เซียวเอี๋ยนจ้องมองถังอาบน้ำขนาดใหญ่ที่วางอยู่ตรงหน้าภายในถ้ำที่กว้างขวางและสว่างตา  ถังไม้ใบนี้บรรจุเต็มไปด้วยน้ำใสสะอาดจนมองเห็นก้นอ่างได้อย่างชัดเจน  ข้างๆ ถังไม้ใบนี้มีหิ้งไม้เรียบง่ายหิ้งหนึ่งตั้งอยู่  พืชสมุนไพรหลากหลายชนิดถูกจัดวางอยู่บนนั้น  เพียงชำเลืองมองคราวเดียว  ดูเหมือนจะมีสมุนไพรอยู่ถึงสิบกว่าชนิด  เซียวเอี๋ยนใช้เวลาอยู่เกือบสามวันเต็มๆ เพื่อค้นหาสมุนไพรเหล่านี้

 

“ส่งแก่นน้ำนมชุบร่างมาให้ข้า”  เหยาเหลายื่นมือออกไปหาเซียวเอี๋ยนและออกคำสั่งหลังจากที่ตรวจสอบสมุนไพรจำเป็นทั้งหมดที่รวบรวมมาได้แล้ว

 

ทันทีที่ได้ยิน,  เซียวเอี๋ยนรีบวางของสิ่งนั้นลงในมือของเหยาเหลา  อีกฝ่ายถือขวดหยกที่เต็มไปด้วยแก่นน้ำนมชุบร่าง  เขาตรวจดูมันเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดฝาขวด  หมอกสีมรกตบางๆ กลุ่มหนึ่งกระจายออกมาทันควันก่อนที่จะรวมตัวกันอยู่รอบริเวณปากขวด  มันไม่กระจัดกระจายออกไปไหนเป็นเวลานานมาก

 

เหยาเหลาสูดลมหายใจลึกเอาหมอกกลุ่มนี้เข้าปอด  เพียงเพื่อจะสัมผัสได้กับไออุ่นบางเบาที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา  เขาเผลอชื่นชมออกมาแล้ว  “มันช่างสมกับที่เป็นจิตวิญญาณชนิดหนึ่งซึ่งหลอมรวมเอาพลังแห่งพื้นพสุธาเอาไว้  ช่างเข้มข้นและบริสุทธิ์ยิ่งนัก  ไม่แปลกใจที่มันจะมีคุณสมบัติในการชำระและกลั่นกระดูกของผู้คนอันแสนวิเศษ”

 

เหยาเหลาเอียงขวดหยกเล็กน้อยหลังจากที่ชื่นชมมัน  เขาหยดของเหลวสีมรกตสิบหยดลงไปในถังไม้อย่างระมัดระวัง  หลังจากที่ของเหลวสีมรกตนี้ถูกเทออกจากขวดหยก  ของเหลวในขวดก็ลดลงไปเกือบหนึ่งในสี่ส่วนแล้ว

 

แก่นน้ำนมชุบร่างถูกหยดลงไป  น้ำใสๆ ในอ่างไม้ก็พลันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตเข้มข้นอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า  ยิ่งไปกว่านั้น  ยังมีหมอกบางๆ ชั้นหนึ่งค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำ หมอกนี้ลอยอยู่เป็นเวลานานไม่เลือนหายไป

 

เซียวเอี๋ยนจ้องมองความเปลี่ยนแปลงของของเหลวภายในอ่างไม้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น  เขาลูบศีรษะและเอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทางประหลาดใจแบบหนึ่ง  “อย่าบอกนะว่าครั้งนี้ข้าจะต้องลงไปฝึกในนั้น?”

