หมัดของเซียวเอี๋ยนดูใหญ่ขึ้นเล็กน้อยหลังการกลืนกินยาพลังมังกร  เสริมพลังให้แก่เคล็ดวิชาเพลิงทะลายโลกันตร์ตามฤทธิ์ยา  พลังลมน่าหวาดกลัวที่บรรจุอยู่บนหมัดของเซียวเอี๋ยนแทบจะทำให้ใบหน้าของผู้ชมทุกคนบนอัฒจันทร์ต้องเต็มไปด้วยความตะลึงงัน  พลังเช่นนี้เป็นสิ่งที่แม้แต่คนในระดับเต๋าหลิงเจ็ดหรือแปดดาวก็ยังยากจะแสดงออกมาได้

 

พลังลมก่อตัวขึ้นบนหมัดของเซียวเอี๋ยน  อากาศเบื้องหน้ากระจัดกระจายภายใต้การโจมตีนี้  หมัดของเขาทะลวงไปในอากาศว่างเปล่าและแฝงไว้ด้วยสายลมร้อนแรงบางเบา  เงาบางๆ ของหมัดๆ หนึ่งถูกทิ้งเอาไว้ตามทางที่มันพุ่งผ่านไป

 

ก่อนที่หมัดๆ นั้นจะสัมผัสถูกไป๋เฉิง,  อากาศที่ถูกบีบอัดเพราะพลังลมอันรุนแรงแข็งแกร่งนี้ก็พุ่งกระแทกเข้าใส่เกราะเต๋าชี่สีเหลืองเข้มชั้นหนานั้นก่อนแล้ว  เสียงระเบิดกึกก้องดังสนั่นขึ้นมาในทันทีและฝ่ามือ,  รอยบุ๋มขนาดราวฝ่ามือหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนเกราะนั้น  อย่างไรก็ตาม  รอยบุ๋มนี้คงอยู่เพียงชั่วพริบตาก่อนที่มันจะถูกเต๋าชี่ที่ไหลเวียนอยู่ถ่ายเทเข้าไปซ่อมแซม

 

กระบวนท่าจู่โจมของเซียวเอี๋ยนชุดนี้เป็นเหตุให้พลังลมรุนแรงจากหมัดกระจายตัวเข้าปิดกั้นอากาศรอบตัวไป๋เฉิงเอาไว้  ทำให้เขาไม่มีทางที่จะกระโจนหนีไปไหน  ดังนั้น  อีกฝ่ายจึงได้แต่เบิกตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนกว้างขึ้นขณะจ้องมองหมัดมหึมาที่ขยายใหญ่ขึ้นในดวงตาของเขาอย่างรวดเร็ว

 

ภายใต้หมัดที่เต็มไปด้วยพลังเกือบทั้งหมดจากเซียวเอี๋ยน  ทุกคนบนอัฒจันทร์ลดเสียงลงขณะดวงตาติดตามความเคลื่อนไหวต่อเนื่องของหมัดไปอย่างจดจ่อ

 

“ตูม!”

 

หมัดของเซียวเอี๋ยนซึ่งเต็มไปด้วยพลังแข็งแกร่งกระแทกเข้าใส่เกราะเต๋าชี่ชั้นหนาต่อหน้าสายตาของทุกผู้คนซึ่งพากันกลั้นหายใจ  ชั่วขณะที่มันปะทะกัน  ความเงียบกริบก็บังเกิดขึ้น  ทันใดนั้น เสียงระเบิดกึกก้องปานฟ้าฟาดคราหนึ่งดังขึ้นบนลานประลอง

 

พริบตาที่เสียงระเบิดปานฟ้าฟาดดังขึ้น  ระลอกพลังที่น่ากลัวที่สุดตั้งแต่เริ่มการต่อสู้มาก็พุ่งกระจายออกจากจุดที่หมัดและเกราะเต๋าชี่บรรจบกัน

 

ระลอกพลังงานวงนี้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยทีเดียว  มันแผ่วงกว้างออกไปด้วยอัตราที่รวดเร็วยิ่งและเพียงไม่กี่พริบตา  มันก็ขยายออกจากวงต่อสู้  และค่อยๆ ว่างเปล่าลงหลังแผ่ขยายออกไปไกลกว่าสิบเมตร

 

ระลอกพลังนี้ไม่สร้างรอยร้าวให้เกิดขึ้นบนพื้นประลองในทันทีเฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้สอง-สามหน  ตรงกันข้าม  พลังทำลายล้างมหาศาล,  ราวกับระเบิดเวลาที่กำลังเดินไปถึงเวลาของมัน,  ปะทุขึ้นมาต่อหน้าสายตาตกตะลึงมากมายในสอง-สามวินาทีแห่งความเงียบให้หลัง

 

“ตูม!”

