ยาพลังมังกร  ไป๋เฉิงมิใช่ไม่เคยคุ้นกับชื่อของยาเม็ดนี้  มันเป็นยาเม็ดระดับห้าที่แม้แต่ฮั่นเซียนก็ไม่อาจกลั่นได้ในครั้งนั้น  เพียงเหลือบมองท่าทางของพวกผู้เฒ่าในครั้งนั้นคราวเดียวก็ย่อมต้องรู้ว่าฤทธิ์ของมันมากมายเพียงใด  ยากลั่นที่เขาเพิ่งกินเข้าไปเมื่อครู่มีชื่อว่ายาพลังสัตว์เทพ  มันเป็นเพียงยาที่ก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับสี่ได้เพียงหมิ่นเหม่และมันมีฤทธิ์แบบเดียวกับยาพลังมังกร  ทั้งสองอย่างล้วนเพิ่มพลังให้แก่ผู้ที่กินมันเข้าไปเล็กน้อยเป็นเวลาสั้นๆ  อย่างไรก็ตาม  ยาพลังมังกรนี้สามารถเพิ่มพลังได้มากกว่ายาอื่นๆ  ดังนั้น  สีหน้าของไป๋เฉิงจึงพลันแปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดยิ่งเมื่อเห็นว่าเซียวเอี่ยนกลับนำยาพลังมังกรออกมา

 

“เจ้า...  เจ้ายอม?”  มุมปากของไป๋เฉิงกระตุกเล็กน้อย  จำแนกไม่ออกว่าน้ำเสียงนั้นเป็นความกลัวหรือความขื่นใจ

 

“เคะๆ  ในเมื่อศิษย์พี่ไป๋เฉิงยังเต็มใจที่จะเอายากลั่นออกมากิน  ข้า,  ในฐานะนักแปรธาตุผู้หนึ่ง,  ย่อมไม่อาจเสียหน้าได้  จริงหรือไม่?”  เซียวเอี๋ยนยิ้มยิงฟัน  ไรฟันขาวสะอาดนั้นสร้างความรู้สึกเย็นยะเยือกเข้าไปถึงกระดูกของไป๋เฉิงแล้ว  จนถึงบัดนี้เท่านั้น  อีกฝ่ายจึงได้เข้าใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาผู้นี้,  ผู้ที่ดูเป็นมิตรและเมตตาอยู่เสมอ,  กลับยังน่ากลัวเสียยิ่งกว่าผู้ใดหากเขาเริ่มบ้าดีเดือดขึ้นมา

 

ยาพลังมังกรอาจสูงค่า  ทว่าเซียวเอี๋ยนก็มีสูตรยานี้อยู่ในมือแล้ว  หากเขารวบรวมสมุนไพรจำเป็นสำหรับมันได้  ก็ไม่นับว่ายากเกินไปสำหรับเขาที่จะกลั่นมันอีก  ยิ่งไปกว่านั้น  พลังของไป๋เฉิงนับว่าแข็งแกร่งจริงแท้  นี่เป็นจุดที่แม้แต่เซียวเอี๋ยนก็ยังต้องยอมรับ  แม้ขณะใช้เคล็ดวิชาอัคคีสวรรค์ สามกระบวนท่าพิสดารออกมา  เขาก็ยังทำได้เพียงคุมเชิงอยู่กับไป๋เฉิง  หากการคุมเชิงเช่นนี้ยืดเยื้อต่อไป  เขาย่อมต้องกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างใหญ่หลวงในท้ายที่สุด

 

