เงาร่างมนุษย์หลายคนพุ่งตัวออกมาจากทางออกลวงตาของโรงเรียนส่วนใน  ดูจากท่าทางของคนเหล่านี้  ที่แท้กลับเป็นเซียวเอี๋ยน,  เซวี่ยนเอ๋อและพวก  ด้านหลังของพวกเขายังมีหลินเอี้ยนที่ติดตามออกมาด้วยเพราะความอยากรู้อยากเห็น

 

ชั่วขณะที่เซียวเอี๋ยนและพวกรุดออกจากป่า  เสียงสูงวัยเบาๆ  ดังขึ้นเหนือศีรษะของทุกผู้คน  “เจ้าจะต้องมีหนังสือจากผู้เฒ่าท่านหนึ่งหากเจ้าต้องการออกจากโรงเรียนส่วนใน  พวกเจ้ากลุ่มใหญ่คิดจะทำอะไรจึงคิดจากไป?”

 

เซียวเอี๋ยนและพวกรีบเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนี้  เพียงเพื่อจะได้เห็นผู้เฒ่าสูงวัยผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่บนกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง  หากสังเกตให้ดี  ที่แท้เขาก็คือผู้เฒ่าซูซึ่งพวกเขาเคยพบเมื่อคราวเข้ามาสู่โรงเรียนส่วนในเป็นครั้งแรก

 

“ผู้เฒ่าซู  ผู้น้อยชื่อเซียวเอี๋ยน  ข้ามีเรื่องเร่งด่วนอย่างหนึ่งจึงจำต้องออกเดินทางไปยังโรงเรียนส่วนนอก  ผู้เฒ่าได้โปรดช่วยเหลือข้าน้อย!”  เซียวเอี๋ยนสาวเท้าไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง  กดข่มความกังวลในหัวใจ  เขาเอ่ยอย่างเคารพนบนอบแก่ผู้เฒ่าบนกิ่งไม้

 

“โอ้?  เซียวเอี๋ยน?”  ผู้เฒ่าซูตกใจเมื่อได้ยินเช่นนี้  สายตารีบกวาดมองไปทางเซียวเอี๋ยน  เมื่อได้เห็นใบหน้าที่ค่อนข้างเคยคุ้น,  พลันมีรอยยิ้มเสริมขึ้นมาบนใบหน้าเรียบเฉยของเขา  “เคะๆ  ที่แท้ก็เป็นนักเรียนเซียวเอี๋ยน  ทำไม?  เจ้าเบื่อที่จะอยู่แต่ในโรงเรียนส่วนในและคิดจะออกไปเที่ยวข้างนอกหรือ?”

 

“ข้าจะมีเวลาผ่อนคลายปานนี้ได้ที่ไหน?  เพียงแต่ว่า  มีเรื่องด่วนอย่างหนึ่งที่ข้าจำต้องออกไปดู”  เซียวเอี๋ยนหัวเราะขื่น  เขายกสองมือขึ้นคำนับแก่ผู้เฒ่าซูและกล่าว  “ท่านผู้เฒ่า  ได้โปรด” 

 

ผู้เฒ่าซูนิ่งไปราววินาทีหนึ่ง  ตามกฎของโรงเรียนส่วนในแล้ว,  หากไม่มีหนังสืออนุญาตฉบับหนึ่ง  พวกเขาย่อมไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดจากไปได้  อย่างไรก็ตาม  เซียวเอี๋ยนนั้นแตกต่างออกไป  เขาเป็นคนที่ผู้เฒ่าที่หนึ่งได้กำชับด้วยตนเองให้ดูแลเป็นพิเศษ  อีกประการหนึ่ง  แม้เขาจะประจำการอยู่ที่นี่  เขาก็ได้ยินเรื่องที่เซียวเอี๋ยนสามารถกลั่นยาระดับห้าด้วยเช่นกัน ดังนั้น  เขาจึงค่อนข้างยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือเซียวเอี๋ยน

 

