เซียวเอี๋ยนสะดุ้งเล็กน้อยขณะจ้องมองความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้าของหลินเอี้ยน  เขาพลันขมวดคิ้วมุ่นและในใจก็เริ่มปั่นป่วนขึ้นมาเล็กน้อย  ตั้งแต่เขารู้จักหลินเอี้ยนมาจนถึงบัดนี้,  คนเย่อหยิ่งทระนงผู้นี้ไม่เคยแสดงท่าทางหวาดกลัวผู้ใดมาก่อน  เขาเพียงรู้สึกยอมรับยอดยุทธ์เช่นหลินซิวหยา,  หลิวชิง  และพวกเมื่อพบหน้ากัน  อย่างไรก็ตาม  เขาไม่เคยแสดงแววหวาดกลัวแม้เพียงน้อยต่อคนเหล่านั้น  อีกนัยหนึ่ง  บัดนี้,  หลินเอี้ยนผู้มีชื่อเสียงในความทระนางองอาจและดุร้ายแห่งโรงเรียนส่วนในกลับนิ่งเงียบไป  ทั้งยังแสดงสีหน้าปานนี้ออกมาในยามที่พูดถึงบุคคลซึ่งอยู่ในอันดับหนึ่งบนทำเนียบ  สิ่งนี้ทำให้เซียวเอี๋ยนไม่อาจทำใจให้สงบได้

 

“เคะๆ  ข้าก็แค่ลองถามดูเท่านั้น  ศิษย์พี่หลินเอี้ยนไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”  เซียวเอี๋ยนยิ้มเล็กน้อยหลังจากที่ความเงียบดำเนินต่อไปอยู่ครู่หนึ่ง  เขายังคงยิ้มแย้มขณะเอ่ยออกมาและจึงวางถ้วยชาลงอย่างเบามือ

 

สีหน้าของหลินเอี้ยนค่อยผ่อนคลายขึ้นมาบ้างในท้ายที่สุดหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน  เขายิ้มเจื่อนออกมาคราหนึ่งขณะทอดถอนใจ  “ข้าไม่อยากจะเอ่ยถึงคนผู้นั้นจริงๆ  ข้าคิดว่าเจ้าคงจะมีโอกาสได้เจอคนผู้นั้นเองเมื่อการแข่งขันใหญ่มาถึงในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า  อย่างไรก็ตาม  ข้าจะขอแนะนำอะไรบางอย่างแก่เจ้าก่อน  หากเจ้าต้องสู้กับคนผู้นั้นในการแข่งขัน,  เจ้าห้ามทำให้คนผู้นั้นโกรธเด็ดขาด  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  หากเป็นไปไม่ได้  เจ้าก็ควรยอมแพ้เสีย”

 

เซียวเอี๋ยนเม้มปากและพยักหน้าเงียบๆ  บุคคลที่กินตำแหน่งอันดับหนึ่งผู้นั้นแข็งแกร่งปานใดกันหนอ?  เซียวเอี๋ยนพลันรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับคนผู้นั้นในขณะที่ความคิดนี้แล่นวูบขึ้นมาในหัวใจ  เขานึกไม่ออกจริงๆ ว่าคนผู้นั้นน่าสะพรึงกลัวปานไหนจึงทำให้หลินเอี้ยนต้องเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมา  หรือเขาจะมีสามเศียรหกกรกันแน่?”

 

“ฮี่ๆ  อย่างไรก็ตาม  เจ้าอาจไม่ได้พบคนผู้นั้นก็เป็นได้  ความยากในอันที่เจ้าจะทะลวงฝ่าขึ้นไปถึงสิบอันดับแรกนั้น  ยังยากกว่าการเอาชนะไป๋เฉิงได้เป็นสิบๆ เท่า  ขณะนี้  ทุกคนบนสิบยอดอันดับสูงสุดล้วนอยู่ในระดับเต๋าหลิงขั้นสูงทั่วถ้วนทุกคน,  ไม่มีข้อยกเว้น  พวกเขาล้วนมีประสบการณ์การต่อสู้มากมาย  ในขณะเดียวกัน  แต่ละคนก็ยังมีเคล็ดวิชาเต๋าที่แข็งแกร่งยิ่งอยู่ในมือ  พลังการต่อสู้ของพวกเขาก็ห่างชั้นกว่าคนในระดับไป๋เฉิงจนเทียบกันไม่ติดเลยทีเดียว” หลินเอี้ยนหัวเราะ  คำพูดที่แสนตรงไปตรงมาของเขาไม่ไว้หน้าแก่เซียวเอี๋ยนสักเท่าใดนัก

