บนท้องฟ้าสีทองเหนือเทือกเขาอันกว้างใหญ่ไพศาล  แสงพลังงานที่ค่อนข้างหยาบสายหนึ่งพุ่งยิงขึ้นไปในหมู่เมฆและคงค้างอยู่เช่นนั้น ไม่หายลับไปไหนอยู่เป็นนาน

 

เหยาเหลาค่อยๆ นั่งลงบนพื้น  เขาชำเลืองมองลำแสงขนาดใหญ่และมีใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย  เขายื่นมือออกไปและกวักคราหนึ่ง  ลำแสงพลังงานสั่นสะเทือนขึ้นมาในฉับพลัน  ในที่สุด  แสงสีฟ้าสายหนึ่งแล่นลิ่วลงมาก่อนที่จะหยุดลอยอยู่บนมือของเขา

 

แสงสีฟ้าค่อยๆ หดลง  ทันใดนั้น  มันเปิดเผยร่างที่แท้จริงออกมา  ที่แท้กลับเป็นยากลั่นสีฟ้าครามเม็ดหนึ่งซึ่งมีขนาดราวนัยน์ตามังกร  ผิวของยาช่างกลมเกลี้ยงเป็นมันวาว,  ดูราวกับผิวของท้องทะเลก็ไม่ปาน  เส้นลายสีน้ำเงินบางเบาหลายสายที่ปรากฏอยู่บนนั้นดูราวกับเกลียวคลื่นมากมาย,  แลดูลึกลับเหลือประมาณ

 

เมื่อแสงสีฟ้าสายนี้หลุดออกมาจากลำแสง  ลำแสงขนาดมหึมานั้นดูราวกับสูญเสียแหล่งกำเนิดพลังงานของมัน  มันสั่นเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆ เริ่มพล่าเลือนและหายลับไปในที่สุด

 

เซียวเอี๋ยนลากหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหลังจากจ้องมองลำแสงขนาดใหญ่หายลับไปจากท้องฟ้าในที่สุด  หากปฏิกิริยาเช่นนี้ยังดำเนินต่อไป  ดูท่าบรรดาผู้เฒ่าจากโรงเรียนส่วนในคงต้องพากันเร่งรุดมาด้วยความตื่นตัว  เซียวเอี๋ยนขยับปีกคู่ของเขาและค่อยๆ ร่อนลงบนยอดเขา  เขาจ้องมองยากลั่นสีฟ้าครามบนมือของเหยาเหลาด้วยความสงสัยขณะกล่าว  “นี่คือยาจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพีหรือ?”

 

เหยาเหลายิ้มและพยักหน้า  บนสีหน้าแลดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย  การกลั่นยาระดับหกเม็ดหนึ่งในร่างวิญญาณดูเหมือนจะค่อนข้างเป็นภาระแก่เขาไม่น้อย

 

ความเหน็ดเหนื่อยบนใบหน้าของเหยาเหลาไม่รอดพ้นไปจากสองตาของเซียวเอี๋ยน  เขากล่าว  “อาจารย์  ยาก็กลั่นเสร็จแล้ว  ท่านน่าจะกลับเข้าไปในแหวนและพักผ่อนเสียหน่อย”

 

“อา  ร่างวิญญาณเช่นนี้ยากจะปลดปล่อยพลังทั้งหมดของข้าออกมาได้จริงๆ  เมื่อไหร่กันที่การกลั่นยาระดับหกเม็ดหนึ่งต้องใช้เวลายาวนานถึงเพียงนี้?  ไม่เพียงกระบวนการแต่ละช่วงต้องใช้เวลายาวนาน  ทั้งยังสิ้นเปลืองพลังงานของข้าเหลือเกิน”  เหยาเหลาส่ายศีรษะและทอดถอนใจ

 

“อาจารย์  ท่านวางใจได้  หากข้าได้ครอบครองเพลิงกระชากใจเมื่อไหร่  ข้าจะเริ่มพยายามกลั่นร่างที่เหมาะสมกับจิตวิญญาณของท่านให้จงได้  ถึงเวลานั้น  หากข้าทำได้สำเร็จ,  ท่านก็จะฟื้นคืนกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง”  เซียวเอี๋ยนปลุกปลอบใจด้วยรอยยิ้ม

