เมล็ดบัวสีเขียวที่นอนนิ่งอยู่ในมือของเซียวเอี๋ยนทอแสงสว่างออกมาบางๆ  แม้มันดูเล็ก  พลังงานความร้อนแข็งแกร่งที่สั่งสมอยู่ในเมล็ดกลับเป็นเหตุให้ใบหน้าของผู้เฒ่าหลิวและผู้เฒ่าห่าวเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

 

เมล็ดบัวสีเขียวนี้เป็นวัตถุเพิ่มเติมที่เซียวเอี๋ยนได้พบเมื่อครั้งค้นหาเพลิงแก่นบัวสีครามในทะเลทรายเถิงเก๋อ,  เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพ  เมล็ดบัวเพลิงชนิดนี้สั่งสมและกำเนิดขึ้นจากพลังงานธาตุไฟ,  ผ่านกาลเวลามายาวนาน  ดังนั้น  มันจึงเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อผู้ที่ฝึกเคล็ดวิถีชี่ธาตุไฟ  ในอดีต  เซียวเอี๋ยนได้เมล็ดบัวเพลิงนี้มาทั้งหมดสิบเอ็ดเม็ด  เขากินมันเข้าไปเม็ดหนึ่ง  ดังนั้น  เขายังเหลือพวกมันอยู่อีกสิบเม็ด

 

คราครั้งนั้น,  เมื่อเซียวเอี๋ยนเพิ่งได้เมล็ดบัวเพลิงมา  เหยาเหลาเคยบอกว่าเขาควรจะพยายามสุดความสามารถ,  หลีกเลี่ยงไม่เปิดเผยมันต่อหน้าผู้อื่น  ไม่เช่นนั้น  เขาอาจจะต้องลงเอยกับปัญหามากมายอย่างไม่มีเหตุผลเพราะความละโมบของผู้คน  บัดนี้เรื่องราวแตกต่างออกไปแล้ว  ขณะนี้,  เซียวเอี๋ยนไม่ใช่เต๋าซื่อตัวเล็กจ้อยดังเก่าอีกต่อไป  ทั้งยังมีไพ่ตายมากมายเก็บซ่อนอยู่  หากเขาต้องเผชิญกับเต๋าหวังผู้หนึ่ง  เซียวเอี๋ยนก็ยังสามารถหนีออกไปได้อย่างมีชิ้นส่วนครบถ้วน  ยิ่งไปกว่านั้น  ขณะนี้เขาก็อยู่ในโรงเรียนส่วนในและไม่จำเป็นต้องกังวลว่าผู้เฒ่าเหล่านี้จะลงมือลอบทำร้ายเขาเพียงเพราะความปรารถนาในของสิ่งนี้

 

บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบ  คลื่นความร้อนที่ผันผวนอยู่ในขณะนี้สร้างสายลมร้อนบางเบาขึ้นมาภายในห้อง

 

ดวงตาของผู้เฒ่าหลิวจ้องมองเมล็ดบัวเพลิงแห่งพื้นปฐพีตรงๆ  ประกายตาก็ยิ่งเข้มขึ้น  หากเขาสามารถดูดซับพลังงานแข็งแกร่งชุดนี้ได้  พละกำลังที่ยังไม่ยอมขยับเขยื้อนมานานของเขาก็คงจะได้พัฒนาขึ้นไปอีกครั้งหนึ่ง!  เขาลอบถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเซียวเอี๋ยนกลับสามารถหยิบยื่นสมบัติที่ล้ำค่าปานนี้ออกมาได้  แม้เมล็ดบัวเพลิงแห่งผืนปฐพีนี้จะดูไม่น่าสนใจเท่ายาโต้วหลิงในสายตาของเต๋าหวังผู้หนึ่ง  ผู้เฒ่าหลิวก็รู้ดีว่านอกจากเขาจะได้เจอคนซื่อบื้อที่โดนหลอกได้อย่างง่ายดายสักคน,  ก็ค่อนข้างจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะแลกกับยาโต้วหลิงจากมือของนักแปรธาตุอื่นได้ด้วยผลึกสัตว์เทพระดับหกชิ้นนี้  ข้อแลกเปลี่ยนที่เขาเพิ่งพูดถึงเมื่อครู่เป็นดังสิ่งที่ผู้เฒ่าห่าวเพิ่งต่อว่าออกมา  เขาช่างมีปากกว้างใหญ่ราวสิงโต  ต้องการมากกว่าสิ่งที่เป็นธรรม

