เซียวเอี๋ยนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งภายในห้องโถงกว้างขวางขณะฟังเซวี่ยนเอ๋อบอกเล่าถึงสถานการณ์ในกลุ่มประตูหินตั้งแต่เขาจากไป  บางครั้งบางคราเขาก็จะยืดเอวบิดขี้เกียจและส่งเสียงหาวหวอดออกมา  ท่าทางเกียจคร้านของเขาทำให้เซวี่ยนเอ๋อหยุดพูดและได้แต่ส่ายศีรษะของนาง

 

“อาการบาดเจ็บของหูเจียเป็นอย่างไรบ้าง?”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและเอ่ยถามนางคำหนึ่ง  ใจของเขากระตือรือล้นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นเซวี่ยนเอ๋อหยุดพูดจา

 

“อาการบาดเจ็บของนางครั้งนี้ค่อนข้างสาหัสไม่น้อย  อย่างไรก็ตาม  ด้วยยากลั่นของท่าน  การฟื้นตัวของนางก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น  ยิ่งไปกว่านั้นดูจากลมหายใจที่ผันผวนของนาง  มีแววว่านางกำลังจะเลื่อนขั้นขึ้นเป็นต้าเต๋าซื่อเก้าดาวผู้หนึ่งแล้ว”  เซวี่ยนเอ๋อยิ้มแย้มตอบ

 

ความตกตะลึงแล่นขึ้นมาบนใบหน้าของเซียวเอี๋ยนเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาพลันพยักหน้าน้อยๆ  พรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ของหูเจียและอู๋เฮ่าจัดอยู่ในพวกที่ดีเลิศยิ่ง  หากเซียวเอี๋ยนมิได้ดูแลตนเองด้วยน้ำทิพย์มากมาย,  เขาก็คงไม่อาจล้ำหน้าพวกเขาได้อย่างรวดเร็วปานนี้

 

“โลกข้างนอกค่อยสงบสุขขึ้นบ้างแล้วหรือไม่ในสองวันที่ผ่านมา?”  เซียวเอี๋ยนพลันยิ้มเจื่อนและเอ่ยถามขึ้นขณะยกถ้วยชาข้างกายขึ้นจิบคำหนึ่ง

 

สองวันเต็มๆ ผ่านพ้นไปนับตั้งแต่เขาได้เอาชนะไป๋เฉิงที่สนามประลอง  เซียวเอี๋ยนพักอยู่แต่ในบ้านเป็นหลักโดยมิได้ย่างกรายออกไปข้างนอกในระหว่างสองวันนี้  เหตุผลหนึ่งก็เพราะว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาสิ้นเปลืองกำลังจิตของเขาเป็นอันมาก  อีกเหตุผลหนึ่งก็เป็นเพราะว่าเขาสามารถเอาชนะไป๋เฉิงได้และก้าวขึ้นเป็นยอดยุทธ์ผู้หนึ่งบนทำเนียบยอดฝีมือ

 

ตามกฎแล้ว  หากมีผู้ที่สามารถเอาชนะบุคคลที่อยู่บนทำเนียบแห่งโรงเรียนส่วนในได้  ผู้ชนะย่อมสามารถแทนที่อันดับของผู้แพ้บนทำเนียบได้  ไป๋เฉิงจัดอยู่ในลำดับที่สามสิบสี่บนทำเนียบยอดฝีมือ  บัดนี้เมื่อเซียวเอี๋ยนเอาชนะเขาได้  เขาย่อมถูกเหวี่ยงขึ้นไปและกลายเป็นยอดยุทธ์ผู้หนึ่งบนทำเนียบยอดฝีมือ,  ยึดครองตำแหน่งนี้

 

