เด็กหนุ่มในชุดสีดำนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขา  สองมือของเขาผนึกเป็นสัญลักษณ์โคจรชี่และลมหายใจของเขาก็ช่างสงบและยาวนัก  ยิ่งไปกว่านั้น  อากาศรอบตัวก็บังเกิดความผันผวนขึ้นมาเล็กน้อยในแต่ละครั้งที่เขาสูดลมหายใจเข้าและผ่อนลมหายใจออกมา  ริ้วพลังงานพาดเอียงไปทางคลื่นความร้อนรุนแรงที่ไหลซึมออกมา  ในที่สุดพวกมันเคลื่อนไปตามลมหายใจของเขาและเข้าสู่ร่างกายภายใน

 

การฝึกอันเงียบสงบดำเนินต่อไปอยู่ราวสองชั่วโมง  เสื้อผ้าบนร่างของเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำที่กำลังปลิวสะบัดทั้งๆ ที่ลมสงบในที่สุดก็ค่อยๆ ทิ้งตัวลง  และดวงตาลืมขึ้นด้วยอาการสั่นพร่าเล็กน้อย

 

“ข้าได้รับประโยชน์จากการฝึกในภูเขาลึกมาเป็นเวลาสองเดือนนี้มากมายเลยทีเดียว...”  เซียวเอี๋ยนบิดคอ  เขาสัมผัสได้ถึงเต๋าชี่ที่ล้นหลามราวกับกระแสน้ำพุที่กำลังไหลเวียนไม่หยุดนี้และเผลอฉีกยิ้มขึ้นมาบนมุมปากขณะเอ่ยเบาๆ

 

ระหว่างสองเดือนแห่งการฝึกฝนอันหนักหน่วง  เซียวเอี๋ยนไม่เพียงได้ฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้ของตนจนเข้าถึงขั้นแรก, แสงสายฟ้า, ได้สำเร็จ  ทว่าเต๋าชี่ภายในร่างกายก็เพิ่มขึ้น,  สอดประสานกัน  และยังบริสุทธิ์ขึ้นท่ามกลางป่าลึกที่ซึ่งเขาได้ดื่มกินอยู่ท่ามกลางสายลมและหลับนอนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ  ตามความคาดคะเนของเขา  ขณะนี้เขาคงเข้าถึงจุดสูงสุดของระดับต้าเต๋าซื่อแปดดาวไปโดยมิได้ตั้งใจแล้วขณะฝึกฝนท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้อยู่  แน่นอนว่าเขาได้ใช้เวลาถึงสองเดือนเพื่อที่จะช่วยให้ตนเองเข้าถึงจุดสูงสุดของต้าเต๋าซื่อแปดดาว  ความเร็วเช่นนี้อาจไม่สามารถเทียบได้กับการฝึกชี่อยู่ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้า  อย่างไรก็ตาม  เซียวเอี๋ยนก็รู้สึกพึงพอใจกับมันมากแล้ว  สามารถฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้ได้จนเข้าถึงขั้นแรกก็นับว่าสมดังความตั้งใจของเขาแล้ว  เหนือเป้าหมายที่สำเร็จ  เขายังสามารถพัฒนาเต๋าชี่ของตนเองไปด้วย  นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องเพิ่มเติมที่น่ายินดี  ดังนั้น  เขาจึงไม่รู้สึกเสียใจ

 

เซียวเอี๋ยนลุกขึ้นจากหินเขียวก้อนใหญ่  เขาไพล่สองมือไว้ด้านหลังขณะสอดส่ายสายตาเหนือแมกไม้เขียวขจี  สายลมบางเบาบังเอิญพัดผ่านทะเลไม้เหล่านั้นอยู่ในขณะนี้  ทันใดนั้น  ทะเลไม้ไหวโอน  ป่าไม้กว้างใหญ่เกือบพันฟุตกระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่นจากที่ห่างไกลออกไป  คลื่นแล้วคลื่นเล่าเช่นนี้ไม่หยุดหย่อน  มันแทบไม่แตกต่างไปจากคลื่นที่ซัดสาดอยู่ในมหาสมุทรเลย  เป็นเหตุให้ผู้คนได้เห็นถึงอำนาจแห่งธรรมชาติ, ทั้งยิ่งใหญ่  ทั้งสูงส่ง...

