หมอกขาวชั้นบางกระจายตัวอยู่เหนือหนองน้ำที่ปกคลุมไปด้วยใบหญ้าสีเขียวมรกต  ลมอ่อนโยนสายหนึ่งพัดผ่านไป  หมอกขาวกระเพื่อมไหวน้อยๆ  ในที่สุด มันปลิวตามลมขึ้นไปบนฟ้า  เป็นเหตุให้ภาพหนองน้ำชัดเจนขึ้น

 

“ชี่!”

 

เสียงชี่เบาๆ ดังขึ้นในหนองน้ำอันเงียบสงบ  ไม่นานหลังเกิดเสียง,  เงาร่างมนุษย์สีดำพุ่งตัวผ่านมา  แบกเอาแสงสว่างสีเงินสายหนึ่งตามมาด้วย  แต่ละครั้งที่สองเท้าของเขาแตะลงบนหนองน้ำ  สายฟ้าที่แลบแล่นออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ดินโคลนในหนองน้ำเริ่มเดือดปุดๆ ขึ้นมาราวน้ำเดือด  เสียงชี่ๆ นั้นก็ดังขึ้นจากการปะทะกันนั้นเอง

 

ความเร็วของเงาร่างสีดำน่าสะพรึงกลัวยิ่ง  ขณะที่เขาวิ่ง,  เขาครูดเอาหนองน้ำเป็นทางไปกว้างร่วมสองฟุต  เป็นเวลานานกว่าที่รางน้ำนั้นจะค่อยๆ คืนรูปกลับเป็นปกติตามการคืนตัวเข้ามาของหนองน้ำ  ด้านหลังของคนๆ นั้นมีงูพิษสีดำกลุ่มใหญ่กระโจนขึ้นมาจากน้ำไม่ขาดสาย  พวกมันอ้าปากดุร้าย  ลูกศรน้ำครำกลิ่นเหม็นสาบเหลือร้ายสร้างกำลังลมแหลมคมพุ่งใส่แผ่นหลังของคนผู้นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า  อย่างไรก็ตาม  เห็นได้ชัดว่าความเร็วของลูกศรน้ำเหล่านั้นห่างไกลกับความเคลื่อนไหวว่องไวของเงาร่างมนุษย์ผู้นั้นเป็นอันมาก  ดังนั้น  จึงไม่มีลูกศรน้ำแม้เพียงเส้นเดียวเฉียดถูกเงาร่างมนุษย์ผู้นั้นเลย

 

“บูม!”

 

เงาร่างมนุษย์ที่พุ่งวูบไปวาบมาพลันหยุดลง  สองเท้าบิดเล็กน้อยและร่างกายก็เอียงเป็นท่าโค้งประหลาด  ครั้นแล้ว  เขาพุ่งตัวขึ้นไปบนฟ้าพร้อมเสียงทึบๆ คราหนึ่ง  สองเท้าพลันส่าย  และเขาลอยอยู่กลางอากาศในลักษณาการเช่นนี้โดยไม่ต้องอาศัยวัตถุอื่นใด!

 

แม้เงาร่างสีดำนั้นจะสามารถทรงกายหยุดอยู่กลางอากาศได้ไม่ถึงสิบวินาที  ผู้อื่นย่อมต้องตกใจหากเขาหรือนางได้มาพบเห็นเข้า  การลอยตัวอยู่กลางอากาศได้ในระยะเวลาสั้นๆ โดยไม่ต้องอาศัยปีกเต๋าชี่หรือวัตถุอื่นใดนั้นจำต้องอาศัยพลังในระดับเต๋าหวงขึ้นไป  นอกเสียจากว่าคนผู้หนึ่งจะกลายเป็นเต๋าจงผู้แข็งแกร่งแล้วเท่านั้น,  จึงจะมีความสามารถลอยตัวอยู่กลางอากาศเป็นเวลานานได้

 

หลังจากที่ร่างกายของเงาร่างสีดำนั้นหยุดอยู่กลางอากาศได้สอง-สามวินาที  แสงสว่างสีเงินสายหนึ่งก็พุ่งวูบออกมาจากใต้ฝ่าเท้าทั้งสองข้างนั้น  ร่างกายของเขาบิดเบี้ยวและกลับไปปรากฏตัวอยู่บนไม้ใหญ่ต้นหนี่งซึ่งห่างจากตำแหน่งเดิมออกไปกว่าสิบเมตรพร้อมเสียงดังซู่  หากมิใช่เพราะส่วนหนึ่งของเงาร่างสีดำยังคงพอมองเห็นได้เลาๆ ในอากาศ  ผู้คนคงจะต้องคิดว่าความเร็วนี้รวดเร็วเสียยิ่งกว่าแรงต้านในอากาศกระทั่งเข้าถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวเช่นการหายตัวได้เสียแล้ว