“ตามกฎแล้ว  ข้าไม่อาจปล่อยให้พวกเจ้าผ่านไปได้เมื่อพวกเจ้าไม่มีหนังสืออนุญาตในมือ  อย่างไรก็ตาม  เห็นแก่หน้านักเรียนเซียวเอี๋ยน  ข้าจะยอมผ่อนปรนกฎเกณฑ์ให้สักครั้งหนึ่งในวันนี้”  ผู้เฒ่าซูนิ่งไปครู่หนึ่ง  ในที่สุดจึงโบกมือและเอ่ยพร้อมยิ้มแย้ม

 

“ขอบคุณท่านผู้เฒ่า!”  เซียวเอี๋ยนพลันดีใจเมื่อได้เห็นผู้เฒ่าซูพยักหน้า

 

“ไฮ้  เจ้านี่ช่างหน้าใหญ่ไม่น้อย  ข้ามาพบผู้เฒ่าท่านนี้อยู่หลายหนและเขาก็มักจะทำหน้าตายใส่ข้าเสมอ  หากเจ้าไม่ส่งหนังสืออนุญาตออกไป  เจ้าก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านทางออกไปได้  คิดไม่ถึงโดยแท้ว่าเขาจะโอนอ่อนให้แก่เจ้า”  ที่ด้านหลังของเซียวเอี๋ยน,  หลินเอี้ยนแปลกใจเล็กน้อยขณะเอ่ย

 

เซียวเอี๋ยนยิ้ม  เขาเองก็พอจะรู้ดีถึงเหตุผลที่ผู้เฒ่าเหล่านี้มักมีความสุภาพต่อเขา  ก็คงเป็นเพราะเขาสามารถกลั่นยาระดับห้าอย่างหนึ่งได้  ไม่ว่าอย่างไร  ในฐานะที่เป็นนักแปรธาตุผู้หนึ่ง  เขารู้ดีว่านักแปรธาตุระดับห้ามีอิทธิพลเพียงใดต่อผู้เฒ่าที่มีพลังอยู่ในระดับเต๋าหวังเหล่านี้

 

“พี่เซียวเอี๋ยน  ท่านไม่ควรกังวลเกินไปนัก  คงไม่มีเรื่องร้ายแรงอันใดเกิดขึ้นในโรงเรียนเจียหนันได้หรอก”  เซวี่ยนเอ๋อที่กำลังใส่ใจเซียวเอี๋ยนอยู่ตลอดเวลาพลันเอ่ยขึ้นเบาๆ  แม้อีกฝ่ายจะปกปิดไว้เป็นอย่างดี,  นางยังคงมองเห็นแววกังวลบางเบาที่แสดงอยู่ตรงหว่างคิ้วของเขา

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  ขณะเอ่ยเสียงเบา  “อย่างไรก็ตาม  เจ้าก็น่าจะรู้จักเซียวหยูเป็นอย่างดี  นางมีนิสัยทระนงตนนัก  เว้นแต่จะมีเรื่องใหญ่จริงๆ แล้ว,  นางคงไม่ถามหาข้าเป็นแน่  ไม่ว่าอย่างไร  พวกเราก็เป็นคนบ้านเดียวกัน  ยิ่งไปกว่านั้น  ตระกูลเซียวต้องมีฐานะตกต่ำถึงเพียงนี้ก็เพราะข้า  ข้าเองก็รู้สึกเสียใจกับพวกเขาอยู่”

 

เซวี่ยนเอ๋อยิ้ม  มืองดงามของนางกุมฝ่ามือของเซียวเอี๋ยนอย่างอ่อนโยน  บ่งบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องเป็นทุกข์เกินไป

 

ในขณะที่คนทั้งสองสนทนากันเบาๆ  อากาศตรงหน้าก็พลันผันผวนขึ้นมาอย่างแรง  ทันใดนั้น  ราวกับอากาศตรงนั้นถูกแหวกแยกออกด้วยมือที่มองไม่เห็น  ประตูสีเงินพร่าตาบานหนึ่งปรากฏสู่สายตา

 

“ข้าส่งสัญญาณออกไปแล้ว เพราะฉะนั้น  จะมีสิงห์บินปีกอินทรีรอพวกเจ้าอยู่ข้างนอก  เทือกเขาลึกในเขตโรงเรียนส่วนในเต็มไปด้วยสัตว์เทพดุร้าย  หากไม่ขี่สิงห์บินปีกอินทรีไป  พวกเจ้าอาจจะต้องเสียเวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะออกไปถึงโรงเรียนส่วนนอกได้”  ผู้เฒ่าซูลอยตัวจากกิ่งไม้ลงยืนบนพื้นอย่างนุ่มนวลและยิ้มแย้มขณะกล่าวแก่คณะของเซียวเอี๋ยน