 

“ถูกต้องแล้ว”  เหยาเหลาเพ่งความสนใจทั้งหมดอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของสีของของเหลวนั้น  เขาเอ่ยลวกๆ  “พลังงานในแก่นน้ำนมชุบร่างนี้มากมายเกินไป  ด้วยพละกำลังของเจ้าในขณะนี้  เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะกินมันเข้าปากไปตรงๆ   ดังนั้น  เจ้าจึงได้แต่ใช้วิธีพลิกแพลงเช่นนี้  ยิ่งไปกว่านั้น  แม้จะใช้วิธีนี้แล้ว  ก็ยังต้องใช้สมุนไพรต่างๆ ผสานเข้าไปด้วยเพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการชำระและกลั่นกระดูกในร่างกายของเจ้า  หากเจ้าฝืนเกินไป  ก็ลืมเรื่องที่จะชำระกระดูกของเจ้าไปได้เลย  กระทั่งชีวิตน้อยๆ ของเจ้าก็จะต้องถูกชำระไปเป็นอย่างแรก”

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มเงอะงะ  ร่างกายของเขาไม่อ่อนแอปานนั้นหรอก,  หรือจะใช่?

 

“ส่งหญ้ากำยานมาสิ”  เหยาเหลาไม่สนใจเสียงบ่นพึมเงียบๆ ของเซียวเอี๋ยน  ภายใต้ความสังเกตของเขา  สีของของเหลวเข้มข้นขึ้นเป็นอันมาก  ครั้นแล้ว  เขาจึงสั่งเซียวเอี๋ยนให้กระทำบางอย่างเบาๆ

 

เซียวเอี๋ยนรีบยื่นมือไปทางหิ้งไม้เมื่อได้ยินคำสั่ง  เขาหยิบหญ้ากำยานสีแดงต้นเล็กๆ ซึ่งมีรูปร่างราวกับธูปก้านหนึ่งขึ้นมาและยื่นส่งให้แก่เหยาเหลา

 

เหยาเหลาขยับมือขณะถือหญ้ากำยาน  เปลวไฟสีขาวข้นกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา  เปลวไฟสีขาวข้นม้วนตัวพุ่งแรงขึ้น,  ดูราวกับเปลวไฟเย็นยะเยือกกลุ่มหนึ่ง

 

เหยาเหลาโยนหญ้าก้านนี้เข้าไปในเปลวไฟ  เพียงพริบตาเดียว  หญ้ากำยานก็เหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็ว  ในที่สุดกลายสภาพเป็นของเหลวสีแดงหยดหนึ่งซึ่งถูกเปลวไฟแห่งขั้วน้ำแข็งเผาไหม้จนเดือด

 

เหยาเหลาใช้เปลวไฟแห่งขั้วน้ำแข็งกลั่นของเหลวสีแดงนี้อีกสอง-สามครั้ง  เขาสะบัดนิ้วและของเหลวหยดนี้ก็หล่นลงไปในถังไม้

 

เมื่อของเหลวสีแดงหยดนี้หล่นลงไป  น้ำสีมรกตก็พลันกลับกลายเป็นสีแดงเข้มขึ้นมา

 

“ผลบัวสีมรกต”  เหยาเหลาอ้าปากอีกคราหนึ่งและออกคำสั่งเสียงเรียบ  เซียวเอี๋ยนรีบมองหาสมุนไพรส่วนผสมที่มีหน้าตาเหมือนผลไม้ที่วางอยู่บนหิ้งไม้

 

หลังจากถูกกลั่นอยู่สอง-สามรอบ  ผลบัวสีมรกตก็กลายสภาพเป็นของเหลวสีเขียวหยดหนึ่งและหล่นลงไปในถังไม้  เติมสีเขียวอ่อนเพิ่มลงไปในของเหลวถังนั้น

 

“ดอกงูลอกคราบ”

 

“รากเพลิงยูไร”

.....

ชื่อของพืชสมุนไพรต่างๆ ดังออกมาจากปากของเหยาเหลาทีละชื่อๆ ไม่หยุดหย่อน  เสียงของเขาดังขึ้น  สมุนไพรบนหิ้งไม้ก็ลดลงไปอย่างรวดเร็ว  ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา  สมุนไพรกว่าสิบชนิดถูกแปลงเป็นของเหลวหลากสีสรรแล้วก็พลันถูกหยดลงไปในถังไม้

 

เหยาเหลาถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อกลั่นสมุนไพรอย่างสุดท้ายเสร็จสิ้นลง  ดวงตาจ้องมองถังไม้นั้น  เขาพยักหน้าพึงพอใจเมื่อเห็นของเหลวหลากสีงดงามลอยอยู่เหนือผิวน้ำ  เหยาเหลาหันไปจ้องเซียวเอี๋ยนที่อยู่ข้างกาย  เขากล่าว  “ถอดเสื้อผ้าของเจ้าออก  ลงไปอยู่ในนั้นและฝึกชี่จนกว่าสีของของเหลวจะเปลี่ยนกลับไปเป็นน้ำใสดังเดิม”