เคล็ดวิชาอัคคีสวรรค์ สามกระบวนท่าพิสดารอาจจะสามารถช่วยเพิ่มพลังได้อย่างมากมาย  ทว่ามันก็มีเวลาจำกัด  หากเวลาที่จำกัดนั้นสิ้นสุดลง  พลังของเซียวเอี๋ยนย่อมต้องลดลงเป็นอันมาก  ถึงเวลานั้น  สถานการณ์ก็ย่อมต้องเลวร้ายลงไปอีก  บัดนี้เมื่อไป๋เฉิงเป็นฝ่ายเริ่มใช้ยาก่อน,  ช่างเป็นการเปิดทางให้แก่เซียวเอี๋ยนโดยแท้  เดิมทีเขาตั้งใจที่จะอดทนต่อไปอีกสักหน่อยก่อนที่จะใช้เพลิงบัวยูไรพิโรธซึ่งมีพลังโจมตีที่เด็ดขาด  อย่างไรก็ตาม  เซียวเอี๋ยนไม่อยากแสดงไพ่ตายของตนออกมาต่อหน้าผู้คนมากมาย  แม้จะมีหลายคนเคยได้ยินข่าวลือว่าเขามีเคล็ดวิชาบัวเพลิงที่กล้าแกร่ง  หลายคนแค่เคยได้ยินชื่อของมันทว่าไม่เคยได้เห็นกับตา  ในสนามประลองวันนี้มียอดฝีมือและผู้ที่มีสายตาเฉียบแหลมมากมายเกินไป  ย่อมจะเป็นการดีที่สุดหากเขาจะใช้ไพ่ตายให้น้อยที่สุดในครั้งนี้  เขาอาจจะสามารถฉวยโอกาสขณะคู่ต่อสู้ไม่ทันระวังหากต้องพบกับคู่ต่อสู้ที่แท้จริงในการต่อสู้ครั้งหน้า

 

ดังนั้น  เซียวเอี๋ยนจึงดีใจนักแทนที่จะโกรธเมื่อเห็นไป๋เฉิงเป็นฝ่ายกินยากลั่นก่อน  ด้วยวิธีเช่นนี้  เขาก็จะมีข้ออ้างเพียงพอที่จะใช้ยาพลังมังกร  เขายังใช้วิธีตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันกับไป๋เฉิงได้อีกด้วย

 

“เจ้าไป๋เฉิงผู้นี้... เขาช่างรนหาโชคร้ายใส่ตัวเสียเองแท้ๆ”  ทุกคนบนอัฒจันทร์อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาในอกเมื่อพวกเขาเห็นสีหน้าบูดเบี้ยวบนใบหน้าของไป๋เฉิง

 

เซียวเอี๋ยนคลึงเม็ดยาทรงกลมมันวาวที่คีบอยู่ระหว่างสองนิ้ว  ภายใต้สายตาของทุกผู้คน  เขาซัดยาพลังมังกรเข้าปากและเคี้ยวมันช้าๆ  ลำคอขยับและกลืนมันลงท้องไป  เมื่อเม็ดยาเข้าสู่ร่างกาย  คลื่นความร้อนเริ่มหลั่งไหลออกมาภายในร่างกาย  ในที่สุด  มันเริ่มดูเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่พุ่งทะลวงไปตามเส้นเลือดต่างๆ  เซียวเอี๋ยนรับรู้ได้ว่าทุกจุดที่คลื่นความร้อนนั้นแล่นผ่าน,  ร่างกายของตนก็เต็มไปด้วยพลังในพริบตา  ความรู้สึกเต็มเปี่ยมและสบายยิ่งส่งผลให้เซียวเอี๋ยนต้องเงยหน้าขึ้นฟ้าและส่งเสียงคำรามยาวออกมาคราหนึ่ง

 

เซียวเอี๋ยนบิดตัว  เสียงกระดูกลั่นกังวานยิ่งเริ่มดังกระจายออกไปทั่วลานประลอง  มันลั่นต่อเนื่องไปเกือบสอง-สามนาที  ยิ่งไปกว่านั้น  เซียวเอี๋ยนหลังกินยาพลังมังกรเข้าไปยังพบว่าไป๋เฉิงที่อยู่ด้านตรงข้ามกลับเริ่มดูตัวเล็กลง  เขาพลันตกใจ  ก้มลงมองตนเอง  เขาเห็นร่างกายของตนแล้วก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่านี่มิใช่เพราะไป๋เฉิงตัวเล็กลง  แต่ทว่า,  เป็นร่างกายของเขาต่างหากที่กลับสูงขึ้นและตัวใหญ่ขึ้นเป็นอันมากเมื่อเทียบกับเมื่อครู่  ที่ผ่านมา  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนค่อนข้างผอมบาง  ทว่าตัวเขาในขณะนี้แทบจะใหญ่โตพอๆ กับเอี๋ยนเฮ่าผู้ร่างยักษ์แล้ว

 

ความเปลี่ยนแปลงในขนาดร่างกายของเซียวเอี๋ยนก็ทำให้ทุกคนบนอัฒจันทร์ต้องตะลึงเช่นกัน  พวกเขาจ้องมองเส้นเลือดดำที่ปูดโปนออกมาบนมือของอีกฝ่ายราวกับงูตัวเล็กๆ มากมายและต่างเผลอปาดเหงื่อเย็นเฉียบออกไป  นี่คือฤทธิ์ของยาเม็ดระดับห้าหรือ?  ดูเหมือนว่าประสิทธิภาพของมันจะมากมายจนเกินไปเสียหน่อยแล้ว  หรือมิใช่?

