เด็กหนุ่มในชุดสีดำนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขา  สองมือของเขาผนึกเป็นสัญลักษณ์โคจรชี่และลมหายใจของเขาก็ช่างสงบและยาวนัก  ยิ่งไปกว่านั้น  อากาศรอบตัวก็บังเกิดความผันผวนขึ้นมาเล็กน้อยในแต่ละครั้งที่เขาสูดลมหายใจเข้าและผ่อนลมหายใจออกมา  ริ้วพลังงานพาดเอียงไปทางคลื่นความร้อนรุนแรงที่ไหลซึมออกมา  ในที่สุดพวกมันเคลื่อนไปตามลมหายใจของเขาและเข้าสู่ร่างกายภายใน

 

การฝึกอันเงียบสงบดำเนินต่อไปอยู่ราวสองชั่วโมง  เสื้อผ้าบนร่างของเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำที่กำลังปลิวสะบัดทั้งๆ ที่ลมสงบในที่สุดก็ค่อยๆ ทิ้งตัวลง  และดวงตาลืมขึ้นด้วยอาการสั่นพร่าเล็กน้อย

 

“ข้าได้รับประโยชน์จากการฝึกในภูเขาลึกมาเป็นเวลาสองเดือนนี้มากมายเลยทีเดียว...”  เซียวเอี๋ยนบิดคอ  เขาสัมผัสได้ถึงเต๋าชี่ที่ล้นหลามราวกับกระแสน้ำพุที่กำลังไหลเวียนไม่หยุดนี้และเผลอฉีกยิ้มขึ้นมาบนมุมปากขณะเอ่ยเบาๆ

 

ระหว่างสองเดือนแห่งการฝึกฝนอันหนักหน่วง  เซียวเอี๋ยนไม่เพียงได้ฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้ของตนจนเข้าถึงขั้นแรก, แสงสายฟ้า, ได้สำเร็จ  ทว่าเต๋าชี่ภายในร่างกายก็เพิ่มขึ้น,  สอดประสานกัน  และยังบริสุทธิ์ขึ้นท่ามกลางป่าลึกที่ซึ่งเขาได้ดื่มกินอยู่ท่ามกลางสายลมและหลับนอนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ  ตามความคาดคะเนของเขา  ขณะนี้เขาคงเข้าถึงจุดสูงสุดของระดับต้าเต๋าซื่อแปดดาวไปโดยมิได้ตั้งใจแล้วขณะฝึกฝนท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้อยู่  แน่นอนว่าเขาได้ใช้เวลาถึงสองเดือนเพื่อที่จะช่วยให้ตนเองเข้าถึงจุดสูงสุดของต้าเต๋าซื่อแปดดาว  ความเร็วเช่นนี้อาจไม่สามารถเทียบได้กับการฝึกชี่อยู่ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้า  อย่างไรก็ตาม  เซียวเอี๋ยนก็รู้สึกพึงพอใจกับมันมากแล้ว  สามารถฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้ได้จนเข้าถึงขั้นแรกก็นับว่าสมดังความตั้งใจของเขาแล้ว  เหนือเป้าหมายที่สำเร็จ  เขายังสามารถพัฒนาเต๋าชี่ของตนเองไปด้วย  นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องเพิ่มเติมที่น่ายินดี  ดังนั้น  เขาจึงไม่รู้สึกเสียใจ

 

เซียวเอี๋ยนลุกขึ้นจากหินเขียวก้อนใหญ่  เขาไพล่สองมือไว้ด้านหลังขณะสอดส่ายสายตาเหนือแมกไม้เขียวขจี  สายลมบางเบาบังเอิญพัดผ่านทะเลไม้เหล่านั้นอยู่ในขณะนี้  ทันใดนั้น  ทะเลไม้ไหวโอน  ป่าไม้กว้างใหญ่เกือบพันฟุตกระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่นจากที่ห่างไกลออกไป  คลื่นแล้วคลื่นเล่าเช่นนี้ไม่หยุดหย่อน  มันแทบไม่แตกต่างไปจากคลื่นที่ซัดสาดอยู่ในมหาสมุทรเลย  เป็นเหตุให้ผู้คนได้เห็นถึงอำนาจแห่งธรรมชาติ, ทั้งยิ่งใหญ่  ทั้งสูงส่ง...