 

เซียวเอี๋ยนตกใจขณะจ้องมองระลอกคลื่นอันน่าสะพรึงกลัวราวอสุรกายขณะยืนอยู่บนยอดเขา  บางทีอาจจะเป็นเพราะบรรยากาศอันสุขสงบระหว่างสรวงสวรรค์และผืนโลกเช่นนี้ในขณะนี้กระมัง  ทว่าบางอย่างในหัวใจของเขาขยับขื้นมาเงียบๆ  ความคิดของเซียวเอี๋ยนในขณะนี้ทั้งรวดเร็วและว่องไวยิ่ง  และพวกมันก็เหนียวแน่นขึ้นมาโดยพลันเมื่อความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด

 

สองมือของเซียวเอี๋ยนเริ่มเหยียดออกไปด้านหลัง  ดวงตาค่อยๆ หรี่แคบ  ครู่ใหญ่ผ่านไป  แผ่นหลังของเขาขยับ  ปีกหมอกม่วงคลี่ออกมา  เมื่อปีกหมอกม่วงขยับ  ร่างกายวาดเป็นเส้นโค้งพาดผ่านท้องฟ้าออกไป ก่อนที่สองเท้าของเขาจะดิ่งลงอย่างมั่นคงบนทะเลไม้ที่กว้างใหญ่ไพศาล

 

ปีกหมอกม่วงหดกลับไป  เซียวเอี๋ยนยืนอยู่เพียงลำพังบนทะเลไม้เหล่านั้น  เขาเฝ้ามองทัศนียภาพที่ปรากฏแก่สายตาและได้รับการต้อนรับจากโลกสีมรกต  ร่างกายของเขาดุจดังหมึกดำหยดหนึ่งในสีเขียวราวมรกตนั้น  เขาดูตัวเล็กยิ่งทว่าช่างโดดเด่นนัก

 

สองมือของเซียวเอี๋ยนค่อยๆ เหยียดออก  คลื่นไม้ส่งเสียงหวีดหวิวจากที่ไกลออกไปก่อนที่จะบังเกิดเสียงดัง ‘หู หู’  ราวกับเสียงฟ้าร้องที่ถ่ายทอดมา มันแล่นผ่านเซียวเอี๋ยนไป

 

สองเท้าของเซียวเอี๋ยนดุจดังกรงเล็บอินทรี  พวกมันจิกคว้ายอดไม้ไว้มั่น  ร่างกายราวกับใบไม้ใบหนึ่งที่กำลังพริ้วไหวไปตามแรงลมท่ามกลางคลื่นไม้ไร้ที่สิ้นสุด  มันพลิ้วไหวอย่างรวดเร็วทว่าไม่เคยถูกฉีกทำลายเพราะความทรงพลังที่สร้างจากคลื่นไม้เหล่านี้เลย

 

คลื่นไม้นับพันฟุตเคลื่อนไป  ต่อเนื่องไปกว่าสิบนาทีก่อนที่จะค่อยๆ ทิ้งช่วงลง

 

คลื่นไม้เคลื่อนผ่านไปแล้ว  ทิ้งเด็กหนุ่มในชุดสีดำผู้มีใบหน้าซีดขาวเอาไว้เบื้องหลัง  อย่างไรก็ตาม  ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นมากล้น  เขาหมุนตัวและจ้องมองคลื่นไม้มหึมาที่ค่อยหยุดตัวลงและหายลับไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว  มุมหนึ่งในหัวใจของเขาถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างแรง

 

“ความคิดริเริ่มอันงดงามเช่นนี้...”

 

เซียวเอี๋ยนค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น  ไม้บรรทัดซวนยักษ์ขนาดใหญ่โผล่พรวดออกมา  เขากระชับมันไว้แน่นและพึมพำ  “หากข้าสามารถทำให้การโจมตีของข้าเป็นดังคลื่นที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าไม่สิ้นสุด  คงต้องเป็นวิธีการโจมตีที่ยอดเยี่ยมอย่างหนึ่งเป็นแน่  หรือมิใช่?”