 

สอง-สามวินาทีหลังระลอกพลังงานกระจายตัวออกไป  ลานประลองที่เคยเงียบกริบดูราวกับถูกระเบิดลูกหนึ่งโยนใส่  ในชั่วเวลาสั้นๆ,  พื้นหินก็ระเบิดตัวขึ้น  รอยแยกที่กว้างราวแขนท่อนหนึ่งกระจายตัวออกไปทุกทิศทาง  เศษหินขนาดลุ่นๆ เท่าหมัดกระเด็นออกไปทุกทิศทาง  เป็นเหตุให้ผู้คนบนอัฒจันทร์ต้องรีบกระโจนหนี  ในขณะนี้  พื้นหินที่แข็งแกร่งยิ่งยวดของลานประลองกลายสภาพเป็นซากปรักหักพังแล้ว!

 

ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย  บนลานประลองมีเพียงจุดที่เซียวเอี๋ยนและไป๋เฉิงยืนอยู่ไม่เกิดความเคลื่อนไหว  หมัดของเซียวเอี๋ยนยังคงแปะติดอยู่บนเกราะเต๋าชี่ของอีกฝ่าย  หมัดของเขาดูมั่นคง  ทว่าปราศจากพลัง  ติดตามด้วยการสั่นไหวที่เพิ่มขึ้น  เกราะเต๋าชี่เริ่มดูพร่าเลือนขึ้น  ช่วยให้ทุกคนเข้าใจว่าเกราะซึ่งมีพลังป้องกันอันน่าตกใจยิ่งชุดนี้ดูเหมือนกำลังอยู่ในสภาพที่กำลังจะแตกทลายลง

 

ริ้วเลือดสีแดงฉานไหลออกมาจากมุมปากของไป๋เฉิง  แม้เกราะยังทรงตัวอยู่ต้านทานพลังทั้งหมด  พลังโจมตีอ่อนๆ ที่ถ่ายทอดเข้าไปสร้างความเจ็บปวดให้แก่เขาเล็กน้อย

 

ไป๋เฉิงกัดฟัน  ดวงตาโกรธเกรี้ยวและเย็นชาจ้องมองเซียวเอี๋ยนตรงหน้า  เขาใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดผลักเต๋าชี่ที่เหลืออยู่เล็กน้อยในร่างกายเข้าไปในเกราะเต๋าชี่  เป็นเหตุให้สภาพลางเลือนกลับคงตัวขึ้นมาอีกคราวหนึ่ง  เขารู้ดีในหัวใจว่าพลังค้างในหมัดของเซียวเอี๋ยนจะทำให้เขาต้องบาดเจ็บหนักหากเกราะเต๋าชี่หายไปในเวลานี้!  ดังนั้น  เขาต้องอดทน  ต่อให้เขาต้องทุ่มสุดตัวและเดิมพันกับชีวิตก็ตาม!

 

ตราบใดที่เขายังอดทนอยู่ได้  เขาก็อาจจะยังมีความหวังในชัยชนะ  นี่เป็นเพราะเขารู้ดี ว่าเซียวเอี๋ยนดูเหมือนจะเข้าถึงจุดที่กำลังจะหมดแรงหลังจากแสดงกระบวนท่าที่ร้ายกาจปานนี้ออกมา

 

บัดนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดจะอดทนได้นานกว่ากัน!