 

เซียวเอี๋ยนตกใจขณะจ้องมองระลอกคลื่นอันน่าสะพรึงกลัวราวอสุรกายขณะยืนอยู่บนยอดเขา  บางทีอาจจะเป็นเพราะบรรยากาศอันสุขสงบระหว่างสรวงสวรรค์และผืนโลกเช่นนี้ในขณะนี้กระมัง  ทว่าบางอย่างในหัวใจของเขาขยับขื้นมาเงียบๆ  ความคิดของเซียวเอี๋ยนในขณะนี้ทั้งรวดเร็วและว่องไวยิ่ง  และพวกมันก็เหนียวแน่นขึ้นมาโดยพลันเมื่อความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด

 

สองมือของเซียวเอี๋ยนเริ่มเหยียดออกไปด้านหลัง  ดวงตาค่อยๆ หรี่แคบ  ครู่ใหญ่ผ่านไป  แผ่นหลังของเขาขยับ  ปีกหมอกม่วงคลี่ออกมา  เมื่อปีกหมอกม่วงขยับ  ร่างกายวาดเป็นเส้นโค้งพาดผ่านท้องฟ้าออกไป ก่อนที่สองเท้าของเขาจะดิ่งลงอย่างมั่นคงบนทะเลไม้ที่กว้างใหญ่ไพศาล

 

ปีกหมอกม่วงหดกลับไป  เซียวเอี๋ยนยืนอยู่เพียงลำพังบนทะเลไม้เหล่านั้น  เขาเฝ้ามองทัศนียภาพที่ปรากฏแก่สายตาและได้รับการต้อนรับจากโลกสีมรกต  ร่างกายของเขาดุจดังหมึกดำหยดหนึ่งในสีเขียวราวมรกตนั้น  เขาดูตัวเล็กยิ่งทว่าช่างโดดเด่นนัก

 

สองมือของเซียวเอี๋ยนค่อยๆ เหยียดออก  คลื่นไม้ส่งเสียงหวีดหวิวจากที่ไกลออกไปก่อนที่จะบังเกิดเสียงดัง ‘หู หู’  ราวกับเสียงฟ้าร้องที่ถ่ายทอดมา มันแล่นผ่านเซียวเอี๋ยนไป

 

สองเท้าของเซียวเอี๋ยนดุจดังกรงเล็บอินทรี  พวกมันจิกคว้ายอดไม้ไว้มั่น  ร่างกายราวกับใบไม้ใบหนึ่งที่กำลังพริ้วไหวไปตามแรงลมท่ามกลางคลื่นไม้ไร้ที่สิ้นสุด  มันพลิ้วไหวอย่างรวดเร็วทว่าไม่เคยถูกฉีกทำลายเพราะความทรงพลังที่สร้างจากคลื่นไม้เหล่านี้เลย

 

คลื่นไม้นับพันฟุตเคลื่อนไป  ต่อเนื่องไปกว่าสิบนาทีก่อนที่จะค่อยๆ ทิ้งช่วงลง

 

คลื่นไม้เคลื่อนผ่านไปแล้ว  ทิ้งเด็กหนุ่มในชุดสีดำผู้มีใบหน้าซีดขาวเอาไว้เบื้องหลัง  อย่างไรก็ตาม  ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นมากล้น  เขาหมุนตัวและจ้องมองคลื่นไม้มหึมาที่ค่อยหยุดตัวลงและหายลับไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว  มุมหนึ่งในหัวใจของเขาถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างแรง

 

“ความคิดริเริ่มอันงดงามเช่นนี้...”

