เซียวเอี๋ยนและผู้เฒ่าห่าวสบตากันไปมาขณะเดินออกมาจากบ้านพักของผู้เฒ่าหลิว  ทั้งคู่เผลอหัวเราะออกมาดังลั่น

 

“ผู้เฒ่าห่าว  ครั้งนี้ข้าต้องขอบคุณท่านเป็นอันมากจริงๆ”  เซียวเอี๋ยนขยับใกล้เข้าไปอีกเล็กน้อยและเอ่ยเบาๆ  “ในอนาคตข้างหน้า,  ข้าจะต้องมอบของกำนัลให้แก่ท่านอย่างแน่นอน”

 

“เคะๆ  นี่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น  เมื่อตาเฒ่านั่นสูญเสียของที่เขาเอาแต่ใช้มาเป็นหัวข้อคุยโวกับพวกข้าไปเช่นนี้  หูของพวกข้าก็คงจะเงียบสบายขึ้นมาอีกเล็กน้อย”  ผู้เฒ่าห่าวโบกมือ  อย่างไรก็ตาม  ดูจากสีหน้าของเขา,  คำพูดของเซียวเอี๋ยนยังคงทำให้เขาดีใจไม่น้อย  ไม่ว่าอย่างไร  เขาก็มีความคิดที่จะผูกมิตรกับเซียวเอี๋ยนตั้งแต่ได้เป็นพยานรู้เห็นทักษะในการกลั่นยาของเขา  สามารถทำให้นักแปรธาตุระดับห้าผู้หนึ่งติดค้างน้ำใจที่ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเล็กนักเช่นนี้,  เท่านี้ก็ทำให้เขาสุขใจมากแล้ว 

 

ทั้งสองเดินสนทนาและหัวเราะกันไปขณะเดินออกมาจากเขตที่พักของเหล่าผู้อาวุโสอันเงียบสงบ  ทั้งสองปลีกตัวจากกันที่บริเวณทางแยกของถนนสายหนึ่ง  ผู้เฒ่าห่าวจำต้องกลับไปดูแลคลังเก็บสมุนไพรและเซียวเอี๋ยนก็จำเป็นที่จะต้องกลับไปยังกลุ่มประตูหิน

 

เซียวเอี๋ยนยืนอยู่ตรงทางแยกนั้นและจ้องมองแผ่นหลังของผู้เฒ่าห่าวที่หายลับไป  เขาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาคราหนึ่ง  ความลิงโลดในหัวใจก็เผลอแผ่ซ่านขึ้นมาถึงบนใบหน้า  บัดนี้เมื่อเขาเตรียมทุกสิ่งที่จำเป็นได้พร้อมมูลแล้ว  ที่เหลือก็คือการกลั่น  อย่างไรก็ตาม  ยาจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพีนี้เป็นยากลั่นระดับหกชนิดหนึ่ง  ด้วยพลังของเขาในขณะนี้,  สามารถกลั่นยาระดับห้าทั่วไปได้เท่านั้น,  ไม่ต้องคิดไปถึงยาระดับหกชนิดหนึ่งเลย  ดังนั้น  ดูท่าเหยาเหลาคงจะต้องลงมือกลั่นยาจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพีนี้เองเสียแล้ว

 

“บัดนี้พวกเราถูกกดดันด้วยเวลา  ไม่ทราบเมื่อใดเพลิงกระชากใจนั้นจะปะทุขึ้นมา  ดังนั้น  จึงเป็นการดีที่สุดหากจะกลั่นยาจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพีนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้”  เสียงของเหยาเหลาดังขึ้นเงียบๆ  ในหัวใจของเซียวเอี๋ยนขณะที่อีกฝ่ายกำลังอยู่ในห้วงความคิด

 

เซียวเอี๋ยนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย  เขากวาดมองบริเวณว่างเปล่ารอบด้านและพยักหน้าน้อยๆ โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ให้เห็นได้  ฝีเท้าตรงไปยังทิศที่ตั้งของกลุ่มประตูหินขณะเอ่ยถามขึ้นเบาๆ ในหัวใจ  “เมื่อเป็นเช่นนี้  อาจารย์คิดจะลงมือเมื่อใด?” 