 

“ฮ่าๆ  ดีมาก  สมกับที่เป็นเคล็ดวิชาเสริมความคล่องแคล่วระดับตี้  ความเร็วของมันทั้งลื่นไหลและรวดเร็วยิ่งโดยแท้!”  เสียงหัวเราะแปลกใจดังขึ้นในขณะที่สองเท้าของเงาร่างสีดำดิ่งลงยืนบนกิ่งไม้กิ่งหนึ่งอย่างมั่นคง

 

“ท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้นี้แบ่งออกเป็นสามขั้น,  แสงสายฟ้า,  สายฟ้าชั่วพริบตา,  และสายฟ้าสามพันลี้ ... ยามเมื่อฝึกจนกระทั่งถึงขั้นสุดท้าย, ขอบเขตของท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้นั้น,  มันเงียบสนิทในยามเมื่อข้ามระยะทางหนึ่งๆ  นี่ย่อมไม่แตกต่างจากการหายตัว  ความเร็วเช่นนี้เป็นสิ่งที่แม้แต่เต๋าจงผู้หนึ่งก็ยังไม่กล้าดูแคลน  ทว่าดูเจ้าในตอนนี้สิ  เจ้าไม่ต่างไปจากวัวเปลี่ยวกลัดมันตัวหนึ่งที่วิ่งไถไปตามพื้นเอาเสียเลย  ไม่ต้องพูดถึงท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้  แค่ขั้นแรก, แสงสายฟ้า  เจ้าก็ยังไปไม่ถึงด้วยซ้ำ”  เงาร่างของเหยาเหลาลอยเรี่ยอยู่บนกิ่งไม้ขณะพูดเบาๆ พร้อมชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

 

เซียวเอี๋ยนอดไม่ได้ที่จะกลอกลูกตาไปมาเมื่อความกระตือรือร้นของตนถูกเหยาเหลาบั่นทอนไปเช่นนี้  ตัวเขาเองรู้สึกว่ามันใช้ได้ทีเดียว  ความเร็วเมื่อครู่เป็นสิ่งที่ฝ่าเท้าระเบิดไม่อาจทำได้แม้ยามลงมือเต็มที่  หลังจากที่ได้ฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้มาเพียงสามวันและประสบความสำเร็จได้ถึงปานนี้, นี่ไม่นับว่าไม่เลวหรือ?

 

“เจ้าควรจะลองมองดูใต้เท้าเจ้าสักหน่อย...”  เหยาเหลาเผลอส่ายศีรษะเมื่อเห็นท่าทางของเซียวเอี๋ยนในขณะที่ได้แต่เอ็ดออกไป

 

เซียวเอี๋ยนก้มศีรษะลงไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น  มุมปากของเขาก็พลันกระตุกวูบ  เขาเห็นสองเท้าเปื้อนไปด้วยโคลน  โคลนพวกนี้ทั้งเหนียวเหนอะและยังมีหญ้าบางส่วนติดอยู่อีกด้วย

 

“ท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้นั้นเงียบสนิทราวหินผาและเคลื่อนไหวได้รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด  มันไม่จำเป็นต้องงดงามหรือแค่ต้องการสร้างความแปลกใจ  เราอาศัยมันทำร้ายคู่ต่อสู้”  เหยาเหลากล่าวเบาๆ  “อย่างไรก็ตาม  ดูจากท่าเคลื่อนไหวที่เจ้าแสดงออกมาเมื่อครู่  ร่างกายของเจ้ายังอยู่ห่างไปกว่าร้อยเมตร  ทว่าเสียงก็ดังมาถึงนี่แล้ว  เห็นได้ชัดว่าไม่สมกับวัตถุประสงค์ของการฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้เอาเสียเลย”

 

เซียวเอี๋ยนถูศีรษะและยิ้มเจื่อนเมื่อได้เห็นสีหน้าของเหยาเหลาที่แฝงด้วยความเคร่งครัดจริงจัง  เขาไม่กล้าขัดจังหวะ

 

