เป็นเวลานานกว่าที่เซียวเอี๋ยน,  ผู้ซึ่งอยู่ในห้องลับเงียบเชียบแห่งหนึ่ง,  ในที่สุดจะได้สติขึ้นมาจากข้อมูลน่าตกใจที่จื่อเอี้ยนเปิดเผยออกมาจากปากของนางเอง  เขาลูบหน้าตนอย่างแรงและหัวเราะขื่นออกมา  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่ายอดยุทธ์อันดับหนึ่งบนทำเนียบยอดฝีมือ,  ที่ถูกหลินเอี้ยนบรรยายไว้เสียจนดูเหมือนนางเป็นมนุษย์อมตะผู้หนึ่ง,  กลับกลายเป็นเด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้  ไม่ใช่สิ  ต้องบอกว่าเป็นสัตว์เทพแข็งแกร่งตนหนึ่งในร่างมนุษย์

 

“แม่หนูน้อยผู้นี้น่ารักทีเดียว  ข้าสงสัยเสียจริงว่าหลินเอี้ยนจะหวาดกลัวนางทำไม  อย่างไรก็ตาม  ด้วยพลังในตัวนาง,  นางสามารถนั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุดได้จริงๆ  ดูจากพลังที่น่าสะพรึงกลัวของนาง  คิดว่าแม้แต่เต๋าหวังระดับสูงผู้หนึ่งก็ยังไม่กล้าต่อสู้กับนางซึ่งๆ หน้า”  เซียวเอี๋ยนพึมพำเบาๆ

 

“แม้พลังของแม่หนูน้อยจะน่าหวาดกลัวจนเกินไปหน่อย  ดูจากวิธีการจู่โจมที่ผ่านมา,  คิดว่านางคงอาศัยแต่เพียงกำลังกายล้วนๆ  นางยังไม่ได้ใช้พลังชี่แม้สักนิด”  เสียงของเหยาเหลาดังขึ้นในหัวใจของเซียวเอี๋ยนช้าๆ

 

“อาจารย์มองออกด้วยหรือไม่ว่าจื่อเอี้ยนเป็นสัตว์เทพชนิดไหน?”  เซียวเอี๋ยนเอ่ยถาม

 

“ข้าไม่อาจบอกได้...  นางกินหญ้าแปลงร่าง  เพราะฉะนั้น  หากนางไม่เปิดเผยร่างจริงออกมา  คนทั่วไปย่อมยากจะบอกได้ว่านางเป็นสัตว์เทพชนิดใด”  เหยาเหลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าว  “อย่างไรก็ตาม  ดูจากเชาวน์ปัญญาของนางและพลังน่ากลัวที่แสดงออกมานี้  ข้าคิดว่าร่างเดิมของนางน่าจะเป็นสัตว์วิเศษหายากมากๆ จากครั้งบรรพกาลชนิดหนึ่ง  ไม่ว่าอย่างไร  เป็นไปไม่ได้แน่ๆ ที่สัตว์เทพทั่วไปชนิดหนึ่งจะสามารถฝึกจนถึงระดับเต๋าหวังได้โดยไม่ใช้เวลาสักร้อยปี  หากมิใช่โชคช่วยพร้อมโอกาสที่ดีที่สุด  แต่กระนั้น  หลังจากตรวจสอบรัศมีกายของแม่หนูน้อยผู้นี้ดูแล้ว,  ดูไม่เหมือนสัตว์เทพที่ฝึกตนมานับร้อยปี  ดังนั้น  ร่างเดิมของนางคงมีที่มาที่พิเศษยิ่งชนิดหนึ่ง”

 

“โอ้...”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  แม้พลังที่แท้จริงของจื่อเอี้ยนจะแข็งแกร่งมาก  ดูเหมือนจิตใจของนางจะเหมือนแค่เด็กหญิงอายุสิบสอง-สิบสามปีเท่านั้น  แน่นอน  นี่ไม่นับรัศมีเฉยชาที่นางเผยออกมาเป็นบางขณะ

 

เซียวเอี๋ยนเลิกสงสัยเกี่ยวแก่จื่อเอี้ยน  เขามุ่งความสนใจทั้งหมดกลับไปยังสมุนไพรที่กองอยู่เต็มหน้า  แม้แต่เขาก็ไม่กล้าบอกว่าจะทำได้สำเร็จตั้งแต่การลงมือครั้งแรกเมื่อยามกลั่นยาพลังมังกร  ดังนั้น  เมื่อครู่ที่เขาเอ่ยปาก,  เขาจึงขอวัตถุดิบมาสองชุด

