ดวงดาวดารดาษเต็มฟากฟ้า  แสงจันทร์ฉ่ำเย็นสาดส่องลงมาจากเบื้องบน  ห่อหุ้มทั่วทั้งบริเวณหุบเขาไว้ด้วยแสงสีเงินบางๆ ชั้นหนึ่ง  เป็นเหตุให้ทั่วทั้งบริเวณดูพร่ามัวและลึกลับยิ่ง

 

นอกจากสัตว์เทพบางตัวที่ออกมาหากินภายในหุบเขาลึกยามราตรีแล้ว  แทบทุกตัวล้วนกลับรังของตนเพื่อพักผ่อนนอนหลับ  ทั้งผืนป่าตกสู่ความเงียบสงัดแล้วในขณะนี้  เป็นเวลายาวนานก่อนที่จะบังเกิดเสียงคำรามทุ้มต่ำคราหนึ่งที่ค่อยๆ ถ่ายทอดมาจากที่ไกลๆ  ในที่สุดจึงกระจายออกไปและค่อยๆ เลือนหายไป

 

เงาร่างสีดำสายหนึ่งบินพาดผ่านท้องฟ้าสีนิลมาอย่างเงียบๆ  ปีกขนาดใหญ่คู่หนึ่งกระพือน้อยๆ ยกอากาศบางเบาให้ไหลเลื่อนไป  เงาร่างนั้นหยิบยืมอากาศบางๆ ที่ไหลเวียนอยู่นี้พุ่งตัวข้ามขอบฟ้ายามรัตติกาล  พุ่งตัวผ่านมาโดยมิได้รบกวนสิ่งใด

 

“ซู่!”

 

เงาร่างมนุษย์ผู้หนึ่งพลันปรากฏออกมาจากที่ใดมิอาจทราบได้  ยืนอยู่บนยอดไม้นอกหุบเขา  สายตาเป็นประกายขณะจ้องมองด้านในหุบเขาที่มืดมิด  เพราะการต่อสู้ดุเดือดเมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมา  ทางเข้าหุบเขาจึงอยู่ในสภาพที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด  หลุมใหญ่น้อยมากมายกระจัดกระจายอยู่ในสภาพเสียหาย

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะเบาๆ ขณะจ้องมองหุบเขาลึกนั้น  เขาสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ และเงาร่างสีรุ้งสายหนึ่งก็พลันพุ่งออกมาจากแขนเสื้อนั้น  ในที่สุด มันบินวนรอบตัวเซียวเอี๋ยนซ้ำไปซ้ำมาอย่างร่าเริง  เสียงฮิสๆ ดังออกมาจากปากของมันไม่หยุดหย่อน

 

“เจ้าตัวเล็กจอมตะกละ”  เซียวเอี๋ยนได้แต่ส่ายศีรษะเมื่อเห็นดวงตาของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งกำลังจ้องมองแหวนเก็บของของเขาเขม็ง  มือของเขาสะบัดคราหนึ่ง,  สารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์ขวดหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นมาในมือของเขา

 

สารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์เพิ่งโผล่ออกมา  ร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งก็รีบพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด  มันถือโอกาสที่เซียวเอี๋ยนไม่ทันตั้งหลักเข้าพันตัวรอบมือของเซียวเอี๋ยนและขวดเอาไว้  มันยื่นลิ้นงูเข้าไปในขวดก่อนที่จะดูดอย่างแรง  สารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์ภายในขวดหยกลดลงไปเกือบหนึ่งในสามส่วนด้วยการกระทำนี้เพียงคราวเดียว

 

ฝ่ามือของเซียวเอี๋ยนดึงศีรษะของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งออกมาก่อนที่จะรีบเก็บขวดหยกไป  เมื่อเห็นว่าสารสกัดภายในขวดเหลือเพียงสองในสามส่วน,  เขาก็เผลอดูดปากด้วยความปวดใจแล้ว  ความกระหายของเจ้าจอมตะกละตัวนี้ยิ่งมาก็ยิ่งมากขึ้น  แต่ก่อนนี้  สารสกัดไม่กี่หยดก็เพียงพอสำหรับมันแล้ว  บัดนี้  มันกลับต้องการดื่มมากถึงปานนี้  หากมันเจริญอาหารเช่นนี้ต่อไป  สารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์ไม่กี่ขวดที่เหลืออยู่คงไม่เพียงพอให้มันได้กินแล้ว

