เงาร่างมนุษย์สองคนนั่งอยู่ในห้องเงียบเชียบของบ้านพักหรูหราหลังหนึ่งภายในส่วนลึกของโรงเรียนส่วนใน  หนึ่งในนั้นสวมใส่เสื้อคลุมสีดำผืนใหญ่และมีเรือนผมสีขาว  ใบหน้าสูงวัยดูราวกับพระรูปหนึ่งซึ่งยากจะปรากฏเศษเสี้ยวแห่งอารมณ์ใดๆ บนนั้น  มือข้างหนึ่งเกาะกุมอยู่บนขอบหน้าต่าง  สองตาจ้องมองแมกไม้เขียวชอุ่มภายนอก  ครู่ใหญ่ผ่านไป  เขาเอ่ยเสียงเรียบออกมา  “ชินเซวี่ยน  ช่วงนี้เหตุการณ์ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

 

“ท่านผู้เฒ่าที่หนึ่ง  เพลิงหัวใจยิ่งมาก็ยิ่งไม่สงบ  เมื่อเร็วๆ  นี้  มันดิ้นรนจะออกมาในทุกๆ ครึ่งเดือน  หากพวกผู้เฒ่าไม่ร่วมมือกันวางพลังงานสะท้อนปมหนึ่งเอาไว้,  ดูท่าพวกนักเรียนที่กำลังฝึกชี่อยู่ในหอนั้นคงต้องล้มตายและบาดเจ็บกันเป็นจำนวนมากแล้ว”  ผู้เฒ่าในชุดสีเหลืองท่านหนึ่งซึ่งหลังโก่งเล็กน้อยกำลังโค้งกายอยู่ข้างหลังขณะเอ่ยตอบ

 

“มันกำลังเร็วขึ้นและเร็วขึ้นทุกขณะแล้ว  เฮ่อ...” ชายสูงวัยที่ถูกเรียกขานว่าผู้เฒ่าที่หนึ่งทอดถอนใจเบาๆ  เขาพึมพำ,  “ในกาลก่อนนั้น  ท่านอาจารย์ใหญ่ได้ก่อตั้งโรงเรียนส่วนในขึ้นบนสถานที่แห่งนี้,  หลังจากที่เขาค้นพบ  ‘เพลิงกระชากใจ’  ในเวลานั้น  เขาเคยบอกเอาไว้ว่าการข่มมันไว้และผนึกจะมีผลเพียงชั่วคราวเท่านั้น  อีกนัยหนึ่ง,  ผนึกยิ่งแข็งแกร่งรุนแรงขึ้นเท่าใด,  การปะทุก็จะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเท่านั้น  ดูจากแนวโน้มของเจ้าเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ในเวลานี้,  นับว่าทรงพลังอย่างยิ่งยวด  หากพวกเราไม่ระวังให้ดี  มันอาจจะทำลายโรงเรียนส่วนในทั้งหมดลงได้เลยทีเดียว”

 

“พวกเราควรจะทำเช่นใดดี?”  ความวิตกกังวลฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าของผู้เฒ่าในชุดสีเหลืองขณะเอ่ยถามเบาๆ  “เหตุใดพวกเราไม่รีบรายงานท่านอาจารย์ใหญ่ให้กลับมา?”

 

“อาจารย์ใหญ่กำลังท่องเที่ยวอยู่ยังที่ไกลโพ้น  เขาโผล่มาเป็นครั้งคราวแล้วก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว  พวกเราจะไปรายงานท่านได้อย่างไร?”  ผู้เฒ่าที่หนึ่งส่ายศีรษะ  เขาโบกมือและกล่าว  “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ยกเลิกการลาพักของผู้เฒ่าทุกท่าน  ผู้อาวุโสที่พิทักษ์หอคอยทุกท่านจะต้องกลับมาประจำการ  หากมีผู้ใดพบความเคลื่อนไหวผิดปกติใดๆ ก็ตามของเพลิงกระชากใจ  ทุกคนต้องรวมมือกันปิดผนึกมันไว้  พวกเราจะต้องไม่ยอมปล่อยให้มันปะทุขึ้นมาได้เป็นอันขาด  ไม่เช่นนั้น  ผลที่ตามมาคงร้ายแรงเกินจะรับมือได้”

 

“ขอรับ!”

