*** โปรดแซ่บ.... ตามที่ท่านไวรัสไก่ (viruskei / meichan @ bloggang) ได้แนะนำอักษรต้นฉบับภาษาจีนเกี่ยวแก่ชื่อของจื่อเอี้ยนมา (紫研) จึงขออนุญาตแก้ไขชื่อแม่หนูน้อยเป็น จื่อเอี๋ยน ให้ตรงตามต้นฉบับนะครัช ... ขอบพระคุณท่านไวรัสไก่ด้วยขอรับ...

ส่วนของเก่า จะกลับไปแก้ภายหลังนะครัช ***kiss

 

เซียวเอี๋ยนพักอยู่ในป่าลึกราวครึ่งวันเพื่อหลีกเลี่ยงจากการค้นหาของบุรุษสูงวัยในชุดสีดำผู้นั้น  จากนั้นเขาจึงคลี่ปีกหมอกม่วงออกมาและกลับไปที่โรงเรียนเจียหนันพร้อมด้วยหัวใจที่ปลอดโปร่ง

 

ด้วยอาศัยท้องฟ้าที่มืดสลัวลงแล้ว  เซียวเอี๋ยนจึงหลีกเร้นจากผู้คนที่อยากรู้อยากเห็นและต้องการที่จะท้าประลองเขาเหล่านั้นไปได้อีกคราหนึ่ง  เขาเข้าไปในกลุ่มประตูหินและเดินวางมาดกลับเข้าไปในบ้านพักพิเศษ  อย่างไรก็ตาม  เมื่อเขาผลักประตูเข้าไป  เงาร่างสีขาวสายหนึ่งพลันพุ่งเข้ามาตรงหน้า  เป็นเหตุให้เขารีบสาวเท้าล่าถอยไปด้วยความระมัดระวังก้าวหนึ่ง  เขาเพ่งสายตาจ้องมองและเผลอตกใจเล็กน้อย  เงาร่างสีขาวตรงหน้าเขานี้ที่แท้กลับเป็นยอดยุทธ์อันดับหนึ่งบนทำเนียบยอดฝีมือ  ร่างอวตารของสัตว์เทพชนิดหนึ่ง,  จื่อเอี๋ยน

 

ในขณะนี้,  เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสีขาวกำลังจ้องมองเซียวเอี๋ยนตรงประตูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการตั้งตารอคอยอย่างหนึ่ง  นัยน์ตาดำขลับของนางเต็มไปด้วยความประสงค์

 

“แค่ก,  จื่อเอี๋ยน,  เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่?”  เซียวเอี๋ยนผ่อนความเคร่งเครียดในหัวใจลง  เขาส่งเสียงไอแหบแห้งออกมาคราหนึ่งก่อนที่จะลูบศีรษะน้อยๆ ของจื่อเอี๋ยน  ครั้นแล้ว  เขาฉีกตัวไปด้านข้างและเข้าห้องไป  เมื่อเดินเข้าไปในห้อง  เขาพบว่าเซวี่ยนเอ๋อ,  หูเจีย,  และอู๋เฮ่าล้วนอยู่ในนั้น  ในขณะนี้  คนทั้งสามกำลังใช้สายตาประหลาดชนิดหนึ่งจ้องมองเขา

 

“ข้ากินตันหวันพวกนั้น,  ที่เจ้าช่วยข้ากลั่นไปจนหมดแล้ว”  จื่อเอี๋ยนดูราวกับผู้ติดตามตัวจ้อยอยู่ในขณะนี้แล้ว  ติดตามหลังร่างของเซียวเอี๋ยนไปอย่างใกล้ชิด  ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของนางแดงเรื่อเล็กน้อยขณะเอ่ยด้วยท่าทางเขินอาย

 