 

พลังงานราวสายน้ำกระเพื่อมขึ้นมาบนเกราะเต๋าชี่อย่างรวดเร็ว  เดิมทีพลังของไป๋เฉิงแข็งแกร่งกว่าพลังของเซียวเอี๋ยนและเคล็ดวิถีชี่ที่เขาฝึกก็เป็นระดับซวนขั้นกลาง  ระดับการฟื้นฟูเต๋าชี่ด้วยเคล็ดวิถีชี่ในระดับนี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง  ดังนั้นไป๋เฉิงจึงรู้สึกว่าเขาจะสามารถอดทนต้านทานได้

 

“ไฮ้  เซียวเอี๋ยน...  แค่กๆ...  ดูเหมือนว่าแม้แต่สวรรค์ก็ยังเข้าข้างข้านะ”  ไป๋เฉิงเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงแหบพร่า  รอยยิ้มหนึ่งเผลอคลี่ขึ้นมาบนใบหน้าที่ซีดขาวของเขาขณะรู้สึกว่าพลังบนหมัดของเซียวเอี๋ยนกำลังค่อยๆ อ่อนแอลงตามเวลาที่ผ่านพ้นไป

 

“อาจไม่เป็นเช่นนั้น”  เซียวเอี๋ยนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย  รอยยิ้มเย็นชาเผยขึ้นบนใบหน้า  ความกระวนกระวายใจอย่างหนึ่งก็พลันแผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจของไป๋เฉิงเมื่อได้เห็นรอยยิ้มนั้น  เพราะพลังลมจากหมัดที่อ่อนลง,  อากาศที่ถูกบีบอัดอยู่โดยรอบก็คลายตัวลงแล้วในเวลานี้  อีกฝ่ายพลันเตะเข้าใส่ลำคอของเซียวเอี๋ยนอย่างแรง

 

เซียวเอี๋ยนเหวี่ยงมือลงและสกัดเท้าของไป๋เฉิงเอาไว้  ร่างกายของเขาพุ่งวูบและไปปรากฏตัวขึ้นบนพื้นที่แตกระแหงบริเวณหนึ่ง  บางทีอาจจะเป็นเพราะกำลังที่สูญเสียไป  ทว่าเซียวเอี๋ยนในขณะนี้ช้าลงกว่าเดิมเป็นอันมาก

 

“ฮี่ๆ  ทำไม?  เจ้าถึงขีดจำกัดแล้วหรือ?  หากเป็นเช่นนั้น  เจ้าคิดจะทำอะไรต่อไปเล่า?”  ดวงตาของไป๋เฉิงเป็นประกายเมื่อเห็นความเร็วของเซียวเอี๋ยนลดลง  อย่างไรก็ตาม  ก่อนที่เขาจะได้พูดทุกอย่างที่คิดอยากจะพูดออกมา,  เขาเห็นเซียวเอี๋ยนที่อยู่ห่างออกไปพลันยื่นมือออกมาตรงหน้า  ทันใดนั้น  ความกระวนกระวายในหัวใจของเขาก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นขณะส่งเสียงร้องดุดันออกไป

 

“ขออภัย  ศิษย์พี่ไป๋เฉิง  มันจบลงแล้ว  ข้าจะช่วยนั่งอยู่บนตำแหน่งของท่านในทำเนียบยอดฝีมือแทนก็แล้วกัน”  มุมปากของเซียวเอี๋ยนขยับยกจนกลายเป็นรอยยิ้มเย็นชา  มือที่ยื่นออกไปหาไป๋เฉิงก็พลันกำแน่นเข้า  เขาร้องเสียงดุร้ายออกมาคำหนึ่ง  “ระเบิด!”

 

เสียงของเซียวเอี๋ยนเพิ่งดังขึ้นในขณะที่เสียงระเบิดทุ้มลึกพลันดังขึ้นจนทุกคนที่ยังงุนงงอยู่ได้ยิน  ดวงตาของทุกคนรีบหันไปมองต้นเสียงระเบิดและความเคลื่อนไหวนั้นก่อนที่จะตะลึงงันในที่สุดเมื่อสายตาหยุดลงตรงที่ที่ไป๋เฉิงยืนอยู่  ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดขาวราวกระดาษในฉับพลัน  เกราะเต๋าชี่ที่เคยมองเห็นได้เลาๆ บนร่างกายของเขาระเบิดกระจุย  เสื้อผ้าใต้เกราะเต๋าชี่ก็ฉีกกระจุยไปเช่นกัน  บาดแผลสีแดงฉานปรากอยู่บนทรวงอกของเขาต่อหน้าสายตาของทุกผู้คน  ดูจากลักษณะที่บาดเจ็บนี้  ไม่น่าจะเป็นอาการบาดเจ็บภายนอก  ตรงกันข้าม  มันน่าจะเกิดจากการระเบิดภายในร่างกาย

 

สีหน้าของไป๋เฉิงซีดขาว  เขาก้มศีรษะลงอย่างยากลำบากและจ้องมองรอยเลือดบนทรวงอก  เมื่อครู่นี้  เขารู้สึกได้ถึงพลังแฝงเร้นที่คลุมเครือยิ่งสายหนึ่งซึ่งลอบปะทุขึ้นในร่างกายของเขา  การระเบิดตัวของพลังแฝงนี้ทำให้เขาตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บภายในร้ายแรง!