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะเจื่อน  เขาไม่อาจทำอันใดกับความตรงไปตรงมาของหลินเอี้ยนและได้แต่พูดกำกวม  “ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด”

 

“เฮ่  ทำไมพวกเราไม่ลองสู้กันสักตั้ง?  หากเจ้าเอาชนะข้าได้  หรือรับมือข้าได้สักหลายๆ กระบวนท่า  เจ้าอาจจะมีโอกาส”  สายตาของหลินเอี้ยนกวาดมองร่างกายของเซียวเอี๋ยนสองตลบ  ดวงตาพลันเร่าร้อนขึ้นมาขณะเสนอแนะด้วยท่าทางที่ค่อนข้างยัดเยียด

 

เซียวเอี๋ยนตกใจเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาได้แต่รู้สึกว่าร่างกายเย็นเยือกขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางกระหายอยากของหลินเอี้ยน  ความคลั่งไคล้ในการต่อสู้ของคนผู้นี้ช่างใกล้เคียงกับอู๋เฮ่านัก  เขาไม่อยากจะลงแรงต่อสู้กับคนจำพวกนี้,  พวกที่จะกลายเป็นคนบ้าคลั่งขึ้นมาได้ในพริบตาที่ลงมือต่อสู้  ดังนั้น  เขาจึงรีบโบกมือและกล่าว  “ลืมมันเถอะ  ลืมมันเถอะ  ข้ายังไม่ทันฟื้นตัวดี  รอโอกาสหน้าเถิด”

 

หลินเอี้ยนได้แต่พยักหน้าอย่างผิดหวังเมื่อได้ยินคำปฏิเสธของเซียวเอี๋ยน  หลังฝึกชี่อยู่ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้ามาถึงครึ่งเดือน  เขารู้สึกว่าสองมือของตนเริ่มคันขึ้นมาแล้ว  เขาหวังจริงๆ ว่าจะมีใครสักคนได้ทำให้เขาออกฝีมืออย่างสนุกสนานเต็มที่

 

เซียวเอี๋ยนรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเมื่อเห็นท่าทางของหลินเอี้ยน  หลังจากสนทนากันต่อไปอีกครู่หนึ่งจึงไม่อาจทนรอที่จะหาข้ออ้างส่งเขากลับไป

 

เซวี่ยนเอ๋ออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาและส่ายศีรษะเมื่อนางเห็นเซียวเอี๋ยนส่งหลินเอี้ยนกลับไปและรีบปิดประตูลงอย่างแน่นหนา  อย่างไรก็ตาม  นางรีบหุบยิ้มเมื่อเห็นดวงตาเคืองใจของเซียวเอี๋ยนกวาดมองมา  นางรีบเอ่ยด้วยท่าทางทะเล้น  “ข้ารู้ว่ามิใช่เพราะพี่เซียวเอี๋ยนกลัวเขา  ทว่าท่านเพียงแค่กังวลว่าจะทำให้เขาบาดเจ็บในยามที่อุ่นเครื่องกัน”

 

“เจ้าคุยโวไปได้เลย...”  เซียวเอี๋ยนถูจมูกคราหนึ่งอย่างเขินอายเมื่อถูกเซวี่ยนเอ๋อตั้งต้นใหม่ให้  สายตาของเขาชำเลืองมองลมฟ้าอากาศด้านนอกและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้น  “ข้าอยากจะออกไปพบท่านผู้เฒ่าห่าวสักคราหนึ่ง  เขาดูแลคลังเก็บวัตถุดิบสมุนไพรของโรงเรียนส่วนใน  และข้ากำลังขาดแคลนวัตถุดิบสมุนไพรอยู่  หากเขามี,  ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะต้องขอเขามาให้ได้”

 

เซวี่ยนเอ๋อพยักหน้าน้อยๆ เมื่อได้ยินเช่นนี้  นางพลันเอ่ยถาม  “ท่านขาดสมุนไพรหรือ?  เมื่อไม่นานมานี้พวกเรากลุ่มประตูหินได้จัดตั้งคณะรวบรวมสมุนไพรขึ้นมา  ยิ่งไปกว่านั้น  พวกเขายังเข้าไปที่หุบเขาหลายครั้งแล้ว  และยังเก็บสมุนไพรมาได้ไม่น้อยเลย  อาจจะมีสิ่งที่ท่านต้องการอยู่บ้างก็เป็นได้”

 