เซียวเอี๋ยนอดไม่ได้ที่จะปาดเหงื่อเย็นบางส่วนออกไปเมื่อได้ยินเช่นนี้  แม่หนูน้อยผู้นี้ช่างสมกับที่มีรากฐานมาจากสัตว์เทพชนิดหนึ่ง  นางกลับสามารถกินเย่าหวันที่บรรจุไปด้วยฤทธิ์ยาอันรุนแรงและดุร้ายเหล่านั้นได้หมดภายในเวลาไม่กี่วัน  ตามที่เซียวเอี๋ยนรู้จักเกี่ยวแก่นาง,  ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายคงกินเย่าหวันเหล่านั้นราวกับพวกมันเป็นลูกกวาดแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนรีบเดินเข้าไปในห้องโถงและได้ยินหูเจียกำลังพึมพำเงียบๆ  “แม่หนูน้อยผู้นี้คือใครกัน?  อยู่ดีๆ นางก็โผล่เข้ามาและพบสถานที่ตั้งของกลุ่มประตูหินเมื่อเช้านี้  และยังบอกพวกเราว่านางต้องการจะพบเจ้า  เมื่อนางได้ยินว่าเจ้าไม่อยู่แถวนี้,  นางก็นั่งลงและไม่ยอมจากไปไหน  ใบหน้าจิ้มลิ้มของนางช่างเย็นชาราวน้ำแข็งจนเข้าข่ายน่าสะพรึงกลัว  อีกฝ่ายเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อย  เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นการดีสำหรับพวกเราหากจะใช้กำลัง”

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  เขาเอ่ยพร้อมด้วยยิ้มขื่น  “โชคดีแล้วที่พวกเจ้าทุกคนไม่ได้ใช้กำลัง  ไม่เช่นนั้น  บ้านทั้งหลังนี้คงถูกพังจนราบคาบแล้ว”

 

“หือ?”  เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้  อู๋เฮ่าและหูเจียที่อยู่ด้านข้างค่อนข้างตกใจขณะจ้องมองใบหน้าเย็นชาราวน้ำแข็งของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังละลายลงตั้งแต่เห็นเซียวเอี๋ยนปรากฏกาย  เด็กหญิงน่ารักปานนี้กลับมีพลังที่ดุร้ายปานนั้นเชียวหรือ?

 

“แม้แม่หนูน้อยผู้นี้ดูเด็กนัก  ร่างกายของนางดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่มหาศาล  หากนางลงมือสู้จริงๆ  คงยากจะหาผู้ใดรับมือนางได้”  เซวี่ยนเอ๋อที่อยู่ด้านข้างไม่แปลกใจนัก  เมื่อได้ยินคำพูดของนางเช่นนี้,  ดูเหมือนว่านางพอจะสัมผัสได้ถึงพลังของจื่อเอี๋ยนเลาๆ

 

เซียวเอี่ยนค่อนข้างแปลกใจขณะจ้องมองเซวี่ยนเอ๋อ  สัมผัสอันเฉียบแหลมของนางดูไม่เหมือนต้าเต๋าซื่อผู้หนึ่งจะพึงมีได้  อย่างไรก็ตาม  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เซียวเอี๋ยนได้พบเห็นความลึกลับของเซวี่ยนเอ๋อ  ดังนั้น  ความแปลกใจจึงปรากฏอยู่เพียงชั่วพริบตาหนึ่งก่อนที่จะหายไปอย่างรวดเร็ว

 

หูเจียและอู๋เฮ่าสบตากัน  พวกนางเผลอพึมพำ  “เป็นไปไม่ได้,  ใช่หรือไม่?  นางยังเด็กปานนี้...”

 

“พวกเจ้าอย่าได้มองสิ่งต่างๆ แต่เพียงเปลือกนอก”  เซียวเอี๋ยนยิ้ม  เขาเองก็เคยตกใจเมื่อได้รู้ว่าจื่อเอี๋ยนมีพลังที่มหาศาลปานนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยเพียงนี้ก่อนที่จะรู้ฐานะของนาง  ดังนั้น  เขาจึงเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของหูเจียและอู๋เฮ่าในขณะนี้เป็นอย่างดี

 

เซียวเอี๋ยนนั่งอยู่บนเก้าอี้  เขาอดไม่ได้ที่จะบังเกิดรู้สึกอ่อนล้าชนิดหนึ่ง  สองตาของเขาหรี่แคบขณะใช้นิ้วถูหน้าผากของตน  การเฝ้าสังเกตการกลั่นยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีของเหยาเหลามาตลอดหลายวันทำให้เขาสิ้นเปลืองพลังงานไปไม่น้อย

 

“แปะ  แปะ...”