 

“อึก!”

 

“เจ้า... เจ้า...”

 

เลือดสีแดงฉานสดๆ คำหนึ่งถูกพ่นออกมาอย่างแรง  ย้อมลานประลองที่อยู่ในสภาพพังทลายจนดูแสบตายิ่ง  เขาจ้องมองใบหน้าที่ค่อนข้างซีดขาวของเซียวเอี๋ยนเขม็ง  ไป๋เฉิงชี้นิ้วไปยังอีกฝ่ายและเอ่ยคำว่า “เจ้า” ออกมาเป็นเวลานาน  ในที่สุด  เขาก็ไม่อาจพูดคำต่อไปได้อีก  สองเท้าซวนเซไปสอง-สามหนด้วยพยายามจะทรงตัวเอาไว้ก่อนที่จะล้มพับลงไปต่อหน้าสายตาตื่นตะลึงนับไม่ถ้วนคู่

 

ทั่วทั้งสนามประลองตกสู่บรรยากาศที่เงียบงันประหลาดชนิดหนึ่งขณะจ้องมองไป๋เฉิงสิ้นสติลงไป  หลายคนไม่ทันได้สติ  เต๋าหลิงหกดาวเก่งกาจผู้หนึ่งซึ่งมีชื่ออยู่บนทำเนียบยอดฝีมือกลับพ่ายแพ้ในน้ำมือของนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ามายังโรงเรียนส่วนในได้เพียงครึ่งปี?  แม้หลายคนจะคาดเดาไว้เช่นนี้ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้,  ทุกคนก็ยังคงรู้สึกไม่เชื่อถือกับความจริงตรงหน้า

 

เซียวเอี๋ยนปิดปากและส่งเสียงไอแรงออกมาสอง-สามหนในท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัด  การต่อสู้รุนแรงเมื่อครู่ทำให้เขาสูญเสียกำลังไปใหญ่หลวง  ยิ่งไปกว่านั้น  เพราะเขาได้ใช้เคล็ดวิชา ‘อัคคีสวรรค์ สามกระบวนท่าพิสดาร ขั้นที่หนึ่ง บัวสีครามผันเปลี่ยน’ ออกไปและยังกินยาพลังมังกรเข้าไปอีก  ทั่วร่างของเขาจึงบังเกิดความรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาในชั่วขณะที่จิตใจซึ่งเคยขึ้งเครียดเริ่มผ่อนคลายลง

 

ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงไอของเซียวเอี๋ยน  ตามด้วยเสียงไชโยโห่ร้องกระหึ่มราวฟ้าฟาดที่พลันดังขึ้น  สมาชิกจากกลุ่มประตูหินต่างพากันหัวเราะลั่นสุดแรงออกมาแล้วในขณะนี้  เสียงคำรามด้วยความยินดีปรีดามากมายประสานกันจนทะลุขึ้นไปถึงหมู่เมฆแล้ว

 

“ไชโย!  หัวหน้า  ท่านเยี่ยมมาก!”

 

“หัวหน้า  ท่านแข็งแกร่งที่สุดเลย โอ๊ว เย่!”

 

เทียบกับความดีใจบ้าคลั่งของสมาชิกจากกลุ่มประตูหินแล้ว,  สมาชิกจากแก๊งขาวที่เคยทำตัวเย่อหยิ่งตั้งแต่เริ่มแรกกลับเริ่มอ่อนยวบลงพร้อมกับสีหน้าที่กลับกลายเป็นซีดเหลือง  พวกเขาไม่กล้าส่งเสียงสบถเยาะหยันอันใดออกมาอีก

 

เมื่อถูกบรรยากาศตื่นเต้นคลั่งไคล้จากสมาชิกของกลุ่มประตูหินนำพา  คนอื่นๆ บนอัฒจันทร์ก็เริ่มปรบมือเบาๆ ขึ้นมา  การต่อสู้อันเร่าร้อนเขย่าจิตวิญญาณเมื่อครู่ย่อมสมควรที่จะได้รับการปรบมือ  จากหัวใจของพวกเขา  ให้แก่ผู้ชนะ

