ดวงตาของเซียวเอี๋ยนไม่กระพริบขณะจ้องมองแม่หนูน้อยชุดขาวที่นั่งขัดขาอยู่ตรงข้ามเขาภายในห้องเงียบแห่งนี้  เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเด็กหญิงที่แสนน่ารักปานนี้ที่แท้กลายร่างมาจากสัตว์เทพชนิดหนึ่ง...  ตั้งแต่เขาเกิดมา  นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นมนุษย์ที่แปลงร่างมาจากสัตว์เทพชนิดหนึ่ง  ดังนั้น  เขาจึงรู้สึกแปลกใจและเพิ่มความเข้าใจมากขึ้น

 

“ไม่แปลกใจที่นางกล้ากินสมุนไพรต่างๆ ทั้งดิบๆ  ร่างเดิมของนางที่แท้ก็เป็นสัตว์เทพชนิดหนึ่ง  ด้วยร่างกายที่แข็งแรงของสัตว์เทพ,  ฤทธิ์ยาที่รุนแรงดุร้ายยังอยู่ในขอบข่ายที่นางจะรับได้”

 

“เจ้ามองพอหรือยัง?  เร็วเข้า  ช่วยข้ากลั่นเจ้านี่!”  แม่หนูน้อยเริ่มโกรธขึ้นมาเล็กน้อยขณะที่นางถูกเซียวเอี๋ยนสังเกต  นางพลันโยนผลธาตุทองแข็งในมือให้แก่เขาและพูดอย่างโกรธเกรี้ยว  เมื่อครู่  ผู้เฒ่าห่าวอาจจะพูดกับเซียวเอี๋ยนด้วยเสียงที่แสนเบา  ทว่านางยังคงได้ยินสิ่งที่เขาพูดชัดเจน

 

เซียวเอี๋ยนรับผลธาตุทองแข็งมาและยิ้มแย้มพยักหน้า  เขาโบกมือและดึงหม้อกลั่นยาออกมา  ครั้งก่อน,  หม้อกลั่นยาของเขาระเบิดไปในระหว่างการแข่งขัน  ดังนั้น  หม้อกลั่นยาที่เขาใช้ในครั้งนี้จึงเป็นใบที่เขาเพิ่งซื้อมาจากตลาดนัดหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น  คุณภาพของมันไม่สูงนักและพอๆ กับหม้อกลั่นยาที่เขาเคยใช้มาก่อน  อย่างไรก็ตาม  มันก็ยังพอจะใช้งานได้

 

เพียงโบกมือคราหนึ่ง  ริ้วเพลิงสีครามกลุ่มหนึ่งเกิดขึ้นบนปลายนิ้วของเซียวเอี๋ยน  เขากำลังจะโยนมันเข้าไปในหม้อกลั่นยาเมื่อต้องแปลกใจที่ได้พบว่าแม่หนูน้อยข้างๆ กำลังขยับหนีไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางที่ค่อนข้างหวาดกลัว  เขางุนงงเมื่อเห็นนัยน์ตาวิตกกังวลน้อยๆ ของนาง  ทันใดนั้น  เขาพลันเข้าใจขึ้นมา  ราวกับนางสัมผัสได้ว่าเพลิงแก่นบัวสีครามนี้มิใช่ธรรมดา  พูดตามความจริง  หากสัตว์เทพตัวหนึ่งซึ่งมิใช่สัตว์ธาตุไฟ,  มันก็มักจะมีปฏิกิริยาหวาดกลัวต่อธาตุไฟเป็นธรรมดา

 

“เคะๆ  ไม่เป็นไร”   เซียวเอี๋ยนปลอบใจ  เขาโยนริ้วเพลิงเข้าไปในหม้อกลั่นยา  ร่างกายเกร็งแน่วของแม่หนูน้อยจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลงหลังจากได้เห็นเปลวไฟกลุ่มนั้นเข้าไปในหม้อแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนรอจนเปลวไฟอุ่นหม้อกลั่นยาจนร้อนครู่หนึ่ง  ครั้นแล้วเขาจึงโยนผลธาตุทองแข็งเข้าไปในนั้น  เพียงโบกมือคราหนึ่ง  เปลวไฟร้อนแรงก็เริ่มเร่งขึ้นอยู่ภายในหม้อกลั่นยานั้น  การกลั่นตันหวันนี้ไม่นับว่ายุ่งยาก  หากเปลวไฟร้อนพอก็ใช้ได้  ดังนั้น  จึงไม่สิ้นเปลืองพลังจิตของเซียวเอี๋ยนมากนัก