 

“อา  การกลั่นสิ่งนี้ช่างทำให้จิตใจของข้าตรากตรำนัก  อย่างไรก็ตาม  ข้าได้แต่ทุ่มสุดตัวเพื่อผลเพลิงน้ำแข็งของหน่อไม้ฝรั่งนี้...”  เซียวเอี๋ยนหัวเราะเจื่อนออกมาคราหนึ่ง  เขาพลันเรียกเพลิงสีครามออกมาริ้วหนึ่งอีกคราและโยนมันเข้าไปในหม้อกลั่น  ครู่ต่อมา  จิตของเขาค่อยๆ รวมศูนย์เข้ามาขณะทุ่มความสนใจทั้งหมดเพื่อเริ่มการกลั่นยาอีกคราหนึ่ง...

 

การกลั่นยาพลังมังกรย่อมซับซ้อนและยุ่งยากกว่าการกลั่นผลธาตุทองแข็งให้แก่จื่อเอี้ยนเมื่อครู่เป็นร้อยเท่า  โชคดีที่พลังของเซียวเอี๋ยนก้าวขึ้นมาถึงระดับเต๋าหลิงแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นระดับพลังของเต๋าชี่หรือความสามารถในการควบคุมไฟ,  เขาก็พัฒนาขึ้นอย่างเด่นชัด  ดังนั้น  การกลั่นในครั้งนี้ย่อมผ่อนคลายกว่าเมื่อครั้งที่แข่งขันกับฮั่นเซียนเป็นอันมาก  อย่างไรก็ตาม  นี่เป็นเพียงการพูดเปรียบเทียบ  ดูจากเหงื่อมากมายที่ไหลอยู่บนหน้าผากของเขา,  เขาต้องพยายามสุดความสามารถเพื่อให้สามารถกลั่นยาพลังมังกรได้

 

เปลวไฟสีครามแล่นผ่านหม้อกลั่นยา  เงาของมันประทับลงบนผนังห้องเงียบเชียบ  มันเต้นไปทั่ว  สร้างท่วงท่าคุกคามราวกับสัตว์ดุร้ายตัวหนึ่ง  ยามเมื่อเปลวไฟลุกโชน  สมุนไพรต่างๆ ที่วางอยู่ตรงหน้าเซียวเอี๋ยนก็ลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็ว

...

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในระหว่างการกลั่น  ผ่านไปเกือบแปดชั่วโมง  การกลั่นที่แสนยุ่งยากก็เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้วในที่สุด

 

“ควบแน่น!”

 

เสียงร้องหนึ่งดังขึ้นภายในห้องอันเงียบเชียบ  ทันใดนั้น  แสงสีแดงเข้มกลุ่มหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากภายในหม้อกลั่นยา  ในที่สุด  มันถูกฝ่ามือของเซียวเอี๋ยนคว้าไว้อย่างมั่นคง  เขาสังเกตมันขึ้นๆ ลงๆ ก่อนที่จะพยักหน้าด้วยความพอใจพร้อมหย่อนขวดหยกลงไปในแหวนเก็บของ

 

แม้เขาจะประสบความสำเร็จในการกลั่นยาพลังมังกรหนึ่งเม็ดสำหรับการกลั่นยารอบนี้  เขาก็ทำลายวัตถุดิบไปชุดหนึ่ง  อย่างไรก็ตาม  เซียวเอี๋ยนไม่รู้สึกปวดใจเพียงเพราะสิ่งนี้  เขารู้ดีว่าสามารถกลั่นได้สำเร็จในอัตราส่วนห้าสิบๆ เช่นนี้ก็เป็นผลลัพธ์ที่ดีไม่น้อยแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนล้มยวบลงนั่งเพราะพลังที่เหือดหายไปหลังการกลั่นยาทั้งหมดเสร็จสิ้นลง  เขาล้วงยาฟื้นฟูพลังออกมาเม็ดหนึ่งจากในแหวนเก็บของและโยนมันเข้าปาก  ไม่สนใจความเหนื่อยล้าที่กระจายตัวขึ้นมาทั่วทั้งร่างขณะรีบนั่งขัดสมาธิและเข้าสู่การฝึกชี่  การฝึกในสภาพการณ์ขณะที่เต๋าชี่ในร่างกายเหือดแห้งไปจนหมดเช่นนี้สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ถึงสองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงแค่ครึ่งเดียว  การฝึกก็เหมือนกับการใช้หยดน้ำลงไปเพื่อสร้างแม่น้ำขึ้นมาสายหนึ่ง  ไม่อาจย่อหย่อนได้แม้เพียงน้อย