 

เซียวเอี๋ยนค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น  ไม้บรรทัดซวนยักษ์ขนาดใหญ่โผล่พรวดออกมา  เขากระชับมันไว้แน่นและพึมพำ  “หากข้าสามารถทำให้การโจมตีของข้าเป็นดังคลื่นที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าไม่สิ้นสุด  คงต้องเป็นวิธีการโจมตีที่ยอดเยี่ยมอย่างหนึ่งเป็นแน่  หรือมิใช่?”

 

มือของเซียวเอี๋ยนกระชับไม้บรรทัดซวนยักษ์ขณะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย  ดวงตาดำขลับเต็มไปด้วยความเหม่อลอยและความครุ่นคิด  ร่างกายดูเหมือนแข็งทื่ออยู่ในเวลานี้  หากมีคนสายตาเฉียบแหลมผู้หนึ่ง,  เขาหรือนางคงสังเกตุเห็นได้ว่ามือขวาของเซียวเอี๋ยนที่ถือไม้บรรทัดซวนยักษ์อยู่นั้นกำลังสั่นเทาเป็นเสี้ยวโค้งที่เล็กยิ่ง  ลักษณะเช่นนี้ราวกับว่ามันกำลังปรับอะไรบางอย่างอยู่...

 

อาการแข็งทื่อของเซียวเอี๋ยนดำเนินอยู่เกือบตลอดชั่วโมง  อย่างไรก็ตาม  ตัวเขาดูเหมือนกับกำลังไม่รู้สึกตัวเลย  บรรยากาศเมื่อครู่ที่ปรากฏขึ้นในคลื่นไม้ถูกฉายซ้ำๆ อยู่ในก้นบึ้งของจิต  ราวกับเวลาหยุดลงในสภาพเงื่อนไขอันแปลกประหลาดเช่นนี้  เซียวเอี๋ยนรู้สึกถึงแสงสว่างขนาดใหญ่ที่เพิ่มพูนขึ้น,  บังเกิดขึ้นฉับพลัน  และรู้สึกถึงเค้าเงื่อนบางอย่างที่แหวกว่ายขึ้นมาในระหว่างคลื่นไม้เหล่านั้น

 

คลื่นไม้ที่กวาดผ่านและหายลับไปก่อนที่จะกวาดเคลื่อนเข้ามาอีกและหายลับไป  มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้  เกิดเป็นวงจรที่ไม่เคยขาดสายเลยสักชั่วขณะหนึ่ง

 

เวลาของโลกภายนอกดำเนินต่อไป  แม้ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งแล้ว  เซียวเอี๋ยนรับรู้ถึงความรู้สึกประหลาดฉับพลันจากการเลียนแบบคลื่นไม้ที่กำลังพัดผ่านไปนับครั้งไม่ถ้วนภายในหนึ่งชั่วโมงนี้โดยอาศัยสภาพเงื่อนไขที่ประหลาดเช่นนี้

 

ขณะที่เขาสัมผัสถึงความรู้สึกประหลาดเช่นนี้อยู่นับครั้งไม่ถ้วน  ความกระจ่างแจ้งอย่างหนึ่งก็เริ่มปรากฏขึ้นในดวงตาดำขลับของเซียวเอี๋ยนอย่างฉับพลันโดยมิได้ตั้งใจแล้ว...

 

“หู?”

 

ขณะที่เซียวเอี๋ยนอยู่ในสภาพอันประหลาดเช่นนี้  เสียงร้องต่ำประหลาดใจอย่างยิ่งดังขึ้นเงียบๆ จากเหยาเหลา  เสียงนี้อาจจะเบา ทว่ายังเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจและความตกตะลึง  ดูจากสิ่งนี้  สภาพที่เซียวเอ๋ยนเป็นอยู่เช่นนี้ช่างเหนือความคาดหมายของเขานัก

 