“เพราะจิตสัมผัสของเจ้ากล้าแกร่ง  ความสามารถในการควบคุมพลังงานภายในร่างกายของเจ้าก็จึงโดดเด่นยิ่ง  ดังนั้น  ความผิดพลาด,  ที่น่าจะเกิดกับผู้ที่เพิ่งหัดยุทธ์เช่นนี้,  นับเป็นเรื่องโง่เง่านักที่มาเกิดกับเจ้า  จดจำไว้  กดข่มพลังสายฟ้า-วายุที่กำลังกระจายออกมาโดยไม่สูญเสียการควบคุม  และปล่อยให้มันรวมกันในจุดเดียว  ใช้พลังระเบิดที่กระจายออกมานั้น  มันจะช่วยเพิ่มความเร็วของเจ้าเป็นอันมากจนเจ้าสามารถกลายเป็นคนที่เร็วที่สุดในระดับเต๋าหวังได้เลยทีเดียว  ยิ่งไปกว่านั้น  หากเจ้าสามารถก้าวถึงระดับนี้ได้  จึงจะนับว่าได้ก้าวเข้าสู่ขั้นที่หนึ่งของท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้, แสงสายฟ้า, ได้อย่างแท้จริง”  เหยาเหลาส่ายศีรษะและกล่าวเสียงทุ้มลึก

 

“แน่นอน  คำอธิบายของข้าอาจฟังดูเรียบง่าย  ทว่ายังมีบางสิ่งในคำพูดเหล่านั้นที่เจ้าจำต้องขบคิดเอาเอง  ข้าได้แต่ชี้แนะให้เจ้ามุ่งไปยังทิศทางที่ได้ผลที่สุด...”  เหยาเหลาค่อยผ่อนน้ำเสียงลงขณะเอ่ยเบาๆ

 

“อา”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  สีหน้าเคร่งขรึมจริงจังขณะยกสองมือขึ้นคำนับแก่เหยาเหลา  พริบตาต่อมา  เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งและลงนั่งขัดสมาธิบนกิ่งไม้นั้น  ท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้อาจจะช่วยให้ความเร็วของเขาเพิ่งสูงขึ้นเป็นอันมาก  ทว่าความสิ้นเปลืองเต๋าชี่ก็มากมายจนถึงขั้นน่ากลัวเลยทีเดียว  เซียวเอี๋ยนลองกะอัตราสิ้นเปลืองเองคร่าวๆ  ด้วยพลังของเขาในขณะนี้เป็นต้าเต๋าซื่อแปดดาว  หากเขาใช้ท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้โดยไม่หยุดพัก  ดูเหมือนเขาจะใช้มันได้ราวสามถึงห้านาทีเท่านั้น  หลังจากนั้น  เขาก็จะใช้มันต่อไปได้ยากเพราะเต๋าชี่ที่อ่อนล้าลง

 

เห็นเซียวเอี๋ยนหลับตาลงโคจรลมปราณเพื่อฟื้นฟูชี่ของตน  เหยาเหลาจึงได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเงียบๆ  รอยยิ้มบางสายหนึ่งล้นขึ้นบนมุมปาก  เพียงเวลาสามวัน,  เซียวเอี๋ยนก็สามารถใช้ท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้ได้บ้างแล้ว  แม้เขาจะรวบรวมพลังสายฟ้า-วายุได้ด้วยท่าทางที่หยาบนัก  ความเร็วที่เขาแสดงออกมาก็สามารถไล่ตาม ‘ฝ่าเท้าระเบิด’ ในขณะที่ใช้มันออกมาด้วยอานุภาพสูงสุดแล้ว  ความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์เช่นนี้นับว่าเป็นอัตราเร็วที่น่าพอใจที่สุดแล้ว  อย่างไรก็ตาม  เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความลำพองขึ้นในหัวใจของเซียวเอี๋ยนมากเกินไปเพราะเขาเพิ่งได้ครอบครองวิชาล้ำค่าหายากเช่นนี้  เหยาเหลาจึงได้แต่ทำหน้าดำคร่ำเครียดตามแบบฉบับสักครู่หนึ่งเพื่อช่วยเสริมให้เซียวเอี๋ยนบังเกิดความสงบขึ้นในหัวใจและฝึกยุทธ์ต่อไป...

 

แน่นอน  ผลจากการกระทำของเหยาเหลานับว่าไม่เลว  หลังจากที่เซียวเอี๋ยนฟื้นฟูเต๋าชี่ของตนเสร็จสิ้น  พลังสายฟ้า-วายุที่สะสมอยู่ตรงเท้าทั้งสองข้างของเซียวเอี๋ยนในยามที่เขาเริ่มฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้อีกคราหนึ่งก็ดูจะควบคุมได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา  ยิ่งไปกว่านั้น  แรงทำลายที่เกิดขึ้นในยามเร่งเท้าผ่านหนองน้ำไปก็เริ่มน้อยลง

 