 

“จะเป็นการดีที่สุดหากพวกเราจะลงมือในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้”  เหยาเหลาแสดงความเห็น  “เจ้าควรจะพักผ่อนสักวัน-สองวันก่อน  หลังจากนั้น  พวกเราจะต้องเข้าไปในป่าลึกอีกคราหนึ่ง  ขณะกลั่นยาระดับหกอย่างหนึ่ง,  จะเกิดปรากฏการณ์ผิดธรรมชาติบางอย่าง  ยิ่งไปกว่านั้น  ยาจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพีนี้ก็นับว่าเป็นยาระดับสูงในหมู่ยาระดับหก  ดังนั้น  นี่อาจจะเกิดความเคลื่อนไหวใหญ่โตได้  หากเป็นเช่นนั้น  พวกเราก็อาจจะถูกพบเห็นได้หากเรากลั่นยาอยู่ในโรงเรียนส่วนใน”

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้า,  บ่งบอกว่าตนเข้าใจ  เขาครุ่นคิดเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่งในใจก่อนที่จะเร่งฝีเท้าออกไป  เพียงเวลาสั้นๆ  เขาปรากฏการขึ้นนอกกลุ่มประตูหิน  บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าขณะนี้เป็นเวลามืดค่ำแล้ว,  ผู้คนที่รอคอยเพื่อจะท้าประลองกับเขาล้วนหายลับไปหมดแล้ว  นี่ช่วยประหยัดปัญหาให้แก่เซียวเอี๋ยนเพราะเขาไม่ต้องแอบบินเข้าไปอีก  เขาจัดเสื้อผ้าก่อนที่จะเดินเข้าไปตรงทางเข้าหลักอย่างเปิดเผย

...

เซียวเอี๋ยนใช้เวลาตลอดสองวันถัดไปฝึกชี่อยู่ในกลุ่มประตูหินเงียบๆ  เขาไม่ไปที่หอฝึกชี่เพลิงฟ้า  ยิ่งไปกว่านั้น  สองวันนี้ก็ไม่เกิดปัญหาใดๆ ในกลุ่มประตูหิน  ขณะนี้  การขายยากลั่นของกลุ่มประตูหินครองส่วนแบ่งตลาดของโรงเรียนส่วนในไปร่วมเจ็ดสิบส่วนแล้ว  พวกนักเรียนรุ่นพี่ที่ต้องการจะเข้ามาเป็นสมาชิกในทันทีที่ได้ยินชื่อกลุ่มประตูหินยิ่งมาก็ยิ่งมาก  ยิ่งไปกว่านั้น  จำนวนนักแปรธาตุในกลุ่มประตูหินก็เพิ่มขึ้นจากเดิมสามคนจนกลายเป็นหกคนแล้วหลังผ่านการเลือกเฟ้นด้วยความเข้มงวดมาได้ระยะหนึ่ง  ดังนั้น  ความเร็วในการกลั่นยาก็เพิ่มพูนขึ้นเป็นอันมาก

 

ขณะนี้  กลุ่มประตูหินได้กลายเป็นพรรคที่มีความเข้มแข็งพอที่จะแข่งกับกลุ่มพรรคระดับสูงของโรงเรียนส่วนในแล้วด้วยความสนับสนุนจากพลังงานเพลิง  ยิ่งไปกว่านั้นยังมียอดยุทธ์ในระดับเต๋าหลิงสามดาวถึงสองคนมาลงเอยร่วมมือกับกลุ่มประตูหินเพราะสนใจในระบบรางวัลและการทำโทษซึ่งเซวี่ยนเอ๋อและพวกจัดตั้งขึ้น  นี่เป็นสิ่งที่เซียวเอี๋ยนไม่คาดคิดมาก่อน

 