 

การฝึกครั้งนี้ดำเนินไปกว่าหนึ่งชั่วโมง  ความรู้สึกที่ว่างเปล่าภายในร่างกายของเซียวเอี๋ยนจึงหายลับไป  เขาสัมผัสได้ถึงเต๋าชี่แข็งแกร่งที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด  เขาดีใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าเต๋าชี่ในร่างกายของตนเพิ่มมากขึ้นอีกนิดหน่อย  ดูจากสิ่งนี้  การกลั่นยาอาจจะสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้แก่เขาจนแทบตายก็จริง  ทว่ามันก็ไม่ไร้ซึ่งประโยชน์

 

เซียวเอี๋ยนผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียดคราหนึ่งและยืดเอวบิดขี้เกียจ  เขาได้ยินเสียงกระดูกลั่น,  ความรู้สึกสบายและอิ่มเอมใจในพลังที่ฟื้นฟูขึ้นมาจากความเหนื่อยล้ายิ่งก็แผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจ  สร้างเป็นรอยยิ้มลอยอยู่บนมุมปากของเขา

 

“บัดนี้เมื่อพวกเราได้ผลเพลิงน้ำแข็งของหน่อไม้ฝรั่งมาแล้ว  ข้าก็ขาดแค่วัตถุดิบอย่างสุดท้าย, ผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหก,  ก็จะสามารถกลั่นยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีได้แล้ว”  ปลายนิ้วของเซียวเอี๋ยนถูแหวนเก็บของของตนเบาๆ  ทันใดนั้น  ผลไม้น่าดึงดูดใจที่มีไอเย็นและไอร้อนอยู่ในผลเดียวกันก็ปรากฏขึ้นบนมือของเขา

 

“ระดับหก... อา,  นี่เท่ากับสัตว์เทพตัวหนึ่งซึ่งมีความแข็งแกร่งเท่าเต๋าหวงขั้นสูงผู้หนึ่งเลยทีเดียว  ข้าจะไปหามันได้ที่ไหนกัน...”  เซียวเอี๋ยนถูศีรษะและพูดเบาๆ

 

“ลองคิดหาวิธีสักอย่างหนึ่ง  เมื่อไม่นานมานี้ข้าสัมผัสได้เลาๆ ว่าเพลิงกระชากใจในหอฝึกชี่เพลิงฟ้ากำลังแข็งแกร่งขึ้น  เกรงว่าการต่อต้านที่ข้าเคยพูดถึงคงอีกไม่นาน...”  เหยาเหลาเอ่ยช้าๆ

 

“ชั่วขณะที่เพลิงกระชากใจอาละวาดขึ้นมาจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของพวกเราในการฉกมัน  พวกเราจะต้องไม่พลาด  ไม่เช่นนั้น  ความยุ่งยากในการฉกมันก็คงยุ่งยากมากขึ้นอีกนับสิบเท่าจากที่เป็นอยู่ในเวลานี้  ดังนั้น  พวกเราต้องกลั่นยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีไว้ล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้”

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มขื่นและพยักหน้า  เขาทอดถอนใจ  “ข้าจะพยายามอย่างดีที่สุด”

 

“เคะๆ  เจ้าวางใจได้  หากเป็นไปไม่ได้จริงๆ  พวกเราอย่างน้อยที่สุดก็ยังสามารถเข้าไปในป่าลึกและค้นหาสัตว์เทพระดับหกสักตัวหนึ่ง  เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีสัตว์เทพระดับหกซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาที่กว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้เลย”  เหยาเหลาปลอบใจพร้อมหัวเราะคราหนึ่ง

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มเมื่อได้ยินคำปลอบประโลมจากเหยาเหลา  อย่างไรก็ตาม  เขามิได้เย็นใจทั้งหมด  บางทีอาจจะมีสัตว์เทพระดับหกซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาเหล่านี้ก็จริง  แต่ทว่า,  ด้วยวิธีไหนกันจึงจะฆ่าสัตว์เทพระดับนี้ได้โดยง่าย?  ยิ่งไปกว่านั้น  ต่อให้เขาฆ่ามันได้  เป็นที่แน่ชัดว่าจะต้องเกิดการต่อสู้ที่สะเทือนไปทั่วปฐพีอย่างแน่นอน  ถึงเวลานั้น  หากพวกผู้เฒ่าจากโรงเรียนส่วนในตื่นตัว,  ฐานะของอาจารย์ก็คงต้องถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน  นั่นก็ย่อมจะต้องวุ่นวายแล้ว...

