงินบนก้อนหินสีเขียวเพียงเพื่อจะพบกับคความตกใจเล็กน้อย  ในขณะนี้  ม้วนวิชากลับว่างเปล่า  ลืมพวกภาพภายในนั้นไปได้เลย  กระทั่งตัวอักษร ‘ท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้’ บนปกก็ยังหายลับไป

 

“พวกนั้นหายไปไหน?”  เซียวเอี๋ยนรีบถามขึ้นพร้อมด้วยสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะจ้องมองม้วนวิชาว่างเปล่า

 

“ของพวกนั้นก็เข้าไปอยู่ในหัวเจ้าหมดแล้วน่ะสิ  แล้วมันจะยังเหลืออยู่ในม้วนวิชาได้อย่างไร?  สงบใจไว้และนึกถึงภาพเมื่อคืนนี้เข้าไว้  พวกมันคือกุญแจสำคัญของการฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้  บัดนี้เจ้ามีพลังสายฟ้า-วายุแล้ว การฝึกมันก็เหมือนน้ำที่ไหลลงท่อระบาย  ตราบใดที่เจ้าขยันฝึกและมีพรสวรรค์เพียงพอ  ไม่ช้าก็เร็วเจ้าก็จะชำนาญเอง”  เหยาเหลาได้แต่อธิบายออกมา

 

เมื่อถูกเหยาเหลาย้ำเตือน  เซียวเอี๋ยนจึงพลันเข้าใจ  เขาหัวเราะเจื่อนออกมาคราหนึ่ง  ดูเหมือนว่าเขาจะโง่ขึ้นไม่น้อยหลังการฝึกท่ามกลางสายฝนมาตลอดคืน

 

เซียวเอี๋ยนสูดหายใจลึกเอาอากาศสดชื่นเข้าปอดคราหนึ่ง  เขาเหลือบตาขึ้นมองทะเลสีมรกตของผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลซึ่งถูกฝนที่ตกอย่างหนักชะล้างมาตลอดทั้งคืน  ราวกับได้มอบความรู้สึกใหม่เอี่ยมแก่ผู้คน  สายตาของเซียวเอี๋ยนค่อยๆ กวาดผ่านไป  หัวใจที่ค่อนข้างลังเลก็ค่อยสงบลง

 

ติดตามด้วยความสงบในจิตใจ  ดวงตาของเซียวเอี๋ยนปิดลงทีละน้อย  อย่างไรก็ตาม  ครั้งนี้  ความมืดกลับไม่ปรากฏขึ้นมาเฉกเช่นยามหลับตาทั่วไป  ตรงกันข้าม  ราวกับเขากำลังเหยียบย่างเข้าสู่อาณาจักรสีเงินแห่งหนึ่ง  เบื้องหน้าเขา,  มีเงาร่างมนุษย์มากมายชัดตาพุ่งตัววูบไปวูบมาอยู่ด้วยท่วงท่าประหลาด  แม้ภาพนั้นจะวูบวาบไปมารวดเร็วยิ่ง  พวกมันก็ประทับแนบแน่นลงไปในหัวใจของเซียวเอี๋ยนในแต่ละท่วงท่าที่บังเกิดขึ้น  ไม่มีความรู้สึกงุนงงหลงเหลืออยู่อีกแล้วในขณะที่เขาครุ่นคิดอยู่ว่าตนอาจจะลืมมันไปหากหยุดมองมัน...

 

สายตาของเซียวเอี๋ยนกวาดมองภาพร่างมนุษย์ที่วูบวาบไปมาและพบว่ามีริ้วแสงสีเงินกระจายออกมาจากใต้เท้าของภาพร่างเหล่านั้น  แสงนี้ดูราวกับตัวเร่งปฏิกิริยาที่กำลังแบกเงาร่างเหล่านี้ให้โบยบินไป

 

“แปรเปลี่ยนร่างกายของคนผู้หนึ่งให้กลายเป็นแสง  ใช้หัวใจขับเคลื่อนมัน!”