 

“อีกอย่างหนึ่ง  เตรียมแผนสำรองไว้ด้วย  อพยพนักเรียนทุกคนออกจากหอคอยเมื่อยามที่มันเริ่มแสดงความรุนแรง  อย่าปล่อยให้นักเรียนคนใดเข้าไปได้เด็ดขาด!”  ใบหน้าของผู้เฒ่าที่หนึ่งสงบนิ่งและมั่นคง  คำสั่งต่างๆ ถูกถ่ายทอดออกจากปากอย่างเป็นระเบียบ  “รายงานไปทางโรงเรียนส่วนนอกและแจ้งยอดยุทธ์ทุกคนในโรงเรียนเจียหนันให้เตรียมพร้อมรับคำสั่งทุกเมื่อ  หากเพลิงกระชากใจนี้ปะทุขึ้นมากะทันหัน  ผนึกสะท้อนที่ปกคลุมอยู่บนโรงเรียนส่วนในจะถูกทำลายลง  ถึงเวลานั้น  ผู้คนจากเขตมืดคงต้องรับรู้ถึงความผันผวนทรงอำนาจจากเพลิงกระชากใจ  ความโกลาหลก็คงมาเยือนหากพวกมันพากันเดินทางมาเพื่อตรวจค้นว่าเกิดอะไรขึ้น”

 

“ท่านผู้เฒ่าที่หนึ่งเป็นห่วงเกี่ยวแก่จักรพรรดิยาหานเฟิงจากเขตมืดหรือ?”  ผู้เฒ่าชุดเหลืองนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงพลันเอ่ยขึ้น

 

แสงสว่างกลุ่มหนึ่งในดวงตาของผู้เฒ่าที่หนึ่งลุกวาบขึ้นในขณะพยักหน้าช้าๆ และกล่าว  “หานเฟิงเป็นนักแปรธาตุ  ความดึงดูดใจของเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ต่อเขาย่อมเทียบออกมาไม่ได้เลยทีเดียว  ในครั้งก่อน  เขาคาดเดาได้เลาๆ  ถึงความคงอยู่ของเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ในโรงเรียนส่วนใน  อย่างไรก็ตาม  เขายังไม่แน่ใจ  เพราะเหตุนี้เขาจึงยังไม่กล้าลงมือหุนหันพลันแล่น  ไม่ว่าอย่างไร,  โรงเรียนเจียหนันของพวกเราก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ จะมาล่วงเกินกันได้”

 

“ครั้งนี้  การปะทุของเพลิงกระชากใจจะรุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ  เมื่อผนึกถูกทำลายลง  ถึงเวลานั้น,  หานเฟิงกับพลังจิตที่เฉียบแหลมผิดปกติของเขาย่อมสัมผัสได้ถึงคลื่นความผันผวนจากเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์  ถึงเวลานั้น...  เขาจะต้องทุ่มตัวเข้ามาฉกมันไปอย่างแน่นอน!”

 

“หากเขาเป็นแค่เต๋าหวงยอดยุทธ์ทั่วไป,  พวกเราก็คงไม่ต้องกลัวเขา  แต่ทว่า...  คนผู้นี้ยังมีอีกฐานะหนึ่ง  เขาเป็นนักแปรธาตุระดับหก  ทักษะการกลั่นยาอันล้ำเลิศของเขาเป็นสิ่งที่แม้แต่ผู้เฒ่าหัวแห่งภาควิชาแปรธาตุก็ยังเทียบไม่ติด  หากเขาต้องการฉกเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ไป  เขาก็คงต้องใช้เครือข่ายของตน...  เจ้าก็คงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าความสามารถในการรวบรวมผู้คนของนักแปรธาตุระดับหกผู้หนึ่งเป็นเช่นใด  ยิ่งไปกว่านั้น...  ตามข้อมูลลับที่ข้าได้รู้มา,  หานเฟิงดูเหมือนจะครอบครองเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่งไว้อยู่แล้ว...”  ใบหน้าของผู้เฒ่าที่หนึ่งแฝงไว้ด้วยความเคร่งเครียดเล็กน้อยแล้วในขณะนี้เมื่อเอ่ยประโยคท้ายๆ ออกมา

