เปลวไฟเข้มสีขาวมองเห็นได้เลาๆ ท่ามกลางแมกไม้เขียวชอุ่มบนยอดเขา  ช่างดูราวกับไฟปีศาจอย่างหนึ่ง

 

สีหน้าของเหยาเหลาเคร่งเครียดจริงจังขณะจ้องมองเปลวไฟเข้มข้นสีขาวที่ลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ภายในหม้อกลั่นยา  เพราะเหตุที่คุณภาพของหม้อกลั่นยาปีศาจดำนี้ช่างโดดเด่นสุดหยั่งคาด,  การอุ่นหม้อกลั่นยาในขั้นต้นจึงต้องใช้เวลานานกว่าหม้อกลั่นยาทั่วไปอยู่สักหน่อย  อย่างไรก็ตาม  ด้วยทักษะการกลั่นยาของเหยาเหลาและความสามารถในการควบคุมเปลวไฟแห่งขั้วน้ำแข็งของเขาย่อมช่วยประหยัดเวลาที่ต้องการมากขึ้นกว่าเดิมนี้ไปได้  ดังนั้น  หลังจากที่เปลวไฟหรี่ลงไปได้เกือบหนึ่งนาที,  มือข้างหนึ่งของเหยาเหลาสะบัดใส่วัตถุดิบสมุนไพรบนพื้นตรงหน้า  เห็ดหลินจือสีแดงเพลิงก็ค่อยๆ ลอยขึ้นและถูกโยนเข้าไปในหม้อกลั่นยาในที่สุด

 

ชั่วขณะที่เห็ดหลินสีเพลิงตกเข้าไปในหม้อกลั่นยา  เปลวไฟสีขาวเข้มกลืนกินมันเข้าไปราวกับหมาป่าหิวโซตัวหนึ่งที่กระโจนเข้าใส่เหยื่อของมัน  เพียงพริบตาเดียว  ฝ่ายแรกก็เริ่มเหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็ว

 

สองตาของเซียวเอี๋ยนจ้องมองด้านในหม้อกลั่นยา  แม้เปลวไฟภายในหม้อกำลังลุกไหม้,  เขายังสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ถูกเหยาเหลาควบคุมเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ  ดังนั้น  เปลวไฟชุดนี้อาจดูเกรี้ยวกราด  ทว่ามันมิได้เผาไหม้เห็ดหลินจือสีเพลิงจนกลายเป็นเถ้าถ่านแต่อย่างใด  ตรงกันข้าม  ภายใต้สภาพที่กำลังค่อยๆ เหี่ยวลง,  น้ำเข้มข้นสีแดงฉานหลายหยดกำลังไหลซึมออกมาจากเห็ดหลินจือเพลิงนี้  ในที่สุด  พวกมันไหลย้อยลงไปตามผิวและลอยอยู่เหนือเปลวไฟ  หมุนและกลิ้งต่อไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ติดตามด้วยการเผาผลาญอย่างต่อเนื่องและหยดน้ำสีเลือดที่ไหลซึมออกมา,  สีเห็ดหลินจือที่แดงฉานราวเปลวไฟค่อยๆ ซีดลง  เพียงพริบตาเดียว  เห็ดหลินจือสีเพลิงก็ถูกแปรสภาพจนกลายเป็นสีเทาเหี่ยวๆ  แล้วในขณะนี้  ตัวยาเข้มข้นภายในนั้นถูกสกัดออกมาด้วยเปลวไฟ  ดังนั้น  ตัวเห็ดหลินจือจึงกลายเป็นแค่ซากขยะไร้ค่าชิ้นหนึ่ง

 

เหยาเหลาโบกมือ  เห็ดหลินจือเพลิงเหี่ยวๆ ชิ้นนั้นลอยละลิ่วออกมาจากหม้อกลั่นยาและตกอยู่บนพื้นหญ้าด้านข้าง  มันกลายสภาพเป็นเขม่าสีเทากองหนึ่งในพริบตาที่ตกถึงพื้นและปลิวสลายไปกับสายลม

 