 

แน่นอน  เหนือเสียงร้องอุทานเหล่านั้น  ผู้คนมากมายอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมาอย่างต่อเนื่องกับความฟุ่มเฟือยของเซียวเอี๋ยน  นั่นเป็นยาเม็ดระดับห้าชนิดหนึ่ง  นี่จะไม่มากเกินไปหรือที่คิดใช้มันเพียงเพื่อจัดการกับไป๋เฉิง?

 

เซียวเอี๋ยนกำหมัดและเหวี่ยงหมัดออกไปเบื้องหน้าดังฝุบๆ อยู่สองสามหน  เขาไม่โคจรเต๋าชี่ของตนเติมเข้าไปแม้แต่น้อย  ลำพังแค่อาศัยพลังทางกายภาพนี้,  แต่ละครั้งที่หมัดของเขาชกออกไป,  เซียวเอี๋ยนก็ได้ยินเสียงระเบิดสั่นสะเทือนออกไปในอากาศแล้ว  ลูกปืนอากาศไร้รูปทรงก้อนหนึ่งก็ถูกบีบอัดและพุ่งทะลวงออกไปอย่างแรงตามพลังลมที่มหาศาล  เมื่อลูกปืนอากาศเหล่านี้พุ่งลงพื้น  มันสร้างหลุมๆ หนึ่งขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่พร้อมเสียงทุ้มลึกคราหนึ่ง

 

“มันช่างสมกับเป็นยาเม็ดระดับห้าอย่างหนึ่งโดยแท้  ฤทธิ์ของมันน่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว”  พลังงานแข็งแกร่งที่ทะลักล้นอยู่ในร่างกายของเขาราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกรากเป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนถูกกระตุ้นให้รู้สึกอยากหยิบอะไรขึ้นมาสักอย่างและบดขยี้มันจนแหลก  เขาเงยศีรษะขึ้นและดวงตาก็จดจ้องอยู่ที่ไป๋เฉิงตรงหน้าด้วยเจตนาที่ชั่วร้าย  เขาส่งยิ้มเย็นชาออกมาคราหนึ่งและสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าทั้งสอง  เพียงส่ายตัวเบาๆ  ร่างกายของเขาก็ไปปรากฏขึ้นตรงหน้าไป๋เฉิงราวกับภูติผี  ความเร็วนี้ยังน่ากลัวกว่าที่เคยเป็นเสียอีก

 

ไป๋เฉิงได้ลิ้มรสความน่าสะพรึงกลัวในความเร็วของเซียวเอี๋ยนมาแล้ว  ดังนั้น  ในหัวใจเขาจึงคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา  เพราะเป็นเช่นนี้  ร่างกายของเขาจึงขึ้งเครียดขึ้นมาในชั่วขณะที่ร่างของเซียวเอี๋ยนเคลื่อนไหว  ทวนยาวที่ห่อหุ้มด้วยเต๋าชี่สีเหลืองเข้มในมือก็พลันจ้วงแทงออกไปอย่างรุนแรง  ตรงเข้าหาเซียวเอี๋ยนที่ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเขา

 

หลังจากได้กินยาพลังมังกรเข้าไป  เซียวเอี๋ยนพบว่าไม่เพียงพลังของเขาจะเพิ่มพูนขึ้นเป็นอันมาก  ทว่าสายตาของเขาก็ว่องไวขึ้น  แม้ทวนยาวของไป๋เฉิงจะถูกซุกซ่อนอยู่ใต้เต๋าชี่ของเขา  ทำให้ผู้อื่นยากจะระบุถึงเส้นทางโจมตีของมันได้  เซียวเอี๋ยนก็ยังมองเห็นมัน  เขาเอียงศีรษะไปทางซ้ายและหลบพ้นลมดุร้ายจากคมทวนไปได้อย่างเฉียดฉิว  ในขณะเดียวกัน  เขายื่นมือออกไปอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบและคว้าคันทวนที่เพิ่งพุ่งผ่านใบหูของเขาไป  พลังแข็งแกร่งยากจะเปรียบปานได้ในมือทำให้ทวนยาวที่เต็มไปด้วยเต๋าชี่ไม่อาจขยับต่อไปได้อีกแม้เพียงน้อย