 

ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนบังเกิดความอัศจรรย์ใจขณะจ้องมองของเหลวหลากสีสรรที่เกิดขึ้นจากสารสกัดบริสุทธิ์ของสมุนไพรต่างๆ  เคล็ดวิธีเช่นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรสวรรค์ของผู้คน  มันเกิดจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาพร้อมๆ กับความเข้าใจในสมุนไพรนานาชนิดอย่างแตกฉานจนก้าวขึ้นมาบรรลุผลถึงเพียงนี้

 

“ระวังตัวไว้สักหน่อยเมื่อยามที่เจ้าลงไปในนั้น  แม้ฤทธิ์ของแก่นน้ำนมชุบร่างหลังถูกสมุมไพรเหล่านี้ปรับให้เป็นกลางจะอ่อนลงไปเป็นอันมากแล้วก็ตาม    พลังงานที่บรรจุอยู่ภายในนั้นกลับเพิ่มสูงขึ้นแทนที่จะลดลง  ดังนั้น  เจ้าอาจจะรู้สึกเจ็บปวดในขณะฝึกชี่ได้  เจ้าจะได้ประโยชน์จากมันอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียวหากเจ้าสามารถอดทนได้”  เหยาเหลาปรบมือและเอ่ยพร้อมยิ้มแย้ม

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้า  เขาถอดเสื้อผ้าบนร่างกายออกไปก่อนที่จะก้าวเข้าไปในถังไม้ด้วยท่าทางที่บ่งบอกว่าเขาไม่อยากชักช้าต่อไปอีกแม้เพียงน้อย

 

ร่างกายของเขาหย่อนตัวแทรกผ่านผิวหน้าของของเหลวหลากสีลงไป  เขาพลันสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างแรง  อุณหภูมิของน้ำช่างเย็นจนน่ากลัว  หากเขาไม่ใช้เต๋าชี่เข้าห่อหุ้มร่างของตนไว้  ผิวของเขาคงต้องเจ็บแปลบเพราะความหนาวเย็นนี้เป็นแน่แท้

 

“อย่าส่งเต๋าชี่ของเจ้าออกมาห่อหุ้มร่างกาย  นั่นจะเป็นการกีดขวางฤทฺธิ์ของยาไม่ให้เข้าไปได้  น้ำถังนี้เย็นจัดนักก็เพราะเปลวไฟแห่งขั้วน้ำแข็งของข้า  มันไม่เป็นอันตรายต่อเจ้าแต่อย่างใด”  เสียงของเหยาเหลาพลันดังขึ้นในชั่วขณะที่เซียวเอี๋ยนไม่อาจทนได้อีกต่อไปและคิดจะใช้เต๋าชี่ของตนต้านความหนาวเย็นเอาไว้

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่พยักหน้าอย่างอับจนหนทางเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่บรรจุอยู่ภายในของเหลวหลากสีขณะร่างกายจุ่มลงไปในน้ำ  ก่อนที่เขาจะเข้าสู่การโคจรพลัง  พลังงานภายในน้ำก็เริ่มไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างไม่อาจจะควบคุมได้  เป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนรู้สึกคันคะเยอไปทั่วร่างราวกับถูกมดกัดก็ไม่ปาน

 

เซียวเอี๋ยนสลัดศีรษะของตนอย่างแรง  เขาสะกดกลั้นความรู้สึกไม่สบายตัวบนร่างกาย  เขาตรากตรำทุกข์ยากมากมายมาในตลอดหลายปีที่ผ่านมา  ดังนั้น  ความรู้สึกเหน็บซ่าเช่นนี้จึงไม่อาจขัดขวางเขาได้มากนัก  เซียวเอี๋ยนนั่งอยู่ในถังน้ำ  สองมือตั้งเป็นรูปผนึกขณะค่อยๆ หลับตาลง  ลมหายใจก็เริ่มสงบและลากยาวขึ้น  ครู่ใหญ่ผ่านไป  อาการคันบนร่างกายก็ค่อยๆ บรรเทาลงจนหายลับไป  เซียวเอี๋ยนเข้าสู่สภาวะฝึกชี่ของตนแล้ว