เสียง ‘หู’ ประหลาดใจของเหยาเหลาไม่ทำลายสภาพประหลาดของเซียวเอี๋ยน  เหยาเหลาผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ย่อมรู้ดีถึงความหมายในการเกิดโอกาสพิเศษเช่นนี้ขณะฝึกยุทธ์ของผู้คน  หากคนผู้หนึ่งโชคร้ายเกินไปจนถูกทำลายสภาพเงื่อนไขเช่นนี้จากโลกภายนอก  ไม่ต้องสงสัยว่ามันจะทำให้คนผู้นั้นต้องเสียใจไปตลอดชีวิตของตนอย่างแน่นอน

 

พลังจิตสัมผัสแข็งแกร่งสายหนึ่งกระจายออกมาจากแหวนสีดำเก่าแก่บนนิ้วของเซียวเอี๋ยนเงียบๆ  มันเข้าโอบล้อมพื้นที่ใกล้ๆ โดยรอบทั้งหมดเอาไว้เป็นรัศมีราวสิบสองเมตร  ตามด้วยการกระทำของจิตสัมผัสชุดนี้  เสียงคำรามต่ำของสัตว์เทพตัวหนึ่งที่ดังขึ้นมาจากที่ไกลออกไปเป็นพักๆ ก็พลันเงียบหายไปสิ้น  บริเวณนี้ตกสู่ความเงียบสนิทเพราะพลังจิตสัมผัสของเหยาเหลา  ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ จากโลกภายนอกที่จะทำให้เซียวเอี๋ยนต้องออกจากสภาพเงื่อนไขเช่นนี้ได้อีกแล้ว

 

เวลาไหลผ่านไปเชื่องช้ายิ่ง  เกือบสามชั่วโมงเต็มๆ ผ่านไปในชั่วขณะที่เซียวเอี๋ยนเข้าสู่สภาพเช่นนี้  ระหว่างสามชั่วโมงนี้  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนราวกับแปรเปลี่ยนเป็นรูปปั้นหินก้อนหนึ่งซึ่งไม่ขยับเขยื้อนแม้เพียงน้อย  หากมิใช่เพราะระยะขยับสั่นของไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือของเขาที่เริ่มกว้างขึ้น,  ใครๆ ก็คงต้องคิดว่ารูปปั้นหินสีดำก้อนนี้คงไม่หลงเหลือชีวิตอยู่อีกแล้ว  อย่างไรก็ตาม  รูปปั้นหินก้อนนี้กลับดูมีชีวิตเกินไปสักหน่อย

 

เด็กหนุ่มในชุดสีดำที่ร่างกายแข็งทื่ออยู่พลันเริ่มตัวสั่นขึ้นมาเบาๆ ภายในพื้นที่ปิดผนึกบนทะเลไม้อันเงียบสงบ  ติดตามด้วยร่างกายที่สั่นขึ้นมา  แสงสว่างภายในดวงตาดำขลับของเขาและความครุ่นคิดก็หายลับไปอย่างรวดเร็ว  ความกระจ่างแจ้งชัดเจนสว่างวาบขึ้น...

 

มือขวาของเซียวเอี๋ยนจับด้ามไม้บรรทัดซวนยักษ์  ร่างกายตั้งตรงราวทวนยาวเล่มหนึ่ง  รัศมีรุนแรงสายหนึ่งกระจายออกมาเงียบๆ และใบหน้าของเซียวเอี๋ยนก็พลันเคร่งเครียด  ไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือคอยๆ ถูกยกขึ้น  ครั้นแล้ว  ด้วยความเคลื่อนไหวเชื่องช้ายิ่ง  มันถูกแทงออกไป, ถูกยกขึ้น, กวัดแกว่าง,  และกวาดออกไป...