เซียวเอี๋ยนเพียงยิ้มขื่น  วัตถุดิบสมุนไพรที่เขาต้องการเป็นสิ่งที่เขายังไม่เคยพบเห็นมาก่อน  มูลค่าของพวกมันก็เป็นสิ่งที่ผู้คนได้แต่คิด  อย่างไรก็ตาม  เขาไม่อาจปัดความปรารถนาดีของเซวี่ยนเอ๋อไปได้  ดังนั้น  ในที่สุดเขาจึงบอกชื่อสมุนไพรอย่างสุดท้ายที่ยังขาดแคลนอยู่ออกไป: ผลเพลิงน้ำแข็งของหน่อไม้ฝรั่ง

 

สองคิ้วของเซวี่ยนเอ๋อขมวดมุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อได้ยินชื่อนี้  นางได้แต่ส่ายศีรษะออกมา  นางตรวจตรารายการที่คณะเก็บสมุนไพรเก็บหามาได้ทว่าก็ไม่พบวัตถุดิบสมุนไพรชนิดนี้อยู่ในรายการ

 

เซียวเอี๋ยนไม่ประหลาดใจเมื่อเห็นเซวี่ยนเอ๋อแสดงท่าทางเช่นนี้  เขาเอ่ยลาเซวี่ยนเอ๋อก่อนที่จะเปิดประตูและจากไป

...

เซียวเอี๋ยนมองซ้ายแลขวาคราหนึ่งก่อนที่จะออกจากบ้านพักไป  เขาพบสถานที่ห่างไกลปลอดคนแห่งหนึ่งจึงคลี่ปีกหมอกม่วงออกมา  ในที่สุดกระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนที่จะบินออกจากบริเวณที่พักนักเรียนใหม่  สายตากวาดมองลงไปขณะบินผ่านทางเข้าเขตที่พักและเห็นหลายคนกำลังทำท่าลับๆ ล่อๆ อยู่รอบๆ บริเวณทางเข้า,  คอยคุมเชิงอยู่จริงๆ  เขาพลันส่งเสียงหัวเราะขื่นออกมาคราหนึ่ง  ขณะขยับปีก,  ร่างกายก็แปรเปลี่ยนเป็นเงาดำบางเบาสายหนึ่งซึ่งหายลับสู่ใต้ผืนฟ้าที่เริ่มมืดมิดลงช้าๆ แล้ว

 

มียอดยุทธ์มากมายอยู่ในโรงเรียนเจียหนันและเซียวเอี๋ยนก็ไม่ต้องการที่จะเชื้อเชิญปัญหาเข้าใส่ตัว  ดังนั้น  เขาดิ่งลงยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนไม่มากนักหลังจากหลบเลี่ยงจากผู้คนที่คิดจะท้าประลองกับเขา  เขาลดปีกหมอกม่วงลงก่อนที่จะจ้ำเดินไปยังคลังเก็บสมุนไพรของโรงเรียนส่วนใน

 

สถานที่แห่งนี้เป็นที่ซึ่งทางโรงเรียนส่วนในจัดเก็บสมุนไพรล้ำค่าไว้มากมาย  คลังเก็บวัตถุดิบสมุนไพรแห่งนี้จึงมีเวรยามที่ค่อนข้างแน่นหนาทีเดียว  ไม่เพียงมีผู้เฒ่าห่าว,  เต๋าหวังผู้หนึ่งคอยคุ้มกันสถานที่แห่งนี้  ทว่ายังมีอาจารย์อีกสิบกว่าคนคอยเดินตรวจยามตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงตลอดทั้งวัน  สถานที่เช่นนี้ย่อมเป็นสถานที่ซึ่งนักเรียนทั่วไปถูกห้ามมิให้เข้าได้  บางทีอาจจะเป็นเพราะผู้เฒ่าห่าวได้สั่งการเอาไว้แล้ว  เซียวเอี๋ยนจึงไม่ถูกขับไล่ออกมาหลังถูกอาจารย์ที่กำลังเดินตรวจยามท่านหนึ่งเรียกเอาไว้  ตรงกันข้าม  เมื่อยืนยันตัวตนของเซียวเอี๋ยนแล้ว  อีกฝ่ายนำพาเขาไปพบท่านผู้เฒ่าห่าว

 

“เคะๆ  สองเดือนที่ข้าไม่ได้พบเจ้า  เจ้ากลับก้าวขึ้นสู่ระดับเต๋าหลิงแล้ว  หนำซ้ำเจ้ายังสามารถเอาชนะไป๋เฉิงผู้เป็นเต๋าหลิงหกดาวได้อีกด้วย  เจ้านี่ไม่เลวเลยจริงๆ”  ผู้เฒ่าห่าวที่กำลังตรวจสอบสมุนไพรต่างๆ ที่ถูกเก็บอยู่รีบวางของในมือลงเมื่อได้ยินว่าเซียวเอี๋ยนเดินทางมาขอพบเขา  เขารีบสั่งลูกน้องให้พาเซียวเอี๋ยนเข้ามาก่อนที่จะยิ้มแย้มจ้องมองเซียวเอี๋ยน  เห็นได้ชัด  เขาได้ยินเรื่องราวที่สนามประลองมาแล้ว