 

เซียวเอี๋ยนทอดถอนใจอีกคราหนึ่ง  เขาได้แต่ซุกซ่อนความกังวลเอาไว้  เขาเก็บหม้อกลั่นกลับเข้าไปในแหวนเก็บของและปัดตัว  ในที่สุดลุกขึ้นยืนและค่อยๆ เดินออกไปจากห้องเงียบแห่งนี้

...

ผู้เฒ่าห่าวจ้องมองขณะเซียวเอี๋ยนเดินออกมาจากห้อง  เขารีบลุกขึ้นและเอ่ยถามอย่างวิตกกังวล  “เป็นอย่างไรบ้าง?  เจ้ากลั่นยาสำเร็จหรือไม่?”  ผู้เฒ่าห่าวเข้าใจการกลั่นยาอยู่บ้าง  ดังนั้น  เขาเองก็เข้าใจว่าโอกาสล้มเหลวในการกลั่นยาระดับห้าอย่างหนึ่งนั้น สูงเพียงใด

 

“เคะๆ  ข้าล้มเหลวไปครั้งหนึ่ง  ทว่าโชคดี  ข้าไม่ทำให้ท่านผู้เฒ่าผิดหวัง”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและพยักหน้า  เขาก้าวไปข้างหน้าและหยิบขวดหยกที่เก็บยาพลังมังกรเอาไว้ออกมาใบหนึ่ง  ก่อนที่จะวางมันลงบนโต๊ะเบาๆ

 

ผู้เฒ่าห่าวรีบคว้าขวดหยกบนโต๊ะขึ้นมาหลังจากที่เห็นเช่นนั้น  เขาเทยาเม็ดทรงกลมสีแดงเข้มออกมาจากขวดและกล่าวด้วยท่าทางมีความสุข  “เจ้าทำสำเร็จจริงๆ  เจ้าเด็กน้อย  เจ้ามีความสามารถจริงๆ  ไม่แปลกใจที่เจ้าสามารถควบคุมเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์นั่นได้”

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น  เซียวเอี๋ยนยิ้มและตอบด้วยถ้อยคำสุภาพ

 

“ในเมื่อเจ้ากลั่นยาพลังมังกรได้เม็ดหนึ่ง  ผลเพลิงน้ำแข็งของหน่อไม้ฝรั่งนั้นก็ควรเป็นของเจ้า  เคะๆ  สายตาของเจ้าเฉียบแหลมจริงๆ  ความหายากของมันจัดว่าอยู่ในสิบอันดับแรกของคลังเก็บสมุนไพรทั้งหมดเลยทีเดียว”  ผู้เฒ่าห่าวเก็บยาพลังมังกรไว้อย่างดีแล้วและโบกมือด้วยท่าทางใจดี  เขากล่าวติดตลก  “หากมีสมุนไพรที่เจ้าต้องการอีกในอนาคต  เจ้าก็มาหาข้าได้เลย  อย่างไรก็ตาม  อย่าลืมข้อตกลงของพวกเราเสียล่ะ  ฮ่าๆๆ”

 

“อีกแล้วหรือ?  กลั่นยาพลังมังกรเม็ดหนึ่งแทบทำให้ข้าล้มทั้งยืน...”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและขอบคุณเซียวเอี๋ยนขณะพึมพำในใจ  เขายกสองมือขึ้นและกำลังจะเอ่ยลาผู้เฒ่าห่าวเมื่อหัวใจพลันกระตุกวูบ  เขาเอ่ยด้วยท่าทางค้นหา  “ผู้เฒ่าห่าว  ข้ายังต้องรีบใช้ของบางอย่างในขณะนี้  ข้าขออนุญาตถาม, เผื่อท่านผู้เฒ่าพอจะช่วยข้าหามันได้  หากเป็นไปได้  เซียวเอี๋ยนย่อมยินดีที่จะทำอย่างสุดความสามารถเพื่อกลั่นยาทุกชนิดที่ท่านผู้เฒ่าต้องการ!”