 

“แค่ก”  เสียงกระแอมไอเบาๆ ดังขึ้น  เป็นเหตุให้ผู้เฒ่าทั้งสองที่ตกสู่ความเงียบรู้ตัวขึ้นมา  พวกเขาสบตากันและส่งยิ้มเจื่อนให้

 

ผู้เฒ่าหลิวไอแหบแห้ง  สายตาคุกคามอยู่บนฝ่ามือของเซียวเอี๋ยนเป็นบางส่วนขณะศึกษามัน  ใบหน้าซูบตอบของเขามีรอยยิ้มเติมเข้ามา  “ข้าขอทราบ  ของที่อยู่ในมือเจ้าคืออะไร?”

 

“นี่คือเมล็ดบัวที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากการจับตัวของแก่นเพลิง  มันเป็นสิ่งที่ผู้น้อยเช่นข้าได้มาด้วยความโชคดี  ลือกันว่ามันต้องใช้เวลาอย่างน้อยร้อยปีเพื่อกำเนิดขึ้นเป็นเมล็ดบัวเม็ดหนึ่ง”  เซียวเอี๋ยนยิ้ม  ในเมื่อไม่มีผู้ใดรู้จักมัน  อีกฝ่ายคงต้องตกใจหากเขาจะบอกว่าที่แท้แล้ว, มันต้องใช้เวลาถึงหนึ่งพันปี

 

“โอ้”  ผู้เฒ่าหลิวพยักหน้าน้อยๆ  ผิวบนใบหน้ากระตุกเล็กน้อย  รู้สึกไม่แน่ใจว่าเขาควรจะเชื่อดีหรือไม่

 

“ท่านจะว่าอย่างไร  ผู้เฒ่าหลิว?  เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพนี้อาจจะเทียบกับยาโต้วหลิงเม็ดหนึ่งไม่ได้  ทว่ามันก็เป็นของหายากมากอย่างหนึ่ง  ยิ่งไปกว่านั้น มันยังสั่งสมพลังงานธาตุไฟที่บริสุทธิ์นัก  ข้ากลัวว่าประโยชน์ต่อท่าน,  ยังจะมากกว่าผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหกเม็ดนั้นจนเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว”  เซียวเอี๋ยนยิ้มแย้มกล่าว

 

ผู้เฒ่าหลิวเลียริมฝีปาก  สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความลังเลและความไม่แน่ใจ  แม้เมล็ดบัวเพลิงแห่งผืนปฐพีนี้จะหายาก  เขาก็รู้สึกยากเหลือเกินกับการส่งมอบผลึกสัตว์เทพระดับหกที่ล้ำค่าที่สุดออกไปเพื่อแลกกับมันภายในเวลาที่แสนสั้นนี้  นิ้วของเขาเคาะลงบนโต๊ะและสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  เป็นเวลานานก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นช้าๆ  “ข้าคงต้องเสียเปรียบหากใช้ผลึกสัตว์เทพระดับหกของข้าเพื่อแลกกับเมล็ดบัวเพลิงแห่งผืนปฐพีแค่เม็ดเดียว...”  เขาพลันตบโต๊ะในท่อนท้ายของคำพูดและกล่าว  “หากเจ้ายอมให้เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพแก่ข้าอีกเม็ดหนึ่ง  ข้าก็จะยอมกล้ำกลืนความเจ็บปวดในหัวใจและมอบผลึกสัตว์เทพระดับหกนี้ให้แก่เจ้า”

 

ใบหน้าของผู้เฒ่าห่าวกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้  อย่างไรก็ตาม  เขาไม่เอ่ยปากขัดจังหวะ  ตรงกันข้าม,  เขาเพียงใช้สายตาชำเลืองมองเซียวเอี๋ยน,  ดูเหมือนกำลังรอฟังการตัดสินใจของเขา