 

หลังจากที่เซียวเอี๋ยนจดจำท่าร่างสุดท้ายไว้จนขึ้นใจแล้ว  ภาพต่างๆ เบื้องหน้าก็พลันรวมตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว  มันรวมตัวกันจนกลายเป็นตัวอักษรแสงวูบวาบแปดตัว

 

เซียวเอี๋ยนเพ่งมองตัวอักษรสีเงินทั้งแปดเบื้องหน้าเขม็ง  เป็นเวลานานกว่าจะเริ่มเข้าใจมัน  หัวใจของเขาขยับ  ริ้วพลังสายฟ้า-วายุที่ถูกกลั่นเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย  ในที่สุดก่อเป็นริ้วสายฟ้าเข้าห่อหุ้มรอบผิวกายของเซียวเอี๋ยน  ขณะที่แสงสายฟ้าปรากฏออกมา  ในที่สุดมันก็เริ่มพรั่งพรูลงไปเอง  เพียงพริบตาเดียว  มันรวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มแสงสีเงินที่พันอยู่รอบขาของเซียวเอี๋ยน

 

เซียวเอี๋ยนก้มศีรษะลงจ้องมองแสงสีเงินที่ห่อหุ้มรอบขาทั้งสองข้าง  ขณะที่ยกขาข้างขวาขึ้นมา  เกิดแสงโค้งประหลาดติดตามขึ้นมาด้วย  ในที่สุดเกิดเป็นรูปทรงแบบเดียวกันกับภาพเมื่อครู่อย่างไม่ผิดเพี้ยน

 

ท่วงท่าเช่นนี้คงอยู่ชั่วพริบตาหนึ่งก่อนที่สองเท้าของเซียวเอี๋ยนจะเหยียบกลับลงพื้น  ติดตามด้วยสองขาที่เหยียบลงพื้น  เขาพลันรู้สึกวิงเวียนในใจ  โลกสีเงินก็พลันทลายลง  เมื่อสายตากวาดมองรอบตัวอีกคราหนึ่ง  เขาค่อนข้างอัศจรรย์ใจที่ได้พบว่าร่างกายของตนในขณะนี้อยู่กลางอากาศท่ามกลางยอดเขาแล้ว  ย่างก้าวเบาๆ ของเขาเมื่อครู่กลับทำให้เขาทยานตัวออกจากยอดเขาขึ้นสู่ฟ้า

 

เซียวเอี๋ยนก้มศีรษะลงเล็กน้อย  เขาจ้องมองหุบเหวลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งใต้ยอดเขาแห่งนั้น  ใบหน้าก็พลันซีดขาวแล้ว  เขาหันศีรษะไปด้วยความรู้สึกที่ค่อนข้างตกใจ  ทว่ากลับมองไม่เห็นปีกหมอกม่วงบนแผ่นหลัง  กลางอากาศว่างเปล่าเช่นนี้  แสงสว่างสีเงินวูบวาบใต้เท้าของเขาดูเหมือนไม่มีพลังงานเพียงพอ  หลังจากสั่นพร่าอยู่ครู่หนึ่ง  มันก็กระเจิงหายไปในที่สุด  ร่างกายของเขาก็ร่วงหล่นตรงลงไปยังก้นเหวเบื้องล่างแล้วในขณะนี้  ราวกับนกปีกหักตัวหนึ่งก็ไม่ปาน...

 

“อา... ช่วยข้าด้วย!”

 

เสียงร้องคร่ำครวญเคราะห์ร้ายดังก้องขึ้นในเช้าอันสดใส  ลึกเข้าไปในหุบเขา

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

อ้าว ตอนนี้เซียวเอี๋ยนก็ยังโดนผู้แต่งตามมาเล่นอีกตอน น่าสงสารจริงๆ

ว่าแต่พูดถึงงูแล้วก็นึกถึงงูสีรุ้งเลย จำศีลนานมากกกก

#1 By ตี๋ on 2017-08-30 22:35