ราชินีอสรพิษจ้องมองเหยาเหลาปรากฏตัวขึ้นอย่างเย็นชา  ไม่มีความแปลกใจแม้แต่น้อยบนใบหน้าเปี่ยมเสน่ห์ของนาง  ตรงกันข้าม  นางเอ่ยพร้อมยิ้มเย็น  “ข้ารับรู้ได้มานานแล้ว  ว่าเจ้าเด็กผู้นี้มียอดยุทธ์ซ่อนอยู่ข้างกาย  ที่แท้  ก็เป็นร่างวิญญาณตนหนึ่งนั่นเอง”

 

แม้นางจะเอ่ยเช่นนี้ออกมาจากปาก  ฝีเท้าที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาก็ค่อยๆ ถอยกลับไป  บุรุษสูงวัยผู้มีร่างกายพร่าเลือนเบื้องหน้านางนี้สร้างความรู้สึกกดข่มแก่นางบางเบา  ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ด้อยไปกว่าอวิ๋นซันในครั้งนั้นเลย  หากนางอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อม  นางก็คงไม่หวาดกลัวเขา  อย่างไรก็ตาม สำหรับขณะนี้  นางจำต้องแบ่งจิตบางส่วนไปกดข่มจิตวิญญาณของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์ในร่างเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ  ด้วยสมาธิที่ต้องแบ่งแยกเช่นนี้  พลังของนางย่อมต้องลดลงอยู่บ้าง

 

เหยาเหลายิ้มราบเรียบ  เขาโบกมือและสั่งให้เซียวเอี๋ยนล่าถอยไปอีกเล็กน้อย  จากนั้นเขาจึงยิ้มแย้มและกล่าวสืบไป  “ข้าเองก็รู้ดีถึงสภาพเงื่อนไขในขณะนี้ของเจ้า  ดังนั้น  ไม่จำเป็นต้องแสดงรังสีสังหารรุนแรงปานนี้ต่อหน้าข้าก็ได้  แม้ข้าในขณะนี้จะเป็นเพียงร่างวิญญาณและสูญเสียพลังสำคัญไป  ทว่าเจ้าก็คงไม่ได้เปรียบอันใดหากพวกเราต้องลงมือสู้กันจริงๆ”

 

“เป็นเช่นนั้นหรือ?”  ราชินีอสรพิษส่งเสียงหัวเราะเย็นชาออกมาคราหนึ่ง  อย่างไรก็ตาม  สองมือของนางมิได้แสดงความเคลื่อนไหวใดๆ  เห็นได้ชัด  การปรากฏกายของเหยาเหลาทำให้นางตกใจใหญ่หลวงแล้ว

 

“ข้าเองก็ไม่ปรารถนาที่จะมีเรื่องขัดแย้งกับเจ้า  เพียงแต่ว่า  เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมาฆ่าลูกศิษย์ของข้าได้ง่ายๆ  หากเจ้ารู้สึกว่าการอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเรื่องที่เจ้าไม่ชอบใจ  เจ้าก็จากไปได้  ไม่มีผู้ใดคิดจะหยุดเจ้า”  เหยาเหลายิ้มขณะกล่าว  คำพูดสุขุมของเขาช่างประหนึ่งใบมีดแหลมคม  ในอดีต  ขณะที่เขาท่องไปทั่วทวีป  ไม่ต้องพูดถึงเต๋าจงผู้หนึ่งทีเดียว  กระทั่งเต๋าจวนเยี่ยมยุทธ์ผู้หนึ่งก็ยังต้องทำตนสุภาพกับเขา  ราชินีอสรพิษผู้นี้อาจจะสามารถทำให้ผู้คนมากมายหวาดกลัวนาง  ทว่านางไม่อาจคุกคามเขาได้แม้เพียงน้อย

 

ราชินีอสรพิษมีใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนี้  ในขณะนี้  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งมีอาการที่จดจำว่าเซียวเอี๋ยนเป็นนายของมัน  ยิ่งไปกว่านั้น  นางยังไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนได้อย่างสมบูรณ์  มิใช่นางที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าต้องการจะจากไปหรืออยู่ต่อ  อีกประการหนึ่ง  สูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณนั้นก็อยู่ในมือของเซียวเอี๋ยน  นางยังจำเป็นที่จะต้องอาศัยพลังของเขาหากนางต้องการให้ยานั้นถูกกลั่นออกมาได้สำเร็จ  ดังนั้น  นางจะจากไปทำไม?