 

เซียวเอี๋ยนใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย  เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพนี้เป็นสิ่งล้ำค่าหายากเป็นที่สุด  เขาไม่เคยยอมกินมันนอกเสียจากยามฉุกเฉิน  นี่เป็นเพราะเขาไม่แน่ใจว่าเขายังจะต้องใช้มันเพื่อกลั่นยาระดับสูงสักอย่างในอนาคตหรือไม่  ของเหล่านี้จะเกิดขึ้นมาเฉพาะในบริเวณที่เพลิงแก่นบัวสีครามถือกำเนิดเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม  ในโลกใบนี้จะมีกี่แห่งกันที่สามารถหาเพลิงแก่นบัวสีครามได้?  ดังนั้น  เขาย่อมต้องสูญเสียมันเม็ดหนึ่งในทุกครั้งที่ใช้  บัดนี้เขายอมนำมันออกมาเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลึกสัตว์เทพระดับหกของผู้เฒ่าหลิวเม็ดหนึ่งก็ถือเป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว  หากเพิ่มให้อีกเม็ดหนึ่ง,  ก็คงถึงตาเซียวเอี๋ยนบ้างที่จะเป็นฝ่ายปวดใจย่ำแย่

 

“อา  ข้าโชคดีได้ครอบครองเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพนี้แค่เม็ดเดียว  หากท่านต้องการมากกว่านี้, ก็ทำให้ข้าลำบากแล้ว”  เซียวเอี๋ยนทอดถอนใจออกมาคราหนึ่งและส่ายศีรษะ  เขาค่อยๆ ดึงมือกลับและเก็บเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพ  ดูจากสิ่งนี้  เขากลับคิดที่จะยอมแพ้ต่อการค้ารายนี้แล้ว

 

ดวงตาของผู้เฒ่าหลิวปรากฏแววกังวลใจเมื่อเห็นการกระทำของเซียวเอี๋ยน  เขาฝืนกดข่มแรงผลักดันในหัวใจขณะฝืนยิ้มให้แก่เซียวเอี๋ยนคราหนึ่งและกล่าว  “เจ้าเด็กน้อย  เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพนี้อาจจะนับว่าหายาก  ทว่าเจ้าก็ควรรู้ถึงคุณค่าของผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดหนึ่ง  จะมีสักกี่คนกันที่กล้าตอแยสัตว์เทพที่สามารถต่อกรกับเต๋าหวงขั้นสูงได้?  ยกเว้นผู้เฒ่าที่หนึ่งแล้ว,  บางที  ผลึกสัตว์เทพระดับหกในมือของข้านี้อาจจะเป็นเพียงเม็ดเดียวในหมู่ผู้เฒ่ามากมายแห่งโรงเรียนส่วนใน”

 

ความหมายในคำพูดเหล่านี้ย่อมต้องการย้ำเตือนเซียวเอี๋ยนเป็นนัยๆ ว่าทั่วทั้งโรงเรียนส่วนในนี้,  มีเพียงเขาเท่านั้นที่ถือครองผลึกสัตว์เทพระดับหกอยู่ในมือ  หากเซียวเอี๋ยนไม่ตกลงแลกเปลี่ยนกับเขา,  อีกฝ่ายก็คงต้องลงเอยด้วยมือที่ว่างเปล่า

 

“ข้าก็ปรารถนาเช่นนั้น  โชคไม่ดี  ข้าไม่อาจขุดหาสิ่งตอบแทนที่ท่านผู้เฒ่าต้องการออกมามอบให้ได้”  แม้ผู้เฒ่าหลิวจะปิดซ่อนแรงปรารถนาในใจของเขาได้ดี,  นิสัยพื้นฐานของเขากลับไม่เหมาะกับการปกปิดอารมณ์ความรู้สึกของตน  ดังนั้นเซียวเอี๋ยนที่กำลังนั่งอยู่ด้านตรงข้ามจึงสามารถจับริ้วอารมณ์นั้นได้  ทันใดนั้น  เขาปล่อยหัวเราะคิกคักออกมาในหัวใจ  อย่างไรก็ตาม  ภายนอกเขากลับทำทีเป็นทอดถอนใจและส่ายศีรษะ  เขายังลุกขึ้นยืนช้าๆ และเก็บเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพกลับเข้าไปในแหวนเก็บของอีกด้วย  ครั้นแล้ว  เขายกสองมือขึ้นคำนับแก่ผู้เฒ่าหลิวก่อนที่จะหันไปเอ่ยกับผู้เฒ่าห่าวที่อยู่ข้างๆ พร้อมยิ้มขื่นคราหนึ่ง  “ผู้เฒ่าห่าว  พวกเรากลับกันเถิด”