 

พื้นฐานการโจมตีของไม้บรรทัดซวนยักษ์ถูกเซียวเอี๋ยนแสดงออกมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้วในขณะนี้  ขณะที่มือของเขาสะบัดออกไป  ความเร็วอันเหมาะสมของไม้บรรทัดซวนยักษ์ก็เริ่มเพิ่มพูนขึ้น  ท้ายที่สุด  ทั่วทั้งร่างของเซียวเอี๋ยนก็แทบจะถูกห่อหุ้มอยู่ในลูกบอลสีดำลูกหนึ่งแล้ว  ทักษะไม้บรรทัดอันยอดเยี่ยมเช่นนี้เป็นสิ่งที่เซียวเอี๋ยนไม่เคยมีมาก่อน

 

เสียงกระหึ่มจากสายลมแรงดังขึ้นเหนือทะเลไม้ขณะลูกบอลสีดำใหญ่กำลังกลิ้งหมุนอยู่เหนือมัน  ใบไม้เหี่ยวเฉาลงในทุกบริเวณที่ลูกบอลนี้แล่นผ่าน  บางครั้งบางครา ใบไม้บางส่วนก็ร่วงไหลเข้าไปหาลูกบอลสีดำและถูกฉีกทึ้งจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา

 

ไม้บรรทัดซวนยักษ์ที่เริงร่ายอยู่ยิ่งเร็วขึ้น  อย่างไรก็ตาม  เมื่อถึงจุดหนึ่งซึ่งเซียวเอี๋ยนกำลังจะเพิ่มความเร็วถึงขีดสุด  ไม้บรรทัดซวนยักษ์พลันช้าลง  ความแปรเปลี่ยนกะทันหันนี้ดุจดังผีเสื้อขยับปีกในหัวใจของผู้คน  เป็นแหตุให้คนผู้นั้นต้องรู้สึกเกรงขามเป็นที่สุด

 

เสียงครางอุบเบาๆ ดังออกมาจากเงาร่างมนุษย์ที่มองเห็นได้เลาๆ ภายในลูกบอลสีดำนั้น  พริบตาต่อมา  มองเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มที่ซีดลง

 

แม้สีหน้าของเซียวเอี๋ยนซีดขาวอยู่  เขามิได้หยุดมือในทันที  ประกายแสงอย่างหนึ่งที่โผล่ขึ้นมาในก้นบึ้งแห่งจิตใจของเขากะทันหันฉายวูบขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า  อีกประการหนึ่ง  ขณะที่ไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือของเขากวัดแกว่งไป  บังเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งซึ่งละเอียดยิ่งภายในวิถีโคจรและมุมโดยที่เขาไม่รู้ตัว

 

จิตของเซียวเอี๋ยนปิดสนิทขณะเริ่มยอมแพ้ต่อการเริ่มกวัดแกว่งไม้บรรทัด  ตรงกันข้าม  เขาเข้าควบคุมแสงสว่างที่ปรากฏขึ้น ณ ที่ใดที่หนึ่งกระทันหันในจิต

 

ลมแหลมคมจากไม้บรรทัดซวนยักษ์เริ่มช้าลง  แทนที่ด้วยตัวไม้บรรทัดซวนยักษ์ที่แกว่งไกวไปมาเชื่องช้ายิ่ง...  ความเร็วของไม้บรรทัดนี้ช้ายิ่ง  ดูจากภายนอก  เคล็ดวิชาไม้บรรทัดชุดนี้เต็มไปด้วยจุดเปิด  หากสุ่มโจมตีเข้าไป  ย่อมสามารถทำให้คนที่กำลังแกว่งไกวไม้บรรทัดนี้อยู่ต้องถูกบังคับให้ล่าถอยไปพร้อมความบาดเจ็บร้ายแรง

 

ไม้บรรทัดเริงร่าย  แสงประหลาดอย่างหนึ่แหวกว่ายขึ้นมาในดวงตาดำขลับคู่นั้นอีกคราหนึ่ง  ความเร็วที่เคยเชื่องช้าจนแทบจะค้างทื่อของเซียวเอี๋ยนก็เริ่มลื่นไหลขึ้นมาในฉับพลัน  ติดตามด้วยความแปรเปลี่ยนนี้  เคล็ดวิชาไม้บรรทัดที่เคยเต็มไปด้วยจุดเปิดก็พลันแปรเปลี่ยนรุนแรงแล้ว  ขณะไม้บรรทัดเคลื่อนไหว  ตัวไม้บรรทัดครอบคลุมไปทุกหนแห่ง, จากบนลงล่าง  เมื่อมันร่ายรำ  มันดูราวกับลูกบอลลูกหนึ่งซึ่งมั่นคงจนไม่อาจทลายเข้าไปได้  ไม่ทราบจะโจมตีเข้าไปในจุดใดดี