 

“ผู้เฒ่าซู  ขอบคุณท่านเป็นอันมาก  ข้าจะต้องตอบแทนน้ำใจของท่านในวันนี้อย่างแน่นอน”  เซียวเอี๋ยนยกสองมือขึ้นคำนับแก่ผู้เฒ่าซูด้วยความดีใจ  เขาไม่รั้งอยู่ต่อไป  สาวเท้าออกเดินนำผ่านประตูสีเงินไปอย่างรวดเร็ว  ครั้นแล้ว  ร่างของเขาจึงหายลับไปในท่ามกลางแสงอันเจิดจ้า

 

เซวี่ยนเอ๋อและพวกที่เหลือติดตามเขาไปอย่างใกล้ชิด  พร้อมด้วยประกายแสงสีเงินที่ริบหรี่ลง  ป่าทั้งผืนก็กลับสู่ความว่างเปล่าอีกคราหนึ่ง

 

“เห็นท่าทางกังวลใจของเซียวเอี๋ยนแล้ว  ดูท่าเขาคงจะมีเรื่องด่วนจริงๆ  เกรงว่าข้าคงจะต้องรายงานเรื่องนี้ให้ท่านผู้เฒ่าที่หนึ่งได้ทราบแล้ว”  ผู้เฒ่าซูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งหลังจากที่คนสุดท้ายในกลุ่มหายลับเข้าไปในประตูสีเงินแล้ว  เขาหมุนกายและทะยานขึ้นฟ้า  ปีกเต๋าชี่คู่หนึ่งคลี่ออกมา  เขาเร่งรุดตรงเข้าสู่โรงเรียนส่วนใน

...

ชั่วขณะที่พวกเขาออกจากประตูสีเงินบานนั้น  เทือกเขากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาปรากฏสู่สายตาของเซียวเอี๋ยน  ไม่ไกลออกไปเบื้องหน้ามีหุบเขาที่ลึกจนมองไม่เห็นด้านล่างทอดตัวออกไปจนสุดสายตา

 

ในขณะนี้มีสิงห์บินปีกอินทรีขนาดใหญ่โตตัวหนึ่งซึ่งกำลังกระพือปีกของมันอยู่ข้างช่องเขา  ยังมีคนขับอีกสองคนอยู่บนนั้น

 

“เคะๆ  พวกเจ้ากำลังจะมุ่งหน้าออกไปที่โรงเรียนส่วนนอกใช่หรือไม่?  ขึ้นมา”  คนผู้หนึ่งซึ่งกำลังบังคับสิงห์บินปีกอินทรีอยู่ลุกขึ้นยืนและส่งยิ้มให้  เขาทักทายเซียวเอี๋ยนและพวกเมื่อได้เห็นพวกเขาปรากฏตัวขึ้น

 

“ขอบคุณท่านเป็นอันมาก”  เซียวเอี๋ยนไม่พูดเกินจำเป็น  เขาโบกมือคราหนึ่งและออกนำหน้ากระโจนขึ้นไปบนหลังของสิงห์บินปีกอินทรีก่อนที่จะทรงตัวตรงอย่างไม่ต้องขยับอยู่บนแผ่นหลังของสิงห์บินปีกอินทรีซึ่งค่อนข้างลื่น  เซวี่ยนเอ๋อและพวกติดตามหลังมาอย่างใกล้ชิด  ทุกคนล้วนเป็นผู้มีพลังอันโดดเด่น  ดังนั้น  พวกเขาย่อมไม่สร้างความอับอายเฉกเช่นนักเรียนใหม่บางคนที่เคยแสดงออกมาเมื่อครั้งเข้าสู่โรงเรียนส่วนในคราวแรก

 

เห็นคนเหล่านี้ทรงตัวมั่นคง  คนขับสิงห์บินปีกอินทรีทั้งสองก็แอบชื่นชมขึ้นมาเงียบๆ  นักเรียนเหล่านี้ช่างสมกับเป็นนักเรียนของโรงเรียนส่วนใน  ความคล่องแคล่วปานนี้เป็นสิ่งที่ห่างชั้นกับนักเรียนส่วนนอกอย่างเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว

 

“นั่งให้มั่น!”  เสียงร้องหนึ่งดังขึ้น  สิงห์บินปีกอินทรีพลันกระพือปีกของมันและส่งลมกรรโชกรุนแรงออกมาชุดหนึ่ง  ร่างมหึมาของมันยกตัวขึ้นสู่ฟ้า  ในที่สุดโผบินตรงเข้าสู่เขตเทือกเขาของโรงเรียนส่วนนอกอย่างรวดเร็ว

 

บนลานเทียบท่าของสิงห์บินปีกอินทรีอันโล่งกว้างของโรงเรียนส่วนนอก

 

เนื่องเพราะสิงห์บินปีกอินทรีนี้เตะตานัก  มีนักเรียนจากโรงเรียนส่วนนอกมากมายที่รวมตัวกันอยู่รอบๆ บริเวณลานกว้างนั้น  นักเรียนเหล่านี้ต่างพากันตื่นตะลึงเมื่อได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังกระโจนเรียงตัวกันลงมาจากสิงห์บินปีกอินทรีที่เพิ่งลงสู่พื้น  เซียวเอี๋ยน,  เซวี่ยนเอ๋อ  หูเจียและอู๋เฮ่าย่อมเป็นดาวเด่นที่ทุกคนในโรงเรียนส่วนนอกรู้จักเป็นอย่างดีตั้งแต่ก่อนที่คนทั้งสี่จะได้เข้าสู่โรงเรียนส่วนใน  แม้จะผ่านไปกว่าครึ่งปีแล้วก็ยังมีนักเรียนมากมายจดจำพวกเขาได้  ดังนั้น  เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจึงดังขึ้นในขณะที่คนทั้งสี่ปรากฏตัว  สายตาของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความเร่าร้อน

 

เซียวเอี๋ยนที่กำลังรีบเร่งอยู่ย่อมมิได้ใส่ใจกับสายตาเหล่านั้น  เขานำคณะออกจากลานกว้างและอาศัยความทรงจำเดินไปทางบ้านพักของอาจารย์รั่วหลิง 

 

“ไฮ้  แม่นางน้อยในชุดสีเขียวผู้นั้นช่างงดงามจริงๆ  เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นนางมาก่อน?  โชคร้ายเสียจริง  หากข้าได้พบนางก่อน  ข้าอาจจะสามารถใกล้ชิดนางและได้ครอบครองหญิงงามผู้หนึ่งก็เป็นได้”  เสียงของใครบางคนเผลอดังขึ้นๆ  ในขณะที่พวกเขาจ้องมองกลุ่มคนที่หายลับไปจากสายตา  ในครึ่งปีที่ผ่านมานี้มีนักเรียนกลุ่มใหม่ที่เพิ่งเข้ามาศึกษาในโรงเรียนส่วนนอก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยเห็นเซวี่ยนเอ๋อและพวกมาก่อน  อย่างไรก็ตาม  ดูจากท่วงท่าอันสง่างามของคนกลุ่มนี้แล้ว,  นักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาศึกษาเหล่านี้จึงไม่กล้าทำเสียงดัง  เสียงของพวกเขาเพิ่งจะดังขึ้นหลังจากที่ทั้งคณะจากไป

 

“ชี่  เจ้าสารเลว  ผิวของเจ้ามันคันนักหรืออย่างไร  นั่นก็คือผู้หญิงของศิษย์พี่เซียวเอี๋ยน  เจ้าอยากจะใกล้ชิดนาง,  ด้วยพลังเพียงเท่านี้ของเจ้าน่ะรึ?”  นักเรียนผู้หนึ่งซึ่งดูแก่กว่าชำเลืองมองนักเรียนใหม่ผู้หนึ่งซึ่งเพิ่งโผล่มาข้างๆ และกล่าวพร้อมหัวเราะเย็นชา

 

“ใครคือเซียวเอี๋ยน?  ข้าเคยได้ยินแต่ราชาหัวหน้านักเรียนใหม่เอี๋ยนเฉิงและก็ไม่เคยรู้จักคนชื่อเซียวเอี๋ยนมาก่อนเลย”  นักเรียนใหม่ผู้นั้นช่างดื้อรั้นนัก  เขาตอบโต้อย่างเคืองใจ