 

“โอ้?  เจ้าต้องการอะไรหรือ?”  ดวงตาของผู้เฒ่าห่าวเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาเอ่ยถามออกมาอย่างสนใจ

 

“ผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหก”  เซียวเอี๋ยนจ้องมองใบหน้าของผู้เฒ่าห่าวเขม็ง  เมื่อเขากล่าวออกมา  เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าใบหน้าของอีกฝ่ายกระตุบวูบขึ้นมาเล็กน้อย

 

“ระดับหก...  เหตุใดเจ้าจึงต้องการผลึกสัตว์เทพระดับสูงปานนั้น?  สัตว์เทพระดับหกตัวหนึ่งเทียบได้กับเต๋าหวงขั้นสูงผู้หนึ่ง...  ด้วยพลังของข้าในขณะนี้  ข้าไม่มีความกล้าพอที่จะออกไปล่าผลึกของมันได้  ข้าคงไม่มีหวังกับการค้าครั้งนี้แล้ว”  ผู้เฒ่าห่าวยิ้มขื่นและส่ายศีรษะ  แผ่นหลังของเขามีเหงื่อเย็นเฉียบ  ความปรารถนาของเจ้าเด็กผู้นี้จะไม่ใหญ่โตเกินไปหน่อยแล้วหรือ?  เขากลับอ้าปากและถามหาผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดหนึ่งออกมาตรงๆ  เขาคิดว่ามันเป็นแค่หินก้อนหนึ่งซึ่งหยิบหาได้ตามข้างถนนหรืออย่างไร?

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่ทอดถอนใจอย่างผิดหวังเมื่อได้ยินคำพูดจากผู้เฒ่าห่าว  เขากล่าวพร้อมยิ้มเจื่อน  “ในเมื่อท่านผู้เฒ่าไม่มี  พวกเราควรจะลืมมันเสีย”

 

เซียวเอี๋ยนหมุนกายและจากไปเมื่อกล่าวจบ  อย่างไรก็ตาม  หลังจากที่ผู้เฒ่าห่าวลูบเคลาของตนและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง  เขาพลันเอ่ยปากออกมา  “ข้าไม่มีผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหกก็จริง  ทว่าข้าอาจจะแนะนำเจ้าให้แก่ผู้เฒ่าท่านหนึ่งได้  เขายังเอิญมีผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหกอยู่ในมือ  เป็นสิ่งที่เขาโชคดีได้มันมาแต่กาลก่อน”

 

เซียวเอี๋ยนตกใจเมื่อได้ยินเช่นนี้  ความลิงโลดใจพลันแผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า  “จริงหรือ?  หากผู้เฒ่าห่าวสามารถแนะนำข้าให้แก่เขาได้,  เซียวเอี๋ยนจะต้องไม่ลืมความช่วยเหลือของผู้เฒ่าห่าวอย่างแน่นอนหากข้าได้ผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้มาจริงๆ”

 

“เจ้ายังไม่ควรจะรีบตื่นเต้นเกินไป  คนผู้นั้นมีนิสัยขี้เหนียวนัก  ครั้งกระโน้น  เขาเสี่ยงชีวิตและอาศัยโชคบางส่วนฆ่าสัตว์เทพระดับหกที่บาดเจ็บหนักอยู่แล้วตัวหนึ่งได้สำเร็จ  ดังนั้น  เขาจึงถือว่าผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้เป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าของตน  บางครั้งเขาก็ยังมาคุยโวกับพวกเรา  หากเจ้าต้องการแลกเปลี่ยนผลึกสัตว์เทพระดับหกจากมือเขา เจ้าคงต้องแลกด้วยสิ่งที่เขาชอบ  ไม่เช่นนั้น  เจ้าก็เตรียมเลือดไหลหมดตัวไว้ได้เลย  ตามข้ามา”  ผู้เฒ่าห่าวโบกมือและพลันเดินนำไปที่ประตู

 

เซียวเอี๋ยนรีบพยักหน้า  เขาติดตามผู้เฒ่าห่าวไปอย่างรวดเร็ว  สามารถหาข่าวเกี่ยวแก่ผลึกสัตว์เทพระดับหกในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้ในขณะที่ถูกจำกัดด้วยเลาย่อมเป็นข่าวดีแก่เขาอย่างไม่ต้องสงสัย  เขาจะต้องครอบครองผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้ให้ได้ไม่ว่าจะแพงปานไหนก็ตาม

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

ถ้าตอนก่อนไม่บอกว่าจื่อเอี้ยนกลัวไฟ จะทายว่าเป็นนกฟินิกส์แล้ว เพราะไม่มีพ่อ - แม่

#1 By ตี๋ on 2017-10-07 23:07