ลำดับที่สามสิบสี่  ผลลัพธ์เช่นนี้อาจจะไม่นับว่าใกล้เคียงกับแถวหน้านัก  ทว่าสำหรับโรงเรียนส่วนใน, สถานที่ซึ่งมีผู้มากด้วยพรสวรรค์เป็นจำนวนมากมายราวกับหมู่เมฆบนท้องฟ้า  ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมที่สามารถครอบครองตำแหน่งนี้ได้  บนทำเนียบยอดฝีมือ,  คนผู้หนึ่งต้องประสบกับการต่อสู้ที่แสนยากลำบากในแต่ละครั้งที่ได้เลื่อนลำดับขึ้นไป  แม้จะเป็นการยากเย็นในอันที่จะกระโจนขึ้นไปเป็นยอดยุทธ์ในทำเนียบยอดฝีมือก็ตาม  การปฏิบัติที่ได้รับก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนมากมายต้องตาแดงก่ำด้วยความอิจฉา  ตามที่เซียวเอี๋ยนได้รู้มา,  ลำดับที่สามสิบสี่บนทำเนียบยอดฝีมือนี้จะได้รับพลังงานเพลิงจากโรงเรียนส่วนในเป็นจำนวนสองร้อยวันในทุกๆ เดือน  แม้เซียวเอี๋ยนในขณะนี้ไม่ขาดแคลนซึ่งพลังงานเพลิงทั้งยังใช้จ่ายได้อย่างสุรุ่ยสุร่ายตามใจชอบเพราะการขายยา  ทว่าสิ่งนี้นับว่าเป็นรางวัลที่มากมายในสายตาของผู้อื่น

 

ตราบใดที่คนผู้หนึ่งสามารถเลื่อนระดับบนทำเนียบยอดฝีมือขึ้นไปอีกสักเล็กน้อย,  การปฏิบัติที่ได้รับก็จะยิ่งมากมายขึ้น  ดังนั้นจึงมีผู้คนเริ่มมาปรากฏตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เซียวเอี๋ยนสามารถเอาชนะไป๋เฉิงซึ่งครองลำดับที่สามสิบสี่บนทำเนียบยอดฝีมือ  จดหมายท้าประลองกองใหญ่ถูกส่งมาที่กลุ่มประตูหินครั้งแล้วครั้งเล่า  แม้พลังที่เซียวเอี๋ยนได้แสดงออกมาในสนามประลองครั้งนี้จะแข็งแกร่งยิ่ง,  ไม่ว่าจะอย่างไร,  พลังของเขาก็เป็นเพียงเต๋าหลิงหนึ่งดาวผู้หนึ่ง  ดังนั้น  ในสำนึกของผู้คนมากมายจึงคิดเอาว่าการเอาชนะเซียวเอี๋ยนไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเย็นเกินไป  นอกจากนี้แล้ว  เขาก็ไม่มียาพลังมังกรเม็ดที่สองไว้กินอีกแล้ว

 

เหตุผลที่เซียวเอี๋ยนไม่ยอมออกจากบ้านพักส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะจดหมายท้าสู้ที่สุมอยู่กองใหญ่นั้นสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แก่เขานั่นเอง  เขาอ้างกับโลกข้างนอกว่าต้องพักการต่อสู้เพื่อรักษาตัว  สิ่งนี้ทำให้ผู้คนที่คิดจะอาศัยเซียวเอี๋ยนเป็นบันไดเพื่อขยับฐานะของตนได้แต่เฝ้ามองอย่างหมดหวัง  ทั้งหมดนี้เป็นเพราะโรงเรียนส่วนในนั้นมีกฎเกณฑ์บางอย่าง  ผู้ที่บาดเจ็บมีสิทธิปฏิเสธการท้าสู้จากผู้อื่น  ยิ่งไปกว่านั้น  พวกเขาก็ไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ใดๆ

 

“เคะๆ  เทียบกับเมื่อวานแล้ว,  ยิ่งมาก็ยิ่งมีผู้คนที่ต้องการจะมาท้าสู้กับท่าน  ข้าคิดว่าหากพี่เซียวเอี๋ยนย่างเท้าออกไปจากกลุ่มประตูหินเมื่อใด  เกรงว่าคงจะต้องมีคนสักเจ็ด-แปดคนพุ่งเข้ามาท้าสู้กับท่านทันควันเป็นแน่”  เซวี่ยนเอ๋อปิดปากหัวเราะคิกคัก