 

พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งแลบลิ้นงูของมันออกมาด้วยท่าทางพึงพอใจยิ่งหลังจากที่ได้ดื่มสารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์เสียหลายคำ  มันกระดิกร่างยาวๆ ของมันและขดตัวรอบแขนของเซียวเอี๋ยน  ใต้แสงจันทร์กระจ่างตา,  ร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งสะท้อนแสงสว่างสุกใสแลดูงดงามยิ่ง

 

หลังจากเก็บสารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์เรียบร้อยแล้ว  เซียวเอี๋ยนเอียงศีรษะน้อยๆ  ดวงตาบังเอิญสบเข้ากับนัยน์ตางูซึ่งสะท้อนแสงสีรุ้งบางๆ  ทันใดนั้น  ความรู้สึกชนิดหนึ่งก็แผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจ  ช่างน่าหลงใหลนัก  มันเป็นความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับคราวที่ได้เห็นราชินีอสรพิษเป็นครั้งแรก

 

ลำคอของเซียวเอี๋ยนกลิ้งเกลือกน้อยๆ ขณะกลืนน้ำลายลงไป  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งในขณะนี้ดูเหมือนจะยิ่งมีความเหมือนราชินีอสรพิษมากขึ้นอีกหลายส่วนทีเดียว  นี่ช่าง...

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะขื่นและทอดถอนใจ  มือข้างหนึ่งลูบศีรษะเล็กๆ ของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งอย่างอ่อนโยน  อีกฝ่ายหรี่ตาน่าหลงใหลของมันอย่างว่าง่าย  ลิ้นงูของมันยื่นแลบใส่ฝ่ามือของเขา  ความรู้สึกนุ่มนิ่มนั้นเป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนรู้สึกจั๊กจี้

 

“เจ้าตัวน้อย  เจ้าต้องอดทนไว้  อย่ายอมให้สตรีผู้นั้นกลืนกินจิตวิญญาณของเจ้าได้สำเร็จ  ไม่เช่นนั้น  ข้าเกรงว่าพวกเราทั้งคู่คงจะไม่มีจุดจบที่ดีแน่”  เซียวเอี๋ยนทอดถอนใจและส่ายศีรษะ  เมื่อใดก็ตามที่เขาหวนนึกถึงราชินีอสรพิษ,  ผู้มีความผสมปนเประหว่างเสน่ห์ตรึงใจราวเวทมนตร์กับความเกรี้ยวกราดราวเพชรฆาต  เขาก็ต้องปวดหัวขึ้นมาทุกครั้ง  แน่นอน  ผู้ใดก็ตามที่มีความขัดแย้งซับซ้อนกับเต๋าจงแข็งแกร่งเยี่ยมยุทธ์ผู้หนึ่งเช่นนี้ย่อมต้องไม่มีความสุขนัก  โดยเฉพาะเมื่อจอมยุทธ์ผู้นี้เป็นพวกที่เห็นชีวิตของมนุษย์เป็นเพียงขยะอย่างหนึ่ง  สำหรับนางแล้ว,  การฆ่าคนผู้หนึ่งยังง่ายเสียกว่าการเชือดไก่สักตัว  นางไม่มีความรู้สึกลำบากแม้สักน้อยในยามลงมือสังหารคนผู้หนึ่ง

 

พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งส่งเสียงดังฮิสๆ ชุดหนึ่ง  ดูเหมือนจะเข้าใจคำพูดของเซียวเอี๋ยน  แสงสุกใสกลุ่มหนึ่งกำลังทอประกายวูบไหวอยู่ในดวงตางูน่าหลงใหลคู่นั้น

 

“อึก  ทั้งหมดล้วนเป็นปัญหาของอนาคต  บัดนี้เจ้าก็กินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว  เจ้าก็ต้องทำงานให้ข้าสักอย่างหนึ่ง  หากเจ้ากล้าเกียจคร้าน  ต่อไปเจ้าก็ลืมเรื่องที่จะได้กินสารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์ไปได้เลย”  เซียวเอี๋ยนแตะร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเบาๆ ขณะโยนความคิดในหัวใจออกไปพร้อมกล่าวกลั้วหัวเราะ

 