“เขาช่างสมกับเป็นปรมาจารย์นักแปรธาตุ  เคล็ดวิธีการกลั่นเช่นนี้ช่างห่างไกลกับสิ่งที่ข้าสามารถทำได้อย่างเทียบกันไม่ติดเลยทีเดียว”  เซียวเอี๋ยนชื่นชมเงียบๆ ขณะจ้องมองเขม่าสกปรกบนพื้น  ที่ผ่านมา, ปกติเขามักจะเผาไหม้พวกกากวัตถุดิบสมุนไพรในยามที่กำลังกลั่นวัตถุดิบต่างๆ  สิ่งนี้ไม่อาจถือว่าเป็นความร้ายกาจของเปลวไฟ  ตรงกันข้าม  จะต้องบอกว่าความสามารถในการควบคุมเปลวไฟของเขายังไม่เข้าถึงระดับสุดยอดอย่างแท้จริง  หากสามารถควบคุมอุณหภูมิในชั่วพริบตาที่วัตถุดิบเหือดแห้งลงแล้วอย่างแท้จริงและสามารถโยนเศษที่เหลือเหล่านี้ออกมาจากหม้อกลั่นยาได้อย่างง่ายดายดังเช่นที่เหยาเหลาทำได้,  จึงจะสามารถกล่าวว่าเข้าถึงการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ

 

กลุ่มของเหลวสีเลือดหมุนกลิ้งอยู่ในหม้อกลั่นยา,  ดูราวกับหยดเลือดก็ไม่ปาน  ของเหลวสีเลือดที่เป็นสารสกัดเข้มข้นซึ่งเต็มไปด้วยฤทธิ์ยานี้มาจากการกลั่นเห็ดหลินจือสีเพลิงในเบื้องต้น  พลังงานที่บรรจุอยู่ในนั้นช่างมากมายจนพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว

 

หลังจากควบแน่นของเหลวสีเลือดนี้ออกมาแล้ว, มันไม่ยอมทำตัวสงบเสงี่ยมเชื่อฟังและยอมรับการกลั่นต่อไปเฉกเช่นการกลั่นยาที่เซียวเอี๋ยนเคยมีประสบการณ์มาแต่เก่าก่อน  ตรงกันข้าม  ริ้วเลือดมากมายยืดขยายออกไป  พลังงานที่แข็งแกร่งยิ่งยวดชุดหนึ่งบรรจุอยู่ในริ้วเลือดเหล่านี้  ยามเมื่อริ้วเลือดแต่ละสายกระแทกเข้าใส่ผิวหม้อด้านใน,  มันส่งเสียงกระแทกกังวานออกมามากมาย

 

ภายใต้สภาวะที่ริ้วเลือดกระแทกไปมาเช่นนี้, หม้อกลั่นยาก็เริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย

 

เซียวเอี๋ยนสะดุ้งขณะจ้องมองริ้วเลือดระโยงรยางที่กำลังพุ่งยิงออกไปทั่วผิวหม้อกลั่นยาด้านในอย่างแรง  เขาอดไม่ได้ที่จะจุปากเสียงดังคราหนึ่ง  ช่างสมกับเป็นวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการกลั่นยาเม็ดระดับหกเสียจริง  มันสามารถตอบโต้ได้ด้วย  ดูจากพละกำลังของริ้วเลือดเหล่านี้  บรรดาหม้อกลั่นยาแสนธรรมดาที่เซียวเอี๋ยนเคยใช้คงสามารถทนทานต่อแรงกระแทกเช่นนี้ได้แค่สักสอง-สามครั้ง  หลังจากนั้นก็คงพรุนไปด้วยรูมากมายแล้ว

 

ความเคลื่อนไหวรุนแรงของริ้วเลือดเหล่านี้ไม่ทำให้สีหน้าของเหยาเหลาแปรเปลี่ยน  เขาโบกมือเบาๆ และเปลวไฟสีขาวเข้มภายในหม้อกลั่นยาก็ทะยานพรวดขึ้นมาในทันที  ริ้วเลือดเหล่านั้นเหมือนอยู่ในอาการตกตะลึงในชั่วขณะที่พวกมันสัมผัสถึงเปลวไฟนี้  พวกมันรีบหดตัว  ด้วยลักษณาการเช่นนี้  กลุ่มริ้วสีเลือดถูกอัดจนกลายเป็นกลุ่มของเหลวสีเลือดภายใต้การปิดล้อมของเปลวไฟมากมาย  ของเหลวกลุ่มนี้ไม่กล้าพุ่งตัวออกไปตามอำเภอใจภายใต้สายตาละโมบของเปลวไฟที่ล้อมรอบ

 

“ฝุบ!”