 

“ข้ามีข้อตกลงกับเขาอยู่  หากข้าคุ้มกันจนเขาหนีพ้นมาจากอวิ๋นซันได้อย่างปลอดภัย  เขาจะต้องกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณให้แก่ข้า  อย่างไรก็ตาม  ผ่านไปเกือบปีแล้ว  บัดนี้เขากลับลืมเรื่องนี้ไปเสียสิ้น  จะมีประโยชน์อันใดที่จะเก็บคนไม่รักษาสัญญาเช่นนี้เอาไว้?”  ราชินีอสรพิษชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนอย่างเย็นชาขณะกล่าว

 

ความวิตกกังวลในหัวใจของเซียวเอี๋ยนลดลงไปเป็นอันมากตั้งแต่เหยาเหลาปรากฏตัวออกมา  ดังนั้น  เขาจึงได้แต่แบมือเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของราชินีอสรพิษ  พี่สาว  เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าเป็นคนโง่?  มิใช่ว่า ยิ่งข้ากลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณเร็วขึ้นเท่าไหร่  ข้าก็ยิ่งตายเร็วขึ้นเท่านั้นหรอกหรือ? 

 

“เคอะๆ  หากเจ้าไม่มีความคิดเข่นฆ่าอยู่ในหัวใจของเจ้าแล้วล่ะก็  ศิษย์ของข้าคนนี้ก็คงต้องยินดีที่จะช่วยเหลือเจ้าค้นหาวัตถุดิบสมุนไพรต่างๆ อย่างแน่นอน  เจ้าจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกที่ชักเรื่องราวมาจนเป็นแบบนี้”  เหยาหลายิ้มแย้มกล่าว  เขาย่อมเข้าใจเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบเป็นอย่างดี

 

ราชินีอสรพิษทำเสียงขึ้นจมูก  นางไม่ปฏิเสธคำกล่าวของเหยาเหลา  ในครั้งนั้น  นางเคยมีความคิดที่จะสังหารเซียวเอี๋ยนให้ตายในฝ่ามือเดียวจริงๆ  หากเซียวเอี๋ยนกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณได้สำเร็จ

 

“เคอะๆ  ราชินีอสรพิษ  ข้าจะไม่เปลืองลมหายใจกับเจ้าอีกแล้ว  เจ้าต้องการยาหลอมรวมจิตวิญญาณเม็ดนั้นจริงๆ หรือไม่?”  เหยาเหลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพลันเอ่ยออกมาเมื่อได้เห็นประกายวูบไหวในดวงตาของราชินีอสรพิษ

 

“คำถามนี้ของท่านไม่มากเกินไปหน่อยหรือ?”

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น  พวกเราแต่ละฝ่ายก็ให้ในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการได้  อย่างไรก็ตาม  ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ว่า  เจ้าต้องโยนความคิดในหัวใจพวกนั้นทั้งหมดทิ้งไปเสียก่อน  ไม่มีผู้ใดตำหนิเรื่องที่พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งคอยติดตามเซียวเอี๋ยนได้  ยิ่งไปกว่านั้น  หากมันจดจำว่าเซียวเอี๋ยนเป็นนายของมัน  ทั้งหมดก็ล้วนไม่เกี่ยวกับเจ้า  คนนอกไม่อาจทำอันใดเพื่อเปลี่ยนแปลงมันได้”  เหยาเหลายิ้มแย้มและเอ่ยสืบไป “หากเจ้าสามารถขจัดความคิดที่จะสังหารนี้ออกไปจากหัวใจของเจ้าได้  ข้าก็สามารถรับประกันได้ว่าข้าจะวางยากลั่นหลอมรวมจิตวิญญาณที่เสร็จสมบูรณ์ต่อหน้าเจ้าได้ภายในเวลาหนึ่งปี  อย่างไรก็ตาม  เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน  เจ้าจะต้องคุ้มครองลูกศิษย์ของข้า  ชีวิตของเขาจะต้องไม่ตกอยู่ในอันตรายใดๆ เด็ดขาดเป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากที่เจ้าได้ยาไปแล้ว  เจ้าจะว่าอย่างไร?”

