เซียวเอี๋ยนติดตามผู้เฒ่าห่าวเดินออกจากคลังเก็บสมุนไพร  พวกเขาเดินไปตามถนนสายหลักอย่างช้าๆ  บางครั้งบางครามีนักเรียนมองเห็นคนทั้งสองกำลังเดินเคียงไหล่กันไปตามทาง  ความแปลกใจก็ฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าของพวกเขา  ผู้เฒ่าห่าวมักจะมองผู้อื่นด้วยสีหน้าเย็นชาเสมอ  ดังนั้น  ผู้อื่นจึงทั้งหวาดกลัวและเคารพเขา  ทุกคนต่างพากันประหลาดใจอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นเขากำลังสนทนายิ้มแย้มอยู่กับเซียวเอี๋ยน  เหนือความประหลาดใจนี้,  พวกเขาอดไม่ได้ที่จะมองเซียวเอี๋ยนอย่างจริงจังขึ้นมาอีกเล็กน้อย  ทุกคนรู้ดีถึงอำนาจของผู้เฒ่าเหล่านี้ต่อโรงเรียนส่วนใน  หากมีผู้ใดไม่รู้จักเปิดตาและสร้างความเคืองใจให้แก่พวกเขา,  ผู้เฒ่าเหล่านี้ก็อาจจะหาเรื่องเอาได้  การใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดด้วยวัตถุประสงค์ส่วนตัวเป็นสิ่งที่มีอยู่และยากจะหลีกเลี่ยงได้แม้แต่กับโรงเรียนส่วนใน

 

เซียวเอี๋ยนไม่ใส่ใจกับสายตาตามทางเหล่านั้นมากนัก  เพราะมีผู้เฒ่าห่าวอยู่ข้างกายเช่นนี้,  ต่อให้มีนักเรียนบางคนจดจำเขาได้และคิดอยากที่จะก้าวเข้ามาท้าเขาประลองก็ต้องประเมินสถานการณ์และล่าถอยไป  ดังนั้น  จึงช่วยประหยัดปัญหาให้แก่เซียวเอี๋ยนเป็นอันมาก

 

“ผู้เฒ่าท่านนั้นชื่อหลิวอิง  เขาเป็นผู้พิทักษ์ท่านหนึ่งที่ชั้นห้าของหอฝึกชี่เพลิงฟ้า  วันนี้เป็นวันพักผ่อนของเขา  ดังนั้น  พวกเราสามารถไปหาเขาที่เขตบ้านพักได้โดยตรง”  ผู้เฒ่าห่าวบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวแก่ผู้เฒ่าท่านนั้นให้แก่เซียวเอี๋ยนในระหว่างทาง

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ เมื่อได้ยินเช่นนี้

 

“เจ้าสามารถบอกวัตถุประสงค์ในการไปเยี่ยมของเจ้าได้ตรงๆ เมื่อได้พบเขา  แม้อารมณ์ของเขาจะค่อนข้างแข็งกร้าวอยู่บ้าง  เจ้าก็ไม่ต้องกลัวเขา  เขาจะไม่ทำอะไรเจ้าอย่างแน่นอน”

 

เซียวเอี๋ยนยิ้ม  เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามออกมา  “ผู้เฒ่าหลิวท่านนี้มีสิ่งใดที่ชื่นชอบเป็นพิเศษหรือไม่?”  เซียวเอี๋ยนย่อมจำเป็นต้องรู้ถึงความชอบของผู้เฒ่าท่านนี้หากเขาคิดจะครอบครองผลึกสัตว์เทพระดับหกในมือของอีกฝ่ายได้สำเร็จ

 

“เขาชอบอะไรหรือ...  เจ้าควรจะเข้าใจอย่างหนึ่งก่อนว่าเมื่อคนผู้หนึ่งก้าวขึ้นมาถึงระดับเช่นพวกเรา,  เป็นการยากเหลือเกินที่จะสั่นครอนพวกเราได้ด้วยของมีค่าทั่วไป  ตรงกันข้าม  ของบางอย่างที่สามารถช่วยเราในขณะฝึกยุทธ์จะดึงดูดความสนใจพวกเรามากมาย  แม้เจ้าเฒ่าผู้นั้นจะขี้เหนียว,  เขาก็กระตือรือร้นกับการฝึกยุทธ์เป็นที่สุด  หากเจ้าสามารถเสนอของที่จะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกยุทธ์ของเขา  ข้าคิดว่าเขาก็คงจะสนใจ”  ผู้เฒ่าห่าวแสดงความคิดเห็น

 

“ของที่เป็นประโยชน์ต่อการฝึกยุทธ์...”  เซียวเอี๋ยนพึมพำเบาๆ  “ข้าขอถาม  ผู้เฒ่าท่านนี้ฝึกเคล็ดวิถีชี่ธาตุอะไร?”