 

สีหน้าของไป๋เฉิงเผลอดูหม่นหมองขึ้นเป็นอันมากเมื่อทวนยาวในมือถูกจับยึดไว้ได้  เขาหมุนมือขวาและเต๋าชี่สีเหลืองเข้มก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว  ในที่สุด  เขาบีบอัดมันอย่างรวดเร็วและมันก็กลายเป็นแสงสีน้ำตาลก้อนหนึ่งซึ่งมีขนาดราวฝ่ามือ  ปากของเขาส่งเสียงร้องแหลมออกมาคราหนึ่งและแสงกลุ่มนั้นก็พลันกระแทกเข้าใส่เซียวเอี๋ยนอย่างแรง

 

“ลูกหมุนอัดโคลนอาถรรพ์!”

 

กลุ่มแสงสีน้ำตาลที่ถูกบีบอัดนี้บรรจุด้วยพลังที่ก้าวร้าวรุนแรงอย่างชัดเจน  แม้อยู่ห่างจากเซียวเอี๋ยนไปอย่างน้อยหลายฟุต  มันก็ทำให้เกิดเสียงลมหวีดหวิวเร่งรุดขึ้นในระยะสั้นๆ นี้  แสงโค้งสีเหลืองเข้มก่อตัวขึ้นบนผิวของกลุ่มแสงนั้น  อากาศเบื้องหน้ากลุ่มแสงนั้นก็ดูรางกับถูกปัดออกไปในขณะนี้

 

กลุ่มแสงสีน้ำตาลที่ถูกบีบอัดก้อนนั้นขยายขนาดใหญ่ขึ้นในดวงตาดำขลับคู่นั้น  เซียวเอี๋ยนไม่ถอยไปแม้แต่น้อย  พลังที่เต็มเปี่ยมอยู่ในร่างกายจำต้องถูกระบายออกไปเสียบ้าง  ดังนั้น  เซียวเอี๋ยนจึงไม่มีความลังเลแม้เพียงน้อยเมื่อเผชิญกับการโจมตีอันเฉียบขาดจากไป๋เฉิง  ฝ่ามือใหญ่ราวกับใบลานของเขากำแน่นเข้าจนกลายเป็นหมัดๆ หนึ่งซึ่งชกเข้าใส่ก้อนแสงสีน้ำตาลนั้น

 

เซียวเอี๋ยนยังไม่ได้ใช้เต๋าชี่แม้สักส่วนเสี้ยวเดียว  อย่างไรก็ตาม  เสียงระเบิดแสบแก้วหูเริ่มดังขึ้นบนลานประลองราวกับประทัดไฟแล้ว

 

“ตูม!”

 

ระยะห่างหลายฟุตร่นเข้ามาบรรจบกันในชั่วพริบตา  ทั้งสองฝ่ายไม่มีเวลาคิดแม้สักเสี้ยววินาทีเมื่อหมัดและฝ่ามือปะทะกันอย่างหนักหน่วง  เสียงระเบิดกึกก้องดังสนั่นไปทั่วสนามประลองราวกับเสียงฟ้าฟาด  ระลอกพลังงานแข็งแกร่งกระจายตัวอย่างรวดเร็วออกไปจากจุดที่ทั้งสองปะทะกัน  พื้นหินแข็งแกร่งก็เริ่มพลิกขึ้นมาราวกับพื้นนาที่ถูกวัวไถคราดไป

 

ระลอกพลังงานถ่ายทอดออกไป  สีหน้าของไป๋เฉิงก็กลายเป็นซีดขาว  พลังรุนแรงดุร้ายที่ถ่ายทอดขึ้นมาจากฝ่ามือของเขาแทบจะทำให้แขนทั้งท่อนชาด้านหมดความรู้สึก  แขนของเขาสั่นเทา  ในเวลานั้น เขาไม่อาจสนใจทวนยาวของตนได้อีก  สองเท้ารีบถอยร่นไป  แต่ละครั้งที่เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงพื้น  มันทิ้งรอยเท้าลึกลงไปบนพื้นราวครึ่งนิ้วทุกก้าวไป  สิ่งนี้ดำเนินต่อไปอยู่สิบกว่าก้าวก่อนที่จะสามารถสลายพลังออกไปได้หมด  เขาชะงักฝีเท้าลงและลำคอก็รู้สึกถึงรสหวานอย่างหนึ่งซึ่งถูกกลืนกลับลงไป