 

นอกจากกลั่นยาแล้ว,  เซียวเอี๋ยนแบ่งความสนใจและหันไปมองแม่หนูน้อยชุดขาวที่อยู่ข้างกาย  หัวใจของเขายิ่งสงสัยเกี่ยวกับตัวนางมากขึ้นตั้งแต่เขารู้ที่มาของนาง

 

ในขณะนี้  ดวงตากลมโตดำขลับของแม่หนูน้อยกำลังจ้องมองหม้อกลั่นยาโดยไม่กระพริบ

 

“น้องสาว  แค่กๆ  ข้าอยากจะถามเจ้าสักข้อหนึ่ง  เจ้าจะตอบข้าได้หรือไม่?”  เซียวเอี๋ยนกระแอมไอออกมาก่อนที่จะยิ้มและเอ่ยถามขึ้นมา

 

“อะไร?”  แม่หนูน้อยไม่หันมามอง  นางเพียงอ้าปากอย่างไม่ใส่ใจ

 

“ข้าจำได้ว่าหากสัตว์เทพตัวหนึ่งต้องการแปลงร่างเป็นมนุษย์  อย่างน้อยที่สุดต้องมีระดับเป็นเต๋าหวงแล้ว?  หรือมิใช่?  อย่าบอกข้าว่า...”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและถามนางคำถามหนึ่ง  เขารู้สึกยากจะเชื่อจริงๆ ว่าเด็กหญิงตรงหน้าเขานี้มีความสามารถถึงระดับเต๋าหวงผู้หนึ่งแล้ว  แม้พลังของนางจะน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง  เซียวเอี๋ยนลอบประเมินเงียบๆ  และดูเหมือนว่านางจะอยู่ในระดับเต๋าหวัง

 

“ข้าไม่แข็งแกร่งปานนั้น  ข้าแค่บังเอิญไปกินถูกหญ้าแปลงร่างที่หายากเข้า  หลังจากนั้น  ข้าก็กลายร่างมาเป็นเช่นนี้และไม่อาจแปลงร่างกลับไปเป็นดังเก่าได้  เหตุผลที่ข้าต้องกินสมุนไพรเหล่านี้ก็เพื่อที่จะได้โตไวๆ  หลังจากนั้น  ข้าก็จะสามารถแปลงร่างสลับไปสลับมาระหว่างร่างสัตว์เทพของข้ากับร่างมนุษย์ได้ดังใจชอบ”  แม่หนูน้อยทำหน้าบูดบึ้ง  ดูเหมือนว่านางไม่ค่อยสนใจที่จะพูดถึงเรื่องนี้  ดังนั้นเสียงของนางจึงดังหึ่งๆ

 

“หญ้าแปลงร่าง?  มิน่าเล่า...”  เซียวเอี๋ยนพลันบังเกิดความเข้าใจขึ้นมาเมื่อได้ยินเช่นนี้  หญ้าแปลงร่างเป็นสมุนไพรหลักสำหรับการกลั่นยาแปลงร่าง  ดังนั้น  มันจึงมีฤทธิ์บางส่วนเหมือนยาแปลงร่าง  อย่างไรก็ตาม  หากสัตว์เทพตัวหนึ่งที่ยังก้าวขึ้นไปไม่ถึงพลังที่จำเป็นต่อการแปลงร่างได้กินมันเข้า  สัตว์เทพตัวนั้นก็จะต้องติดค้างอยู่ในร่างมนุษย์จนกว่าจะมีพลังเพียงพอที่จะทะลวงขึ้นถึงระดับเต๋าหวงได้แล้ว

 