 

“ธาตุไฟ  ต้องเป็นเพราะเหตุนี้อย่างแน่นอนที่ทำให้อารมณ์ของเขาค่อนข้างแรง”  ผู้เฒ่าห่าวตอบและยิ้ม

 

“ธาตุไฟ...”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและพยักหน้าน้อยๆ  เขาค่อยมีความเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว

 

ผู้เฒ่าห่าวอดไม่ได้ที่จะตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของเซียวเอี๋ยน  เจ้าเด็กผู้นี้สามารถนำของบางอย่างที่จะสั่นครอนตาเฒ่าขี้ตืดผู้นั้นออกมาได้จริงหรือ?  จริงสิ  เขาเป็นนักแปรธาตุนี่นะ  ว่าไปแล้ว  เขาก็น่าจะมีสมบัติล้ำค่าเก็บไว้ไม่น้อย

 

ขณะที่คนทั้งสองสนทนาไปตามทาง  พวกเขาเดินเข้าไปถึงบริเวณด้านในของโรงเรียนส่วนในตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อาจทราบได้  สถานที่แห่งนี้เป็นเขตพักอาศัยของผู้เฒ่าและอาจารย์  สิ่งแวดล้อมเงียบสงบยิ่ง  ดีกว่าหอพักของนักเรียนหลายเท่านัก  นี่มิใช่เรื่องแปลก  ด้วยพลังแข็งแกร่งของผู้เฒ่าเหล่านี้  การปฏิบัติที่พวกเขาได้รับย่อมต้องไม่เหมือนกับนักเรียนเช่นพวกเขาจะเปรียบเทียบได้

 

พวกเขาเดินผ่านพุ่มไม้เขียวชอุ่มหย่อมหนึ่งก่อนที่ผู้เฒ่าห่าวจะค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลงในครู่ต่อมา  ในที่สุด  เขาหยุดอยู่หน้าบ้านพักหลังหนึ่งซึ่งสร้างจากไม้ไผ่เขียวทั้งหลัง

 

“ผู้เฒ่าหลิวท่านนี้ช่างรู้จักเพลิดเพลินกับชีวิต”  เซียวเอี๋ยนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นบ้านไม้ไผ่หลังนี้

 

ผู้เฒ่าห่าวตรงหน้ายกมือขึ้นมาและกำลังจะเคาะลงไปบนประตูเมื่อเสียงทรงพลังและฉุนเฉียวสายหนึ่งพลันดังขึ้นหลังประตูบานนั้น  “หากเจ้าอยากเข้ามาก็แค่เข้ามาเถอะ  เหตุใดจะต้องเคาะประตู?  เจ้าชอบเอาแต่ใช้ธรรมเนียมคร่ำครึพวกนี้  เจ้าตรงไปตรงมากว่านี้มิได้รึ?”

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะขื่นออกมาคราหนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดที่ถ่ายทอดออกมาจากบ้านหลังนั้น  ถึงเวลานี้เท่านั้นเขาจึงเข้าใจว่าเหตุใดผู้เฒ่าห่าวจึงบอกให้เขาอธิบายวัตถุประสงค์ในการมาเยื่ยมเยียนครั้งนี้ออกไปตรงๆ  เห็นได้ชัด  นี่คือคนขี้หงุดหงิดผู้หนึ่ง  เขาคงไม่ยอมรับคนที่ชอบพูดจาอ้อมค้อมอย่างแน่นอน

 

ผู้เฒ่าห่าวไม่รู้สึกอันใดในขณะนี้  เขาผลักประตูเข้าไปราวกับมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีและเดินเข้าไปขณะฉีกยิ้มอยู่บนใบหน้าและกล่าว  “ผู้เฒ่าหลิว  ข้าพาใครบางคนมาด้วยและข้าเกรงว่าท่านจะต้องพบเขา”

 