 

เปลวไฟสีขาวเข้มกลุ่มหนึ่งแบ่งตัวออกไป  ในที่สุดลอยอยู่ใต้ของเหลวสีเลือด  ขณะที่เปลวไฟชุดนี้พวยพุ่งขึ้นมา  มันปลดปล่อยอุณหภูมิที่สูงร้อนยิ่งยวดออกมาด้วย  เพียงพริบตาเดียว,  ผิวของของเหลวสีเลือดนี้ก็เริ่มเดือด  ฟองอากาศเล็กจิ๋วมากมายเริ่มก่อตัวขึ้น

 

ฟองอากาศเกิดขึ้น  ควันสีเทากำเล็กจิ๋วกำหนึ่งก็พลันพวยพุ่งขึ้นมา  ควันนี้มีความไม่บริสุทธิ์เจือปนอยู่ภายใน  เพื่อที่จะกลั่นยาให้ได้คุณภาพสูง,  ผู้กลั่นต้องขับเอาสิ่งเจือปนเหล่านี้ออกมา  ไม่เช่นนั้นก็อาจต้องลงเอยด้วยยาที่ยากจะขึ้นรูปได้เพราะความอิ่มตัวของสิ่งปนเปื้อนเหล่านี้

 

การกำจัดสิ่งปนเปื้อนในวัตถุดิบทั่วไปอาจใช้เวลาอย่างมากสักสิบนาที  อย่างไรก็ตาม,  เห็ดหลินจือสีเพลิงนี้กลับไม่อยู่ในกลุ่มเดียวกับวัตถุดิบสามัญเหล่านั้น  มันเพียงพ่นกากปนเปื้อนออกมาด้วยท่าทางเกียจคร้านยิ่งนักแม้จะมีเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ที่แสนทรงอำนาจเช่นเปลวไฟแห่งขั้วน้ำแข็งกำลังเผาผลาญมันอยู่  ท้ายที่สุด  ต้องใช้เปลวไฟเผาผลาญมันไปสิบกว่านาทีก่อนที่มันจะยอมพ่นควันสีเทาอีกกำหนึ่งออกมา  เจ้าสิ่งเจือปนจอมดื้อนี้ทำให้เซียวเอี๋ยนที่กำลังเฝ้าดูอยู่ด้านข้างพูดไม่ออกแล้ว  นี่ยังเป็นผลลัพธ์ภายใต้การควบคุมของเหยาเหลาด้วยซ้ำ,  หากผู้ควบคุมการกลั่นเป็นตัวเขาเอง,  คงต้องเสียเวลาเกือบทั้งวันเพียงเพราะขั้นตอนกลั่นวัตถุดิบเหล่านี้แล้ว  ยาระดับหกเม็ดนี้ช่างกลั่นได้ยากเย็นโดยแท้

 

เวลาแห่งการรอคอยช่างแสนน่าเบื่อ  อย่างไรก็ตาม  เซียวเอี๋ยนไม่ยอมปล่อยให้ตนเสียสมาธิ  สายตาของเขาไม่เคลื่อนห่างไปจากหม้อกลั่นยาแม้แต่ครั้งเดียวแม้จะผ่านมาเกือบสามชั่วโมงแล้ว

 

สามชั่วโมงแห่งการกลั่น,  สิ่งปนเปื้อนที่อยู่ในของเหลวสีเลือดในที่สุดจึงถูกกำจัดออกไปได้จนหมดสิ้น  ของเหลวสีเลือดที่ถูกกำจัดสิ่งเจือปนออกไปจนหมดสิ้นแล้วดูกลมยิ่งขึ้น  สีของมันก็ดูโปร่งแสงขึ้นเล็กน้อย  หากสังเกตให้ดี,  ยังมองเห็นฟองอากาศที่กำลังพองอยู่ภายในนั้น

 

ใบหน้าของเหยาเหลาผ่อนคลายลงไปบ้างกับการกลั่นที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว  เขาสะบัดนิ้วเบาๆ  ของเหลวสีเลือดภายในหม้อกลั่นยาถูกห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสีขาวเข้มและพลันไถลออกมา  ในที่สุดถูกถ่ายเทลงไปในขวดหยกใบหนึ่งพร้อมๆ กับเปลวไฟกลุ่มนั้น

 