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่ส่ายศีรษะ  เขาไม่คาดคิดว่าตำแหน่งยอดยุทธ์บนทำเนียบยอดฝีมือจะนำพาปัญหามาให้แก่เขามากมาย  เขาเห็นหลินซิวหยาและพวกต่างอยู่กันอย่างสงบสุขทุกวี่วัน  พวกเขาไม่มีทางจะเหมือนกับเขาที่ต้องสะบักสะบอมกับจดหมายท้าสู้กองพะเนินเหล่านี้

 

เซียวเอี๋ยนพร่ำบ่นอยู่ในใจ  อย่างไรก็ตาม  เขากลับหลงลืมข้อควรจำสำคัญอย่างหนึ่งไป  ด้วยพลังของพวกเขา,  จะมีสักกี่คนในโรงเรียนส่วนในนี้ที่กล้าท้าทายหลินซิวหยาและพวก?  การปฏิบัติที่เขาได้รับอาจนับว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างพิเศษภายในทั่วทั้งทำเนียบยอดฝีมือ

 

“อา”  เซียวเอี๋ยนเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างรู้สึกเบื่อหน่าย  เขาพึมพำเบาๆ  “ข้าสงสัยเสียจริง  การแข่งขันใหญ่จะเริ่มขึ้นเมื่อใดกัน...”

 

“ฮ่าๆ  เซียวเอี๋ยน  ไม่เห็นเจ้าแค่สองเดือน  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้ากลับสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับเต๋าหลิงได้แล้ว  ยิ่งไปกว่านั้น  เจ้ายังถึงขนาดเอาชนะไป๋เฉิงได้  ข่าวนี้ช่างน่าตกใจเสียนี่กระไร  ข้าไม่กล้าเชื่อจริงๆ เมื่อตอนที่ได้ยินข่าวนี้ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้า”  ประตูหน้าที่ปิดสนิทอยู่ถูกผลักเปิดออกอย่างกระทันหันและเสียงคุ้นเคยสายหนึ่งดังเข้ามาในบ้าน  เงาร่างของหลินเอี้ยนก็พลันเดินเข้ามา

 

เซียวเอี๋ยนตกใจเมื่อเขาเห็นผู้ที่หัวเราะนี้  เขาพลันดีใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมาและจ้องมองหลินเอี้ยนที่กำลังเดินเข้ามาพร้อยรอยยิ้มบนใบหน้า  เขากล่าวยิ้มแย้ม  “ที่แท้ก็เป็นศิษย์พี่หลินเอี้ยน  ท่านสบายดีหรือ?  ท่านฟื้นตัวจากพิษไฟในร่างกายแล้วหรือไม่?”

 

“ต้องขอบคุณยาน้ำของเจ้า  พิษไฟถูกถอนออกไปหมดแล้ว”  หลินเอี้ยนเอ่ยทักทายเซวี่ยนเอ๋อก่อนที่จะมองหาเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งอย่างไม่มีพิธีรีตองอันใด  รอยแดงก่ำในดวงตาของเขาขณะนี้แสดงให้เห็นว่ามันหายไปหมดสิ้นแล้ว  ช่างแตกต่างจากความแดงก่ำเมื่อสอง-สามเดือนที่แล้วอย่างสิ้นเชิง  ยิ่งไปกว่านั้น  อากัปกิริยาของหลินเอี้ยนก็ใจร้อนน้อยลงตามพิษไฟที่ถูกถอนออกไปแล้ว  ทั้งยังเสริมด้วยความสงบสุขุมตามปกติ  ดูจากรัศมีกายของเขาแล้ว  พลังของเขาก็พัฒนาขึ้นไปเป็นอันมากอีกด้วย

 