 

“อา  ลืมมันซะเถอะ  เจ้าเจรจาไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร  อีกหน่อย  ข้าจะช่วยเจ้าสอบถามท่านผู้เฒ่าที่หนึ่งเอง”  ผู้เฒ่าห่าวได้แต่พยักหน้าขณะลุกขึ้นยืนและเอ่ยแก่เซียวเอี๋ยน

 

ดวงตาของผู้เฒ่าหลิวที่นั่งอยู่ข้างเขากระตุกวูบเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาโมโหเล็กน้อยขณะสบถเงียบๆ  เมื่อเห็นว่าเซียวเอี๋ยนหมุนตัวและกำลังจะจากไปแล้ว,  ในที่สุดเขาจึงไม่อาจอดกลั้นต่อไปได้  เขารีบลุกขึ้นยืนและกล่าว  “สหายน้อยเซียวเอี๋ยน,  อย่าเพิ่งด่วนจากไปเลย  พวกเรายังเจรจากันได้”

 

ฝีเท้าของเซียวเอี๋ยนหยุดลงชั่วขณะ  ในใจโล่งอกเมื่อได้ยินผู้เฒ่าหลิวยอมเอ่ยปาก เขาหันศีรษะไปเล็กน้อย,  เพียงเพื่อจะได้พบใบหน้าที่ระบายด้วยรอยยิ้มของผู้เฒ่าห่าวและพลันสะดุ้งขึ้นมา  ที่แท้ผู้เฒ่าห่าวรู้จักนิสัยใจร้อนของผู้เฒ่าหลิวเป็นอย่างดี  ดังนั้น  เขาจึงช่วยเติมเชื้อเข้าไปในกองไฟ

 

เซียวเอี๋ยนส่งสายตาขอบคุณให้แก่ผู้เฒ่าห่าว  จากนั้นเขาจึงหมุนตัวกลับไปและเอ่ยด้วยสีหน้าอับจนหนทาง  “ผู้เฒ่าหลิว  มิใช่ข้าไม่อยากจะแลกเปลี่ยนกับท่าน  ทว่าข้าไม่อาจหาเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพเม็ดที่สองมาให้แก่ท่านได้จริงๆ”

 

ใบหน้าของผู้เฒ่าหลิวกลายเป็นสีแดงเรื่อเล็กน้อย  เขาต้องการเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพ  ทว่าก็รู้สึกปวดใจกับคุณค่าของผลึกสัตว์เทพระดับหก  เขากลับเงียบไปในฉับพลัน  หลังจากขัดแย้งอยู่ในใจเช่นนี้ครู่หนึ่ง,  ในที่สุดจึงทอดถอนใจออกมาด้วยท่าทางห่อเหี่ยวและกล่าว  “เจ้าไม่มีเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพอีกเม็ดหนึ่งก็เอาเถอะ  อย่างไรก็ตาม  เจ้าต้องให้สัญญาแก่ข้าอย่างหนึ่ง”

 

“คืออะไรหรือ?”  เซียวเอี๋ยนเอ่ยถามอย่างรอบคอบ

 

“ช่วยข้ากลั่นยาพลังมังกรเม็ดหนึ่ง”  ผู้เฒ่าหลิวทอดถอนใจ  เขารู้สึกไม่พอใจหากจะได้เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพเพียงเม็ดเดียว  ดังนั้น  เขาจะต้องได้อะไรเพิ่มเติมให้จงได้  มีเพียงทำเช่นนี้เท่านั้น  จึงค่อยสงบใจขึ้นบ้าง