 

“ข้าไม่ค่อยวิตกกับการคืนชีพของข้านักหรอก  อย่างไรก็รอคอยมานานหลายปีแล้ว”  เหยาเหลายิ้ม  อย่างไรก็ตาม  ย่อมมองเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาในยามที่เอ่ยสิ่งเหล่านี้ออกมา  เผยให้เห็นว่าเขายังคงรู้สึกดีใจกับคำพูดของเซียวเอี๋ยนอยู่เล็กน้อย

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะ  เขายื่นมือออกไปรับยาซึ่งลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเหยาเหลา  มือของเขาเพิ่งคว้ามัน  ยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีกลับพลันแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างสีฟ้ากลุ่มหนึ่งและพุ่งตัวหนีไป  ในที่สุด  มันลอยอ้อยอิ่งอยู่ข้างกายเหยาเหลา  ดูราวกับมีจิตวิญญาณเป็นของมันเอง

 

เซียวเอี๋ยนตกใจขณะจ้องมองยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีซึ่งกลับวิ่งหนีจากมือเขา  เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ  “อย่าบอกข้านะว่ายาระดับหกทั้งหมดล้วนมีเชาวน์ปัญญาบางส่วนเช่นนี้?  มันกลับรู้จักกระโจนหนีด้วย?”

 

“มิใช่ทั้งหมดหรอก  ยาเม็ดหนึ่งในระดับนี้มีเชาวน์ปัญญาอยู่บางส่วนจริงๆ  อย่างไรก็ตาม  ก็เป็นแค่จำพวกที่ส่งผลให้มันมีสัมผัสที่ลางเลือนอย่างยิ่ง  ยาระดับหกทั่วไปย่อมไม่มีเชาวน์ปัญญา  อย่างไรก็ตาม  ยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีเม็ดนี้นับว่าอยู่ในท่ามกลางยาระดับหกชั้นสูง  โดยเฉพาะเมื่อได้รับการกระตุ้นจากเปลวไฟแห่งขั้วน้ำแข็งของข้า  ย่อมมีเชาวน์ปัญญาที่แรงกว่าเมื่อเทียบกับยาอื่นๆ  ในระดับเดียวกัน”  เหยาเหลายิ้มแย้มอธิบาย  เขาพลันโบกมือและยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีที่ลอยอยู่กลางอากาศข้างๆ  ก็ลอยเข้าสู่มือของเขาได้เอง  เขาล้วงขวดหยกออกมาใบหนึ่งและเก็บมันเข้าไปก่อนที่จะโยนส่งให้เซียวเอี๋ยน

 

เซียวเอี๋ยนรับขวดหยกใบนั้นมาอย่างระมัดระวัง  เขาจ้องมองยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีที่ลอยอยู่ในขวดหยกและจุปากด้วยความอัศจรรย์ใจ  เขากล่าว  “ยาระดับหกเม็ดหนึ่งก็มีเชาว์ปัญญาเช่นนี้แล้ว  ยาระดับที่สูงกว่านี้จะมิพูดภาษามนุษย์ได้เลยหรือ?”  เหงื่อหลายหยดเผลอไหลย้อยลงมาจากหน้าผากของเซียวเอี๋ยนเมื่อครุ่นคิดไปถึงว่ายาเม็ดหนึ่งจะสามารถสนทนากับมนุษย์ได้

 

“เคะๆ  ยาระดับเจ็ดเม็ดหนึ่งมีเชาวน์ปัญญาสูงกว่านี้จริงๆ  หากไม่ระวัง,  ยาบางชนิดถึงขนาดบินหนีไปเองได้เมื่อหลุดพ้นออกมาจากหม้อกลั่นยาแล้ว  สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แก่นักแปรธาตุที่หมดเรี่ยวแรงจากการกลั่นมันจนพากันตะลึงงัน  ยาระดับแปดกระทั่งสามารถต่อสู้กับมนุษย์ได้  เจ้าคิดว่าสิ่งนี้ลึกลับดีหรือไม่?”  เหยาเหลาหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น 

 

เซียวเอี๋ยนพูดไม่ออกแล้ว  ยากลั่นเม็ดหนึ่งที่สามารถต่อสู้กับคนได้?  นี่...  ยาระดับแปดที่แท้แข็งแกร่งล้นหลามปานนั้นเชียวหรือ?