“พ่อแม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน?”  เซียวเอี๋ยนชำเลืองมองผลธาตุทองแข็งที่กำลังค่อยๆ ละลายอยู่ภายใต้การย่างของเปลวไฟสีครามภายในหม้อกลั่นยาขณะเอ่ยถามลวกๆ

 

“ข้าไม่มี”  แม่หนูน้อยก้มศีรษะลงและห่อขาทั้งสองข้างเข้ามา  สองมือของนางกอดเข่าขณะที่ฟันขาวสะอาดราวหิมะขบริมฝีปาก  ดวงตากลมโตคู่นั้นเปียกรื้นขึ้นมาบางส่วน  “ตั้งแต่ข้ารู้สึกตัวขึ้นมาจนถึงบัดนี้  ข้าก็ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังในหุบเขาลึก  ตอนข้าเป็นเด็ก  ข้าถูกตัวอื่นๆ กลั่นแกล้งและได้แต่หลบหนีไปตามชะตากรรม...  จนกระทั่งข้าได้กินหญ้าแปลงร่างเข้าไป  หลังจากนั้นข้าจึงได้พบกับผู้เฒ่าที่หนึ่งของโรงเรียนส่วนในนี้  เขาพาข้าเข้ามาในโรงเรียนส่วนในและข้าก็อาศัยอยู่ที่นี่”

 

เซียวเอี๋ยนตกใจ  เขาจ้องมองท่าทางดื้อดึงในตัวของแม่หนูน้อยที่ขบฟันของตนแน่น  แม้แต่เซียวเอี๋ยนก็รับรู้ได้เลาๆ ถึงความเศร้าในใจของนาง  เขาทอดถอนใจออกมาเบาๆ และพยายามอย่างสุดความสามารถในอันที่จะพูดออกไปด้วยเสียงที่อ่อนโยนที่สุด  “อย่างน้อยที่สุดเจ้าก็จะไม่ถูกผู้อื่นรังแกในสถานที่แห่งนี้”

 

“เจ้าพวกนั้นล้วนหวาดกลัวข้านักหนา  พวกมันจะกล้ามารังแกข้าได้อย่างไร?  คนเช่นเจ้า,  ข้าเขมือบคำเดียวก็หมดแล้ว”  ความภาคภูมิใจฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าของแม่หนูน้อยอีกคราหนึ่งขณะที่นางกล่าว

 

“อย่าเที่ยวพูดว่าเจ้าจะกินใครลงท้องในคำเดียวหากเจ้าพบผู้อื่นในอนาคตข้างหน้า  ตอนนี้เจ้าอยู่ในร่างมนุษย์”  เซียวเอี่ยนส่ายศีรษะด้วยท่าทางอับจนคำพูด  นางควรจะเห็นว่ามันน่าขบขันเพียงใดในยามที่ร่างเล็กๆ พูดคำเหล่านี้ออกมา

 

“ฮึ่ม  นี่เป็นความจริง  แต่ข้ายังไม่เคยกินมนุษย์มาก่อน”  แม่หนูน้อยพูดเสียงต่ำในลำคอ  ท่าทางของนางค่อยดูดีขึ้นหลังจากที่ได้สนทนาอยู่กับเซียวเอี๋ยนพักหนึ่ง

 

“เช่นนี้ก็เป็นการดีที่สุดที่เจ้าจะไม่กินใคร...” เซียวเอี๋ยนพึมพำ  เขาโบกมือและก้อนผงอย่างหนึ่งก็ร่วงลงไปในหม้อกลั่นยา  ทันใดนั้น  มันหลอมรวมเข้าไปในของเหลวสีเหลือง-ทอง  นิ้วทั้งสิบของเซียวเอี๋ยนเริงร่ายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  ติดตามด้วยปลายนิ้วที่ร่ายรำ  ของเหลวสีเหลือง-ทองภายในหม้อกลั่นยาแตกตัวอย่างรวดเร็ว  ในที่สุด มันกลายเป็นกลุ่มของเหลวเล็กๆ สิบกว่าก้อน

 