“เป็นผู้ใด?”  เซียวเอี๋ยนติดตามผู้เฒ่าห่าวเดินเข้ามาในบ้าน  อย่างไรก็ตาม  เขาบังเอิญมองเห็นผู้เฒ่าสูงวัยท่านหนึ่งในชุดสีแดงกำลังเดินอยู่ในบ้าน  ขณะนี้  ดวงตาเกียจคร้านของผู้เฒ่ายังคงพร่ามัวเล็กน้อย  ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะตื่นนอน  เขาเอ่ยขณะเดินและเพียงเงยหน้าขึ้นเมื่อมาถึงส่วนหน้าของบ้านแล้ว  เมื่อสายตาเลื่อนมองไปเห็นเด็กหนุ่มซึ่งมองเห็นได้ไม่ชัดนักเพราะแสงที่ส่องต้องแผ่นหลังเด็กหนุ่ม  ผู้เฒ่าหลิวอดไม่ได้ที่จะทำหน้าบูดบึ้งและกล่าว  “เจ้าลูกนอกคอก  เจ้ามาจากไหน  อย่าบอกข้านะว่าเจ้าถูกผู้เฒ่าบางคนขับไล่ออกมาจากหอฝึกชี่เพลิงฟ้าและต้องการให้ข้าออกไปช่วยขอร้องแทนเจ้า?”

 

“นักเรียนเซียวเอี๋ยนคำนับท่านผู้เฒ่าหลิว”  เซียวเอี๋ยนยิ้มน้อยๆ  สาวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและเอ่ยพร้อมสองมือที่ยกขึ้นคำนับ

 

“อา... หู?  เซียวเอี๋ยน?  เซียวเอี๋ยนที่สามารถกลั่นยาเม็ดระดับห้าได้หรือ?”  ผู้เฒ่าหลิวเพียงตอบรับด้วยเสียงเรียบเฉยในขั้นต้น  จะอย่างไร  เขาเคยเห็นนักเรียนมากมายที่เดินทางมาเพื่อขอความเมตตาและก็คร้านเกินกว่าที่จะสนใจคำร้องทุกข์ของพวกเขา  อย่างไรก็ตาม  เขาค่อนข้างตกใจอยู่บ้างหลังจากที่ได้ยินชื่อที่ค่อนข้างคุ้นหู  สายตาของเขารีบเลื่อนไปที่ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนขณะเอ่ยปากและกล่าวด้วยท่าทางแปลกใจ

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มและพยักหน้า  เขาไม่คิดว่าฐานะนักแปรธาตุของตนจะเป็นประโยชน์ปานนี้  กระทั่งผู้เฒ่าท่านนี้ก็ยังรีบเปลี่ยนสีหน้าเมื่อได้ยินชื่อเขา

 

“เคะๆ  ชื่อนี้เป็นที่รู้จักดี  นั่งสิ  เจ้ามาหาข้ามีเหตุผลอันใด?”  ผู้เฒ่าหลิวยิ้มและโบกมือแก่เซียวเอี๋ยน  เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งก่อนที่จะกลับสู่ท่าทางขี้ใจร้อนขณะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยท่าทางกดดันอย่างหนึ่ง

 

เซียวเอี๋ยนหันศีรษะไปทางผู้เฒ่าห่าวเล็กน้อยและสบตากับเขาเมื่อได้ยินเช่นนี้  อีกฝ่ายแบมือ, บ่งบอกว่าเซียวเอี๋ยนจะต้องรับสถานการณ์ถัดจากนี้ไปตามลำพัง  เซียวเอี๋ยนได้แต่พยักหน้าและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง  เขาเรียบเรียงคำพูดก่อนที่จะยิ้มและกล่าว  “ครั้งนี้  ข้ามาพบท่านผู้เฒ่าหลิวเพราะผู้น้อยในขณะนี้กำลังขาดแคลนของบางอย่าง  ให้บังเอิญ  ผู้เฒ่าหลิวมีของสิ่งนี้  เซียวเอี๋ยนจะต้องตอบแทนท่านอย่างใหญ่หลวงเป็นแน่หากท่านผู้เฒ่าหลิวยอมรับปากจะแลกเปลี่ยนของสิ่งนี้กับผู้น้อย”

 

“ขาดแคลนของบางอย่าง?”  ผู้เฒ่าหลิวงุนงงเล็กน้อย  สีหน้าของเขาไม่แปรเปลี่ยนขณะวางถ้วยชาในมือลงและกล่าว  “มันคืออะไร?  บอกข้า  ข้าจะไม่ปฏิเสธหากมันไม่ใช่ของล้ำค่ามากเกินไป”

 

“ผลึกสัตว์เทพระดับหกธาตุน้ำ”  เซียวเอี๋ยนพูดขึ้นมาอย่างเรื่อยๆ

 

“แคร๊ก!”