คำขู่ของเซียเวอี๋ยนมีผลต่อพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งอย่างเห็นได้ชัด  เจ้าตัวน้อยรีบผงกศีรษะของมัน  มันส่ายหางและร่างกายของมันก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างสีรุ้งกลุ่มหนึ่งซึ่งพุ่งวาบขึ้นเบื้องหน้าเซียวเอี๋ยน  ความเร็วของมันช่างทำให้เซียวเอี๋ยนได้แต่มองเห็นลำแสงสอง-สามสายกำลังพุ่งทะยานผ่านไป

 

เซียวเอี๋ยนส่ายศีรษะและค่อยๆ กระพือปีกหมอกม่วงบนแผ่นหลัง  ร่างกายของเขาค่อยๆ ลอยสูงขึ้นไปในอากาศและบินตรงไปทางหุบเขาเงียบๆ  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งกำลังบินวนรอบกายของเขา  คอยปกป้องเขาเอาไว้

 

ความเร็วในการบินของเซียวเอี๋ยนช้ายิ่ง  ตลอดบริเวณทางเข้าหุบเขาไม่มีเสียงอันใดแม้แต่น้อย  ความเงียบสงัดเช่นนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

 

อย่างไรก็ตาม  ชั่วขณะที่เซียวเอี๋ยนเข้าไปถึงระยะห่างจากทางเข้าหุบเขาเพียงไม่กี่สิบเมตร,  เกล็ดของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งที่กำลังบินวนอยู่รอบกายของเขาก็พลันตั้งชัน  เสียงขู่แหลมก็ดังออกมาจากปากของมัน  และเสียงนั้นสะท้อนก้องออกไปทั่วทั้งทางเข้าหุบเขาแห่งนี้

 

ติดตามด้วยเวลาที่ไหลเลื่อนไป  แสงสีแดงเจิดจ้าคู่หนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในหุบเขาที่มืดมิด  ไม่นานหลังจากนั้น  แสงนั้นก็ค่อยๆ ดูใหญ่ขึ้น  แสงสีแดงสดคู่นั้นค่อยแปรเปลี่ยนเป็นนัยน์ตาแดงก่ำขนาดใหญ่คู่หนึ่ง  ได้ยินเสียงฝีเท้าต่ำๆ ดังขึ้นใต้แสงจันทร์

 

เซียวเอี๋ยนถอนหายใจโล่งอกเงียบๆ เมื่อเขาเห็นวานรฟ้าปีศาจหิมะที่ปรากฏกายขึ้นมาใต้แสงจันทร์  ขนของมันในขณะนี้เปลี่ยนกลับไปเป็นสีขาวราวหิมะดังเดิมแล้ว  ยิ่งไปกว่านั้น  ชี่ที่ฉาบทาบอยู่บนผิวกายของมันก็ยังอ่อนลงไปเป็นอันมากเมื่อเทียบกับช่วงกลางวัน  เห็นได้ชัด  ความรู้สึกอ่อนเพลียหลังจากถูกปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาทำให้มันยากจะกลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ดังเดิมได้ในเวลานี้

 

ดวงตาคู่ใหญ่สีแดงฉานจ้องมองเซียวเอี๋ยนที่อยู่กลางอากาศเขม็ง  บางทีน่าจะเป็น...  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งที่อยู่ข้างกายเซียวเอี๋ยนมากกว่า...  ด้วยว่าพวกมันทั้งคู่ล้วนเป็นสัตว์เทพ  วานรฟ้าปีศาจหิมะจึงไม่รู้สึกแปลกแยกกับรัศมีที่กระจายออกมาจากร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้ง  ชี่จากพญางูน้อยตัวนี้เป็นเหตุให้มันเกิดความรู้สึกกังวลขึ้นมาพร้อมๆ กับความหวาดกลัวเล็กน้อย

 

พญางูและวานรยักษ์ต่างจ้องตากันและกันใต้แสงจันทร์กระจ่าง  ชี่แข็งแกร่งสองสายค่อยๆ แผ่พุ่งออกมา  ภายใต้แรงกดดันของพลังทั้งสองสายนี้  ด้วยพลังในปัจจุบันของเซียวเอี๋ยน,  ย่อมรู้สึกแทบหายใจไม่ออกแล้ว

 