เงาร่างสีดำพุ่งตัวขึ้นๆ ลงๆ เหนือหนองน้ำ  แสงสายฟ้าสีเงินดูราวกับงูสายฟ้าที่พุ่งกลับไปกลับมาอย่างรวดเร็วอยู่ใต้เท้าทั้งสองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ติดตามด้วยการฝึกอันหนักหน่วงของเซียวเอี๋ยนและเวลาที่ไหลเลื่อนไป  เสียงชี่ๆ ที่ดังขึ้นบนหนองน้ำก็เริ่มอ่อนลง  เสียงนั้นอาจฟังดูอ่อนลง  ทว่าความเร็วของเงาร่างสีดำเหนือหนองน้ำกลับเพิ่มขึ้นจนน่ากลัว  ในท้ายที่สุดกระทั่งมองไม่เห็นเงาดำที่กำลังแล่นผ่านไป  หากมิใช่เพราะงูดำมากมายที่กำลังว่ายอยู่ในหนองน้ำ  คงยากที่จะบอกถึงตำแหน่งที่เซียวเอี๋ยนอยู่ได้แล้ว

 

ด้วยเวลาที่ผ่านพ้นไปทีละน้อยๆ  ท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้ที่เด็กหนุ่มในชุดสีดำฝึกฝนอยู่ก็พัฒนาจากสภาพที่ไม่ลื่นไหลไปจนเข้าสู่ความเชี่ยวชาญในระดับพื้นฐาน  เมื่อถึงวันที่เขาฝึกจนชำนาญได้  เขาก็จะเหมือนสายฟ้าบนฟ้าสูง  ระเบิดตัวออกมาจากที่ใดไม่อาจทราบได้และทำให้ทั่วทั้งทวีปต้องตื่นตะลึง

 

เกือบหนึ่งเดือนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว  เวลามิได้ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้บนหนองน้ำ  อย่างไรก็ตาม  ดูจากเด็กหนุ่มในชุดสีดำที่สองมือไพล่อยู่ข้างหลังขณะสองเท้าเดินไปเหนือหนองน้ำได้ราวกับเดินอยู่บนพื้นราบเรียบ  ย่อมบอกได้โดยง่ายว่าคงต้องมีอะไรบางอย่างทิ้งไว้เบื้องหลังในระหว่างหนึ่งเดือนนี้

 

สองมือของเซียวเอี๋ยนไพล่อยู่ข้างหลังขณะสองเท้าก้าวย่างไปบนหนองน้ำที่เต็มไปด้วยพลังดูดประหลาด  อย่างไรก็ตาม  เขาดูราวกับกำลังย่างเหยียบมั่นคงลงไปบนพื้นเรียบและไม่มีวี่แววทรุดตัวแต่อย่างใด  ภาพฉากประหลาดเช่นนี้ทำให้ผู้คนต้องประหลาดใจแล้ว  หากสังเกตให้ดี,  ยังจะพบว่าสองเท้านั้นมีแสงสีเงินขนาดเท่าฝ่ามือสองกลุ่ม  แสงทั้งสองกลุ่มนั้นส่องแสงวูบวาบ  สายฟ้ารูปร่างคล้ายมือมากมายยื่นออกมา พวกมันแลบไหลลงไปในโคลนเป็นบางครั้ง  เป็นเหตุให้โคลนตรงบริเวณนั้นเดือดปุดๆ ขึ้นมา

 

หนองน้ำเกิดความเคลื่อนไหวเล็กน้อย  งูพิษที่มีสีดำทั่วตัวสองสามตัวเคลื่อนไหวเงียบๆ และซ่อนตัวอยู่ใต้จุดที่เซียวเอี๋ยนยืนอยู่  อย่างไรก็ตาม  ชั่วขณะที่พวกมันใกล้จะถึงเป้าหมาย,  พร้อมด้วยปากที่อ้ากว้างขึ้น  แสงสว่างสีเงินใต้สองเท้าของเซียวเอี๋ยนสั่นน้อยๆ  ริ้วแสงสีเงินของสายฟ้าสองสามสายระเบิดออกไป  และฝังตัวลงไปในหนองน้ำ  เสียบเข้าใส่หัวของพวกงูพิษเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย

 

เซียวเอี๋ยนชำเลืองมองซากงูที่ลอยอยู่บนหนองน้ำ  มุมปากของเขาม้วนขึ้นน้อยๆ  ขณะยกเท้าก้าวเดินต่อไปช้าๆ  เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะสูดลมหายใจลึกเอาอากาศเข้าปอดคำหนึ่งและจึงกระทืบเท้าลงไปอย่างหนักหน่วง

 

ติดตามด้วยเท้าข้างหนึ่งที่กระทืบลงไป  เซียวเอี๋ยนเห็นกลุ่มแสงสีเงินใต้เท้าทั้งสองข้างพลันระเบิดหดตัวลงจนเหลือขนาดราวครึ่งหนึ่ง  มันเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวินาทีก่อนที่กลุ่มแสงสีเงินที่หดตัวนั้นจะซัดไปข้างหน้า  ขาขวาของเซียวเอี๋ยนกดลงไป  ทันใดนั้น  เสียงสายฟ้า-วายุทุ้มต่ำดังออกไป  เขย่าจนพื้นที่รอบๆ รัศมีราวสอง-สามเมตรผันผวนขึ้นมาน้อยๆ 

 

“ชี่!”