 

หูเจียและอู๋เฮ่าต่างก็พากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกได้แล้วในขณะนี้  พวกเขาจ้องมองเซียวเอี๋ยนด้านล่างและต่างพยักหน้าน้อยๆ  เขาช่างสมกับเป็นบุคคลที่สามารถทำให้พวกนางยอมรับความพ่ายแพ้  การกระทำของเขาช่างทำให้เลือดในกายของผู้คนต้องเดือดพล่านขึ้นมาจากหัวใจ

 

เซวี่ยนเอ๋อขยับร่างของนางไปปรากฏตรงหน้าเซียวเอี๋ยนอย่างว่องไว  นางช่วยพยุงเขาอย่างอ่อนโยน  เมื่อสายตาของนางมองเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของเขา,  นางเผลอเอ่ยขึ้นมาด้วยความปวดใจ  “ท่านไม่เป็นไร?”

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มแย้มและส่ายหน้า  เขาแตะศีรษะของเซวี่ยนเอ๋อและบอกเป็นนัยว่าเขาไม่เป็นไรก่อนที่จะหันไปชำเลืองมองไป๋เฉิงซึ่งสิ้นสติอยู่  เมื่อหันกลับมาและกำลังจะจากไป  สีหน้าของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย  เขารีบเงยหน้าขึ้นและจ้องมองไปยังบริเวณหนึ่งนอกลานประลองภายในสนามกีฬานี้  มีรัศมีดุร้ายกดดันสายหนึ่งแพร่กระจายออกมาจากบริเวณนั้นและเข้าห่อหุ้มรอบกายของเซียวเอี๋ยนเอาไว้บางเบา

 

“ข้าขอทราบ  เป็นศิษย์พี่ท่านใดที่รู้สึกว่าเซียวเอี๋ยนขัดหูขัดตาท่าน?  ข้าอาจจะบาดเจ็บอยู่  ทว่าข้าจะต้องยอมรับท่านอย่างแน่นอนหากท่านต้องการจะสู้!”  ดวงตาของเซียวเอี๋ยนค่อยๆ เย็นชาขึ้นในขณะที่กล่าวขึ้นมาด้วยเสียงราบเรียบ

 

เสียงหนวกหูบนสนามประลองหยุดลงกะทันหันเมื่อทุกคนได้ยินเสียงของเซียวเอี๋ยน  สายตามากมายมองตามสายตาของเซียวเอี๋ยนไปและเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหยุดลงบนบริเวณเงามืดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ค่อนข้างสูงขึ้นไป  สนามประลองไม่ขาดแคลนซึ่งผู้แข็งแกร่ง  ใบหน้าของพวกเขาเผลอแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังดุร้ายกดดันที่หลั่งไหลออกมาจากบริเวณนั้น

 

“เจ้ากล้าหาญใช้ได้เลยทีเดียว”

 

เงาร่างสูงใหญ่ค่อยๆ เดินออกมาจากมุมมืดภายใต้สายตาของทุกผู้คน  ร่างกายของเขากระโจนออกมาและในที่สุดดิ่งลงยืนบนพื้นอย่างแรงราวกับลูกปืนใหญ่  เพราะท่วงท่าแข็งแกร่งดุร้ายยามดิ่งลงยืนบนพื้นนี้,  ส่งผลให้หินขนาดใหญ่ที่รองรับเท้าทั้งสองบังเกิดรอยร้าวขึ้นมามากมาย

 

ดวงตาของเซียวเอี๋ยนเย็นชาขณะจ้องมองชายร่างสูงใหญ่ที่มีรัศมีกายกดดันผิดปกติตรงหน้า  ดวงตาของเขาหรี่แคบ  “ทวนยาวจอมเผด็จการหลิวชิง?”

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

เก่งกับการตบเด็กที่เข้าใหม่กันจัง

#3 By ตี๋ on 2017-09-28 23:08

ขอบคุณครับ

#2 By ssss on 2017-09-27 15:00

ปราบไปหนึ่ง ก็โผล่มาอีกหนึ่งอย่างว่องอ่ะ

มีเวลาได้พักหายใจบ้างไหมนิ

// ขอบคุณท่านผู้เฒ่าขอรับ

#1 By viruskei on 2017-09-26 23:04