 

“ข้าก็แค่โชคดี”  เซียวเอี๋ยนโค้งกายลงเล็กน้อย  คำนับให้แก่ผู้เฒ่าห่าวขณะยิ้มแย้ม  หลังจากอาจารย์ท่านนั้นจากไป  เขาจึงบอกเล่าถึงเจตนาในการมาเยี่ยมเยียนครั้งนี้  “ครั้งนี้  วัตถุประสงค์หลักที่ข้ามาขอพบท่านผู้เฒ่าก็เพราะข้าขาดแคลนวัตถุดิบในการกลั่นยาชนิดหนึ่ง  ดังนั้น  ข้าจึงอยากจะมาที่นี่เพื่อดูว่าข้าจะพบมันที่นี่หรือไม่  เคะๆ  บัดนี้เมื่อพลังของข้าเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย  ข้าก็คงจะมีโอกาสกลั่นยาพลังมังกรได้สำเร็จมากขึ้นไปอีก”

 

สายตาของเซียวเอี๋ยนสังเกตสีหน้าของผู้เฒ่าห่าวอย่างตั้งใจ  เมื่อได้เห็นสีหน้าที่ค่อนข้างชอบใจของอีกฝ่ายหลังจากที่ได้ยินคำพูดท่อนท้ายๆ เหล่านั้นแล้ว  เซียวเอี๋ยนจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

 

“เคะๆ  บรรดาสมุนไพรที่ถูกจัดเก็บไว้ที่นี่  ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องถูกเจ้าพวกลูกนอกคอกเฒ่าจากภาควิชาแปรธาตุหาข้ออ้างนำออกไปอยู่ดี”  ผู้เฒ่าห่าวโบกมือและเดินใกล้เข้ามาหาเซียวเอี๋ยนด้วยท่าทางที่ค่อนข้างจริงจัง  เขาตบไหล่เซียวเอี๋ยนขณะยิ้มแย้มกล่าว  “เซียวเอี๋ยน  ข้าไม่ควรพูดจามากความกับเจ้า  หากเจ้าสามารถกลั่นยาที่ข้าพอใจให้สักเม็ดหนึ่ง,  ข้าก็จะอนุญาตให้เจ้านำวัตถุดิบสมุนไพรจากคลังเก็บนี้ออกไปได้อย่างหนึ่ง  เจ้าจะว่าอย่างไร?”

 

เซียวเอี๋ยนสะดุ้ง  สมุนไพรอย่างหนึ่งแลกกับยาเม็ดหนึ่งที่เขาพอใจหรือ?  นี่...

 

“เจ้าไม่ควรคิดว่าข้าเอาเปรียบเจ้า  ข้าคิดว่าวัตถุดิบสมุนไพรที่แม้แต่เจ้าก็ยังคิดว่าหาได้ยากคงจะต้องเป็นสมุนไพรที่พบได้ยากชนิดหนึ่งจริงๆ  เจ้าคงไม่เสียเปรียบหากจะแลกยาเม็ดหนึ่งกับสมุนไพรระดับนี้เป็นแน่  เจ้าจะว่าอย่างไร?”  ผู้เฒ่าห่าวหัวเราะ  เข้าใจในสิ่งที่เซียวเอี๋ยนกำลังครุ่นคิดอยู่ในหัวใจได้เป็นอย่างดีเมื่อเขาเห็นอีกฝ่ายลังเล

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง  หากสถานที่แห่งนี้มีสมุนไพรอย่างสุดท้ายที่จำเป็นสำหรับการกลั่นยาจิตวิญญาณแห่งปฐพี,  ผลเพลิงน้ำแข็งหน่อไม้ฝรั่ง,  ใช้ยาพลังมังกรเม็ดหนึ่งแลกด้วยก็มิได้เสียเปรียบโดยแท้  อย่างไรก็ตาม  เขาไม่เสียเปรียบเพราะการแลกสมุนไพรชนิดนี้ก็จริง  แต่ทว่า  หากเป็นสมุนไพรอื่นๆ เล่า  ดูเหมือนการค้ารายนี้จะไม่ค่อยคุ้มค่าเอาเสียเลย

 

“เอาล่ะ  พวกเราจะทำตามที่ท่านผู้เฒ่าห่าวเสนอ”

 