เซียวเอี๋ยนแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นกรรมวิธีจัดเก็บพิเศษที่เหยาเหลาใช้  สายตาของเขากวาดมองขวดหยกใบนั้นและจึงได้พบว่ามีชั้นเยื่อบางๆ เคลือบอยู่บนปากขวด  เขาพลันตกใจ  หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาจึงเพิ่งเข้าใจ

 

“การจัดเก็บเช่นนี้ช่วยรักษาอุณหภูมิของของเหลวสกัดและคงความบริสุทธิ์ในขณะที่ถูกนำออกมาจากหม้อกลั่นยา  ยิ่งไปกว่านั้นก็จะไม่สัมผัสถูกสิ่งปนเปื้อนในอากาศ  อย่างไรก็ตาม  จำเป็นต้องใช้ความสามารถในการควบคุมไฟที่สูงส่งยิ่ง  ขวดหยกนั้นเปราะบาง  หากอุณหภูมิสูงเกินไป,  ขวดหยกก็จะถูกเผาจนแตก  หากอยู่ในเหตุการณ์ที่ไม่ทันระวังตัวและไม่อาจตอบสนองได้ทันท่วงที,  คงทำให้ของเหลวที่กลั่นเสร็จแล้วนี้หมดค่าไปในพริบตา”  เหยาเหลาเอ่ยช้าๆ ขณะโบกมืออีกคราและโยนเถาไม้สวรรค์สีเขียวลงไปในหม้อกลั่นยา

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าช้าๆ  เขาจดจำเคล็ดลับนี้ไว้ในหัวใจเงียบๆ

 

การกลั่นเถาไม้สวรรค์สีเขียวก็ไม่ง่ายไปกว่าเห็ดหลินจือสีเพลิง  เพราะสสารที่กำเนิดมันขึ้นมามีฤทธิ์ต้านทานไฟจนแม้แต่เหยาเหลาก็ยังต้องแปลกใจ  เวลาที่ใช้กับการขับฤทธิ์ยาที่แรงเกินไปของเถาไม้สวรรค์สีเขียวรวมแล้วกว่าหนึ่งชั่วโมง  การกลั่นที่ตามมายังใช้เวลานานขึ้นไปอีก  ตลอดเวลาอันยาวนานกว่าสี่ชั่วโมงนี้เป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนต้องปาดเหงื่อเย็นเฉียบบนใบหน้าออกไป  เหยาเหลาสามารถอดทนกับเวลายาวนานปานนี้ได้เพราะพลังจิตที่แข็งแกร่งของเขา  ด้วยความสามารถของเซียวเอี๋ยนในขณะนี้  อย่างมากเขาก็ทนได้เพียงสามชั่วโมงต่อการกลั่นยาต่างๆ  หลังจากนั้นเขาจำต้องพักครู่หนึ่ง  เขาสามารถกลั่นยาต่อไปได้ก็ต่อเมื่อเต๋าชี่ในร่างกายได้ฟื้นฟูแล้วเท่านั้น!

 

ความมืดมิดยามราตรีคลอบคลุมไปทั่วเทือกเขาแล้วในเวลาที่เถาไม้สวรรค์สีเขียวแปรสภาพไปเป็นของเหลวสีเขียวกลุ่มหนึ่งและถูกถนอมไว้ในขวดหยกใบหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย  เปลวไฟสีขาวเข้มที่อยู่บนยอดเขาดูค่อนข้างเจิดจ้าอยู่ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรี

 

เหยาเหลาไม่พักผ่อนแม้สักครู่เดียวหลังจากที่กลั่นเถาไม้สวรรค์สีเขียวเสร็จ  เขาเริ่มกลั่นผลเพลิงน้ำแข็งของหน่อไม้ฝรั่งต่อไปอีกครั้งหนึ่ง

 

ดวงตาที่ค่อนข้างเหนื่อยล้าของเซียวเอี๋ยนถูกกระตุ้นด้วยพลังงานขึ้นมาอีกคราหนึ่งขณะจ้องมองสีหน้าเคร่งเครียดของเหยาเหลา  เขาเพ่งสมาธิอยู่กับการกลั่นตรงหน้าอีกคราหนึ่ง  ในหัวใจ,  เขารู้ดีว่าการสังเกตุการกลั่นยาชนิดหนึ่งในระดับสูงส่งปานนี้ย่อมเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงแก่เขา  เขาไม่อาจเสียโอกาสที่สำคัญปานนี้ไปได้

 