 

แสงสีเงินกระพริบวูบขณะเท้าของเซียวเอี๋ยนเลื่อนลง  มายาภาพเกิดขึ้นบนร่างกายของเขาได้อย่างประหลาดฉับพลัน  ในขณะนี้  คนสายตาแหลมคมผู้หนึ่งย่อมสามารถมองเห็นว่าพริบตาที่ร่างของเซียวเอี๋ยนเริ่มดูพล่าเลือน,  แสงสีดำลำหนึ่งก็พุ่งผ่านบริเวณนั้นไปแล้ว...

 

ห่างออกไปราวยี่สิบเมตร  หนองน้ำพลันถูกกดลงไป  เกิดเป็นรอยหมุนวนเล็กๆ สองกลุ่ม  เงาร่างมนุษย์สีดำดูราวกับภูติผีโผล่ขึ้นมาเงียบๆ

 

สิ่งแรกที่เซียวเอี๋ยนทำหลังจากที่ร่างกายปรากฏขึ้นมาก็คือรีบหมุนตัวกลับไป  สายตากวาดมองเงามายาสีดำบางๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่เบื้องหลังห่างออกไปยี่สิบเมตร  เมื่อเฝ้ามองอย่างละเอียด  มันกลับเป็นภาพติดตาชนิดหนึ่ง!

 

“ข้าทำสำเร็จแล้วหรือไม่?”

 

ความยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดขาวของเซียวเอี๋ยนขณะจ้องมองเงาร่างสีดำบางเบายิ่งกลุ่มนั้น  กว่าห้าสิบวันแห่งการฝึกฝนจนลืมหลับ,  เขาต้องกินน้ำโคลนดำๆ ไปไม่ทราบเท่าไหร่และร่างกายก็เจ็บปวดเพราะงูพิษเหล่านั้นนับครั้งไม่ถ้วน  อย่างไรก็ตาม  ความทรหดอดทนจนน่าตกใจของเด็กหนุ่มไม่ปล่อยให้เขาท้อถอยแม้เพียงน้อย  บัดนี้...  ในที่สุดก็เป็นเวลาที่เขาจะได้เก็บเกี่ยวรางวัลแล้ว

 

ภาพพล่ามัวของเหยาเหลาลอยอยู่กลางอากาศ  เขาก้มศีรษะลงจ้องมองเด็กหนุ่มในชุดสีดำผู้มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความลิงโลดใจ  ใบหน้าเรียบเฉยของเขาก็เผลอระบายยิ้มเล็กๆ ขึ้นมาแล้ว  ในห้าสิบกว่าวันที่ผ่านมานี้.  เซียวเอี๋ยนก้าวเข้าสู่ความสำเร็จขั้นแรกของท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้,  แสงสายฟ้าได้แล้ว  ความเร็วนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้เขาเป็นหนึ่งในคนที่เก่งที่สุดแม้แต่กับหอสายฟ้าวายุ  อย่างไรก็ตาม  มีเพียงหัวใจของเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเด็กดื้อผู้นี้ต้องประสบกับการฝึกฝนอันหนักหน่วงชนิดใดมาบ้าง...

 

มีพรสวรรค์,  มีความทรหดอดทน,  และมีความเต็มใจที่จะทำงานหนัก  เหยาเหลาไม่อาจคิดเป็นอื่นไปได้นอกจากความสำเร็จแก่เซียวเอี๋ยนผู้มีคุณสมบัติทั้งสามประการนี้

Comment

Comment:

Tweet

รู้ทันนะเนี่ย cool

#2 By เฒ่าทารก on 2017-09-02 14:35

ขอบคุณครับ

ตอนนี้ก็โดนจัดหนักอีกละ ก่อนจะตบท้ายด้วยการโชว์เท่ห์ แต่ยังไม่พอแบบนี้ต้องหาตัวประกอบมาให้เซียวเอี๋ยนโชว์เทพอีกหน่อยให้สมกับการเป็นพระเอก cool

#1 By ตี๋ on 2017-09-02 13:23