 

คำพูดของเซียวเอี๋ยนเพิ่งดังขึ้น  ถ้วยชาในมือของผู้เฒ่าหลิวตรงหน้าก็ไม่อาจทนทานต่อพลังที่เพิ่มขึ้นกะทันหันได้แล้ว  มันกลายสภาพเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพร้อมเสียงดังกังวานคราหนึ่ง

 

“แค่ก...”  ที่ด้านข้าง,  ผู้เฒ่าห่าวกระแอมไอออกมาเบาๆ  คนผู้นี้ช่างเห็นว่าของชิ้นนั้นเปรียบเสมือนชีวิตของตน  ดูเหมือนว่าเรื่องราวคงจะยุ่งยากขึ้นไม่น้อยสำหรับเซียวเอี๋ยนในอันที่จะได้มันมาในครานี้

 

“ฮึ่ม  เจ้าคนปากพล่อยขี้นินทาผู้นี้เป็นคนบอกเจ้าว่าข้ามีผลึกสัตว์เทพระดับหกอยู่เม็ดหนึ่งใช่หรือไม่?”  ผู้เฒ่าหลิวปาดคราบน้ำบนมือทิ้งและจ้องมองผู้เฒ่าห่าว  แม้ผู้เฒ่าที่หนึ่งจะเคยบอกพวกเขาให้คอยดูแลเซียวเอี๋ยน  พวกเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลเขาจนปานนี้,  หรือจะใช่?  ไม่ว่าอย่างไร  ผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดหนึ่งเป็นของหายากชนิดหนึ่ง  ยิ่งไปกว่านั้น  ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อที่จะได้มันมา  เขาจะส่งมอบมันออกไปให้ผู้อื่นอย่างง่ายดายได้เช่นไรกัน?

 

“ข้าจะพูดกับเจ้าอย่างเปิดเผย  ข้าจะไม่ยอมให้ผลึกสัตว์เทพระดับหกแก่ผู้ใดอย่างแน่นอน  เจ้าไม่ควรเปลืองแรง”  เพื่อที่จะพยายามกำจัดความคิดของเซียวเอี๋ยน,  ประโยคแรกของผู้เฒ่าหลิวช่างหนักแน่นนัก

 

ผู้เฒ่าห่าวส่ายศีรษะอย่างอับจนหนทาง  ดูเหมือนว่าจะไม่มีความหวังสักเท่าใดในวันนี้แล้ว

 

“เคะๆ  ผู้เฒ่าหลิว  ผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดหนึ่งนับว่าล้ำค่ามากก็จริง  ทว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่ไม่อาจวัดค่าออกมาได้  ท่านฝึกเคล็ดวิถีชี่ธาตุไฟ  ผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำเม็ดหนึ่งไม่มีประโยชน์ต่อท่านแม้แต่น้อย  เหตุผลเดียวที่ท่านปฏิเสธข้าโดยไม่คิดก่อนก็คงจะเป็นเพราะท่านคิดว่าข้าจะไม่สามารถให้ของที่ดึงดูดความสนใจท่านผู้เฒ่าหลิวได้,  หรือมิใช่?”  เซียวเอี๋ยนไม่รู้สึกผิดหวังเพียงเพราะท่าทางหนักแน่นของผู้เฒ่าหลิว  เขายิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะพูดต่อไปช้าๆ

 

ผู้เฒ่าหลิ;กลอกตาทว่าไม่ตอบความ  สัตว์เทพระดับหกตัวหนึ่งซึ่งแม้แต่เขาในขณะนี้ก็ยังไม่อาจเอาชนะได้  แม้เขาจะมองผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้เป็นสมบัติล้ำค่าอย่างหนึ่ง,  เขาก็ไม่โง่พอที่จะกอดมันไปจนแก่เฒ่า  ผลึกสัตว์เทพเม็ดนี้มีพลังงานที่แข็งแกร่งทว่าก็เป็นพลังงานที่รุนแรงและดุร้ายซึ่งยังไม่ถูกกลั่น  ร่างกายมนุษย์ย่อมไม่อาจดูดซับมันได้อย่างง่ายดาย  ดังนั้น  เขาย่อมไม่ปฏิเสธหากจะมีผู้ใดสามารถนำสิ่งของที่สามารถสั่นครอนเขามาแลกมัน  อย่างไรก็ตาม  ด้วยอายุของเซียวเอี๋ยนตรงหน้าเขานี้,  ผู้เฒ่าหลิวยากจะเชื่อได้,  เขาจะสามารถหยิบยื่นสิ่งที่มีคุณค่าปานใดออกมากันเชียว