 

“อะไรนะ?  คนผู้นั้นครอบครองเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่งอยู่แล้ว?”  ผู้เฒ่าเสื้อเหลืองพลันแสดงสีหน้าตกใจออกมาเมื่อได้ยินเช่นนี้  สำหรับนักแปรธาตุผู้หนึ่งในระดับหานเฟิงแล้ว,  สามารถครอบครองเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่งก็เปรียบดังเสือติดปีก  ในจุดนี้,  จากวิธีที่เซียวเอี๋ยนสามารถกลั่นยาระดับห้าเม็ดหนึ่งออกมาได้ทั้งๆ ที่ยังเป็นแค่เต๋าหลิงผู้หนึ่ง,  ย่อมทำให้ผู้คนเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความเกื้อหนุนอันยิ่งใหญ่ของเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่งซึ่งส่งผลต่อนักแปรธาตุ

 

“อย่าลืมว่าอาจารย์ของคนผู้นั้นเป็นใคร”  ผู้เฒ่าที่หนึ่งกล่าวเรียบๆ

 

“เหยาจวนเจ่อ,  เหยาเฉิน!”  ใบหน้าของผู้เฒ่าชุดเหลืองแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย  เขาเอ่ยชื่อซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่เลื่องลือระบือไลกไปทั่วทั้งทวีปแห่งเต๋า  ในที่สุด,  เป็นเวลานานต่อมา,  จึงฟื้นจากความตะลึงงันกับชื่อๆ นั้น  เขากล่าวด้วยใบหน้าบูดบึ้ง  “มีข่าวลือว่าเหยาเฉินก็ครอบครองเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง  บัดนี้เมื่อเขาตายไป,  เขาคงถ่ายทอดเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์นั้นให้แก่หานเฟิง,  ใช่หรือไม่?”

 

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ  การตายของเหยาเฉินประหลาดเกินไป  นอกจากหานเฟิงแล้ว,  ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดว่าที่แท้เกิดอะไรขึ้น  แม้ฝ่ายหลังจะบอกว่าเขาตายเพราะปฏิกิริยาสะท้อนกลับอันรุนแรงขณะกำลังกลั่นยาอย่างหนึ่ง  ข้อกล่าวอ้างนี้ออกจะไม่น่าเชื่อถือเกินไปสักหน่อย  ด้วยทักษะในการกลั่นยาระดับเหยาเฉินซึ่งโดดเด่นเหนือล้ำผู้ใดในโลก,  เขาจะทำพลาดเช่นนี้ได้อย่างไร?  บางที  อาจจะมีเล่ห์กลบางอย่างเกี่ยวข้องอยู่”  ผู้เฒ่าที่หนึ่งส่งเสียงหัวเราะเย็นชาออกมาคราหนึ่งขณะกล่าว

 

“ผู้เฒ่าที่หนึ่ง,  ท่านหมายความว่า...?”  ผู้เฒ่าเสื้อเหลืองตกใจ  เขาพลันลดเสียงลงขณะเอ่ยถาม

 

“ใครจะรู้?  ข้าได้ยินมาว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้,  สหายเก่าของเหยาเฉิน,  เฟิงจวนเจ่อผู้นั้นก็ได้ทำการสืบสวนเรื่องนี้มาโดยตลอด  ข้าคิดว่าเขาเองก็คงไม่เชื่อว่าเหยาเฉินจะตายอย่างน่าเคลือบแคลงใจปานนี้ได้”  ผู้เฒ่าที่หนึ่งเอ่ยตอบด้วยความหมายอันลึกแลบที่แฝงซ่อนอยู่ในคำพูด  เขาพลันโบกมือและกล่าว  “เอาล่ะ,  เรื่องพวกนี้มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเรานัก  เวลานี้,  สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเราควรวางกำลังป้องกันหานเฟิงไว้ให้แน่นหนา  หากเขารวบรวมพรรคต่างๆ จากเขตมืดและร่วมมือกัน  แม้แต่โรงเรียนเจียหนันของพวกเราก็คงต้องปวดหัวแล้ว”