 

ฝุ่นผงคละคลุ้งกระจายออกไปทั่วลานประลอง  ร่างใหญ่โตของเซียวเอี๋ยนโผล่ออกมา  มองดูบริเวณที่เขายืนอยู่  เห็นท่าว่าเขาคงถอยร่นไปเพียงก้าวเดียว  ทวนยาวสีเหลืองเข้มในมือบอกกับทุกคนได้ดีว่าผู้ใดเป็นฝ่ายได้เปรียบในการแลกหมัดอันเข้มข้นเมื่อครู่...

 

เซียวเอี๋ยนถือทวนยาวอยู่ในมือ  เขาชำเลืองไปทางใบหน้าบูดเบี้ยวของไป๋เฉิงลวกๆ  จากนั้นจึงโยนทวนยาวออกไปจากลานประลองลวกๆ  ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือไม่  ทว่าจุดที่ทวนยาวลอยไป  ให้บังเอิญว่าเป็นจุดเดียวกับที่ไป๋เฉิงได้ส่งไม้บรรทัดซวนยักษ์ลอยไปตกอยู่เมื่อครู่

 

“เคอะๆ  ดูเหมือนว่ายาที่ศิษย์พี่ไป๋เฉิงเพิ่งกินไปเมื่อครู่จะด้อยกว่ายาพลังมังกรนัก”  เซียวเอี๋ยนหัวเราะใส่ไป๋เฉิง  รอยยิ้มของเขาปราศจากซึ่งความอบอุ่นใดๆ  ทั้งยังเย็นชาราวกับน้ำแข็งก็ไม่ปาน

 

ไป๋เฉิงมุมปากขยับเล็กน้อย  ท่าทางเย่อหยิ่งของเซียวเอี๋ยนทำให้เขาโกรธจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้แล้ว  เหนือความโกรธเกรี้ยวนั้น,  เขาอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความรู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้าง  หากเขาไม่กินยากลั่น  เขาคงมีโอกาสได้เยาะหยันอีกฝ่ายที่กินยาพลังมังกร  อย่างไรก็ตาม  เขาในขณะนี้ช่างเหมือนคนบ้าที่กำลังกินรากไม้สักอย่างหนึ่ง  ได้แต่กล้ำกลืนความขมขื่นที่ตนช่างรนหาที่เสียเองลงคอไป

 

“การต่อสู้นี้ยังไม่จบ”  เสียงขึ้นจมูกเย็นชาดุร้ายดังขึ้น  ในขณะนี้  ไป๋เฉิงได้แต่ทุ่มเททุกอย่างเข้าต่อสู้  เต๋าชี่สีเหลืองเข้มแผ่พุ่งออกมาจากร่างกายและหมุนวนรอบตัวของเขาอย่างต่อเนื่อง  ครู่ต่อมา  มันเกิดเป็นเกราะสีเหลืองเข้มชุดหนึ่ง

 

พลังป้องกันจากเต๋าชี่ธาตุดินค่อนข้างดีไม่น้อย  เกราะเต๋าชี่ที่ไป๋เฉิงสร้างขึ้นมาด้วยพลังในขณะนี้มีพลังป้องกันที่ช่างแข็งแกร่งจนเข้าข่ายน่าสะพรึงกลัว  เมื่อต้องเผชิญกับพลังที่มากมายของเซียวเอี๋ยนแล้ว,  เกราะเต๋าชี่ธาตุดินชนิดนี้ก็นับว่าเป็นการตอบโต้ที่ดีทีเดียว

 

ไป๋เฉิงเพียงใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีก็สร้างเกราะเต๋าชี่ขึ้นมาได้แล้ว  พริบตาที่เกราะเต๋าชี่ขึ้นรูป,  เซียวเอี๋ยนก็เริ่มขยับร่างที่ดูราวภูติผีของตนอีกครั้ง  ลมรุนแรงจากหมัดของเขากระแทกเข้าใส่ไป๋เฉิงอย่างเกรี้ยวกราด 

 

“ตูม!”