พลังจิตสัมผัสที่มองไม่เห็นชุดหนึ่งแผ่พุ่งออกมาจากแหวนสีดำคร่ำคร่าบนปลายนิ้วของเขา  ห่อหุ้มเซียวเอี๋ยนเอาไว้ภายใน  มันแบ่งแยกพลังกดดันจากทั้งพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งและวานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนั้นออกไป  เสียงของเหยาเหลาดังขึ้นในหัวใจของเซียวเอี๋ยน  “ปล่อยให้พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งคอยสกัดกั้นวานรฟ้าปีศาจหิมะไป  เจ้าควรจะฉวยโอกาสหลบเข้าไปในหุบเขาและค้นหาแก่นน้ำนมชุบร่างนั้น”

 

“ไอ่”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  เขาหันไปทางพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งที่อยู่ข้างๆ และร้องเบาๆ  “เจ้าตัวน้อย  สกัดมันไว้”

 

“ฮิส!”

 

พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งส่งเสียงดังฮิสออกมาระลอกหนึ่งเมื่อมันได้ยินคำสั่งของเซียวเอี๋ยน  แสงสีรุ้งจางๆ พลันแผ่พุ่งออกมาจากร่างของมัน  ติดตามด้วยแสงสีรุ้งที่เจิดจ้าออกมา  ร่างกายของอีกฝ่ายก็พองใหญ่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

 

เพียงพริบตาเดียว  ร่างเล็กๆ ฉบับพกพาได้ของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งแต่เดิมก็พลันกลับกลายเป็นร่างใหญ่ยักษ์ที่ยาวกว่าร้อยฟุต  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งแกว่งร่างมหึมาของมันอยู่ใต้ท้องฟ้ายามราตรี  ดวงตาชวนหลงใหลคู่หนึ่งจ้องมองวานรฟ้าปีศาจหิมะเบื้องล่าง  บนท้องฟ้าเริ่มผันผวนขึ้นมาเล็กน้อยในขณะที่ลิ้นงูของมันแลบแปลบออกมาและก็หดกลับเข้าไป

 

“หลังจากที่จำศีลมานาน  พลังของเจ้าตัวเล็กนี่เพิ่มสูงขึ้นมากมายอีกคราหนึ่งแล้ว  ช่างสมกับสมญานาม ‘กลืนกินสรวงสวรรค์’  หากมันเติบโตถึงที่สุด  คงมีพลังที่จะทำลายแผ่นดินแผ่นฟ้าได้เป็นแน่”  เซียวเอี๋ยนเผลอร้องอุทานออกมาขณะสัมผัสได้ว่าร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งดูใหญ่โตยิ่งกว่าครั้งก่อนที่เขาได้เห็นในพรรคเมฆครามเสียอีก

 

“พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเป็นสัตว์วิเศษยิ่งชนิดหนึ่งจากบรรพกาล  ภายใต้สภาวะแวดล้อมปกติ  มันต้องใช้เวลาถึงหนึ่งร้อยปีจึงจะเข้าถึงระดับนี้ได้  หากมิใช่เพราะการกัดกร่อนและการหลอมรวมด้วยจิตวิญญาณของราชินีอสรพิษแล้วล่ะก็  สัตว์เลี้ยงของเจ้าตัวนี้ก็คงไม่อาจวิวัฒน์ได้เร็วปานนี้  แทนที่จะบอกว่ามันดูแข็งแกร่งขึ้น  เจ้าควรจะพูดว่ามันกำลังใช้ประโยชน์จากพลังของราชินีอสรพิษจึงจะถูกกว่า”  เหยาเหลาเอ่ยเบาๆ

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าเงียบๆ  เป็นราชินีอสรพิษอีกแล้ว  สตรีผู้นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไปหน่อยแล้ว...

 

เซียวเอี๋ยนผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียดคำหนึ่ง  เขาหยุดนิ่งอยู่ราวสิบวินาทีจึงพลันขยับปีกคู่บนแผ่นหลัง  ร่างกายก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำสายหนึ่งซึ่งพุ่งตัวระเบิดตรงเข้าไปในหุบเขา

 

เจ้าวานรฟ้าปีศาจหิมะดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงบางสิ่งเมื่อเซียวเอี๋ยนลงมือเคลื่อนไหว  มันส่งเสียงคำรามบ้าคลั่งออกมาคราหนึ่งทันที  สองเท้าก็กระทืบลงบนพื้น  ร่างมหึมาของมันดุจดังลูกปืนใหญ่ที่พุ่งตัวไปทางเซียวเอี๋ยนเพื่อสกัดกั้นเขา  เสียงร้องแหลมแสบหูดังสนั่นขึ้นมาจากบริเวณทางเข้าหุบเขา