 

“ก่อนหน้านี้  เขากับข้าเคยตกลงกันไว้แล้ว  ข้าคุ้มครองเขาจนกว่าเขาจะหนีพ้นเงื่อมมือของอวิ๋นซันมาได้  ไม่เช่นนั้น  แค่ลำพังพลังของเขา  ท่านคิดหรือว่าเขาจะสามารถท้าสู้กับอวิ๋นซันเช่นนั้นได้?  ในเมื่อข้าได้ทำตามสัญญาครบถ้วนแล้ว  เขาก็ควรที่จะช่วยข้ากลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณ  เหตุใดข้ายังต้องมาทำความตกลงใหม่กับท่านอีก?”  น้ำเสียงของราชินีอสรพิษเจือไว้ด้วยความเคืองใจบางๆ

 

“ทั้งสองฝ่ายล้วนทำผิดข้อตกลงในครั้งนั้น  เพราะฉะนั้น  มันย่อมเป็นโมฆะไป”  เหยาเหลาเอ่ยเบาๆ

 

“ท่านต้องการจะให้ข้าเป็นผู้คุ้มครองเขาเป็นเวลาหนึ่งปี?  ลืมเสียเถอะ!”  เสียงเย็นชาของราชินีอสรพิษไม่มีความลังเลขณะเอ่ยปากและปฏิเสธข้อเสนอแนะ

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น  เจ้าก็แยกย้าย หาผู้อื่นกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณให้เจ้าแทนเสีย”  เหยาเหลากลอกตากล่าวตอบ

 

“หากเป็นเช่นนั้น  ก็ส่งมอบสูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณมาให้แก่ข้า!”  ราชินีอสรพิษกัดฟันสีเงินของนางขณะเอ่ยเย็นชา

 

“เคอะๆ  ทำเช่นนั้นไม่ได้  สูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณนี้เป็นสิ่งที่เซียวเอี๋ยนต้องใช้ความพยายามมากมายเพื่อที่จะเอาชนะในการชุมนุมใหญ่ของนักแปรธาตุ  เขาจะมอบให้เจ้าได้อย่างไร?”  เหยาเหลายิ้มและส่ายศีรษะ

 

เซียวเอี๋ยนค่อนข้างตกใจขณะจ้องมองแผ่นหลังของเหยาเหลาตรงหน้า  ขณะนี้  บรรยากาศรอบตัวของอีกฝ่ายมีทีท่าอันธพาลไม่น้อย

 

ราชินีอสรพิษสูดลมหายใจลึกเข้าปอด  สีหน้าของนางค่อยๆ ขุ่นเคืองขึ้นมา  เดิมที  นางเป็นพวกที่ไม่ชอบเปลืองลมหายใจ  หากมิใช่เพราะนางหวาดกลัวพลังของเหยาเหลา  ดูเหมือนนางคงจะพุ่งเข้าโจมตีและฆ่าเขาทิ้งเสียแล้ว  อย่างไรก็ตาม  ความเอาแต่ใจของเหยาเหลาในขณะนี้ทำให้ความกระหายใคร่สังหารของนางกระเพื่อมขึ้นมาในหัวใจอีกคราหนึ่งแล้ว

 

สีหน้าของราชินีอสรพิษแปรเปลี่ยนความอึมครึม  ชี่สูงส่งสายหนึ่งซึ่งสร้างความตกตะลึงให้แก่เซียวเอี๋ยนแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของนาง  ภายใต้พลังที่แข็งแกร่งปานนี้  อากาศรอบด้านหยุดไหลเวียนแล้วในขณะนี้

 

แปรเปลี่ยนทุกสิ่งจนเงียบสงัด  นี่คือความอหังการและทรงอำนาจยิ่งของเต๋าจงผู้หนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม  ร่างของเหยาเหลาไม่มีความเคลื่อนไหวแม้เพียงน้อยภายในแรงกดข่มของอำนาจอันสูงส่งปานนี้  มีเพียงสายตาเย็นชาแหลมคมค่อยๆ กวาดออกไปจากใบหน้าเรียบเฉยสูงวัยของเขา  พลังจิตสัมผัสสายหนึ่งซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแผ่ขยายออกไปและปกคลุมเข้มข้นไปทั่วฟ้า  แม้เหยาเหลาไม่อาจใช้เต๋าชี่ในร่างวิญญาณได้ก็ตาม  พลังจิตของเขากลับแข็งแกร่งทรงอำนาจเป็นพิเศษในฐานะที่เป็นนักแปรธาตุผู้หนึ่ง  เหนือสิ่งอื่นใด  เขายังมีเปลวไฟแห่งขั้วน้ำแข็ง  เขายังเข้าถึงระดับที่สามารถอาศัยเพียงพลังจิตสัมผัสของตนเข้าต่อสู้กับผู้อื่น  แน่นอนว่าเขาย่อมไม่อาจเข้าถึงระดับสมบูรณ์สูงสุดในอดีตเพียงด้วยอาศัยพลังจิตของตน  แต่ทว่า  ก็ไม่เป็นปัญหาจนเกินไปนักหากจะใช้มันเข้าต่อสู้กับราชินีอสรพิษผู้ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมเช่นกัน