 

เหยาเหลาจ้องมองเซียวเอี๋ยนเข้าสู่สภาพฝึกชี่จากด้านข้าง  เขายิ้มแย้มพยักหน้าและเอ่ยเบาๆ  “แม้ประโยชน์จากการชำระและกลั่นกระดูกของเจ้านี้จะมากมายมหาศาลยิ่ง  ขั้นตอนนี้ก็ต้องทนทุกข์ใหญ่หลวงไม่น้อย  เส้นทางที่เจ้าจะมุ่งหน้าไปจะราบเรียบหากเจ้าสามารถอดทนต่อมันได้  ทว่าหากเจ้าล้มเหลว  ไม่อาจอดทนต่อมันได้  ไม่เพียงความพยายามทั้งหมดของเจ้าจะสูญเปล่า  ทว่าเส้นทางชี่ในร่างกายของเจ้าก็อาจจะต้องบาดเจ็บเพราะการจู่โจมจากพลังงานที่มากมายมหาศาลนี้  ท้ายที่สุด  เจ้าอาจจะต้องพบกับจุดจบ  ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เจ้าต้องเสียหายมากกว่าจะได้ประโยชน์  แม้จะมีความเสี่ยงเช่นนี้อยู่บ้าง  หากเจ้าไม่เสี่ยงและไม่มีหัวใจที่กล้าหาญในเส้นทางแห่งกายฝึกยุทธ์แล้วล่ะก็  เจ้าจะก้าวไกลไปได้อย่างไร?”

 

...

 

ขณะเซียวเอี๋ยนเข้าสู่สภาวะฝึกชี่  น้ำหลากสีในถังไม้ก็พลันเต็มไปด้วยฟองอากาศเล็กๆ  ครู่ต่อมา  ฟองอากาศก็เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว  ลักษณะเช่นนี้ดูราวกับว่าร่างกายของเซียวเอี๋ยนกำลังอยู่ในน้ำเดือด  อย่างไรก็ตาม  น้ำเดือดนี้ทำให้เซียวเอี๋ยนเกิดความรู้สึกหนาวยะเยือกอย่างมิอาจจะเปรียบได้เลย

 

พริบตาที่ฟองอากาศผุดขึ้นมา  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนก็พลันแข็งทื่อ  เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าพลังงานบริสุทธิ์มากมายจนไม่อาจจะวัดได้ภายในของเหลวเหล่านี้กำลังถูกดูด  พวกมันไหลซึมเข้าไปตามรูขุมขนบนร่างกาย  ถูกดูดเข้าไปในร่างกายของเขา!

 

เซียวเอี๋ยนรู้สึกว่าผิวของเขาเริ่มเจ็บปวด  พลังงานที่ไหลเข้าไปนั้นมากมายเกินไป  อย่างไรก็ตาม  พลังงานบริสุทธิ์ที่หลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของเขาไม่ยอมหยุดหย่อนเพียงเพราะความรู้สึกของเขา  ตรงกันข้าม  มันเริ่มไหลเข้าไปในร่างกายของเขาเร็วขึ้นไปอีก  ขณะที่มันตัดตรงเข้าไปในร่างกายของเขา,  บังเกิดรอยปูดเร่งร้อนเด้งโปนขึ้นมาใต้ผิวหนังของเขาเป็นช่วงๆ  ลักษณะที่ปรากฏให้เห็นนี้ดูราวกับมีงูเล็กๆ มากมายซุกซ่อนอยู่ใต้ผิวของเขา  แลดูน่าหวาดกลัวยิ่ง

 

เซียวเอี๋ยนย่อมไม่ทราบถึงภาพอันน่าโหดร้ายและหวาดกลัวภายนอก  เขาได้แต่ใช้ความพยายามสุดความสามารถเพื่อเคลื่อนจิตของตนและเฝ้าสังเกตุความเคลื่อนไหวในร่างกาย

 