 

“กลั่นยาพลังมังกรเม็ดหนึ่ง  หู...”  เซียวเอี๋ยนลอบดีใจเมื่อได้ยินเช่นนี้  อย่างไรก็ตาม  ภายนอกเขากลับทำท่าลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา  “ตกลง  แต่ทว่า  ตามกฎของนักแปรธาตุแล้ว  ผู้เฒ่าหลิวต้องเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบสมุนไพรสำหรับการกลั่นเอง”

 

“เจ้า...  เจ้าเด็กขี้ตืด!”  ผู้เฒ่าหลิวพลันพ่นลมเป่าหนวดของตนออกมาอย่างค่อนข้างเคืองใจเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน  อย่างไรก็ตาม  หลังจากที่สบถออกมาเสียงดังลั่นแล้ว  เขาก็พลันทำท่าห่อเหี่ยวต่อไป  เขาโบกมือคราหนึ่งและกล่าว  “เอาเถอะ  ข้าจะเตรียมสมุนไพรพวกนั้นเอง,  เตรียมเอง  เจ้าเด็กน้อย  เจ้าออกจะขี้ตืดเกินไปหน่อยแล้ว  คนหนุ่มจะใจกว้างกว่านี้อีกสักหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร?”

 

“ข้าใจกว้างกว่านี้อีกไม่ได้แล้ว  แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังไม่อาจรวบรวมสมุนไพรที่จำเป็นสำหรับการกลั่นยาพลังมังกรได้  แล้วข้าจะไปหาที่ไหนมาช่วยกลั่นให้ท่านได้เล่า?”  เซียวเอี๋ยนพึมพำในใจ  ยาพลังมังกรที่เขามอบให้แก่ผู้เฒ่าห่าวก็กลั่นจากสมุนไพรที่อีกฝ่ายเป็นผู้จัดเตรียมให้  แม้สมุนไพรเหล่านี้ไม่อาจเทียบได้กับเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพก็จริง  พวกมันก็ยังนับว่าหายาก  และเขาก็คงต้องเสียเวลามากมายออกไปค้นหาพวกมันด้วยตนเอง

 

แสงสว่างชุดหนึ่งวาบขึ้นมาจากแหวนเก็บของบนนิ้วของผู้เฒ่าหลิว  ผลึกสีฟ้าก้อนหนึ่งซึ่งมีขนาดราวหมัดๆ หนึ่งปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา  ติดตามด้วยผลีกสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นมา,  ห้องที่เคยแห้งกลับเริ่มสดชื่นและเย็นขึ้นพร้อมๆ กับความชื้นเล็กน้อย

 

ผู้เฒ่าหลิวลูบไล้ผลึกสีฟ้าที่มีรูปทรงไม่สม่ำเสมอ,  ไม่เต็มใจที่จะแยกจากมัน  ครู่ต่อมา  เขากัดฟันและวางมันลงบนโต๊ะอย่างเบามือ  เขากล่าว  “อา  รับมันไป  รับมันไป”

 

ดวงตาของเซียวเอี๋ยนจ้องมองผลึกสีฟ้าบนโต๊ะเขม็ง  แสงสว่างบางตาที่กระจายออกมาแลดูอ่อนโยนและไม่แสบตา  กระทั่งยังได้ยินเสียงคลื่นเบาๆ ก้องกังวานอยู่ในตัวผลึก  ความเร่าร้อนก็แผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจของเซียวเอี๋ยนอย่างเงียบเชียบ  สีหน้าของเขาไม่แปรเปลี่ยนขณะสาวเท้าไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง  เขาถือมันไว้ในมือภายใต้สายตาปวดใจเหลือล้นของผู้เฒ่าหลิว  ถึงเวลานี้เท่านั้น,  เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานธาตุน้ำที่แข็งแกร่งราวกับแม่น้ำที่กำลังไหลบ่าอยู่สายหนึ่ง, เขาจึงทอดถอนใจออกมาอย่างโล่งอกและราวกับได้ปลดเปลื้องจากภาระที่หนักหน่วง  ในที่สุดเขาก็ได้รับของชิ้นสุดท้ายที่จำเป็นต่อการกลั่นยาจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพีแล้ว