 

พลังแข็งแกร่งเฉกเช่นเดียวกันสองสายค่อยๆ แพร่กระจายออกไปบนยอดเขา  แผ่นดินสะเทือนเล็กน้อยภายใต้แรงกดดันจากพลังทั้งสอง  และยังเริ่มค่อยๆ เกิดรอยปริแยกออกไปภายใต้สายตาตกตะลึงของเซียวเอี๋ยน

 

เวลาค่อยๆ ผ่านพ้นไป  พลังแข็งแกร่งสองสายยิ่งรุนแรงขึ้น  อย่างไรก็ตาม  ชั่วขณะที่ราชินีอสรพิษไม่อาจต้านทานการโจมตีต่อไปได้นั้นเอง  ใบหน้าของนางก็พลันแปรเปลี่ยน  บรรยากาศตึงเครียดก็ค่อยจางคลายลงไป  มืองดงามของนางกุมหน้าผากขณะสีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  แสงสีรุ้งแผ่พุ่งออกมาจากในร่างกาย

 

“ให้ตายเถอะ!”  ราชินีอสรพิษกัดฟันสุดแรงขณะสบถออกมาอย่างดุร้าย  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งกำลังค่อยๆ เข้าควบคุมร่างของนางในจังหวะเช่นนี้เสียได้  ยิ่งไปกว่านั้น  คราวครั้งนี้  มันยังต้านทานนางอย่างแรง  เป็นเหตุให้นางไม่มีทางเลือกนอกจากรีบรวบรวมพลังของตนเข้ากดข่มมันเอาไว้  เมื่อเป็นเช่นนี้  นางจะสามารถต่อกรกับเหยาเหลาได้อย่างไรกัน

 

เซียวเอี๋นดูเหมือนจะเข้าใจบางสิ่งเมื่อเขามองเห็นสภาพของราชินีอสรพิษ  เขาถอนหายใจโล่งอกออกมาในหัวอกทันที  พลังของสตรีผู้นี้ออกจะน่ากลัวเกินไป  แม้ว่าเหยาเหลาจะสามารถเอาชนะนางได้  ทว่าเขาอาจจะต้องเข้าสู่สภาพจำศีลเพระการสูญเสียพลังจิตได้  แม้เดี๋ยวนี้เซียวเอี๋ยนมิได้เอาแต่พึ่งพาเหยาเหลามากเท่าในอดีต  ประสบการณ์อันมากมายของเหยาเหลาก็ช่วยประหยัดปัญหาให้แก่เขาเป็นอันมาก

 

แสงสว่างสีรุ้งยิ่งเข้มข้นขึ้น  ท้ายที่สุด  ดวงตาชวนหลงใหลของของราชินีอสรพิษก็เริ่มงงงวยขึ้นเล็กน้อย

 

ราชินีอสรพิษสูดลมหายใจลึกคำหนึ่งและพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อกดข่มแรงต้านของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเอาไว้  นางจ้องมองเซียวเอี๋ยนที่อยู่ตรงข้ามอย่างเย็นชาและเอ่ยขึ้นอย่างไม่เต็มใจ  “เอาล่ะ  พวกเราจะทำตามอย่างที่เจ้าพูด  หากเจ้าสามารถส่งมอบยาหลอมรวมจิตวิญญาณให้ข้าได้ภายในหนึ่งปี  ข้าจะคุ้มครองเจ้าเป็นเวลาหนึ่งปี  หากสัญญาที่เจ้าให้ไว้ยังคงว่างเปล่า  ราชินีผู้นี้จะให้เจ้าทนทุกข์ทรมานกับความสูญเสียใหญ่หลวงทีเดียว  ต่อให้ข้าจะต้องยอมเสี่ยงต่อการตอบโต้ของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งก็ตาม”

 