เวลาที่ต้องใช้กลั่นผลเพลิงน้ำแข็งของหน่อไม้ฝรั่งนี้พอๆ กับการกลั่นเถาไม้สวรรค์สีเขียว  กว่าจะกลั่นมันเสร็จก็ดึกมากแล้ว  ดวงดาวที่ดารดาษอยู่บนฟากฟ้าเป็นประกายวูบวาบ,  ทอแสงบางตาออกมา

 

ต้องกล่าวว่าการกลั่นยาระดับหกเม็ดหนึ่งช่างเป็นงานที่ยุ่งยากและเหน็ดเหนื่อยยิ่ง  ลำพังแค่การสกัดให้วัตถุดิบต่างๆ มีความบริสุทธิ์ก็ใช้เวลาแทบทั้งวันแล้ว  อย่างไรก็ตาม  โชคดีที่เหยาเหลามีความสามารถที่ยิ่งใหญ่เหลือประมาณ  เขายังไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อยแม้ผ่านการกลั่นวัตถุดิบต่างๆ มาตลอดวันโดยไม่หยุดหย่อนแล้ว  อีกด้านหนึ่ง,  สองตาของเซียวเอี๋ยนเริ่มดำคล้ำเป็นวงเสียแล้ว

 

ผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหกนั้นก็ถูกเหยาเหลากลั่นจนกลายเป็นผงสีฟ้ากองหนึ่งในวันที่สอง  ลำพังแค่การกลั่นผลึกนี้อย่างเดียวก็ต้องเสียเวลาของเหยาเหลาไปกว่าสิบชั่วโมง  คุณสมบัติต้านทานไฟของผลึกสัตว์เทพระดับหกนี้ยังรุนแรงยิ่งกว่าวัตถุดิบอื่นๆ นับสิบๆ เท่า  ยิ่งไปกว่านั้น,  เพราะคุณสมบัติที่ต้านทานกันและกันของธาตุทั้งสองชนิดนี้,  พลังงานธาตุน้ำเข้มข้นแทบจะทะลักล้นออกมานอกหม้อกลั่นยา  อย่างไรก็ตาม  โชคดีที่เหยาเหลาคาดการณ์เอาไว้แล้ว  ดังนั้นจึงไม่ส่งผลให้เกิดความสูญเสียใดๆ มากนัก  อย่างไรก็ตาม  ความทุกข์ทรมานปานนี้ย่อมสิ้นเปลืองเวลาเป็นอันมาก

 

เซียวเอี๋ยนนั่งอยู่ด้านข้าง  เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตัวสั่นขึ้นมาขณะเฝ้ามองเหยาเหลาต่อสู้อยู่กับผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้  หากเป็นเขา,  ต่อให้ใช้เวลาสักสาม-สี่วัน,  ก็คงยากจะพิชิตเจ้าผลึกสัตว์เทพจอมดื้อเม็ดนี้ลงได้  ยิ่งไปกว่านั้น  หากใช้เปลวไฟธรรมดา, คงถูกพลังงานธาตุน้ำที่เข้มข้นปานนี้ดับมอดไปแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม,  ไม่ว่ากระบวนการนี้จะยากเย็นเพียงใด  การกลั่นก็สำเร็จเสร็จสิ้นลงในท้ายที่สุด  ในวันที่สาม,  แรงต้านในวัตถุดิบสมุนไพรต่างๆ และผงผลึกสัตว์เทพก็เริ่มอ่อนลงภายใต้การเผาไหม้ของเปลวไฟแห่งขั้วน้ำแข็งที่ดำเนินต่อเนื่องตลอดวันตลอดคืน  ด้วยสิ่งนี้,  ในที่สุดพวกมันก็เริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน

 

แม้มันกำลังหลอมรวมตัวกัน,  อัตราเร็วที่ดำเนินไปก็ช่างดูราวกับเต่าคลาน  ช่างเชื่องช้าจนยากจะทนทานได้  ระหว่างนี้  แม้ด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งเช่นเซียวเอี๋ยนก็ยังไม่อาจฝืนกายอยู่ได้และสัปหงกไปครั้งหนึ่ง

 

การหลอมยาเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการกลั่นยา  หากมีข้อผิดพลาดแม้เพียงน้อยในระหว่างกระบวนการนี้,  วัตถุดิบต่างๆ ที่กลั่นมาได้ด้วยความยากลำบากก็อาจจะถูกเผาไหม้ไปในพริบตา  ดังนั้น  แม้ด้วยความสามารถของเหยาเหลา,  เขาก็ยังไม่กล้าเสียสมาธิในขั้นตอนนี้  เขายุ่งเกินกว่าที่จะสนใจเมื่อยามที่เซียวเอี๋ยนแอบเคลิ้มหลับไป

 

แม้ขั้นตอนนี้จะเต็มไปด้วยความเสี่ยง,  โชคดีที่เหยาเหลา, ปรมาจารย์แห่งนักแปรธาตุผู้หนึ่ง,  กำลังเป็นผู้ควบคุมมัน  ดังนั้นภาพฉากที่เลวร้ายที่สุดจึงไม่เกิดขึ้น  ผ่านการกลั่นมาสองวันเต็มๆ,  ยาระยะตั้งต้นสีฟ้าอ่อนกำลังค่อยๆ ถือกำเนิดขึ้นมาภายในหม้อกลั่นยา

 

พริบตาที่เม็ดยาระยะตั้งต้นถือกำเนิดขึ้นมา,  เซียวเอี๋ยนสัมผัสได้ถึงพลังงานรอบกายที่เริ่มผันผวนขึ้นมากะทันหัน  สภาพเช่นนี้ดูราวกับก้อนหินขนาดใหญ่ที่กำลังถูกจับโยนลงไปในทะเลสาปอันเงียบสงบจนเกิดคลื่นขนาดมหึมากระเพื่อมไหวออกมาเป็นระลอกๆ

 

สีหน้าของเหยาเหลาไม่แปรเปลี่ยนแม้เพียงน้อยเพราะพลังงานที่กำลังผันผวนอยู่ในโลกภายนอก  จิตของเขาจดจ่ออยู่กับความเปลี่ยนแปลงของเม็ดยาภายในหม้อกลั่น  ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญเช่นนี้, เขาไม่อาจไขว้เขวได้แม้เพียงน้อย

 

ติดตามด้วยเวลาที่ผันผ่านต่อไป  เม็ดยาสีฟ้าอ่อนรูปร่างบิดเบี้ยวแรกกำเนิดค่อยๆ กลมขึ้น  แสงสว่างเรืองออกมาจากมัน,  ฉาบทั่วเม็ดยาจนเริ่มดูราวกับอัญมณีสีฟ้าเม็ดหนึ่งแล้ว

 

พริบตาที่เม็ดยาเริ่มส่องแสงเจิดจ้าออกมา,  เซียวเอี๋ยนค่อนข้างตกตะลึงที่พบว่าระลอกพลังงานที่ดูเหมือนจับต้องได้ทรงกลมนั้นเริ่มเกิดคลื่นถ่ายทอดออกไปทุกทิศทางอยู่ภายในหม้อกลั่นยาโดยมีมันอยู่ตรงกลาง  แรงขับเคลื่อนต่อเนื่องนี้ค่อนข้างเห็นได้อย่างชัดเจน

 

เซียวเอี๋ยนกลืนน้ำลายคำโต  เขาคิดไม่ถึงว่ายาระดับหกนี้จะสามารถสร้างปฏิกิริยาได้ในยามที่มันก่อตัวขึ้น  ไม่แปลกใจที่เหยาเหลาบอกเอาไว้ว่าพวกเขาจะต้องเข้ามาในป่าลึกเพื่อกลั่นมัน  หากกระทำอยู่ในโรงเรียน,  ดูท่ามันคงจะดึงดูดความสนใจของทุกผู้คนให้เข้ามาหา

 

“เจ้าควรจะถอยห่างออกไปอีกสักหน่อย  ปฏิกิริยาที่ใหญ่โตยิ่งกว่านี้ขึ้นไปอีกกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า!”  สายตาของเหยาเหลาจ้องมองภายในหม้อกลั่นยาอย่างมีเจตนาขณะปากก็พลันส่งเสียงเตือนออกมา

 

ปีกหมอกม่วงบนแผ่นหลังของเซียวเอี๋ยนแทบจะดีดออกมาพร้อมๆ กับเสี้ยววินาทีที่เขาได้ยิน  เพียงขยับคราเดียว,  ร่างของเซียวเอี๋ยนก็รุดไปถึงบริเวณที่ห่างจากยอดเขาแห่งนั้นแล้ว

 