 

“ยาระดับแปดเม็ดหนึ่งช่างแข็งแกร่งโดยแท้  แล้วยาระดับเก้าและระดับสิบเล่า?  พวกมันมิสู้กับสวรรค์เลยหรือ?”  เซียวเอี๋ยนหัวเราะเจื่อน

 

“ยังมีเรื่องเล่าลือกันว่ามียาระดับเก้าบางชนิดสามารถถือกำเนิดเป็นร่างมนุษย์ได้อีกด้วย”  ประโยคแรกของเหยาเหลาทำให้เซียวเอี๋ยนหัวหมุน  ยิ่งมาก็ยิ่งน่าขัน  ยาเม็ดหนึ่งที่สามารถกลายเป็นมนุษย์ได้?

 

“จิ๋วจิ่วนับว่าสูงส่งที่สุด  เหนือมันขึ้นไปไม่เรียกว่ายาระดับสิบแล้ว  มันเป็นยาระดับพระเจ้าอย่างสมบูรณ์แบบ  ยาในระดับนี้ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนนับแต่โบราณกาล  ข้าเคยอ่านจากบันทึกโบราณหลายเล่ม  คำบรรยายคร่าวๆ  เกี่ยวกับมันดูเหมือนจะมีนัยยะบ่งบอกว่ายาระดับพระเจ้านี้มีความเกี่ยวข้องบางอย่างอยู่กับระดับเต๋าตี้  ระดับที่อยู่ในตำนาน”  เหยาเหลาหัวเราะ  ประโยคสุดท้ายของเขาลดเสียงลงจนเบายิ่ง  ราวกับกลัวว่าจะมีผู้ใดได้ยิน

(จิ๋วจิ่ว - เก้า เก้า - เนิ่นนานตลอดกาล,  เป็นจำนวนที่ถือว่าสูงส่ง)

 

เซียวเอี๋ยนปาดเหงื่อเย็นเฉียบของตน  ยาระดับพระเจ้าน่ากลัวปานนี้เชียว?  อย่าบอกข้านะว่าคุณสมบัติของผู้ที่กลั่นยาระดับพระเจ้านี้ได้  ต้องทะลวงขึ้นไปจนถึงระดับเต๋าตี้เสียก่อน?

 

“ในหนึ่งพันปีที่ผ่านมา,  ไม่มีผู้ใดสามารถกลั่นยาระดับเต๋าตี้ได้  เหตุผลแรกก็เป็นเพราะว่ามีสูตรยาในระดับนี้อยู่น้อยมาก  สูตรยาในระดับนี้ย่อมแตกต่างอย่างแท้จริงกับยาที่พวกเราใช้กันทั่วไป  พวกเรากำลังกลั่นยาระหว่างฟ้าดิน  ยาระดับพระเจ้ากลั่นฟ้าดิน,  ภูเขาและท้องทะเล”  เสียงเบาๆ ของเหยาเหลาส่งผลให้เซียวเอี๋ยนตกใจใหญ่หลวง  การกลั่นฟ้าดินจนกลายเป็นยาเม็ดหนึ่ง?  นี่จะไม่น่าสะพรึงกลัวมากเกินไปหน่อยแล้วหรือ?

 

“เหตุผลอย่างที่สองก็เป็นเพราะว่าไม่มีผู้ใดแข็งแกร่งถึงปานนั้น”  เหยาเหลายิ้มก่อนที่จะเสริมเข้าไป  “ต่อให้ข้าฟื้นฟูกลับสู่สภาพที่สมบูรณ์พร้อมที่สุด  ข้าก็ไม่สามารถก้าวขึ้นไปถึงระดับนั้นได้”

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าเงียบๆ  ขณะสูดลมหายใจลึกเอาอากาศคำหนึ่ง  เขาคาดไม่ถึงว่าเส้นทางการกลั่นยากลับเป็นหนทางถึงกระทั่งต่อกรกับสวรรค์  นี่ช่างทำให้เขาตกใจสุดขีดแล้ว