 

“ราชานักเรียนใหม่เอี๋ยนเฉิง?  ฮี่ๆ  นั่นก็แค่เรื่องที่พวกนักเรียนใหม่ซึ่งไม่รู้จักความกว้างใหญ่ของฟ้าดินแต่งขึ้นมา  เจ้ายังกล้าเทียบกับเขาอีกหรือ?  เมื่อครั้งที่ศิษย์พี่เซียวเอี๋ยนเข้าสู่โรงเรียนส่วนใน  เขาก็เป็นถึงต้าเต๋าซื่อหกดาวแล้ว  บัดนี้เมื่อเขาได้ฝึกฝนเคี่ยวกรำตนเองอย่างหนักหน่วงอยู่ในโรงเรียนส่วนในมาถึงครึ่งปี  พลังของเขาก็คงจะต้องก้าวหน้าไปเป็นอันมาก  เขาอาจจะก้าวขึ้นถึงระดับต้าเต๋าซื่อขั้นสูงแล้วก็เป็นได้  เอี๋ยนเฉิงผู้นั้นอยู่ในระดับใดกัน?  แค่ถูกตบทีเดียว  เขาก็คงจำกระทั่งมารดาของตนไม่ได้แล้ว”  นักเรียนรุ่นพี่ผู้หนึ่งเยาะหยัน  คำว่าราชานักเรียนใหม่ก็เป็นเพียงสิ่งที่นักเรียนใหม่กลุ่มนี้เลือกขึ้นขณะรวมกลุ่มกัน  พลังของเอี๋ยนเฉิงนับว่าโดดเด่นที่สุด  ดังนั้น  กลุ่มนักเรียนใหม่จึงสนับสนุนเขาให้ขึ้นมาเป็นเจ้าราชานักเรียนใหม่อะไรนี่  แม้พลังของนักเรียนใหม่ทั้งหลายไม่นับว่าแข็งแกร่ง  พวกเขาก็ชนะในแง่ของจำนวน  ดังนั้น  จึงมีกลุ่มพรรคที่ค่อนข้างแข็งแกร่งเกิดขึ้นในโรงเรียนส่วนนอก

 

สีหน้าของนักเรียนใหม่ผู้นั้นแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าต้าเต๋าซื่อระดับสูง  เขาเองก็รู้ชัดดีถึงความห่างชั้นระหว่างพลังทั้งสองและจึงไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงด้วยคำพูดร้ายกาจใดๆ อีก  เขาเพียงหดหางก้มหน้าก้มตาเดินหนีหายไป

...

กลุ่มของเซียวเอี๋ยนย่อมไม่ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงภายในโรงเรียนส่วนนอกที่เกิดขึ้นมาในช่วงครึ่งปีนี้  ยิ่งไปกว่านั้น  พวกเขาก็ย่อมไม่สนใจกับมันแม้จะรู้  ด้วยพลังของกลุ่มประตูหินในขณะนี้,  ย่อมนับว่าจัดอยู่ในสิบอันดับต้นของโรงเรียนส่วนใน  เหตุใดพวกเขายังจะต้องสนใจนักเรียนใหม่เหล่านี้ที่เพิ่งเข้าสู่โรงเรียนส่วนนอกกันเล่า?

 

พวกเขาเดินไปตามถนนและตรงไปยังบ้านพักของอาจารย์รั่วหลิง  ตลอดทางนั้น,  เพราะเซวี่ยนเอ๋อและหูเจียเป็นที่สะดุดตานัก,  นักเรียนรุ่นพี่บางคนจึงจดจำพวกเขาได้  อย่างไรก็ตาม  นักเรียนใหม่บางคนพากันมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยขณะหยุดมองพร้อมพากันกระซิบกระซาบไปมา

 

พวกเขารีบเร่งเดินทาง  สิบกว่านาทีต่อมา  บ้านพักอันสวยงามของอาจารย์รั่วหลิงจึงปรากฏสู่สายตาของเซียวเอี๋ยน  เขาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกขณะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น  ครู่ต่อมา  ในที่สุดจึงมาถึงหน้าประตูบ้านพักและเคาะประตูเบาๆ

 

“แอ๊ด!”