“หึหึ  ที่แท้เจ้าก็พัฒนาขึ้นมาถึงระดับเต๋าหลิงจริงๆ แล้วนี่เอง  อัตราเร็วในการวิวัฒน์ของเจ้าช่างทำให้ผู้คนพูดไม่ออกแล้ว”  หลินเอี้ยนอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา  สายตากวาดมองร่างกายของเซียวเอี๋ยนอย่างละเอียดเมื่อเขาสัมผัสได้ว่ารัศมีภายในร่างกายของเซียวเอี๋ยนแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มและโบกมือแก่เซวี่ยนเอ๋อ  อีกฝ่ายรีบยกน้ำชาจากด้านข้างและส่งให้แก่หลินเอี๋ยนอย่างว่าง่าย

 

“ฮี่ๆ  ข้าได้ยินมาว่าที่สนามประลอง,  ศิษย์น้องเซวี่ยนเอ๋อไม่สนใจเต๋าหลิงผู้หนึ่งอยู่ในสายตาเลย  อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นางกลับกำลังยกน้ำชาให้ข้าถ้วยหนึ่ง  เซียวเอี๋ยน  เจ้านับว่ามีฝีมืออยู่บ้าง”  หลินเอี้ยนรีบรับถ้วยชาและยกนิ้วหัวแม่มือให้แก่เซียวเอี๋ยนทีหนึ่ง  อีกฝ่ายสามารถจับคู่กับสตรีที่โดดเด่นปานนี้,  ผู้ซึ่งยอมเชื่อฟังเขาเพียงผู้เดียว  ฝีมือนี้เป็นเหตุให้หลินเอี้ยนรู้สึกยอมรับอยู่ไม่น้อย

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่ส่ายศีรษะ  หลินเอี้ยนผู้นี้อาจจะมิได้อารมณ์ร้อนเฉกเช่นเก่าก่อนหลังจากขจัดพิษไฟออกมาแล้ว  ทว่าดูเหมือนปากของเขายังคงไม่สามารถควบคุมได้เช่นเดิม

 

“ข้ายังได้ยินเรื่องราวภายในสนามประลองมาอีกด้วย  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้าจะมีเรื่องขัดแย้งกับหลิวชิงจริงๆ  คนผู้นั้นไม่ธรรมดา”  รอยยิ้มของหลินเอี้ยนลดลงเล็กน้อยขณะพูดขึ้นด้วยท่าทางที่ค่อนข้างจริงจัง

 

“สิบยอดฝีมือในทำเนียบมีผู้ใดบ้างที่ธรรมดา?”  เซียวเอี๋ยนยิ้ม  เขาไม่กังวลจนเกินไปนัก  แม้พลังในขณะนี้จะเป็นเพียงเต๋าหลิงหนึ่งดาวผู้หนึ่ง  เขาก็ไม่กลัวหลิวชิงและพวกมากนักหลังจากก้าวข้ามเส้นแบ่งมหึมานั้นมาแล้ว  หากเป็นเมื่อก่อนในขณะที่เซียวเอี๋ยนเป็นเพียงต้าเต๋าซื่อผู้หนึ่ง,  เขาคงต้องอดทนและไม่เข้าไปปะทะซึ่งๆ หน้ากับไป๋เฉิง  ต่อให้เขามีไพ่ตายเช่นเพลิงบัวยูไรพิโรธก็ตาม  นี่เป็นเพราะเขารู้ดีว่าช่องห่างระหว่างระดับพลังทั้งสองนั้นมากมายเกินไป  ต่อให้เขามีเคล็ดวิชาเต๋า  ดูเหมือนเขาคงต้องลงท้ายด้วยสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกหากไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้คงได้ด้วยการโจมตีนั้น  มันช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเวลานี้  บัดนี้เมื่อเขาวิวัฒน์ขึ้นสู่ระดับเต๋าหลิงแล้ว  แม้เขายังห่างชั้นกับหลิวชิงผู้อยู่ในระดับเต๋าหลิงขั้นสูงหลายขั้นอยู่  หากมีการต่อสู้ระหว่างทั้งสอง, หลิวชิงก็ยังแค่สามารถกำชัยได้อย่างเฉียดฉิวเท่านั้น

 

นี่คือช่องว่างระหว่างระดับ!