 

เคล็ดวิชาไม้บรรทัดนี้ย่อมแตกต่างจากเคล็ดวิชาไม้บรรทัดที่สับสนวุ่นวายเมื่อครู่ซึ่งอาศัยกำลังกายและความเร็จในการโจมตีเพียงอย่างเดียวอย่างใหญ่หลวง!

 

ตั้งแต่เซียวเอี๋ยนได้ครอบครองไม้บรรทัด  เขาไม่เคยฝึกเคล็ดวิชาไม้บรรทัดใดๆ มาก่อนเลย  ยามเมื่อต่อสู้กับศัตรู  เขาเพียงอาศัยกำลังที่แข็งแกร่งของตนเสียเป็นส่วนมาก  แม้พลังอย่างหนึ่งสามารถทำลายเคล็ดวิชานับพันๆ ชนิด  พลังเช่นนี้ก็ต้องมากถึงระดับหนึ่งเพื่อที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กำแหงหาญได้ปานนี้  หากเขาพบคนที่มีพละกำลังเท่าเทียมกัน  เขาจะทะลวงฝ่าอีกฝ่ายไปได้อย่างไร?  ถึงเวลานั้น  ไม่ต้องสงสัยว่าผลลัพธ์ย่อมถูกตัดสินด้วยเคล็ดวิชาอันยอดเยี่ยมของทั้งสองฝ่าย

 

หากพูดถึงเคล็ดวิชาที่ยอดเยี่ยม  เคล็ดวิชาไม้บรรทัดที่เซียวเอี๋ยนเคยใช้อาจจะดูค่อนข้างหยาบเมื่อเทียบกับเคล็ดวิชาทวนที่ไป๋ซันใช้ในครั้งนั้น  ทว่าในแง่ของความเร็วและกำลังแล้ว,  เซียวเอี๋ยนแข็งแกร่งกว่า  อย่างไรก็ตาม  ความยอดเยี่ยมของเคล็ดวิชาเหล่านี้นับเป็นจุดอ่อนของเขา  หากอนาคตข้างหน้าเขาต้องพบคู่ต่อสู้ที่มีกำลังระดับเดียวกัน,  เขาต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแน่นอน  ยิ่งไปกว่านั้น  ความกระจ่างแจ้งที่บังเกิดขึ้นกะทันหันนี้กลับช่วยแก้ไขจุดอ่อนนี้ได้อย่างหมดจด

 

“ชี่!”

 

คลื่นจากไม้บรรทัดซวนยักษ์เริ่มเฉื่อยลงฉับพลัน  ลมรุนแรงสายหนึ่งพุ่งระเบิดออกมาจากปลายไม้บรรทัด  เขาได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะและยอดของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่าสิบเมตรเบื้องหน้าก็พลันหักโค่นลง

 

เซียวเอี๋ยนรักษากระบวนท่าของไม้บรรทัดซวนยักษ์ที่กำลังตวัดลงขณะที่แสงสว่างในดวงตาของเขาลดเลือนไปอย่างรวดเร็ว  พริบตาต่อมา  แสงสว่างแจ่มใสชุดหนึ่งโผล่วูบขึ้น  ใบหน้าของเขามีร่องรอยแห่งความแปลกใจขณะจ้องมองไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือ  วิถีและเหลี่ยมมุมที่ไม้บรรทัดซวนยักษ์ถูกสะบัดออกไปเมื่อครู่ยังหลงเหลืออยู่ในจิตของเขาไม่จางหายไปไหนราวกับตราประทับอย่างหนึ่งแล้ว

 

“นี่...”