ผนึกในมือของเหยาเหลาพลันแปรเปลี่ยนไปในขณะที่เห็นว่าเซียวเอี๋ยนขยับถอยไปด้านข้างแล้ว  เขาส่งเสียงร้องต่ำออกมาในปาก  พริบตาเดียว  เปลวไฟสีขาวเข้มภายในหม้อกลั่นยาก็พลันกระโจนขึ้นไป  มันแทบจะแผ่ตัวเต็มหม้อกลั่นยา  ในพริบตาที่ดวงตาทั้งคู่ของเขาเต็มไปด้วยแสงสีขาวเข้ม,  แสงสว่างสีฟ้าสดใสก็เริ่มเจิดจ้าแสบตายิ่งขึ้นไปอีก

 

แสงสีฟ้ายืดๆ หดๆ  ยามที่มันขยายตัวออกไป,  คลื่นพลังงานหลายระลอกเริ่มกระจายตัวออกไปเร็วขึ้น  เมื่อดูจากข้างบนลงไป  ก้อนหินกลิ้งหลุนๆ  และโคนไม้ก็หักโค่นไปตามทางที่ระลอกพลังงานชุดนี้ทะยานผ่านไป  แม้แต่ดงหญ้าก็ถูกพลิกขึ้นมา  พลังทำลายล้างแข็งแกร่งนี้เป็นเหตุให้ลำคอของเซียวเอี๋ยนเผลอกลิ้งอึกๆ แล้ว

 

แสงสีฟ้าหดและขยายตัวออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นๆ  ราวกับว่าแสงกลุ่มนี้กำลังบ่มเพาะอะไรบางอย่าง  สิ่งนี้ดำเนินต่อไปอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก่อนที่ลำแสงนั้นจะหดลงจนเหลือขนาดที่เล็กที่สุดอย่างกะทันหัน

 

สายตาเคร่งเครียดจริงจังบนใบหน้าของเหยาเหลายิ่งเข้มขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา  แสงสว่างหดลงอย่างรวดเร็ว!

 

“ตูม!”

 

จุดแสงที่พลันหดย่นลงนี้ทรงตัวอยู่อีกสอง-สามนาที  ทันใดนั้น  มันขยายกว้างขึ้นในดวงตาทั้งคู่ของเซียวเอี๋ยนที่กำลังเพ่งมองมันอย่างตั้งใจ  ในที่สุดแสงสีฟ้าที่กำลังยืดๆ หดๆ ขึ้นๆ ลงๆ แผ่ลำแสงสาดส่องออกไปทั่วทั้งยอดเขา  เสียงระเบิดราวฟ้าผ่าเกิดขึ้นจากที่ใดไม่อาจทราบได้  ทันใดนั้น  แสงสีฟ้าลำหนึ่งที่กว้างหนาราวยี่สิบฟุตเห็นจะได้พลันพุ่งยิงจากหม้อกลั่นยาขึ้นไปบนฟ้า

 

เซียวเอี๋ยนตกตะลึงขณะจ้องมองลำแสงสีฟ้าขนาดมหึมาที่ยิงขึ้นไปบนหมู่เมฆ  เขาเผลอสูดหายใจลึกเอาอากาศเย็นเยือกเข้าไปคราหนึ่ง  ปฏิกิริยาปานนี้...  ช่างใหญ่โตเกินไปหน่อยแล้ว  จริงหรือไม่?  แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะอยู่ห่างไกลจากตัวโรงเรียนส่วนใน,  ก็ยังไม่อาจรอดพ้นไปจากสัมผัสอันเฉียบคมของผู้เฒ่าที่แข็งแกร่งบางคนได้  หรือมิใช่?

 

“หวังว่ามันจะไม่ดึงดูดผู้คนจากโรงเรียนส่วนใน  ไม่เช่นนั้น  คงต้องมีปัญหาแล้ว...”  เซียวเอี๋ยนกลืนน้ำลายลงคอ  เขาจ้องมองลำแสงซึ่งปรากฏอยู่เป็นเวลานานไม่จางหายไป  เขาพึมพำพร้อมยิ้มขื่นคราหนึ่ง

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

เป็นการกลั่นยาที่อลังมากๆ

#2 By ตี๋ on 2017-10-18 02:17

เอ็งเคยพูดอะไรแล้วไม่เป็นไปตามที่พูดมั่งมั้ยห๊ะ!!......ไอ้ปากพาซวย

#1 By NoFearMia on 2017-10-17 18:12