 

หลินเอี้ยนตกใจเมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยกังวลใจของเซียวเอี๋ยน  เขาพลันยิ้มและกล่าว  “ช่างกล้าอะไรเช่นนี้  เป็นการยากเหลือเกินสำหรับผู้คนทั้งหลายในอันที่จะมองทะลุเจ้าได้  เจ้าเด็กเหลือขอ  ข้าคิดว่าเจ้าคงจะต้องมีต้นทุนซุกซ่อนอยู่บ้างจึงยะโสได้ปานนี้  ข้าเป็นห่วงมากเกินไปจริงๆ”

 

เซียวเอี๋ยนยิ้ม  เขาไม่ต่อล้อต่อเถียงกับหัวข้อนี้ต่อไป  ตรงกันข้าม  เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวขึ้น  “ศิษย์พี่หลินเอี้ยนทราบหรือไม่ว่าการแข่งขันใหญ่จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่?”

 

“โอ้  เคะๆ  บัดนี้เจ้ามีชื่อยู่บนทำเนียบแล้วนี่นา  การแข่งขันใหญ่นี้ย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าแล้วจริงๆ”  หลินเอี้ยนยิ้มแย้มพยักหน้าขณะเอ่ยต่อไป  “นับตามเวลาแล้ว  การแข่งขันใหญ่นี้ก็น่าจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า  ทำไม?  อย่าบอกข้านะว่าเจ้าคิดจะก้าวขึ้นไปถึงสิบยอดอันดับสูงสุด?”

 

เซียวเอี๋ยนส่งยิ้มอย่างไม่แสดงความคิดเห็นอันใดออกมาคราหนึ่ง  เขาถือถ้วยชาและหมุนมันอยู่ในมือขณะเอ่ยเบาๆ  “ข้าสงสัยเสียจริงว่าหลิวชิงผู้นั้นอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?”

 

รอยยิ้มของหลินเอี้ยนกลับกลายเป็นเซ่อซ่าแล้ว  เขาเงียบไปพักหนึ่งจึงชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว

 

“อันดับสาม?”  เซียวเอี๋ยนตกใจเล็กน้อย  เซียวเอี๋ยนอับจนถ้อยคำแล้ว  พลังของหลิวชิงผู้นี้ที่แท้ช่างเกินความคาดหมายของเขาไปมากมายนัก

 

“อันดับที่สองคือหลินซิวหยา  อันดับที่สี่คือเอี๋ยนเฮ่า  อันดับที่ห้าจนถึงอันดับที่แปดล้วนเป็นผู้มีชื่อเสียงในโรงเรียนส่วนใน  ส่วนข้านี้,  ข้ากำลังขยับขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างอันดับที่เก้าและอันดับที่สิบ  แน่นอน  นี่เป็นอันดับในอดีต  บัดนี้เมื่อพิษไฟในตัวของข้าถูกขับออกไปหมดแล้ว  พลังของข้าก็เพิ่มพูนขึ้นเป็นอันมาก  หากพวกเรามาจัดอันดับกันใหม่  ข้าเชื่อว่าข้าจะต้องสามารถรอดขึ้นไปถึงหกอันดับแรกได้เป็นแน่”  หลินเอี้ยนหัวเราะออกมาขณะอธิบายสภาพการณ์

 

“หลินซิวหยากลับเป็นเพียงที่สองหรือ?”  ความประหลาดใจพาดผ่านใบหน้าของเซียวเอี๋ยนขึ้นมา  คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าอันดับของหลินซิวหยากลับสูงกว่าหลิวชิงขั้นหนึ่ง  อย่างไรก็ตาม  เขาค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเมื่อครุ่นคิดเช่นนี้อยู่ในหัวใจ  ครั้งก่อนในป่าลึก  หลินซิวหยายังสามารถกระโดดโลดเต้นไปมาได้อย่างคล่องแคล่วแม้ต้องรับมือกับวานรฟ้าปีศาจหิมะที่ถูกปลุกสายเลือดแห่งความดุร้ายป่าเถื่อนขึ้นมาแล้ว  หากเป็นเต๋าหลิงขั้นสูงผู้อื่น,  ดูท่าว่าเขาผู้นั้นคงจะต้องตายในทันทีแล้ว  คนผู้นี้ช่างมีพลังที่กล้าแกร่งไม่น้อยเลยทีเดียว