ดังนั้นกลุ่มประตูหินในขณะนี้เมื่อรวมสมาชิกเต๋าหลิงใหม่ทั้งสองแล้วจึงมีเต๋าหลิงถึงสามคน  กลุ่มคนเช่นนี้ย่อมช่วยให้กลุ่มประตูหินมีคุณสมบัติเข้าเป็นกลุ่มพรรคระดับสูงกลุ่มหนึ่ง  ยิ่งไปกว่านั้น  ภายใต้ฐานะการเงินอันเข้มแข็ง,  หลายคนที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่มประตูหินย่อมมีเรื่องตุนเอาไว้ใช้คุยโวกับผู้คนรอบตัวแล้ว

 

กลุ่มประตูหินในขณะนี้แตกต่างจากกลุ่มประตูหินที่ก่อตั้งขึ้นจากกลุ่มนักเรียนใหม่เมื่อครึ่งปีก่อนราวฟ้ากับโคลนตมเลยทีเดียว

 

สามารถเปลี่ยนแปลงกลุ่มพรรคธรรมดากลุ่มหนึ่งจนกลายเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งยิ่งภายในเวลาครึ่งปี, ชื่อของเซียวเอี๋ยนจึงเริ่มเลื่องลือออกไปทั่วโรงเรียนส่วนในจนโด่งดังยิ่งๆ ขึ้น  แม้เขาจะอยู่ในลำดับที่สามสิบสี่บนทำเนียบยอดฝีมือ,  ชื่อเสียงของเขากลับไล่ตามพวกบรรดานักเรียนสิบอันดับแรกได้ทันแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนสิ้นสุดการเก็บตัวฝึกชี่ในวันที่สาม  เขาสร้างความเสถียรให้แก่พลังเต๋าหลิงหนึ่งดาวของตนอย่างมั่นคงในวันนี้  ยิ่งไปกว่านั้น  เต๋าชี่ของเขายังก้าวหน้าขึ้นไปเป็นอันมากเพราะการกลั่นยาสอง-สามครั้ง  ด้วยอัตราเร็วนี้  เขาคงใช้เวลาไม่นานในการก้าวขึ้นสู่ขีดสูงสุดในระดับเต๋าหลิงหนึ่งดาว 

 

เมื่อออกจากห้อง,  เซียวเอี๋ยนเดินลงบันได  เขาเห็นเงาร่างหูเจียในห้องโถงและรู้สึกถึงชี่ที่แข็งแกร่งขึ้นในกายนาง  เซียวเอี๋ยนรู้ว่านางได้รับประโยชน์จากเคราะห์ร้ายที่ต้องบาดเจ็บครั้งนี้  ซึ่งช่วยให้นางก้าวเข้าสู่ต้าเต๋าซื่อเก้าดาวผู้หนึ่ง  ด้วยพรสวรรค์ของนาง  นางอาจไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอีกนานนักเพื่อที่จะทะลวงขึ้นไปเป็นเต๋าหลิงผู้หนึ่ง  ถึงเวลานั้น  กลุ่มประตูหินก็จะได้เต๋าหลิงเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง  โอ้  ไม่สิ  ควรจะเป็นสองคน  เขาจะต้องไม่พลาดอู๋เฮ่าผู้คลั่งไคล้การต่อสู้  ด้วยวิธีที่ออกไปต่อสู้ในสนามประลองทุกวี่วันอย่างบ้าคลั่ง  เซียวเอี๋ยนเดาว่าอีกฝ่ายอาจจะก้าวเข้าสู่ระดับเต๋าหลิงก่อนหูเจียก็เป็นได้

 

เซียวเอี๋ยนเดินเข้าไปในห้องโถงและกินอาหารเช้าลวกๆ  เขาบอกเซวี่ยนเอ๋อสั้นๆ ว่าเขาจำเป็นต้องกลับเข้าไปในป่าลึกอีกครั้งหนึ่ง  ฝ่ายหลังค่อนข้างตกใจเมื่อนางได้ยินว่าเซียวเอี๋ยนกำลังจะกลับเข้าไปในป่าทั้งๆ ที่เพิ่งกลับออกมาได้ไม่กี่วัน  อย่างไรก็ตาม  นางพบว่าเป็นการยากนักที่จะพูดอะไรเพื่อยับยั้งเซียวเอี๋ยนเมื่อนางเห็นสีหน้าจริงจังของเขา  ทั้งหมดที่นางทำได้ก็เพียงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