“เคอะๆ  เป็นเช่นนี้ย่อมดีที่สุด  ข้าจะต้องส่งมอบยาหลอมรวมจิตวิญญาณให้ท่านภายในหนึ่งปีอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตาม  ผู้เฒ่าเช่นข้าหวังว่าราชินีอสรพิษคงไม่ทำดังที่เจ้าเคยเป็น  แฝงเร้นเจตนาสังหารไว้ในหัวใจ  ไม่เช่นนั้น  ต่อให้ข้าต้องเข้าสู่สภาวะจำศีล,  ข้าก็จะเปลี่ยนร่างที่เจ้าได้มาด้วยความยากลำบากให้กลายเป็นเถ้าถ่านกองหนึ่ง!”  เหยาเหลาหัวเราะเบาๆ  เสียงหัวเราะของเขาแฝงไว้ด้วยแววข่มขู่เข้มข้นยิ่ง  สิ้นเสียงของเขา  เปลวไฟสีขาวเข้มข้นสายหนึ่งพลันพุ่งพรวดออกมาจากร่างของเขาและพลันเข้าห่อหุ้มรอบกายเพื่อแสดงอำนาจของตน

 

เปลวไฟสีขาวเข้มแผ่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว  แม้เปลวไฟสีจะพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างแรง  มันกลับสร้างความรู้สึกหนาวยะเยือกอย่างประหลาดให้แก่ผู้คนที่ได้เห็นมัน

 

“เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์?”  ใบหน้าของราชินีอสรพิษแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อนางเห็นเปลวไฟสีขาวเข้มข้นนั้น  สายตาก็พลันแปรเปลี่ยนไปมากมาย  ในเมื่อนางเคยลิ้มรสความเจ็บปวดกับเพลิงแก่นบัวสีครามมาแล้ว  นางย่อมรู้ดีว่าเปลวไฟจำพวกนี้น่าสะพรึงกลัวปานใด  แม้เปลวไฟสีขาวเข้มเบื้องหน้านางนี้ไม่มีคลื่นความร้อนภายนอกเหมือนเพลิงแก่นบัวสีคราม  ภาพประหลาดที่ปรากฏสู่สายตานั้นก็เป็นเหตุให้ราชินีอสรพิษหวาดกลัวเกินกว่าที่จะดูแคลนมันได้

 

“ตราบใดที่พวกท่านสองคนไม่ผิดสัญญาอีกคราวหนึ่ง  ราชินีผู้นี้ก็ย่อมต้องรักษาสัญญาเช่นกัน  ข้าหวังว่าข้าจะได้เห็นยาหลอมรวมจิตวิญญาณในครั้งหน้าที่ข้าตื่นขึ้นมา”  ราชินีอสรพิษตอบคำเสียงเรียบเฉย  แสงสีรุ้งภายในร่างกายพลันปะทุออกมา  ร่างของนางขยับอีกคราหนึ่ง  ครู่ต่อมา  สัตว์สาวพราวเสน่ห์ชวนหลงใหลผู้ชวนตะลึงไปทุกสัดส่วนก็กลายร่างกลับไปเป็นงูน้อยสีรุ้งที่มีขนาดยาวเพียงราวหนึ่งฟุตอีกคราหนึ่ง

 

พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งที่กลายสภาพกลับสู่ร่างงูส่ายหางของมันน้อยๆ  ร่างของมันปรากฏขึ้นข้างกายของเซียวเอี๋ยนอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ  มันยืดๆ หดๆ ลิ้นงูของมันให้อีกฝ่าย  ดูเหมือนจะมีความห่วงใยราวกับมนุษย์ผู้หนึ่งอยู่ภายในดวงตางูชวนหลงใหลคู่นั้น

 

“เคะๆ  ข้าไม่เป็นไร”  เซียวเอี๋ยนลูบไล้พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งอย่างอ่อนโยนขณะพูดพร้อมยิ้มขื่นคราหนึ่ง  “เจ้าตัวน้อย  ทั้งหมดล้วนต้องขอบใจเจ้า  ไม่เช่นนั้น  เกรงว่าการต่อสู้ที่ร้ายแรงคราหนึ่งคงไม่อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว”

 

“อย่างไรก็ตาม  พวกเราก็ได้พูดในทุกสิ่งที่จำเป็นต้องพูดออกไปจนหมดสิ้นแล้ว  อนาคตข้างหน้า  พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่านางจะยังโผล่ออกมาฆ่าข้าหรือไม่  ราชินีอสรพิษอาจจะเย็นชาและไร้หัวใจก็จริง  ทว่านางมีความทระนงนักหนา  นางคงไม่กลับคำ”  เหยาเหลาหันกลับมาและยิ้มแย้มขณะพูดกับเซียวเอี๋ยน

 

“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  เขาพลิกมือคราหนึ่งและล้วงเอาขวดแก่นน้ำนมชุบร่างที่แท้จริงออกมาอีกครา  เขาเอ่ยเบาๆ  “ข้าจะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับเต๋าหลิงในคราวเดียวได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าสิ่งนี้แล้ว...”