 

“ขอรับ  ข้าจะไปจัดการเรื่องนี้ในทันที”  ผู้เฒ่าชุดเหลืองพยักหน้าขณะตอบ

 

ผู้เฒ่าที่หนึ่งพยักหน้าน้อยๆ ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นมากะทันหัน  “อ้อจริงสิ  ช่วงนี้นักเรียนใหม่ที่ครอบครองเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้น,  เซียวเอี๋ยน,  เป็นอย่างไรบ้าง?”

 

“เคะๆ  มีข่าวลือว่าเขาเข้าไปในป่าลึกเพื่อฝึกยุทธ์ราวสองเดือน  เมื่อกลับอออกมา,  เขาก็ทะลวงขึ้นสู่ระดับเต๋าหลิงแล้ว  อัตราก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์นี้ช่างทำให้ผู้คนพูดไม่ออกโดยแท้  ยิ่งไปกว่านั้น  ในการแข่งกลั่นยากับฮั่นเซียน,  เขายังประสบความสำเร็จในการกลั่นยาระดับห้าอย่างหนึ่งอีกด้วย”  เสียงของผู้เฒ่าที่หนึ่งเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ

 

“โอ้?”  ใบหน้าของผู้เฒ่าที่หนึ่งขยับเล็กน้อย  เขาพยักหน้าและกล่าว  “เขาก็เป็นนักแปรธาตุ  ยิ่งไปกว่านั้น  ดูจากเหตุการณ์แล้ว,  ความสามารถในการกลั่นยาของเขาโดดเด่นไม่น้อย  ยิ่งไปกว่านั้น  เขาก็ยังเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์  อัตราก้าวหน้าเช่นนี้ก็สมเหตุสมผลอยู่  ถ่ายทอดคำสั่งออกไปให้ทุกคนพยายามสุดความสามารถ,  อย่าสร้างความยุ่งยากให้แก่เด็กคนนี้  ปล่อยให้เขาทำตามที่ต้องการ  พวกเราอาจจะต้องพึ่งพาเขาในอนาคตข้างหน้า”

 

“ขอรับ”  ผู้เฒ่าชุดเหลืองพยักหน้าอีกคราหนึ่ง  หนก่อนที่พวกเขาได้ยิน  พวกเขาพากันประหลาดใจ  เด็กชายตัวจ้อยผู้หนึ่งจะเป็นประโยชน์ได้อย่างไร  อย่างไรก็ตาม  ตั้งแต่ข่าวที่เซียวเอี๋ยนสามารถกลั่นยาระดับห้าได้แพร่สะพัดออกไป,  ความคิดของผู้เฒ่าเหล่านี้ต่อเซียวเอี๋ยนก็แปรเปลี่ยนไปเป็นอันมาก  นักแปรธาตุระดับห้าผู้หนึ่ง  ฐานะนี้โดดเด่นยิ่งกว่าบรรดาผู้เฒ่าผู้มีพลังในระดับเต๋าหวังมากมายนัก 

 

หากนักแปรธาตุระดับห้าผู้หนึ่งและเต๋าหวังแข็งแกร่งผู้หนึ่งปรากฏตัวอยู่ในสถานที่เดียวกันเพื่อรอให้ผู้คนเชื้อเชิญพวกเขา,  หากมิใช่คนโง่เขลา,  ผู้ที่จะเชื้อเชิญย่อมต้องเลือกนักแปรธาตุระดับห้าผู้นั้นอย่างไม่มีความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น  แม้อีกฝ่ายจะมีความแข็งแกร่งในการต่อสู้  พลังอันน้อยนิดเช่นนี้ย่อมไม่มีค่าควรแก่การกล่าวถึงเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่นักแปรธาตุผู้หนึ่งจะสามารถสร้างได้!