 

เซียวเอี๋ยนอ้าปาก  เขาไม่ทราบจะเอ่ยอันใดออกมาจริงๆ  เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่กำลังอยู่ในลักษณาการบางอย่าง  เขากลับได้ค้นพบว่าตนได้ฉวยคว้าเคล็ดวิชาการจู่โจมของไม้บรรทัดที่ยอดเยี่ยมชนิดหนึ่งได้  แม้เคล็ดวิชาไม้บรรทัดนี้เพิ่งจะเริ่มถือกำเนิดขึ้นมา  พลังของมันก็แสดงให้เห็นว่ามันเป็นราวกับยอดของภูเขาน้ำแข็งก้อนหนึ่ง  หากได้รับการขัดเกลายิ่งขึ้นในอนาคตข้างหน้า  คงไม่ยากที่จะจินตนาการได้ถึงประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อเซียวเอี๋ยน!

 

“ไม่จำเป็นต้องแปลกใจ  นี่มิใช่ประโยชน์เพิ่มเติมจากการฝึก  ทว่าเป็นโอกาสอันเปี่ยมด้วยโชค  เจ้าโชคดีที่สามารถค้นพบมันได้  และยิ่งโชคดีที่ไขว่คว้ามันไว้ได้สำเร็จ”  เสียงเหยาเหลาค่อยๆ ดังขึ้นในหัวใจของเซียวเอี๋ยน  “โอกาสอันเปี่ยมด้วยโชคเช่นนี้เป็นสิ่งที่หลายๆ คนอาจพบพาน  ทว่าไม่สามารถไขว่คว้ามันไว้ได้  การที่เจ้าสามารถไขว่คว้ามันได้  ถือเป็นการพิสูจน์ความสามารถและพรสวรรค์ของเจ้า  การได้ประโยชน์จากสิ่งต่างๆ โดยไม่ต้องลงแรงเป็นแค่เรื่องตลกอย่างหนึ่ง”

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ เมื่อได้ยินเช่นนี้  ความรู้สึกตกใจค่อยๆ เบาบางลง...

 

“เคล็ดวิชาไม้บรรทัดชุดนี้มีแนวคิดโจมตีต่อเนื่องราวคลื่นหนุนซัด  ข้าคิดว่ามันมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับระลอกคลื่นบนแมกไม้เมื่อครู่  หรือมิใช่?  มันอาจจะดูค่อนข้างอ่อนแออยู่สักหน่อย  ทว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องท้อแท้  นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น  หากเจ้าฝึกฝนมันได้อย่างเหมาะสมในอนาคตข้างหน้า  ข้าคิดว่าเจ้าอาจจะสามารถสร้างเคล็ดวิชาไม้บรรทัดใหม่ซึ่งเป็นของเจ้าเองขึ้นมาได้”  เหยาเหลาหัวเราะ  เสียงหัวเราะของเขาแฝงไว้ด้วยความพึงพอใจบางส่วน  การเริ่มต้นของทุกสิ่งเป็นเรื่องยาก  บัดนี้เมื่อเซียเวอี๋ยนได้เริ่มไปแล้ว  ที่เหลือก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่เขาจะทำได้สำเร็จ  แม้การสร้างเคล็ดวิชาเต๋าอย่างหนึ่งเป็นเรื่องยาก  เหยาเหลาก็มีความมั่นใจอย่างประหลาดในตัวของเด็กคนนี้,  ซึ่งมักมีเรื่องปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเสมอๆ

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มและพยักหน้า  เขาพลิกมือและเก็บไม้บรรทัดซวนยักษ์ไว้บนแผ่นหลัง  ครั้นแล้ว  เขาล้วงเอายาฟื้นฟูพลังออกมาจากแหวนเก็บของและยัดมันเข้าปากไป  เขาสัมผัสได้ถึงริ้วความร้อนที่เพิ่มขึ้นในร่างกายและกำลังจะมองหาสถานที่พักผ่อนสักแห่งเมื่อเสียงอึกทึกของสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งคำรามขึ้นกะทันหันจากที่ไกลออกไปในภูเขาราวกับเสียงฟ้าฟาด

 