พลังงานหลากสีอันวิเศษที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเซียวเอี๋ยนไม่เชื่อฟังคำสั่งใดๆ ของเซียวเอี๋ยนเลย  ตรงกันข้าม  มันพุ่งเข้าไปในกระดูกทุกส่วนทั่วร่างกายของเขาในลักษณาการราวกับว่ามันมีเป้าหมายพิเศษอย่างหนึ่ง  กระดูกส่วนใดที่มันเข้าไปสัมผัสจะพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีสรรอันหลากหลาย  ภายใต้สีสันอันวิจิตรเหล่านี้  เซียวเอี๋ยนรับรู้ได้คร่าวๆ ว่ามีบางสิ่งกำลังวิ่งเข้าไปในกระดูกของเขาและกระตุ้นพวกมัน

 

เซียวเอี๋ยนไม่มีความคิดที่จะหยุดการกระทำของพลังงานกลุ่มนี้  ดังนั้นจึงไม่ทางเลือกอื่นใดนอกเหนือไปกว่าการเฝ้าดูกระดูกของตนแปรสภาพเป็นสีสรรมากมาย

 

ไม่ถึงสิบนาที  กระดูกในร่างกายของเซียวเอี๋ยนก็แทบจะถูกปกคลุมเต็มไปด้วยพลังงานหลากสีเหล่านี้  เพียงชำเลืองมองคราวเดียว  ทั่วทุกส่วนล้วนเต็มไปด้วยสีสันนานา  แลดูช่างน่าประหลาดนัก

 

หัวใจของเซียวเอี๋ยนพลันสั่นสะท้านอย่างแรงเมื่อเขารับรู้ได้ถึงการกระทำบางอย่างของพลังงานเหล่านี้  เขาสัมผัสได้ว่ากระดูกของตนดูเหมือนกับถูกเผาไหม้ขึ้นมากระทันหัน  ความเจ็บปวดล้ำลึกแผ่ซ่านออกมาจากกระดูกของเขา  ในที่สุด ความเจ็บปวดนี้ก็กระจายออกไปทั่วทุกส่วนในร่างกาย

 

เซียวเอี๋ยนกัดฟันแน่น  ร่างกายที่นั่งขัดสมาธิอยู่ในถังไม้ก็เริ่มสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อย  ผิวกายค่อยๆ แดงเรื่อขึ้นมา  หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยือก  ในที่สุด  มันเริ่มไหลรินลงมาตามหน้าของเขา  ดูราวกับสายฝนพรำก่อนที่จะหยดลงไปในถังไม้  ถึงเวลานี้เท่านั้น เขาจึงเริ่มเข้าใจว่าเหตุใดเหยาเหลาจึงกล่าวไว้ว่าจะมีความเจ็บปวดอยู่บ้าง  อย่างไรก็ตาม...  เจ้าความเจ็บปวดเล็กน้อยที่ว่านี้, จะไม่มากเกินไปสักหน่อยหรือ?

 

หางตาของเหยาเหลาที่ยืนอยู่ข้างถังไม้เผลอเลื่อนขึ้นขณะจ้องมองท่าทางของเซียวเอี๋ยน  เขาพลันทอดถอนใจออกมาเบาๆ  เขากล่าวเสียงอ่อนโยน  “เจ้าเด็กน้อย  เจ้าต้องอดทนไว้  หากการชำระกระดูกผ่านพ้นไปได้สำเร็จ  จะช่วยลดปัญหาอีกมากมายในยามที่เจ้าวิวัฒน์เข้าสู่ระดับเต๋าหวังในอนาคตข้างหน้า”

Comment

Comment:

Tweet

คนอื่นๆที่มีพลังพอกัน ตามสูตรน่าจะเป็นทรัพยากรจากตระกูลล้วน ๆ กะพวกพรสวรรค์โดดเด่นค่อดๆ ไม่งั้นก็ผู้แต่งกลัวนังเอี๋ยนมันสบายเกินไป 555+

#2 By NoFearMia on 2017-09-16 20:45

ขอบคุณครับ

เซียวเอี๋ยนฝึกโหดแบบนี้มาตลอด ทำไมถึงมีคนอื่นในรุ่นเดียวกันที่มีพลังพอๆ กันได้ล่ะ -*-

#1 By ตี๋ on 2017-09-16 14:17