 

ผู้เฒ่าทุกคนในโรงเรียนส่วนในรู้ชัดแจ้งดีในจุดนี้

 

“เจ้าควรจะกลับไปก่อน  ถ่ายทอดคำสั่งของข้าไปยังผู้เฒ่าทุกท่าน”  ผู้เฒ่าที่หนึ่งโบกมือ  เขากำลังจะเอ่ยปากบอกผู้เฒ่าชุดเหลืองให้ออกไปพลันสีหน้ากลับแปรเปลี่ยนขึ้นมากะทันหัน  ความแปลกใจฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าสูงวัยดูดีไร้รอยเหี่ยวย่นแล้วในขณะนี้  ดวงตาของเขาจ้องมองออกไปในพืชพรรณเขียวชอุ่มนอกหน้าต่างและเพ่งตรงออกไปยังป่าลึกในเทือกเขาที่ห่างไกลออกไป

 

“ผู้เฒ่าที่หนึ่ง?”  ผู้เฒ่าชุดสีเหลืองเผลอร้องออกมาด้วยท่าทางไม่แน่ใจเมื่อเห็นท่าทางของผู้เฒ่าที่หนึ่ง  ด้วยพลังของเขา,  ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่กระเพื่อมไหวมาจากที่ห่างไกลปานนั้น

 

“ช่างเป็นระลอกคลื่นพลังงานที่รุนแรงนัก  ปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้นได้เฉพาะกับการถือกำเนิดของยาระดับหกขึ้นไปเท่านั้น!”  ดวงตาทั้งสองของผู้เฒ่าที่หนึ่งเป็นประกายวูบขึ้นมา  สายตาราวกับสามารถมองทะลุอากาศออกไปได้และกำลังศึกษายอดเขาลึกแห่งหนึ่งในเทือกเขา

 

“ยาระดับหกเม็ดหนึ่ง?”  สีหน้าของผู้เฒ่าชุดเหลืองที่อยู่ด้านข้างก็แปรเปลี่ยนใหญ่หลวงแล้ว  เขาเผลอร้องออกมา  “ไม่มีผู้ใดในโรงเรียนส่วนในที่สามารถกลั่นยาระดับสูงปานนี้ได้?

 

“ข้าต้องออกไปดูสักหน่อย  เจ้าควรไปทำตามคำสั่งที่ข้ามอบหมายให้  มีใครบางคนที่สามารถกลั่นยาระดับหกเม็ดหนึ่ง...  หรือจะเป็นหานเฟิง?”  ผู้เฒ่าที่หนึ่งพึมพำ  สีหน้าของเขาแลดูน่าเกลียดเหลือประมาณขึ้นมาในฉับพลันทันใด  หากศัตรูสำคัญผู้หนึ่งลักลอบเข้ามายังโรงเรียนส่วนในได้ นี่คงเป็นสิ่งที่ห่างไกลกับความมั่นใจไร้กังวลแล้ว

 

ร่างของผู้เฒ่าที่หนึ่งส่ายในชั่วขณะที่เสียงของเขาดังขึ้น  เวลาเดียวกันกับที่ผู้เฒ่าชุดเหลืองเงยหน้าขึ้น,  ภาพติดตาสีดำชุดหนึ่งก็ค่อยๆ หายลับไปต่อหน้าแล้ว  อีกฝ่ายรีบชูศีรษะขึ้นและมองเห็นเงาดำบางเบาสายหนึ่งซึ่งปรากฏขึ้นในชั่วแล่นบนท้องฟ้า

 

ชั่วขณะที่ผู้เฒ่าที่หนึ่งรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังงานอันผันผวนภายในป่าลึก  บุรุษผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในบ้านอันหรูหราเงียบสงบหลังหนึ่งภายในเขตอันวุ่นวายโกลาหล ณ อีกฟากหนึ่งของเทือกเขาก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย  บุรุษผู้นั้นสวมใส่ชุดสีเขียวแขนยาวหรูหราที่เย็บใบเมเปิลใบหนึ่งไว้ด้านหลัง  ทิศทางที่สายตาของเขาเลื่อนไปกลับเป็นทิศทางซึ่งบังเกิดคลื่นพลังงานกระจายตัวออกมากะทันหัน