 

“ไปเถิด  ระวังตัวด้วย  ข้าจะดูแลกลุ่มประตูหินเอง”  เซวี่ยนเอ๋อกล่าวพร้อมยิ้มอ่อนโยนให้แก่เซียวเอี๋ยนเมื่อนางเห็นเซียวเอี๋ยนลุกขึ้นยืนและเตรียมตัวออกไปเมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จ

 

“ไอ่  พวกเจ้าทุกคนต้องทำงานอย่างหนักจริงๆ  คราวนี้ข้าจะกลับมาในอีกสอง-สามวันข้างหน้า”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและพยักหน้าให้แก่เซวี่ยนเอ๋อและหูเจีย  เขาเปิดประตู  แสงอาทิตย์เจิดจ้าจนเขาต้องหรี่ตา  ทันใดนั้น  เขายิ้มออกมาและก้าวเดินออกไปด้วยท่าทางภาคภูมิใจ

 

เมื่อออกจากกลุ่มประตูหินแล้ว,  เซียวเอี๋ยนเร่งรุดตรงไปยังทางออกของโรงเรียนส่วนใน  เมื่อพ้นออกจากโรงเรียนส่วนในแล้วเขาจึงมองหาสถานที่ไกลตาแห่งหนึ่ง  ครั้นแล้วจึงคลี่ปีกหมอกม่วงออกมาและทะยานขึ้นไปในอากาศอย่างรวดเร็ว  ร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำสายหนึ่งซึ่งบินเข้าไปทางภูเขาลึก

...

เซียวเอี๋ยนกระพือปีกหมอกม่วงและบินอยู่เกือบชั่วโมง  เมื่อคะเนว่าเขาเข้าไปถึงบริเวณใจกลางเทือกเขาแล้วจึงค่อยๆ บินช้าลง  เขาใช้เวลาอีกครึ่งชั่วโมงมองหายอดเขาสูงชันสักแห่งหนึ่งที่มีลานกว้างเพียงสิบกว่าฟุตก่อนที่จะค่อยๆ บินต่ำลงไป

 

ยอดเขาสอง-สามแห่งนี้แทบจะตั้งตรง  หากไม่อาศัยปีก  คงเป็นไปไม่ได้ที่จะปีนขึ้นไปถึงยอดเขาโดยปราศจากเต๋าชี่ที่แข็งแกร่ง  ยิ่งไปกว่านั้น  ยังมียอดเขาอีกสอง-สามแห่งซึ่งสูงยิ่งกว่ายืนตระหง่านอยู่โดยรอบ  ให้บังเอิญพวกมันช่วยบดบังยอดเขาเล็กๆ แห่งนี้อยู่ด้วยต้นไม้ที่เขียวชอุ่ม

 

เงาร่างของเหยาเหลาพลันลอยออกมาเมื่อเซียวเอี๋ยนร่อนลงยืนบนยอดเขาเล็กๆ แห่งนี้  อีกฝ่ายจ้องมองรอบด้านก่อนที่จะพยักหน้าด้วยความพอใจ

 

“เจ้าไม่ควรอยู่ไกลนักในยามที่ข้ากลั่นยาจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพี  เจ้าจะต้องคอยสังเกตวิธีการกลั่นยาของข้าให้ดี  แม้ด้วยทักษะในการกลั่นยาของเจ้าขณะนี้,  ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ไหน,  เจ้าก็จะเป็นที่ต้องการที่สุดก็ตาม  เจ้าก็ยังห่างไกลจากปรมาจารย์ที่แท้จริงผู้หนึ่งอยู่อีกมาก”  เหยาเหลาเอ่ยแก่เซียวเอี๋ยนด้วยท่าทางจริงจัง

 

“ครับ”  เซียวเอี๋ยนรีบพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนี้  สามารถเฝ้าสังเกตปรมาจารย์นักแปรธาตุผู้หนึ่งกลั่นยาได้ย่อมเป็นสิ่งที่คนผู้หนึ่งอาจบังเอิญพบเจอได้,  ทว่ามิอาจคาดหวังได้ตามใจนึก  นี่ย่อมเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างใหญ่หลวง