“รวมตัว!”  เซียวเอี๋ยนร้องออกมาเบาๆ  ของเหลวเหล่านี้แข็งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว  เพียงพริบตาเดียว  พวกมันกลายเป็นตันหวันสีทองเป็นประกายสิบกว่าเม็ด  หมุนกลิ้งอยู่เหนือเปลวไฟสีคราม

 

“การกลั่นชนิดนี้ช่างง่ายดายเสียจริง  จะดีสักปานไหนหนอหากการกลั่นยาจะผ่อนคลายได้ปานนี้...”  เซียวเอี๋ยนหัวเราะขื่นออกมาคราหนึ่งขณะจ้องมองตันหวันที่กำลังส่องแสงสีทองออกมา  เพียงโบกมือคราหนึ่ง  ตันหวันสีทองสิบกว่าเม็ดกำลังทอประกายสีทองขณะพุ่งลอยออกมาจากหม้อกลั่นยา  ในที่สุดพวกมันลอยลงไปในขวดหยกใบหนึ่งในมือของเซียวเอี๋ยน

 

“เฮ่  ทำไมเจ้าไม่ลองชิมดู  รสชาติน่าจะดีกว่าสมุนไพรที่เจ้ากินอย่างดิบๆ”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและเสนอขณะยื่นขวดหยกใบนั้นให้แก่แม่หนูน้อยข้างกาย  นางกำลังจ้องมองเขาอย่างกระตือรือร้น...

 

“ไอ่ๆ”  แม่หนูน้อยพยักหน้าหงึกๆ  ขณะรีบเทตันหวันสีทองออกมาเม็ดหนึ่ง  นางไม่สนใจความร้อนที่ยังอยู่ในเม็ดยาและโยนมันเข้าปากไปตรงๆ  นางใช้พลังแข็งแกร่งของตนเคี้ยวมัน

 

“ช่างอร่อยนัก...”  แม่หนูน้อยเคี้ยวตันหวันสอง-สามทีจนละเอียดก่อนที่จะกลืนมันลงไป  นางเลียริมฝีปากและจ้องมองขวดหยกในมือ  คิดอยากที่จะกินอีก

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มและโบกมือเพื่อหยิบเอาสมุนไพรที่จะกลั่นยาพลังมังกรออกมาจากแหวนเก็บของ  เขาจัดเรียงพวกมันและกล่าว  “เจ้าควรเก็บตันหวันพวกนี้ไว้กินคนเดียว  อย่าให้ผู้ใดกินสิ่งนี้เป็นอันขาด  ไม่เช่นนั้น  เจ้าจะทรมานคนผู้นั้นจนตายเลยทีเดียว”  ตันหวันจำพวกนี้ไม่อาจนับว่าเป็นยากลั่นได้ด้วยซ้ำไป  มีเพียงนาง,  ผู้มีร่างกายแข็งแกร่งเยี่ยงสัตว์เทพเท่านั้นจึงสามารถรอบรับพลังงานรุนแรงดุร้ายภายในวัตถุดิบสมุนไพรนี้ได้  หากคนทั่วไปกินมันเข้า,  เขาผู้นั้นคงต้องเสียผิวหนังสักชั้นหนึ่งหรือกระทั่งถึงตาย

 

“ตัวข้าเองยังรู้สึกว่าพวกมันไม่เพียงพอ...”  แม่หนูน้อยพึมพำ  นางลุกยืนขึ้นและตั้งใจทำตัวราวกับผู้เฒ่าผู้แก่ขณะตบบ่าเซียวเอี๋ยน  “เจ้าทำได้ดีมาก  อนาคตข้างหน้า  เจ้ามาหาข้าได้ทุกเมื่อหากมีผู้ใดรังแกเจ้า  ข้าจะปกป้องเจ้าเอง  ไม่มีใครในโรงเรียนส่วนในแห่งนี้กล้าขัดใจข้า”

 

เซียวเอี๋ยนรู้สึกไม่ทราบว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีขณะส่ายศีรษะ  เขาลูบศีรษะที่น่ารักเป็นที่สุดของแม่หนูน้อยขณะยิ้มแย้มและกล่าว  “ตกลงๆ  ข้าจะต้องไปหาเจ้าอย่างแน่นอน”