 

เสียงวางของดังกระแทกลั่นออกมาในพริบตาที่เซียวเอี๋ยนเพิ่งนั่งลงไป  เขาลืมตาขึ้นอย่างไม่แน่ใจ  เพียงเพื่อจะได้เห็นว่าบนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรกองท่วมสูงอยู่  จื่อเอี๋ยนที่ข้างโต๊ะกำลังสวมแหวนวงหนึ่งอยู่บนนิ้วน้อยๆ ของนาง

 

“นี่เป็นสิ่งที่ตาเฒ่าที่คอยคุ้มกันคลังยาขอให้ข้านำมาส่งให้  เขาบอกว่าวัตถุดิบสมุนไพรเหล่านี้เตรียมไว้สำหรับผู้เฒ่าหลิว”  เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้มิใช่ความตั้งใจหลักของจื่อเอี๋ยน  ดังนั้น  หลังจากที่นางโยนของเหล่านี้ออกมากองไว้แล้ว  นางพลันล้วงวัตถุดิบสมุนไพรรูปร่างเป็นก้อนแข็งสีชมพูออกมาก้อนหนึ่ง  มันดูราวกับเหง้าพืชสักอย่างหนึ่ง  ดวงตาดำขลับของนางจ้องมองเซียวเอี๋ยนอย่างคาดหวังเต็มที่  นางใช้ซุ่มเสียงออดอ้อนน่าสงสารและเอ่ย  “อีกอย่างหนึ่ง  เจ้าเคยบอกเอาไว้ว่าข้าสามารถมาหาเจ้าที่นี่ได้เมื่อข้ากินเย่าหวันพวกนั้นหมดแล้ว”

 

เซียวเอี๋ยนชำเลืองมองวัตถุดิบสมุนไพรบนโต๊ะและกวาดมองมันลวกๆ  เขาพยักหน้าน้อยๆ  ผู้เฒ่าหลิวท่านนั้นไม่ขี้เหนียวเกินไปนักกับเรื่องนี้  ตรงนี้น่าจะมีสมุนไพรอยู่สักสามชุด  เห็นได้ชัด  เขาเองก็กังวลว่าอัตราล้มเหลวของเซียวเอี๋ยนจะสูงเกินไป  ดังนั้นเขาจึงกัดฟันเพิ่มของพวกนี้ให้มากขึ้นอีกสักหน่อย  ทั้งหมดที่เขาคาดหวังก็คือเซียวเอี๋ยนจะสามารถกลั่นยาพลังมังกรออกมาได้สำเร็จสักเม็ดหนึ่งจากวัตถุดิบทั้งสามชุดนี้

 

เมื่อกวาดตามองสมุนไพรเหล่านั้นทั่วแล้ว  เซียวเอี๋ยนเพียงรับเหง้าพืชสมุนไพรก้อนนั้นมาจากมือของจื่อเอี๋ยน  เขาพลิกดูโดยรอบและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง  เขาจำพืชชนิดนี้ได้  มันเป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรหายากที่ชื่อว่า  “รากวิญญาณไฟ”  มันเต็มไปด้วยพลังงานธาตุไฟ  แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังเผลอถูกมันดึงดูดใจเข้า

 

“แม่หนูผู้นี้ช่างเป็นจอมเขมือบสมุนไพรเสียจริงๆ”  เซียวเอี๋ยนส่ายศีรษะและหัวเราะขื่น  “ผู้เฒ่าหัวคงต้องถูกเจ้ายั่วโมโหจนตายเป็นแน่”

 

“เหลวไหล  สมุนไพรนี้เป็นสิ่งที่ข้าค้นพบเองในป่าลึก  ตั้งแต่แรก  ข้าก็มีสัมผัสพิเศษกับวัตถุที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติเหล่านี้  ข้าไม่ได้ขโมยของพวกนี้มาจากตาเฒ่านั่นเสียหน่อย”  ดวงตากลมโตดำขลับของจื่อเอี๋ยนหรี่แคบในขณะที่นางเอ่ยตอบอย่างเคืองใจเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน

 

“สัมผัสพิเศษ?”  หัวใจของเซียวเอี๋ยนเผลอขยับเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดท่อนนี้  จื่อเอี๋ยนผู้นี้เดิมทีเป็นสัตว์วิเศษแต่บรรพกาล  นางมีพรสวรรค์โดยกำเนิดในการไล่ล่าสมบัติธรรมชาติอันล้ำค่าหรือ?