Comment

Comment:

Tweet

เอาลง โรงงานนรกกะไทยโนเวลก็น่าจะดี ฐานผู้อ่านเยอะอยู่ ความสามารถจะได้เข้าถึงตากรรมการง่ายๆหน่อย

#9 By NoFearMia on 2017-09-16 20:37

kiss ขอบคุณจร้า เดี๋ยวสบายขึ้นแล้วจะรีบทำปุกาดตามคำแนะนำเลยนะคระ laughing

#8 By เฒ่าทารก on 2017-09-16 14:45

ประกาศรับงานท้ายตอนทุกตอนเลยครับ พร้อมช่องทางติดต่อ

#7 By ตี๋ on 2017-09-16 14:18

ขอบคุณท่านตี๋ ท่านคนกลัวเมียฮ๊าฟ
ช่วงนี้เปื่อยนิดหน่อย เลยแปลช้านะฮ๊าฟ 

เรื่องเอี๋ยนนี้คงแปลต่อไปเรื่อยๆ แหละฮ๊าฟ แบ่งปันฟามสุขกันปาย

แค่ชักนึกอยากรับงานแปล (จริมๆ) หนะฮ๊าฟ (โลกสวย) จิได้อยู่กับสิ่งที่หมกมุ่น ฮ่าๆๆๆ 

#6 By เฒ่าทารก on 2017-09-16 12:22

ประมาณ60-70 ตอนต่อ1 กลุ่มvip ราคา100 บาท ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องการอ่านจริงๆ มันก็พอทำใจได้ แต่ fig นี่ไม่ไหวจริงๆ ผมเคยเติมไป 600 อ่านพี่เมิ่ง ได้ไม่กี่ตอนทองจะหมดเลยตัดใจ แต่ผมว่าฝีไม้ลายมือการแปลของท่านเฒ่า ทำกลุ่มได้อยู่ แต่นังเอี๋ยนเรื่องราวมันไม่พิมพ์นิยมเหมือนเรื่องอื่นๆ อาจมีคนติดตามน้อย แต่ผมว่าก็น่าจะลองดู ไหนๆก็เหน็ดเหนื่อยกับการแปลแล้ว ให้ผู้อ่านช่วยค่ากาแฟ บ้างจะเป็นไรไป

#5 By NoFearMia on 2017-09-16 08:11

เห็นมีคนทำเว็บให้คนเข้าไปอ่าน ปล่อยให้อ่านฟรีวันละตอน หรือ 2 - 3 วันตอน

แล้วถ้าอยากอ่านเร็วกว่านั้น ก็จ่ายเงิน (ไม่รู้ว่าตอนละเท่าไหร่เหมือนกัน) หรือไม่ก็เป็นกลุ่มลับ

หรือถ้ามีลิขสิทธิ์เลย ก็จะโหดหน่อย ตอนละ 4 บาทอย่าง http://fictionlog.co

ถ้าสนใจแบบแรก ผมก็อาจจะพอช่วยได้

#4 By ตี๋ on 2017-09-14 12:47

มันกลายเป็นส่ิ่งเสพติดอย่างหนึ่งซึ่งซึมเข้าสู่กระแสเลือดซะแระ 

embarassed
เปิดรับงานแปลนิยายดีกว่าอะ Enjoy กับชีวิตเป็นที่สวด.............

แต่ไม่รู้ว่าฝีมือแบบนี้จะมีใครจ้างปะนะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ..........

kiss

#3 By เฒ่าทารก on 2017-09-14 12:00

ดึกดื่นก็ยังอุตส่าห์แปลมาให้อ่านกัน ขอบคุณครับ

#2 By ตี๋ on 2017-09-14 11:13

** ยังไม่ได้ตรวจทานเลย กิกิ คร่อก..........

#1 By เฒ่าทารก on 2017-09-14 00:11