 

ความเร็วของวานรฟ้าปีศาจหิมะนั้นรวดเร็วยิ่ง  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งยิ่งเร็วกว่า  ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันเข้าถึงตัวของเซียวเอี๋ยน  มันเห็นแสงสว่างแรงกล้าเจ็ดสีสายหนึ่งเบื้องหน้าตน  หางมหึมาท่อนหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยแสงสว่างสีรุ้งเจิดจ้าหล่นลงมาจากบนฟ้า  ในที่สุดกระแทกเข้าใส่ร่างของวานรฟ้าปีศาจหิมะอย่างหนักหน่วง  พลังมหาศาลระเบิดตัวขึ้นทันควันขณะฟาดเจ้าวานรยักษ์เข้าใส่ผนังเขา

 

“ตูม!”

 

ผนังเขาชิ้นใหญ่ร่วงลงมาข้างหลังวานรยักษ์  ขณะที่หินใหญ่มหึมาก้อนนั้นร่วงลงมา  ผนังหินข้างหลังนั้นก็บังเกิดรอยร้าวมากมายกระจายตัวออกไปราวกับใยแมงมุม  ท้ายที่สุด รอยร้าวเหล่านี้กระจายออกไปกว่าครึ่งของผนังเขาแล้ว

 

“โฮก!”

 

วานรฟ้าปีศาจหิมะเริ่มเดือดดาลยิ่งขึ้นเมื่อมันต้องรับแรงฟาดหนักหนาปานนี้  แสงสีแดงฉานในดวงตาของมันสว่างจ้าขึ้นทันควัน  มันไม่สนใจความหวาดกลัวเสี้ยวเล็กๆ ในหัวใจที่มีต่อพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้ง  พลังงานเย็นเยือกระลอกหนึ่งแผ่นพุ่งออกมาจากร่างกายของมัน  ติดตามด้วยพลังงานที่กำลังก่อตัวขึ้น  พลังเย็นเยือกนั้นทำให้อากาศโดยรอบจับตัวแข็ง  มันอ้าปากกว้างใหญ่และแยกเขี้ยว  อากาศเย็นจับตัวขึ้นทันทีและแปรเปลี่ยนเป็นลูกบอลหมุนขนาดมหึมาที่ใหญ่ถึงห้าฟุตเป็นอย่างน้อย

 

วานรฟ้าปีศาจหิมะทุบกำปั้นของมันลงบนหน้าอก  ลูกบอลหมุนที่เต็มไปด้วยพลังเย็นน่าสะพรึงกลัวพลันพุ่งยิงออกไป  เป้าหมายของมันก็คือพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งบนท้องฟ้า  ยามเมื่อลูกบอลเคลื่อนไป  ทิ้งหางริ้วสีขาวยาวเป็นทางไว้ในอากาศเบื้องหลัง

 

นัยน์ตางูงดงามชวนหลงใหลของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งบนฟ้าจ้องมองลูกบอลหมุนที่พุ่งเข้ามาอย่างแรง  ครู่ต่อมา  แสงสว่างสีรุ้งแข็งแกร่งสว่างวาบขึ้น  มันดูราวกับแสงอาทิตย์พร่าเลือนสีรุ้งดวงหนึ่งบนท้องฟ้ายามราตรีที่ปะทะเข้ากับลูกบอลน้ำแข็งหมุนลูกนั้นอย่างหนักหน่วง  ทันใดนั้น  การระเบิดขนานใหญ่ดังขึ้นในเทือกเขาราวกับฟ้าร้องคำรามแล้ว

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

งูน้อย มีวิธีจะได้กินสารสกัดเยอะๆ ง่ายๆ นะ

ก็จัดการเซียวเอี๋ยนซะสิ 555 cool

#2 By ตี๋ on 2017-09-09 14:07

บ๊ะ!! สมกับเป็นนังเอี๋ยนจิงๆ เรื่องแหลเพื่อผลประโยขน์ส่วนตนนี่ขอให้บอก เหอ เหอ

#1 By NoFearMia on 2017-09-09 07:24