 

“เช่นนั้น  หากข้ากินพวกมันหมดแล้ว  เจ้าจะช่วยกลั่นให้ข้าอีกได้หรือไม่?  ถือว่าเป็นรางวัลตอบแทนที่ข้าคุ้มครองเจ้า”  แม่หนูน้อยดีใจยิ่งเมื่อนางได้ยินเช่นนี้  นางนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเซียวเอี๋ยน  ดวงตากลมโตดำขลับคู่นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง

 

“...”  เซียวเอี๋ยนกลอกตา  แม่หนูน้อยผู้นี้ที่แท้กำลังวางแผนการณ์เช่นนี้นี่เอง  เขาเกือบคิดว่านางเป็นคนใจดีเสียแล้ว

 

“ตกลงๆ  เจ้ามาหาข้าได้เมื่อเจ้ากินพวกมันหมดแล้ว  จำชื่อของข้าและที่พักของข้าเอาไว้ก็แล้วกัน”  เซียวเอี๋ยนโบกมือและตอบอย่างออกจะอ่อนแรง

 

“ข้ารู้  เจ้าคือเซียวเอี๋ยน  ตาเฒ่าเมื่อครู่เรียกเจ้าเช่นนั้น  ข้าก็จะรู้สถานที่พักของเจ้าด้วย”  แม่หนูน้อยหัวเราะ  นางไม่ต้องกินสมุนไพรรสชาติแย่ๆ พวกนั้นอีกต่อไปแล้ว  นี่ทำให้นางกระโดดโลดเต้นขึ้นมาด้วยความดีใจยิ่ง  เซียวเอี๋ยนได้ชื่อว่าเป็นคนดีผู้หนึ่งในหัวใจของนางแล้ว

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้  เจ้าก็กลั่นยาต่อไปเถอะ  การกลั่นสมุนไพรพวกนี้จืดชืดน่าเบื่อเกินไป  โชคดีที่ข้าไม่ต้องเรียนมัน  ไม่เช่นนั้น  ข้าคงต้องเบื่อจนตายแล้ว”  แม่หนูน้อยในที่สุดก็ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางพอใจหลังจากที่สมใจตนแล้ว  นางแลบลิ้นใส่เซียวเอี๋ยนและหัวเราะคิกคักขณะตอบเซียวเอี๋ยน

 

เซียวเอี๋ยนส่ายศีรษะอีกคราหนึ่ง  รู้สึกพูดไม่ออกแล้ว  เขาจ้องมองแม่หนูน้อยที่กำลังจะจากไปก่อนที่จะพลันตะโกนขึ้นมา  “อ้อ  จริงสิ  น้องสาวตัวน้อย  ข้ายังไม่รู้จักชื่อของเจ้าเลย”

 

“ข้าชื่อจื่อเอี้ยน  มันเป็นชื่อที่ท่านผู้เฒ่าที่หนึ่งตั้งให้แก่ข้า  อย่างไรก็ตาม  เจ้าพวกที่อยู่ในโรงเรียนส่วนในล้วนหวาดกลัวข้ายิ่ง  พวกเขาแอบเรียกข้าว่า “ราชินีจอมโหด”  ฮึ่ม,  พวกมันทุกคนคิดว่าข้าไม่รู้”  แม่หนูน้อยย่นจมูกเงียบๆ  หมัดของนางเหวี่ยงหวืออย่างแรงอยู่ตรงหน้า  ทันใดนั้น  เสียงหวีดแหลมดังขึ้นและเงาหมัดที่มองไม่เห็นสองสามชุดก็พุ่งทะลวงออกไปราวกับสายลม  ในที่สุด  พวกมันแฉลบใกล้เข้าใส่ใบหน้าของเซียวเอี๋ยน,  พัดผ่านไปและกระแทกเข้าไปในกำแพงที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษซึ่งแข็งปานเหล็กอย่างหนักหน่วง  ในขณะนั้น  รูลึกหลายรูที่มีรอยร้าวปรากฏขึ้นบนนั้น

 

เหงื่อเย็นเฉียบหยาดหยดลงมาจากหน้าผากของเซียวเอี๋ยน  เขาถูหน้าผากด้วยท่าทางตกใจ  เป็นเวลานานก่อนที่จะตวัดสายตาโกรธเคืองไปทางจื่อเอี้ยน  “เจ้าสัตว์ประหลาดน้อย  เจ้าคิดจะฆ่าข้าหรือ?”