 

“ผู้เฒ่าหลิวคงจะรู้ดีว่าผลึกสัตว์เทพระดับหกนี้ไม่มีประโยชน์ต่อท่านนัก  ดังนั้น  การแลกเปลี่ยนจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  ผู้เฒ่าไม่จำเป็นดื้อรั้นไป  เหตุใดท่านไม่เอ่ยปากและบอกข้ามาว่าท่านต้องการสิ่งใด  หากเซียวเอี๋ยนมี  ข้าจะต้องนำมันออกมาอย่างแน่นอน”  เซียวเอี๋ยนเอ่ยเบาๆ

 

“เฮ่  ข้าว่า  เจ้าไม่ควรคร่ำครึเกินไป  แม้เซียวเอี๋ยนจะยังเป็นเด็ก  เขาก็อาจจะมีของล้ำค่ามากกว่าเจ้าก็เป็นได้  หากพลาดหนนี้ไป  ก็คงไม่มีโอกาสให้เจ้าอีกแล้ว”  ผู้เฒ่าห่าวที่ด้านข้างช่วยเติมไฟให้คุขึ้น

 

ใบหน้าของผู้เฒ่าหลิวประเดี๋ยวเขียวประเดี๋ยวขาว  ครู่ใหญ่ผ่านไป  ใบหน้าขึ้งเครียดของเขาก็ผ่อนคลายลงในที่สุด  เขาถูจมูกและกล่าว  “หากเจ้าต้องการแลกผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้ไปจากมือข้าก็พอเป็นไปได้  หากเจ้ามอบยาโต้วหลิงให้ข้าเม็ดหนึ่ง!”

 

“ยาโต้วหลิง?  ปากเจ้ามิเท่าปากสิงโตตัวหนึ่งแล้วหรือ  เจ้าเฒ่าตายยาก?”  ผู้เฒ่าห่าวที่อยู่ด้านข้างพลันกระโจนขึ้นมาเมื่อเสียงของผู้เฒ่าหลิวดังขึ้น  อีกฝ่ายเบิกตากว้างและเอ็ดอึง  “นั่นเป็นยาระดับหกเม็ดหนึ่ง  ด้วยพลังของเขาในขณะนี้,  เซียวเอี๋ยนจะกลั่นมันได้อย่างไร?  เจ้าคิดหาเรื่องลำบากให้ผู้อื่นหรือ?”

 

ผู้เฒ่าหลิวทำปากเสียงดังคราหนึ่งและไม่สนใจเขา  เขาเพียงใช้สายตาจ้องมองเซียวเอี๋ยน

 

เซียวเอี๋ยนใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย  ปลายนิ้วของเขาเคาะโต๊ะเบาๆ  เป็นนานจึงจะส่ายศีรษะเล็กน้อยและกล่าว  “ข้าไม่อาจนำยาโต้วหลิงออกมาได้จริงๆ”

 

ผู้เฒ่าหลิวพลันผิดหวังเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาโบกมือด้วยท่าทางหดหู่และกล่าว  “โปรดกลับไปหากเจ้าไม่มี”

 

“แต่ทว่า...”  เซียวเอี๋ยนยิ้ม  เขาสะบัดนิ้วเบาๆ ลงบนแหวนเก็บของ  ทันใดนั้น  เมล็ดบัวสีเขียวขนาดราวนิ้วหัวแม่มือปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ  เมล็ดบัวสีเขียวเพิ่งปรากฏขึ้น,  พลังงานคึกคักร้อนแรงแข็งแกร่งสายหนึ่งก็พลันกระจายต่อเนื่องไปในห้อง

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มและกล่าวขณะจ้องมองผู้เฒ่าหลิวที่ยืดตัวตรงแน่วในพริบตา  “ข้าคิดว่าผู้เฒ่าหลิวอาจจะมีความสนใจในของสิ่งนี้อยู่บ้าง”

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

จะวัตถุดิบครบแล้วเหรอเนี่ย เดินเรื่องไวแหะ

#1 By ตี๋ on 2017-10-07 23:25