“ช่างเป็นเสียงคำรามที่ทรงพลังนัก  เพียงแค่ได้ยินเสียงนี้  มันน่าจะเป็นสัตว์เทพระดับเต๋าหวังเป็นอย่างน้อย  หรือมิใช่?”  เซียวเอี๋ยนคล้ายกับถูกเสียงคำรามกะทันหันสั่นไหวจนงุนงงไปครู่หนึ่ง  เขารีบเงยศีรษะขึ้นจ้องมองไปยังภูเขาห่างไกลขณะเอ่ยถามด้วยเสียงแปลกใจ

 

“ใช่แล้ว  เป็นสัตว์เทพระดับเต๋าหวังตัวหนึ่งจริงๆ  และยังมีรัศมีบางอย่างที่ค่อนข้างข้างคลับคล้ายคลับคลาอยู่ในบริเวณนั้น  ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอยู่”  เหยาเหลาเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มบาง

 

“มีคนกล้าไปแหย่สัตว์เทพระดับเต๋าหวังตัวหนึ่งด้วยหรือ?”  ความแปลกใจฉายวาบขึ้นบนใบหน้าของเซียวเอี๋ยน  ในใจค่อนข้างสงสัยขณะยิ้มแย้มเสนอแนะ  “พวกเราควรจะไปชมดูสักตั้งหรือไม่?”

 

“ได้  แล้วแต่เจ้า”  เหยาเหลาตอบราบเรียบในเวลานี้

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มแย้มเมื่อได้ยินเช่นนี้  ปีกหมอกม่วงบนแผ่นหลังคลี่ออก  พร้อมเสียงกระพือเบาๆ  ร่างของเขาเริ่มลอยตัวขึ้นไปและในที่สุดก็บินตรงไปยังทิศทางที่เสียงคำรามของสัตว์ดุร้ายดังขึ้น

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณคร่ะ sealed

#4 By เฒ่าทารก on 2017-09-03 14:27

555 แหม อย่าคิดมากครับท่านเฒ่าทารก ผมว่าแปลได้เพราะที่สุดก็ต้องประมาณนี้แหละ รักษาความหมายดั่งเดิมของผู้แต่งมากที่สุดแล้ว 👍

#3 By ตี๋ on 2017-09-03 13:13

เออะ.... เสียหล่อเลย tongue-out คนแปลสื่อได้ไม่ดีพอมากกว่าคร่ะ... 
ครือ มันสั่นได้หลายแบบเนอะ สั่นขยับ กระดุกระดิก สั่นระริก 
สั่นแบบมีอะไรในจินตนาการ ในใจร่ายรำ แต่ร่างกายแข็งทื่ออยู่... คิิดว่าเป็นแบบนี้นะ แต่ฉบับอังกฤษมันก็ไม่ได้บรรยายอะไรมากนักนอกไปจากคำว่า 'shake'

คุณตี๋และเพื่อนๆ ว่าคนแปลควรจะใส่จินตนาการที่ตีความเอง ลงไปเพิ่มเติมไหมในกรณีแบบนี้

ผู้เฒ่ากลัวเสียความหมายของต้นฉบับหนะ ถ้าตีความผิด แต่เวลาอ่านเอง มันจินตนาการออกไปมากกว่าตัวอักษรหงะ ... โอย เริ่มสับสนคร่ะ เพื่อนๆ ช่วยออกความเห็นโหน่ยเร๊ว........

#2 By เฒ่าทารก on 2017-09-03 11:00

ขอบคุณครับ

หลังจากเสียฟอร์มหลายตอนติด คราวนี้มาอย่างพระเอกเลยทีเดียว

ว่าแต่มือสั่นเยอะแบบนี้สงสัยเป็นโรคไข้จับสั่น ไม่กินยาป้องกันก่อนเข้าป่าก็เป็นแบบนี้แหละ หรือว่าจะเป็นโรคนี้เลียนแบบรพินทร์ ไพรวัลย์ เหรอ

#1 By ตี๋ on 2017-09-02 22:36