 

“แน่นอนว่าเจ้าจะต้องรักษาระยะห่างจากปรากฏการณ์ผิดปกติเมื่อเม็ดยาถือกำเนิดขึ้น  ไม่เช่นนั้น  หากเจ้าบังเอิญได้รับบาดเจ็บก็คงยุ่งยากแล้ว”  เหยาเหลานั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหญ้าขณะย้ำเตือน

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าอีกคราหนึ่ง

 

“หยิบวัตถุดิบสมุนไพรต่างๆ ออกมา”  สีหน้าของเหยาเหลาค่อยๆ เคร่งขรึมขึ้นขณะผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียดคราหนึ่งและสั่งการ

 

เซียวเอี๋ยนรีบหยิบวัตถุดิบสมุนไพรหายากหลายอย่างออกมาจากแหวนเก็บของเมื่อได้ยินคำสั่งของเหยาเหลา  เขาจัดวางพวกมันลงตรงหน้าอย่างเป็นระเบียบ  พริบตาเดียว  กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นก็ปกคลุมไปทั่วยอดเขาเล็กๆ แห่งนี้  ยามเมื่อสูดกลิ่นเหล่านี้เข้าไปลึกๆ สักคราหนึ่ง  ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกสุขใจและผ่อนคลายยิ่ง

 

สายตาของเหยาเหลาค่อยๆ กวาดมองวัตถุดิบสมุนไพรหลายอย่างนี้  เขาพยักหน้าน้อยๆ ก่อนที่จะโบกมือไปทางเซียวเอี๋ยน  แหวนโบราณสีดำบนนิ้วของอีกฝ่ายพลันลื่นไหลออกมาเอง  ในที่สุดลอยอยู่ข้างหน้าเหยาเหลา

 

แหวนสีดำเรืองแสงวูบวาบ  ทันใดนั้น  หม้อกลั่นยาสีดำสนิทสูงราวห้าฟุตใบหนึ่งพลันปรากฏออกมา

 

ทั่วใบหม้อกลั่นยาสีดำมีลายเส้นลักษณะไฟประหลาดวาดอยู่  เพียงชำเลืองมองคราวเดียว  เปลวไฟเหล่านี้ดูราวกับมีเชาวน์ปัญญา  พวกมันกระดุกกระดิกน้อยๆ ดูราวกับสิ่งมีชีวิต

 

หม้อกลั่นยาที่ปรากฏขึ้นมานี้เป็นเหตุให้ปากของเซียวเอี๋ยนน้ำลายไหลแล้ว  ในอดีต  เขาเคยเห็นเหยาเหลานำมันออกมาแล้ว  อย่างไรก็ตาม  ครั้งนั้นเขาเพิ่งเป็นมือใหม่  เขาจะทราบถึงคุณค่าของหม้อกลั่นยาใบนี้ในโลกแห่งการแปรธาตุได้อย่างไร?

 

“ปีศาจดำ... หึหึ  เมื่อไหร่สองมือของข้าจะได้ครอบครองหม้อกลั่นยาที่อยู่ในทำเนียบหม้อกลั่นยาวิเศษเหล่านี้บ้างหนอ?”  สายตาของเซียวเอี๋ยนพล่ามัวขณะจ้องมองหม้อกลั่นยาสีดำที่เปล่งรังสีพิเศษออกมานี้  น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาขณะกล่าว  หม้อกลั่นยาที่เขาเคยใช้ตั้งแต่อดีตล้วนกลายเป็นขยะกองหนึ่งเมื่อเทียบกับปีศาจดำใบนี้

 

เหยาเหลาจ้องมองสายตาเป็นประกายของเซียวเอี๋ยนคู่นั้นและส่ายศีรษะ  ไม่ทราบจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี  เขากล่าว  “หม้อกลั่นยาที่ถูกจัดอยู่บนทำเนียบหม้อกลั่นยาวิเศษมีจิตวิญญาณอยู่ในตัวบางส่วน  ยิ่งไปกว่านั้น  ข้ายังประทับจิตของข้าลงไปบนปีศาจดำใบนี้อีกด้วย  ขณะนี้เจ้าจึงไม่อาจใช้มันได้  หากข้าได้ร่างใหม่สำหรับให้วิญญาณข้าได้อาศัยเมื่อใด,  จึงจะสามารถถอนจิตประทับนี้ออกไปได้  ถึงเวลานั้นเจ้าก็จะสามารถใช้มันได้ตามอำเภอใจ”