 

ประตูส่งเสียงดังแอ๊ดขณะถูกเปิดออก  ใบหน้าน่ารักซีดขาวแบบบางที่ค่อนข้างคุ้นตาปรากฏสู่สายตาของเซียวเอี๋ยน  เงาร่างน่ารักตัวตรงพร้อมกับท่อนขาเรียวยาวงดงามเป็นที่สุดคู่นั้น,  จะเป็นผู้ใดไปได้อีกนอกจากเซียวหยู?

 

เซียวหยูผู้ซึ่งเปิดประตูออกมาก็ตกใจเช่นกันเมื่อนางได้เห็นคนกลุ่มใหญ่อยู่ตรงหน้า  อย่างไรก็ตาม  เมื่อสายตาของนางหันมายังใบหน้าของเซียวเอี๋ยน,  นางพลันตกตะลึง  หยดน้ำใสๆ ในดวงตางดงามของนางค่อยๆ เอ่อท้นขึ้นมา  มันไหลพรากลงอาบแก้ม

 

“อย่าร้อง  อย่างร้อง  เกิดอะไรขึ้นกัน?  ข้ารีบมาโดยไม่หยุดพักเลยเชียว”  เซียวเอี๋ยนเฝ้ามองเซียวหยูแสดงท่าทางบอบบางและอ่อนแอปานนี้ต่อหน้าเขาเป็นครั้งแรก  เขาตกใจใหญ่หลวงและรีบเอ่ยขึ้น

 

เรียวฟันของเซียวหยูขบลงบนริมฝีปากแดงเรื่อของนางแน่น  ในที่สุดนางจึงหยุดร้องไห้  ทั้งหมดที่นางทำก็คือฉุดดึงมือของเขาและรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน  ภายใต้พฤติกรรมอันผิดปกติของนางเช่นนี้,  เซียวเอี๋ยนไม่กล้าแข็งขืนแม้แต่น้อยและปล่อยให้นางฉุดดึงเขาไปข้างหน้าตามอำเภอใจ

 

เซียวหยูนำหน้าไป  คนทั้งกลุ่มรุดผ่านห้องนั่งเล่นและในที่สุดมาถึงหน้าประตูบานหนึ่ง  จากนั้นฝ่ายแรกจึงค่อยชะลอฝีเท้าของตนและผลักประตูเข้าไปเบาๆ

 

มือของเซียวเอี๋ยนพลันสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อยขณะจ้องมองสีหน้าของเซียวหยู  เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปในห้องและพลันมองเห็นเตียงนอนหลังหนึ่งพร้อมกับบุรุษผู้หนึ่งกำลังนอนอยู่บนนั้น

 

บุรุษผู้นั้นมีอายุราวยี่สิบห้าปี  ในขณะนี้  เขานอนหลับตาอยู่  ผิวพรรณซีดขาวราวกระดาษ  ยิ่งไปกว่านั้น  ยังดูเจ็บปวดทรมาน  ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ  เป็นพักๆ  ใบหน้านั้นดูละม้ายคล้ายคลึงกับเซียวเอี๋ยนเล็กน้อย

 

สองตาของเซียวเอี๋ยนจ้องมองใบหน้าคุ้นตานั้นเขม็ง  หมัดของเขาพลันกำแน่น  ดวงตาดำขลับแดงก่ำขึ้นมาบางส่วน  ครู่ต่อมา  เสียงทุ้มต่ำที่กดข่มความโกรธเกรี้ยวเอาไว้เต็มที่ค่อยๆ  ดังออกมาจากลำคอ

 

“พี่รอง!”

Comment

Comment:

Tweet

 ขอบคุณครับ

#2 By ตี๋ on 2017-11-04 17:05

ไอหยา มีเรื่องอีกแล้ว มีเรื่องอีกแล้วววววว

คนอื่นว่างเป็นหลับ ขยับเป็นกิน เซียวเอี๋ยนนี่นิ่งก็มีเรื่อง ขยับก็มีเรื่องจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

รอตอนหน้าาาาาาา / ขอบคุณท่านเฒ่าขอร้าบบบ

#1 By viruskei on 2017-10-24 23:12