รอยยิ้มสดใสลอยขึ้นมาบนใบหน้าของผู้เฒ่าห่าวเมื่อเขาได้ยินเซียวเอี๋ยนตกลง  รอยย่นบนหน้าผากก็ค่อยผ่อนคลายลงไปมาก  เขาโยนวัตถุสีขาวราวหิมะออกมาชิ้นหนึ่งและกล่าว  “ที่นี่ก็คือคลังจัดเก็บวัตถุดิบสมุนไพรล้ำค่าต่างๆ  ไป  เข้าไปหาดู  หากว่าหาเจอแล้ว เจ้าก็ค่อยออกมาและทำตามข้อตกลงของเรา”

 

เซียวเอี๋ยนรีบรับวัตถุสีขาวราวหิมะชิ้นนั้นมา  สองตาชำเลืองดูมัน  ที่แท้ก็เป็นป้ายหยกชิ้นหนึ่งซึ่งทำจากหยกขาว  มีภาพหน้าตาคล้ายสมุนไพรต่างๆ สลักอยู่บนชิ้นหยก  ยังมีกลิ่นสมุนไพรบางเบากำจายออกมาจากมันอีกด้วย  ทำให้ผู้คนบังเกิดความรู้สึกผ่อนคลายและสุขใจ

 

“โรงเรียนส่วนในแห่งนี้ช่างมีรากฐานที่หยั่งลึกโดยแท้  กระทั่งป้ายหยกก็ยังสร้างจากหยกที่หายากอย่างยิ่งชนิดหนึ่ง”  เซียวเอี๋ยนพึมพำในหัวใจขณะถือป้ายหยกเอาไว้  เขาไม่พูดต่อไป  เพียงหมุนตัวและเดินไปทางประตูบานหนึ่งซึ่งนำเข้าไปในโกดัง

 

“อ้อจริงสิ  เจ้าเด็กน้อย  จำเอาไว้  หาเฉพาะสิ่งที่เจ้าต้องการ  อย่าได้แตะต้องของอย่างอื่น  ของทุกชิ้นมาริ้วพลังงานบันทึกอยู่  ข้าจะสัมผัสได้ในทันทีที่มันถูกแตะต้องแม้เพียงเล็กน้อย”  ผู้เฒ่าห่าวเตือนเซียวเอี๋ยนก่อนที่เขาจะเข้าไป  วัตถุดิบสมุนไพรภายในนั้นล้วนมีแล้วแต่ล้ำค่า  โรงเรียนส่วนในย่อมไม่ปล่อยให้ขาดซึ่งการป้องกันใดๆ

 

“เคะๆ  ผู้เฒ่าห่าว  ท่านวางใจได้  เซียวเอี๋ยนมิใช่คนละโมบ”  เซียวเอี๋ยนหัวเราะ  เขาเข้าใจดีว่าผู้เฒ่าห่าวกำลังเตือนมิให้เขาโลภมากเกินไป  ดังนั้น  เขาพลันตอบตรงๆ ออกมา

 

ผู้เฒ่าห่าวได้แต่ยิ้มเจื่อนหลังจากที่เซียวเอี๋ยนได้ตีแผ่ความหมายในคำพูดของเขาออกมา  เขาโบกมือและกลับนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมเพื่อตรวจสอบเอกสารสมุนไพรต่างๆ ต่อไป 

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มน้อยๆ  ผลักประตูเข้าไป  ทางเดินกว้างใหญ่สายหนึ่งอยู่เบื้องหลังประตูบานนั้น  เซียวเอี๋ยนเดินไปกระทั่งถึงสุดทางที่ซึ่งมีพลังงานบางเบาปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ  สายตากวาดมองทุกทิศทาง  เมื่อเห็นรอยบากรอยหนึ่งบนกำแพงด้านข้าง  เซียวเอี๋ยนก้าวเข้าไปและสอดป้ายหยกเข้าไปในนั้นอย่างระมัดระวัง

 

พลังงานที่เข้มข้นเบื้องหน้าค่อยๆ เบาบางลงเมื่อป้ายหยกขาวชิ้นนั้นถูกวางลงไปบนรอยบาก  ครู่ต่อมา  มันจึงจางหายไปอย่างสิ้นเชิง

 

เซียวเอี๋ยนเก็บป้ายหยกกลับคืนมา  เขาจ้องมองประตูไม้ที่ซ่อนอยู่หลังม่านพลังงานและถูสองมือด้วยท่าทางที่ค่อนข้างกระวนกระวาย  ครั้นแล้ว  เขาผลักประตูเข้าสู่คลังสมุนไพรแห่งนี้,  ที่ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพร

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

#1 By ตี๋ on 2017-10-07 22:36