 

“เอาล่ะ  เจ้ารู้เรื่องราวเหล่านี้ในเวลานี้ก็ยังไม่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าแต่อย่างใด  เจ้าจะรู้ในทุกสิ่งที่เจ้าจำเป็นต้องรู้เองเมื่อเจ้าก้าวขึ้นไปถึงระดับนั้นในอนาคตข้างหน้า”  เหยาเหลาโบกมือและเก็บหม้อกลั่นยาปีศาจดำบนพื้นกลับเข้าไปในแหวนสีดำของตน  ครั้นแล้ว  เรือนแหวนสั่นและถูกสวมเข้าไปในนิ้วของเซียวเอี๋ยนได้อย่างแม่นยำเป็นที่สุด

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  และยิ้มแย้มกล่าว  “ในเมื่อยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีก็กลั่นเสร็จแล้ว  พวกเราควรจะกลับไปยังโรงเรียนส่วนในก่อนหรือไม่?”

 

เหยาเหลาพยักหน้าลวกๆ  ร่างของเขากำลังจะเข้าไปในแหวนสีดำเมื่อสีหน้าพลันแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย  เขาหันไปจ้องมองยังที่ห่างไกลในเทือกเขา

 

“อาจารย์  มีอะไรหรือ?”  การกระทำของเหยาเหลาเป็นเหตุให้เซียวเริ่มกังวลขึ้นมาขณะรีบสอบถามออกไป

 

“เจ้าควรจะหาที่ซ่อนตัวก่อน  มีบางคนกำลังมา  ยิ่งไปกว่านั้น  พลังของผู้ที่กำลังมาถึงก็แข็งแกร่งเป็นอันมาก!  ข้าคิดว่าเขาคงถูกปฏิกิริยาขณะที่ยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีถือกำเนิดขึ้นมาดึงดูดเข้า”  เหยาเหลากล่าวด้วยเสียงที่ค่อนข้างเข้ม  เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ร่างของเขาจะแปรเปลี่ยนเป็นม่านแสงที่ปกคลุมรอบกายของเซียวเอี๋ยนเอาไว้  เสียงเบาๆ ดังขึ้นข้างหูของเซียวเอี๋ยน  “ไป  รีบหาที่ซ่อนตัวเร็วเข้า  ด้วยกำลังของเจ้าในขณะนี้,  เจ้าไม่อาจหลบรอดจากการค้นหาของเขาได้  ดังนั้น  ข้าได้แต่ใช้พลังจิตห่อหุ้มรอบกายของเจ้าเอาไว้  เร็วเข้า!”

 

เซียเวอี๋ยนเองก็สัมผัสได้ถึงพลังที่กล้าแกร่งของคนที่กำลังเร่งรุดเข้ามาเมื่อจับได้ถึงความกังวลในน้ำเสียงของเหยาเหลา  เขากระพือปีกหมอกม่วงและรีบเหลียวมองรอบด้าน  ทันใดนั้น  ร่างของเขาพุ่งเข้าไปบนยอดเขากว้างแห่งหนึ่ง  ในที่สุดจึงหายลับเข้าไปในป่าไม้เขียวขจี

 

ร่างของเซียวเอี๋ยนรุดเข้าไปในป่าเขียวชอุ่มนั้นและซ่อนตัวอยู่ในที่กำบังแห่งหนึ่ง  สายตาของเขากวาดมองลอดช่องว่างระหว่างกิ่งใบและจ้องมองท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไป

 

ไม่นานหลังจากที่เซียวเอี๋ยนปกปิดกายไว้มิดชิดแล้ว  ลมเร่งรุดบางเบาสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้น  เงาร่างสีดำพร่าเลือนปรากฏตัวขึ้นมาบนท้องฟ้าที่อยู่ไม่ไกลออกไป  พริบตาที่ร่างกายของเขาหยุดชะงักลง  เซียวเอี๋ยนสัมผัสได้ถึงระลอกพลังงานมหาศาลไร้รูปที่กระจายตัวเข้ามา  ในที่สุด  มันครอบคลุมทั่วยอดเขาใกล้ๆ บริเวณนั้น