 

“เคะๆ  ผู้เฒ่าหลิว  ท่านเก็บเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพนี้ไว้ก่อนเถิด  ส่วนสำหรับยาพลังมังกรนั้น  ข้าจะช่วยท่านผู้เฒ่ากลั่นมันในทันทีที่ท่านมอบวัตถุดิบสมุนไพรที่ท่านเสาะหารวบรวมมาได้ไปยังกลุ่มประตูหิน”  เซียวเอี๋ยนเก็บผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหกเข้าไปในแหวนเก็บของอย่างรวดเร็วก่อนที่จะยิ้มแย้มและส่งมอบเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพในมือให้แก่ผู้เฒ่าหลิวด้วยท่าทางเคารพนบนอบ

 

ผู้เฒ่าหลิวส่ายศีรษะพร้อมรอยยิ้มขื่น  เขาคว้าเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพเม็ดนี้  หลังจากที่ได้เห็นพลังงานธาตุไฟมหาศาลภายในเมล็ดบัวแล้วเท่านั้น,  สีหน้าของเขาจึงค่อยดีขึ้นบ้าง  เขาส่งเสียง ‘ไอ่’  ออกมาเบาๆ  ก่อนที่จะโบกมือให้แก่เซียวเอี๋ยนและผู้เฒ่าห่าว

 

เซียวเอี๋ยนรู้ดีว่าขณะนี้ผู้เฒ่าหลิวคงจะต้องอารมณ์เสียอยู่อย่างแน่นอน  ดังนั้น  เขาจึงไม่กล้ารั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป  เขาแอบหัวเราะในใจก่อนที่จะหันไปสบตากับผู้เฒ่าห่าว  ทั้งคู่จากมาด้วยความรู้สึกว่าแขนขาของพวกตนเบาหวิว  ทิ้งผู้เฒ่าหลิวผู้มีใบหน้าประเดี๋ยวดีใจประเดี๋ยวปวดใจขณะถือเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพอยู่ในมือเอาไว้เบื้องหลัง  อีกฝ่ายอยู่คนเดียวตามลำพังในห้อง,  ลิ้มรสชาติแห่งความสับสนใจ

 

Comment

Comment:

Tweet

อือ... อันนี้เข้าใจอย่างยิ่ง ตอนนี้ตะลุยอ่านฉบับอิ๊งที่ดองไว้ .... ได้แต่ลุ้น... ขอให้คนแปลช่วยแปลได้เยอะๆๆๆ ไปเรื่อยๆๆๆ จนจบ อย่าให้เราอ่านทันให้ค้างคาอีกเล๊ย  .......... เพี้ยงๆๆ

#7 By เฒ่าทารก on 2017-10-10 12:08

ข้อเสียคือได้อ่านเยอะ ก็ลงแดงเยอะพอกัน ฮ่วย-*-

#6 By NoFearMia on 2017-10-09 17:57

ข้อดีอย่างหนึ่งของการสะสมไว้อ่านคือ... ข้ามช๊อตที่นุ้งเบื่อ/ไม่ใช่สเปค ไปด๊ายยยยย  cool

#5 By เฒ่าทารก on 2017-10-09 11:06

สิ้นปีงบประมาณไม่มีเวลาอ่านเรื่องอะไรเลย แต่สะสมไว้มาอ่านทีเดียวก็สะใจดีพิลึก เหอ เหอ

#4 By NoFearMia on 2017-10-09 06:38

สิ้นปีงบประมาณไม่มีเวลาอ่านเรื่องอะไรเลย แต่สะสมไว้มาอ่านทีเดียวก็สะใจดีพิลึก เหอ เหอ

#3 By NoFearMia on 2017-10-09 06:21

ขอบคุณครับ

เจรจาเก่งแท้

#2 By ตี๋ on 2017-10-08 21:31

ขอบคุณครับ

#1 By ssss on 2017-10-08 18:40