 

ดวงตาของเซียวเอี๋ยนเจิดจ้าขึ้นมาเงียบๆ  หากเป็นเช่นนี้  ความคงอยู่ของแม่หนูน้อยผู้นี้ก็ไม่ต่างกับไหเก็บสมบัติแล้วล่ะสิ?  ด้วยประสาทสัมผัสอันลึกลับของนาง  ไม่ต้องสงสัยว่าจะช่วยประหยัดปัญหาไปมากมายเพียงใดในยามที่ต้องการค้นหาวัตถุแห่งจิตวิญญาณตามธรรมชาติอันล้ำค่าสักอย่างหนึ่งในป่าลึก

 

“เจ้าสามารถสัมผัสถึงพวกสมุนไพรที่ถูกฝังลึกลงไปใต้ดินด้วยหรือไม่?”  เซวี่ยนเอ๋อที่อยู่ด้านข้างก็ค่อนข้างแปลกใจเช่นกันขณะเอ่ยถาม

 

จื่อเอี๋ยนชำเลืองมองเซวี่ยนเอ๋อ  ไม่ทราบเหตุใด  นางรู้สึกหวาดกลัวพี่สาวเลอโฉมผู้นี้อยู่นิดหน่อย  ดังนั้นคำตอบของนางจึงฟังไม่เย็นชา  “หืม  ข้าย่อมต้องรู้ว่าลึกลงไปใต้หุบเขาของโรงเรียนส่วนในตรงไหนบ้างที่มีสมุนไพรวัตถุดิบซุกซ่อนอยู่  อย่างไรก็ตาม  สมุนไพรเหล่านั้นล้วนมีสัตว์เทพที่แข็งแกร่งมากๆ คอยปกป้องอยู่  ตัวอย่างเช่นวานรฟ้าปีศาจหิมะตัวหนึ่งในเขาลึก  มันต้องคอยปกป้องของดีบางอย่างเอาไว้อยู่เป็นแน่  อย่างไรก็ตาม  ตอนที่ข้าไปถึงที่นั่น,  ข้าถูกมันขับไล่จนต้องล่าถอยออกมาเสียหลายหน  ต่อมา  ข้าได้พบแม่นางผู้หนึ่งซึ่งมีเรือนผมสีเงิน  นางดูสวยงามต้องตานัก ข้าก็เลยบอกเล่าสิ่งที่เจ้าวานรฟ้าปีศาจหิมะกำลังปกป้องอยู่ให้นางรู้  ข้าสงสัยเสียจริงว่านางทำได้สำเร็จหรือไม่  นางบอกว่าหากนางทำสำเร็จ,  นางจะแบ่งส่วนหนึ่งให้แก่ข้าด้วย”

 

สีหน้าของหลายๆ คนภายในห้องโถงแสดงออกมาแตกต่างกันไปในยามที่ได้ยินคำพูดซึ่งถ่ายทอดออกมาจากปากของจื่อเอี๋ยน

 

หูเจียและอู๋เฮ่ามีดวงตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงขณะจ้องมองจื่อเอี๋ยน  พวกเขาย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงของวานรฟ้าปีศาจหิมะมาก่อน  คิดไม่ถึงโดยแท้ว่าแม่หนูน้อยผู้นี้กลับกล้าที่จะประหมัดกับสัตว์ป่าที่ดุร้ายปานนั้นได้?  เป็นการยากนักที่จะหาผู้ใดในโรงเรียนมีพละกำลังปานนั้นได้

 

“คิดไม่ถึงโดยแท้  เหตุผลที่หานเยวี่ยรู้เกี่ยวกับแก่นน้ำนมชุบร่างที่ซุกซ่อนอยู่ในหุบเขา  ที่แท้ก็เป็นเพราะจื่อเอี๋ยนเป็นผู้บอกนางนี่เอง...  เรื่องนี้ช่างน่าสนใจเสียจริง”  เซียวเอี๋ยนกระดกลิ้นและส่ายศีรษะ  สตรีที่มีผมสีเงิน  ดูเหมือนจะมีเพียงคนเดียวในโรงเรียนส่วนในแห่งนี้,  ใช่หรือไม่?”