 

ระลอกพลังงานที่โปร่งแสงนี้ราวกับเครื่องตรวจจับสักอย่างหนึ่ง  มันตรวจรอบสถานที่นั้นขึ้นๆ ลงๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  อย่างไรก็ตาม  โชคดีที่เซียวเอี๋ยนถูกห่อหุ้มไว้ด้วยพลังจิตของเหยาเหลา  ดังนั้น  เขาจึงไม่ถูกค้นพบ

 

การตรวจกวาดค่อยหยุดลงหลังจากที่มันดำเนินต่อไปบนพื้นอยู่ครู่หนึ่ง  เงาร่างสีดำหยุดเคลื่อนไหว  เมื่อปรากฏตัวขึ้นมาอีกหนหนึ่ง,  มันปรากฏตัวขึ้นบนยอดเขาเล็กๆ ที่เหยาเหลากลั่นยาเมื่อครู่

 

“ช่างเร็วจนน่าสะพรึงกลัวนัก”  หัวใจของเซียวเอี๋ยนรู้สึกตะลึงงันกับความเร็วที่เงาดำนั้นแสดงออกมา  สายตาของเขาเลือนลางเป็นที่สุดขณะแอบมองลอดผ่านใบไม้และหันไปยังอีกฝ่ายเงียบๆ  อย่างไรก็ตาม  เขาเพียงสามารถระบุว่าอีกฝ่ายเป็นชายสูงวัยผู้หนึ่งซึ่งมีเรือนผมสีขาว

 

“คนผู้นี้น่าจะเป็นคนจากโรงเรียนส่วนใน  อย่างไรก็ตาม  พลังของเขาแข็งแกร่งกว่าผู้เฒ่าพวกนั้นอยู่มาก  หากข้าคิดไม่ผิด  คนผู้นี้ควรจะเป็นผู้เฒ่าที่หนึ่งซึ่งเป็นที่เคารพสูงสุดภายในโรงเรียน”  เซียวเอี๋ยนคาดเดาเงียบๆ และพึมพำในใจ

 

“ข้าขอทราบ  สหายท่านใดกำลังกลั่นยาอยู่ในพื้นที่โรงเรียนส่วนในของข้าและท่านมาจากที่ใด?  หากเป็นไปได้  ท่านช่วยออกมาพบข้าหน่อยได้หรือไม่?”  สายตาของชายในชุดสีดำจ้องมองรอบด้านขณะร่างกายดิ่งลงยืนบนยอดเขา  ยามแลดูดวงตาขุ่นมัวสุขุมของเขา,  ย่อมมองเห็นประกายตาราวกับสายฟ้าอย่างหนึ่งได้เลาๆ

 

เสียงที่ถูกกระตุ้นด้วยเต๋าชี่แข็งแกร่งดังสะท้อนก้องออกไปในบริเวณนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  มันช่างน่าเกรงขามและไม่หายไปไหนแม้ผ่านไปเนิ่นนานแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนย่อมไม่ทำดังที่เขาเอ่ยขอและปรากฏตัวออกไป  ร่างกายของเขาราวกับซากศพขณะนอนทอดกายอยู่ในพุ่มไม้หนาโดยไม่ขยับแม้แต่น้อย  ลมหายใจของเขาก็ลดลงจนถึงขีดสุด  เสริมด้วยจิตของเหยาเหลาที่ห่อหุ้มอยู่,  เขาเชื่อว่าไม่ว่าผู้เฒ่าชุดดำผู้นั้นจะแข็งแกร่งปานใด  เขาก็ไม่น่าที่จะสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของเซียวเอี๋ยน

 

เสียงที่น่าเกรงขามดังก้องออกไปทั่วบริเวณ  ครู่ใหญ่ผ่านไปมันจึงหายลับไปสิ้น  อย่างไรก็ตาม  รอบด้านยังคงเงียบเชียบดังที่เป็นอยู่เมื่อครู่  นี่ทำให้ผู้เฒ่าชุดดำเผลอมีใบหน้าบูดบึ้งแล้ว

 