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะเงอะงะออกมา

 

“เอาล่ะ  การกลั่นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นมาแล้ว  เจ้าเด็กน้อย  อย่าเสียสมาธิ”  เหยาเหลาหัวเราะ  ใบหน้าค่อยๆ จริงจังขึ้น  บ่งบอกถึงความสำคัญที่เขาให้แก่การกลั่นยาครั้งนี้ผ่านทางการกระทำเมื่อนำปีศาจดำใบนี้ออกมากลั่นยา

 

กรงเล็บอินทรีเหี่ยวย่นพล่าเลือนยื่นออกมาน้อยๆ  ทันใดนั้น  เปลวไฟสีขาวเข้มกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

อุณหภูมิรอบด้านลดลงไปเป็นอันมากในชั่วขณะที่เปลวไฟสีขาวเข้มปรากฏตัวขึ้น  แม้อุณหภูมิจะลดลง,  สึของเปลวไฟที่แผ่พุ่งขึ้นมากลับยิ่งแรงขึ้น  ความรู้สึกที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงเช่นนี้ทำให้มันดูประหลาดเป็นที่สุด

 

เหยาเหลาโบกมือ  เปลวไฟสีขาวเข้มพลันกรูกันเข้าไปในหม้อกลั่นยา  พริบตาเดียว  เปลวไฟเข้มข้นเกรี้ยวกราดสายหนึ่งแผ่พุ่งขึ้นมาภายในหม้อกลั่นยา

 

เวลานี้,  การกลั่นยาระดับหก ‘ยาจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพี’  ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

Comment

Comment:

Tweet

5555+ ขอบคุุณทุกเม้นค่ะ เป็นกำลังใจให้ท่านผู้เฒ่าเป็นอย่างดี
@คุณตี๋ ตอนเว๊บ exteen ล่ม ไปแปะไว้ที่ bloggang ดังนี้ค่ะ


https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=towtarok&month=10-10-2017&group=2&gblog=8
cool
ปล. ช่วงนี้แปลช้านิดนึงนะคระ มัวแต่ลุ้นนังเอี๋ยนของคุุณคนกลัวเมียว่าจะ.... ได้หรือไม่ ... 

#6 By เฒ่าทารก on 2017-10-16 10:51

ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ดวงวิบัติของนังเอี๋ยนจะดึงดูดความซวยและเรื่องทั้งหลาย มาหาให้เอง หมอลักษณ์ฟันทิ้ง!!

#5 By NoFearMia on 2017-10-16 09:43

อ้าว มีที่บล็อกแก๊งค์ด้วยเหรอครับ ลืมไปเลย // ผ่านไป 1 ปีแล้วหรือนี่ ไวจริงๆ เหมือนกับความฝัน ยังทำใจไม่ได้เลย

#4 By ตี๋ on 2017-10-14 21:54

มัวไปเม้นท์อยู่ที่ บล็อคแก๊ง นึกว่ายังไม่มาลงทางนี้เสียอีก งั้นกลับมาเม้นท์ตรงนี้ตามเดิมฮ่าๆๆๆ

 

#3 By viruskei on 2017-10-13 17:49

55555+ laughing

#2 By เฒ่าทารก on 2017-10-11 13:29

ขอบคุณครับ

เซวี่ยนเอ๋อช่างเป็นช้างเท้าหลังที่ดีจริงๆ ส่วนเซียวเอี๋ยนยังไม่ต้องไปอยากได้หม้อกลั่นยาที่อยู่ในทำเนียบหรอก ตอนนี้แค่เอาหม้อกลั่นที่ไม่กากกว่าที่ชาวบ้านใช้ก็ยังดี -*-

#1 By ตี๋ on 2017-10-11 01:30