 

“อย่าได้ดูแคลนหลินซิวหยา  คนผู้นี้สามารถฝึกเต๋าชี่ธาตุลมของเขาจนเข้าถึงระดับสุดยอดแล้ว  ยิ่งไปกว่านั้น  เขายังมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อย  เคล็ดวิถีชี่และเคล็ดวิชาเต๋าที่เขาฝึกฝน,  ไม่ต้องสงสัยว่าจะต้องเป็นระดับสูงส่งจนคนสามัญทั่วไปได้แต่ใฝ่ฝันถึง”  หลินเอี้ยนเอ่ยจริงจัง  กระทั่งบุคคลที่เย่อหยิ่งเช่นเขาก็ยังให้การยอมรับกับชื่อนี้  ดูจากสิ่งนี้,  ก็เพียงพอที่จะบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของหลินซิวหยาได้เป็นอย่างดีแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  ในเมื่อเคยได้เห็นการต่อสู้ระหว่างหลินซิวหยาและวานรฟ้าปีศาจหิมะมาก่อน,  เซียวเอี๋ยนย่อมไม่ดูแคลนคนที่แข็งแกร่งปานนี้ได้  เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งในใจและจึงหัวเราะออกมาทันใด  “ลำดับที่สองและที่สามก็มีแล้ว  ถ้าเช่นนี้  ใครคือผู้ครอบครองอันดับที่หนึ่งกันเล่า?”

 

คำพูดของเซียวเอี๋ยนก็เป็นแค่คำถามลวกๆ ตามอำเภอใจ  อย่างไรก็ตาม  หลังจากที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา  สองมือของหลินเอี้ยนตรงหน้าพลันแข็งทื่อ  ความหวาดกลัวบางเบาแลบแล่นขึ้นมาบนใบหน้าของเขา  เขาอ้าปาก,  ทว่าก็ไม่มีชื่อที่นักเรียนรุ่นพี่ทั้งหลายหวาดกลัวราวกับเสือตัวหนึ่งหลุดออกมา...

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

ไม่ได้ไปกราบ ทำความดีแทนก็ได้ครับ smile

ส่วนสุขภาพ ลองเล่นโยคะอยู่ที่บ้านสิครับ ค่อยๆ ทำเท่าที่ทำได้ แล้วสุขภาพจะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

#3 By ตี๋ on 2017-10-04 21:21

ขอให้คุณไวรัสไก่สุขภาพแข็งแรงๆ นะครัช (เรียกตามท่านตี๋แระ - ถูกเป่าหนอ)
กราบที่ไหนก็เหมือนกันเนาะ กราบด้วยใจคร่ะ kiss

#2 By เฒ่าทารก on 2017-09-29 14:13

ขอบคุณคร่าท่านเฒ่าฯ // เหยยยอันดับ1มาแร้นนนน ตอนอ่านการ์ตูนชอบคนนี้อ่ะ5555 อยากรู้นิยายจะเป็นยังไง แล้วนี่เอี๋ยนออกไปไหนไม่ได้นี่พี่จะได้ฝึกมั้ยวิชาก่อนจะถึงวันประลอง ถถถ คุณตี๋ น่าอิจฉาได้ไปกราบ เมย์(เรียกเมย์ได้จ้า) คงไม่มีโอกาสอ่ะสภาพสังขารไม่เอื้ออำนวย ไม่สามารถยืนนานๆได้เกินครึ่งชม.ค่า เลยไปต่อคิวไม่ได้ คงได้แต่กราบอยู่ที่บ้านแล้วค่ะ

#1 By viruskei on 2017-09-29 13:36