 

มือเล็กๆ ของนางปิดปาก  นางแอบแลบลิ้นออกมาก่อนที่จะรีบโค้งให้แก่เซียวเอี๋ยนคราหนึ่ง  ขณะนี้  เซียวเอี๋ยนเป็นดุจดังผู้ปกครองท่านหนึ่งซึ่งคอยหาอาหารให้นาง  นางจะต้องไม่ขัดใจเขา

 

“พี่ชายแซ่เซียว,  ท่านกลั่นยาต่อไปเถอะ  ข้าจะออกไปก่อน  ข้าจะกลับมาหาท่านหลังจากที่ข้ากินพวกมันหมดแล้ว”  แม้นางจะพูดอุบอิบอยู่ในปากเช่นนี้  จื่อเอี้ยนรีบหนีปรู๊ดออกจากประตูไปแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่หัวเราะขื่นเมื่อเขาเห็นจื่อเอี้ยนหนีไปแล้ว  แม่หนูน้อยผู้นี้ช่างน่ารักเสียจริง  ทว่านางรุนแรงเกินไปหน่อย...  เซียวเอี๋ยนทอดถอนใจ  เขาโบกมือและเพลิงสีครามริ้วหนึ่งปรากฏขึ้นมาบนปลายนิ้วของเขาอีกครา

 

“อ้อ  จริงสิ  พี่เซียว  ข้ามีอันดับอยู่ในโรงเรียนส่วนในด้วยนะ  มันเรียกว่าอะไร,  ทำเนียบยอดฝีมือ  อะไรนั่นแหละ  ข้าเป็นที่หนึ่งนะ  เอาล่ะๆ  อนาคตข้างหน้า  หากมีใครมากลั่นแกล้งท่าน  ท่านอ้างชื่อข้าได้เลย”  ศีรษะเล็กๆ  โผล่เข้ามาจากประตู  นางยิ้มให้แก่เซียวเอี๋ยนก่อนที่จะรีบผลุบหนีไป

 

“ฝุบ...”

 

เปลวไฟสีครามที่กำลังม้วนตัวขึ้นไปพลันหายวับไปอย่างสิ้นเชิง  ปากของเขาอ้ากว้างขณะจ้องมองไปทางประตูด้วยท่าทางตกใจ  เป็นเวลานานก่อนที่ทั่วทั้งร่างของเขาจะกระตุกขณะพึมพำ  “ข้า... ข้า...  นางก็คือยอดยุทธ์อันดับหนึ่งบนทำเนียบยอดฝีมือที่ทำให้หลินเอี้ยนต้องตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวผู้นั้น?”

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่รู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างเต็มไปด้วยเรื่องราวเฉกเช่นละครแล้วในคราวนี้

Comment

Comment:

Tweet

555555+ laughing

#4 By เฒ่าทารก on 2017-10-08 23:33

ใจเย็นๆ โยม หลานอายุน้อยกว่าแค่ปีเดียว หลานบางคนอายุมากกว่าผมอีก

#3 By ตี๋ on 2017-10-08 21:20

surprised ............ เหลน............... ???

#2 By เฒ่าทารก on 2017-10-07 23:07

ขอบคุณครับ

งานถนัดของเค้าล่ะ เซียวเอี๋ยน เรื่องหลอกเด็ก หลอกผู้หญิง และคนแก่ tongue-out

ว่าแต่จื่อเอี้ยนชอบเอามือปิดปาก แลบลิ้นนี่ช่างเหมือนเหลนผมจริงๆ เลย แต่น่ารักน้อยกว่าแน่นอน #คนหลงเหลน wink

#1 By ตี๋ on 2017-10-07 23:00