 

“ฮี่ๆ  จื่อเอี๋ยน  เหตุใดพวกเราไม่มาตกลงกัน?”  ดวงตาของเซียวเอี๋ยนกลอกกลิ้ง  รอยยิ้มหนึ่งผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าขณะเอ่ยถามจื่อเอี๋ยนคำหนึ่ง

 

“เจ้ากำลังคิดวางแผนการอันใด?”  จื่อเอี๋ยนพลันถอยหลังไปก้าวหนึ่งและเอ่ยถามอย่างระมัดระวังตัวเมื่อนางเห็นรอยยิ้มของเซียวเอี๋ยน

 

“ข้าจะยอมวางมือจากทุกอย่างและช่วยเจ้ากลั่นตันหวันเพิ่มในครั้งหน้าที่เจ้ากินหมด”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและกล่าว  “แต่ว่าข้ามีข้อแลกเปลี่ยน  เมื่อยามที่ข้าต้องเข้าป่าลึกไปหาสมุนไพร  เจ้าต้องติดตามข้าไปด้วย”  ในฐานะนักแปรธาตุผู้หนึ่ง  ความปรารถนาในวัตถุดิบสมุนไพรล้ำค่าย่อมมากมายกว่าสิ่งอื่นใด  พรสวรรค์ในการค้นหาของล้ำค่าของจื่อเอี๋ยนจึงดึงดูดใจเขาอย่างใหญ่หลวงอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว

 

“เจ้าคิดจะให้ข้าไปช่วยเจ้าหาสมุนไพรวัตถุดิบต่างๆ หรือ?”  แม้จื่อเอี๋ยนจะเยาว์วัย  นางก็มิใช่คนโง่  ดังนั้นนางจึงเข้าใจเจตนาของเซียวเอี๋ยนทันควัน

 

“ช่วยเจ้ากลั่นสมุนไพรก็สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงข้ามากมายนัก  เจ้าคงไม่ปล่อยให้ข้าทำงานให้เจ้าเปล่าๆ ปลี้ๆ  หรอกนะ ใช่หรือไม่?”  เซียวเอี๋ยนแบสองมือและกล่าว

 

จื่อเอี๋ยนใบหน้าบูดบึ้ง  นางพิจารณาเรื่องนี้อยู่เป็นนานจึงพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก  นางพึมพำ  “แล้วแต่เจ้า  อย่างไรก็ตาม  ข้าจะพาเจ้าไปหาสมุนไพรต่างๆ เท่านั้น  เจ้าจะต้องรับมือกับพวกสัตว์เทพที่คอยปกป้องของล้ำค่าเหล่านั้นด้วยตนเอง  แน่นอน  หากเจ้าคิดจะให้ข้าช่วยลงมือ  นั่นก็เป็นไปได้  แต่ทว่า  เจ้าก็ต้องให้รางวัลตอบแทนข้าด้วย”

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้า  เขาเก็บสมุนไพรวัตถุดิบกองใหญ่เข้าไว้ในแหวนเก็บของ  ครั้นแล้วจึงใช้รากวิญญาณไฟในมือชี้ไปทางจื่อเอี๋ยนและกล่าว  “ข้าจะช่วยเจ้ากลั่นสิ่งนี้ในค่ำคืนนี้  เจ้าค่อยกลับมารับมันไปในวันพรุ่งนี้เถอะ”

 

“ไม่  ข้าจะรอเจ้าที่นี่”  จื่อเอี๋ยนรีบส่ายศีรษะและเอ่ยตอบเมื่อได้ยินเช่นนั้น

 

“แล้วแต่เจ้าเถอะ  เซวี่ยนเอ๋อ  ช่วยจัดที่พักให้นางสักหน่อยเถิด  หลายวันมานี้ข้าเหน็ดเหนื่อยเกินไปจริงๆ  และจำต้องพักผ่อนสักหน่อยเป็นลำดับแรก”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้าเรียบๆ ก่อนที่จะหันไปสั่งเซวี่ยนเอ๋อ

 

เซวี่ยนเอ๋อยิ้มแย้มพยักหน้า  นางจ้องมองเซียวเอี๋ยนที่หมุนตัวและเดินขึ้นไปยังชั้นบน  ริมฝีปากของนางขยับเล็กน้อย  ท่วงท่าที่คิดอยากจะเอ่ยปากทว่ายับยั้งตนเองไว้เช่นนั้นของนางบ่งบอกนัยยะว่านางมีบางอย่างคิดอยากจะพูดกับเซียวเอี๋ยน  อย่างไรก็ตาม  ครู่ต่อมา  มันแปรเปลี่ยนเป็นเสียงถอนหายใจเบาๆ คราหนึ่ง  นางก้มศีรษะลงยิ้มให้แก่จื่อเอี๋ยนที่อยู่ด้านข้าง  ครั้นแล้วจึงเอ่ยราตรีสวัสดิ์แก่หูเจียและอู๋เฮ่าและพาจื่อเอี๋ยนไปยังห้องว่างห้องหนึ่ง

...