“อย่าบอกข้านะว่าเขาจากไปแล้ว?”  บุรุษสูงวัยชุดดำทอดถอนใจออกมาเบาๆ  เขาได้แต่กระโจนตัวขึ้นไปอีกคราหนึ่งและจากไป  ร่างกายพุ่งวูบวาบอยู่สอง-สามหน,  เขาหายลับไปทางเส้นขอบฟ้าเงียบๆ

 

เซียวเอี๋ยนค่อยผ่อนลมหายใจโล่งอกออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าบุรุษสูงวัยในชุดสีดำผู้นั้นหายตัวไปเงียบๆ  ร่างกายของเขาเพิ่งจะเริ่มเคลื่อนไหวเมื่อเสียงลึกๆ ของเหยาเหลาพลันดังขึ้นข้างหู  “อย่าขยับ!”

 

ร่างของเซียวเอี๋ยนที่เพิ่งกระดิกไปเล็กน้อยพลันแข็งทื่อขึ้นอีกคราหนึ่ง  เขาขยับมุมปากและได้แต่อยู่ในท่านี้  สิ่งนี้ดำเนินต่อไปอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง  ชั่วขณะที่เขาเกือบจะทนไม่ไหวแล้วนั่นเอง,  สองตาที่กำลังทอดมองไปยังยอดเขาที่อยู่ไม่ไกลออกไปลูกหนึ่งพลันหรี่ย่นลง

 

เขาเห็นลมบางเบาสายหนึ่งซึ่งพลันพัดผ่านยอดเขาที่เคยร้างราผู้คน  เงาร่างมนุษย์สีดำสายหนึ่งค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นในสายตาของเซียวเอี๋ยนราวกับภูติผีตนหนึ่ง

 

เซียวเอี๋ยนจ้องมองเงาร่างมนุษย์ที่เห็นได้ชัดว่าจากไปแล้ว  ทว่ากลับปรากฏกายขึ้นมาใหม่ได้อย่างประหลาดนัก  เหงื่อเย็นเยือกพลันผุดขึ้นเต็มหน้าผากของเขาแล้ว  ผู้เฒ่าท่านนี้...  ช่างเจ้าเล่ห์นัก  หากเขาไม่ได้เหยาเหลากำชับตือนเมื่อครู่  เขาคงถูกจับได้คาหนังคาเขาในทันที่ที่เขาปรากฏตัวแล้ว  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้พบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้

 

บุรุษสูงวัยในชุดสีดำที่เพิ่งโผล่กลับออกมาเหลียวมองรอบกาย  ในขณะนี้  ในที่สุดเขาจึงปลงใจว่าผู้ที่เคยกลั่นยาอยู่ที่นี่คงจากไปไกลแล้ว  เขาทอดถอนใจออกมาคำหนึ่ง  ร่างกายของเขาขยับคราหนึ่ง  เขาก็พลันหายตัวไปจากจุดเดิมอีกครา

 

ครั้งนี้,  เซียวเอี๋ยนจึงสามารถคลายความเคร่งเครียดในจิตใจลงได้อย่างแท้จริงในที่สุดเมื่อเงาร่างของผู้เฒ่าในชุดสีดำท่านนั้นหายลับไป  ร่างกายของเขาทอดนอนอยู่บนกิ่งไม้กิ่งหนึ่งอย่างหมดเรี่ยวแรง  ดูราวกับสูญสิ้นเรี่ยวแรงไปจนหมด  ปล่อยให้เหงื่อเย็นเยือกเปียกโชกเสื้อผ้าของตน

Comment

Comment:

Tweet

555+ น่าจะขมขึ้นนะ

#3 By เฒ่าทารก on 2017-10-24 14:59

ยาระดับสูง?ขึ้นแล้วจะอร่อยขึ้นไหมหนอ

#2 By ตี๋ on 2017-10-24 11:50

กลั่นแทบตาย ถ้าบินหนีไปได้นี่คงเซ็งน่าดู นึกถึงขนมชอคโกแลตกบ ของแฮรี่555 จะกินทีตะครุบกบกันสนุกเลย / ขอบคุณท่านผู้เฒ่าขอรับ

#1 By viruskei on 2017-10-22 15:31