 

ใบหน้าของบุรุษในชุดสีเขียวผู้นี้ค่อนข้างหล่อเหลาและโดดเด่นนัก  เรือนผมดำขลับประอยู่บนสองบ่า  บนร่างกายกำจายกลิ่นหอมของยาออกมาอย่างประหลาด  เป็นเหตุให้ผู้คนเผลอเกิดความรู้สึกอยากเข้าใกล้ขึ้นมาอย่างหนึ่ง

 

“คลื่นพลังงานนี้...  ดูเหมือนกับปฏิกิริยาซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่ยาระดับหกเม็ดหนึ่งกำลังถือกำเนิดขึ้น”  บุรุษชุดเขียวพึมพำเบาๆ  ครู่ต่อมา  เขามีใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยและรำพึงขึ้นมา  “เทือกเขาอีกด้านหนึ่งน่าจะเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนเจียหนัน  จะเป็นเจ้าเฒ่าหัวผู้นั้นกำลังกลั่นยาอยู่หรือไม่?  แต่ทว่า,  ด้วยทักษะในการกลั่นยาของเขา,  ดูเหมือนจะมีปัญหาบางอย่างเมื่อกลั่นยาระดับหกอย่างหนึ่ง,  หรือมิใช่?  อย่าบอกข้านะว่าทักษะการกลั่นยาของเขาก้าวหน้าขึ้นในช่วงหลายปีที่ข้าไม่ได้พบเขา?”

 

“คลื่นพลังงานนี้อยู่ในเขตโรงเรียนเจียหนันและก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับข้าที่จะออกไปตรวจสอบดูสักหน่อย  แม้ข้าไม่กลัวผลที่ตามมา,  ทว่าหากถูกตาเฒ่าพวกนั้นพบเจอเข้า  ก็คงต้องเป็นปัญหาอยู่บ้าง”  บุรุษชุดเขียวค่อยๆ หมุนตัวกลับมาขณะส่ายศีรษะ  มีเข็มกลัดรูปทรงหม้อกลั่นยาโบราณใบหนึ่งอยู่บนทรวงอก  บนนั้นปรากฏคลื่นสีทองประหลาดหกริ้วกระพริบวูบไหวแยงตาผู้คนจนแสบตาแล้ว

 

ริ้วหกสาย  นี่เป็นสิ่งที่มีเพียงนักแปรธาตุระดับหกในโลกแห่งการแปรธาตุผู้หนึ่งเท่านั้น,  จึงมีคุณสมบัติกลัดมัน  บุรุษผู้นี้ดูเหมือนจะมีอายุในราวสามสิบปีเศษ,  เขากลับสามารถติดมันอยู่บนทรวงอกแล้ว  ย่อมมีเพียงผู้เดียวในเขตมืดที่มีความสามารถเปี่ยมล้นปานนี้

 

จักรพรรดิยา,  หานเฟิง!

Comment

Comment:

Tweet

ปรุงยาทีนึงยังกับจัดงานปาร์ตี้ เรียกแขกได้ทั่วทุกสารทิศจริงๆ แหมะ อยากเห็นศิษย์พี่กับศิษย์น้องฟัดกันเร็วๆจริง แก้แค้นให้จารย์สักที // ขอบคุณท่านเฒ่า ปูลู ชื่อจริงท่านอาจารย์แกชื่อ เย่าเฉิน ฮะ เย่า ที่แปลว่า ยา อ่ะขอรับ

#3 By viruskei on 2017-10-19 00:40

ในการ์ตูนก็มีกล่าวพาดพิงถึง  แต่ยังไม่โผล่กั๊บ

#2 By เฒ่าทารก on 2017-10-18 22:29

 ขอบคุณครับ

เพื่อนเก่าเหยาเหลาสืบเรื่องเหยาเหลาตายเหรอ ในการ์ตูนไม่เห็นโผล่มาซักที

#1 By ตี๋ on 2017-10-18 20:04