รัตติกาลปกคลุมทั่วโรงเรียนส่วนใน  บางครั้งบางคราจึงปรากฏแสงสว่างวูบวาบขึ้นช่วยขับไล่ความมืดมิดไปได้บ้าง

 

เซวี่ยนเอ๋อกำลังยืนอยู่ด้วยท่วงท่าบอบบางและงดงามนักหนาอยู่ข้างหน้าต่างห้องภายในบ้านพักพิเศษ  แสงจันทร์นวลตาสาดส่องเข้ามาในหน้าต่าง  ห่อหุ้มรอบกายอันงดงามและแบบบางน่ารักของนางเอาไว้  เรือนผมสีดำปลิวต้องลม  ช่างเป็นท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวานัก

 

เงาดำสายหนึ่งพลันส่ายซัดขึ้นมาบนมุมมืดแห่งหนึ่งภายในห้อง  ในที่สุด  มันก่อเป็นเงาร่างมนุษย์สูงวัยผู้หนึ่ง

 

“คุณหนู”  เงาร่างมนุษย์ปรากฏกายขึ้นและโค้งคำนับให้แก่เซวี่ยนเอ๋อด้วยความนอบน้อมยิ่ง  ดูจากรูปร่างลักษณะนี้แล้ว,  ผู้นี้ก็คือหลิงอิงนั่นเอง

 

“ผู้เฒ่าหลิง  หากท่านมีสิ่งใดต้องการพูดก็จงเอ่ยออกมา”  เซวี่ยนเอ๋อหมุนกาย  รอยยิ้มบางฉาบฉายอยู่บนใบหน้าอันวิจิตรไร้ที่ติของนางขณะเอ่ยเบาๆ

 

หลิงอิงลังเลอยู่เล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนี้  สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าของเซวี่ยนเอ๋อ  ครู่ต่อมา  ในที่สุดจึงเอ่ยออกมาเบาๆ  “คุณหนูน้อย  ท่านประมุขได้ถ่ายทอดคำสั่งมา...”

 

ร่างกายตั้งตรงใต้แสงจันทร์ของเซวี่ยนเอ๋อสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ อย่างไม่สะดุดตาในทันทีที่สิ้นเสียงของหลิงอิง

 

“พูด”

 

เสียงของแม่นางน้อยมีแววเย็นชาเล็กน้อยภายใต้รัศมีแห่งแสงเดือนดาว...

Comment

Comment:

Tweet

อื้ม นับถือน้ำใจเลย สำหรับทุกท่านที่ไปรอคอย เพื่อกราบพระองค์ท่านที่หน้าพระเมรุมาศ 
แม้จะเป็นคำพูดเชยๆ แต่พระองค์ท่านอยู่ในใจพวกเราเสมอค่ะ คุณตี๋สู้ๆๆ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ทั้งฝนทั้งลม kiss

#4 By เฒ่าทารก on 2017-10-25 16:29

ขอบคุณ?ครับ พิมพ์?จากหน้า?พระเมรุมาศ? ใจหายจริงๆ

#3 By ตี๋ on 2017-10-25 12:37

ขอบคุณจ้าท่านไวรัสไก่ 
หานเยวี่ยนั่นเอง

 

#2 By เฒ่าทารก on 2017-10-22 19:40

ชอบน้องอันดับหนึ่ง555 เป็นเด็กที่โดนเซียวเอี๋ยนล่อด้วยขนมจริงจังมาก // ท่านผู้เฒ่าเหมือนชื่อจะผิดไปประโยคนึงค่ะ "เหตุผลที่หูเจียรู้เกี่ยวกับแก่นน้ำนมชุบร่างที่ซุกซ่อนอยู่ในหุบเขา " หูเจียนี่เพื่อนเซียวเอี๋ยนอ่ะ คุณผญ ผมสีเงินชื่ออะไรอันนี้เราก็จำไม่ได้ แหะๆ ฝากด้วยนะคะ ^^ ส่วนเรื่องชื่อคนในเรื่องถ้าท่านผู้เฒ่าสนใจไว้เดี๋ยวเราส่งเว็บรายชื่อที่เป็นภาษาจีนให้ได้นะคะ เผื่อผู้เฒ่าอยากแก้ต้นฉบับเกลาให้เป๊ะน่ะค่ะ

#1 By viruskei on 2017-10-22 15:49