 

หมัดของเซียวเอี๋ยนกระแทกเข้าใส่เกราะเต๋าชี่สีเหลืองอย่างหนักหน่วงและพลังงานสีเหลืองราวกับกระแสน้ำที่กำลังไหลเวียนอยู่ก็พลันผันผวนขึ้นอย่างรวดเร็ว  มันรับพลังงานทั้งหมดตรงๆ  ส่วนเล็กๆ ที่เหลือถูกสะท้อนกลับไปยังเซียวเอี๋ยน

 

“เต็ง  เต็ง!”

 

ไป๋เฉิงถอยร่นไปอีกสองก้าวจึงทรงตัวได้  สีหน้ากลับเป็นปกติขณะเงยหน้าขึ้น  เขายิ้มและกล่าวแก่เซียวเอี๋ยน  “พลังป่าเถื่อนของเจ้าค่อนข้างดีใช้ได้  ทว่าเจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าเกราะเต๋าชี่ธาตุดินนี้เป็นปราการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด?  ข้าอาจจะเอาชนะได้ยากในการต่อสู้ครั้งนี้  ทว่าก็เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะสามารถกำราบข้าได้  ต่อให้เจ้ามียาพลังมังกรก็ตามที!”

 

“เป็นเช่นนั้นหรือ?  หากเป็นเช่นนั้น  ข้าก็ควรให้ท่านได้เห็น  ว่าข้าจะกะเทาะกระดองเต่าของท่านได้อย่างไร!”  แววเยาะหยันเย็นชาฉายวูบขึ้นในดวงตาของเซียวเอี๋ยน  ภายใต้สายตาของทุกผู้คน  เซียวเอี๋ยนก้าวไปข้างหน้า  ร่างกายปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไป๋เฉิงอีกคราหนึ่ง  เขากำหมัดแน่นและดึงหมัดกลับลงสู่ท้องน้อย  พริบตาต่อมา  มันชกออกไปในฉับพลัน  รอยยิ้มเย็นชาคลี่ออกจากมุมปากของเซียวเอี๋ยน

 

“เพลิงทะลายโลกันตร์!”

 

ขณะที่หมัดเคลื่อนออกไป  ความแปรเปลี่ยนอย่างหนึ่งก็พลันเกิดขึ้นกับพลังของมัน  ลมดุร้ายไม่อาจเปรียบปานได้กำเนิดขึ้นบนหมัด  เสียงระเบิดแสบแก้วหูที่ดังไปทั่วสนามประลองดังขึ้นคราหนึ่ง

 

ในขณะนี้  ใบหน้าของไป๋เฉิงที่เพิ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่จึงแสดงความตกใจและความหวาดกลัวขึ้นมาในที่สุด

Comment

Comment:

Tweet

แหม่ๆ ท่านตี๋หายไปเสียหลายวัน ลุ้นกันต่อปาย....

#6 By เฒ่าทารก on 2017-09-28 23:14

ขอบคุณครับ

ลิขสิทธิ์หลายเรื่องแล้ว ปล่อยเรื่องนี้ไปสักเรื่องเถอะ

#5 By ตี๋ on 2017-09-28 22:57

555+ เป็นเกียรติคร๊าฟ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นเนาะ แบบลิขสิทธิ์ออกหรือยังอะคับ จิได้เลิกแปล

หนังก็ออกแล้ว คงอีกม่ายนาน ท่านคนกลัวเมียก็น่าจิได้สะสมแบบลิขสิทธิ์อยู่นะคระ

#4 By เฒ่าทารก on 2017-09-26 20:26

ว่าแต่เฮียหยุนเพิ่งจะโดน LC ไป หวังว่านังเอี๋ยนจะรอดต่อไปนานๆ นะ ปล.อยากได้แบบลิขสิทธิ์อยู่แต่ติดสำนวนการแปลท่านเฒ่าไปแล้วอ่ะ งือ

#3 By NoFearMia on 2017-09-26 05:41

เหยดดดดดดดดดดด บรรยายซะนึกถึงซุปเปอร์ไซย่าร่าง2 เลยวุ๊ย ปล.ยาระดับ5 ยังเทพขนาดนี้ ระดับ6 จะเทพขนาดไหน

#2 By NoFearMia on 2017-09-26 05:38

บอกได้คำเดียวว่า สมน้ำหน้า 5555

 

#1 By viruskei on 2017-09-26 01:33