 

มือของเซียวเอี๋ยนกระชับไม้บรรทัดซวนยักษ์ขณะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย  ดวงตาดำขลับเต็มไปด้วยความเหม่อลอยและความครุ่นคิด  ร่างกายดูเหมือนแข็งทื่ออยู่ในเวลานี้  หากมีคนสายตาเฉียบแหลมผู้หนึ่ง,  เขาหรือนางคงสังเกตุเห็นได้ว่ามือขวาของเซียวเอี๋ยนที่ถือไม้บรรทัดซวนยักษ์อยู่นั้นกำลังสั่นเทาเป็นเสี้ยวโค้งที่เล็กยิ่ง  ลักษณะเช่นนี้ราวกับว่ามันกำลังปรับอะไรบางอย่างอยู่...

 

อาการแข็งทื่อของเซียวเอี๋ยนดำเนินอยู่เกือบตลอดชั่วโมง  อย่างไรก็ตาม  ตัวเขาดูเหมือนกับกำลังไม่รู้สึกตัวเลย  บรรยากาศเมื่อครู่ที่ปรากฏขึ้นในคลื่นไม้ถูกฉายซ้ำๆ อยู่ในก้นบึ้งของจิต  ราวกับเวลาหยุดลงในสภาพเงื่อนไขอันแปลกประหลาดเช่นนี้  เซียวเอี๋ยนรู้สึกถึงแสงสว่างขนาดใหญ่ที่เพิ่มพูนขึ้น,  บังเกิดขึ้นฉับพลัน  และรู้สึกถึงเค้าเงื่อนบางอย่างที่แหวกว่ายขึ้นมาในระหว่างคลื่นไม้เหล่านั้น

 

คลื่นไม้ที่กวาดผ่านและหายลับไปก่อนที่จะกวาดเคลื่อนเข้ามาอีกและหายลับไป  มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้  เกิดเป็นวงจรที่ไม่เคยขาดสายเลยสักชั่วขณะหนึ่ง

 

เวลาของโลกภายนอกดำเนินต่อไป  แม้ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งแล้ว  เซียวเอี๋ยนรับรู้ถึงความรู้สึกประหลาดฉับพลันจากการเลียนแบบคลื่นไม้ที่กำลังพัดผ่านไปนับครั้งไม่ถ้วนภายในหนึ่งชั่วโมงนี้โดยอาศัยสภาพเงื่อนไขที่ประหลาดเช่นนี้

 

ขณะที่เขาสัมผัสถึงความรู้สึกประหลาดเช่นนี้อยู่นับครั้งไม่ถ้วน  ความกระจ่างแจ้งอย่างหนึ่งก็เริ่มปรากฏขึ้นในดวงตาดำขลับของเซียวเอี๋ยนอย่างฉับพลันโดยมิได้ตั้งใจแล้ว...

 

“หู?”

 

ขณะที่เซียวเอี๋ยนอยู่ในสภาพอันประหลาดเช่นนี้  เสียงร้องต่ำประหลาดใจอย่างยิ่งดังขึ้นเงียบๆ จากเหยาเหลา  เสียงนี้อาจจะเบา ทว่ายังเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจและความตกตะลึง  ดูจากสิ่งนี้  สภาพที่เซียวเอ๋ยนเป็นอยู่เช่นนี้ช่างเหนือความคาดหมายของเขานัก

 

เสียง ‘หู’ ประหลาดใจของเหยาเหลาไม่ทำลายสภาพประหลาดของเซียวเอี๋ยน  เหยาเหลาผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ย่อมรู้ดีถึงความหมายในการเกิดโอกาสพิเศษเช่นนี้ขณะฝึกยุทธ์ของผู้คน  หากคนผู้หนึ่งโชคร้ายเกินไปจนถูกทำลายสภาพเงื่อนไขเช่นนี้จากโลกภายนอก  ไม่ต้องสงสัยว่ามันจะทำให้คนผู้นั้นต้องเสียใจไปตลอดชีวิตของตนอย่างแน่นอน