บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความกดดันจนทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่ากำลังหายใจไม่ออก  หลินเอี้ยนและพวกจ้องมองเซียวเอี๋ยนผู้ซึ่งกำลังแสดงความโกรธเกรี้ยวใหญ่หลวงต่อหน้าพวกเขาเป็นครั้งแรก  พวกเขาแอบพูดไม่ออกกันแล้ว  คนผู้นี้ปกติมักจะมีท่าทางสุภาพและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อยามพบกัน  คิดไม่ถึงโดยแท้ว่าเขากลับน่าสะพรึงกลัวปานนี้ในยามโกรธ

 

สองตาของเซียวเอี๋ยนจ้องมองใบหน้าซีดขาวของเซียวลี่เขม็ง  ครู่ใหญ่ผ่านไป  เขาสูดลมหายใจลึกคำหนึ่งและฝืนกดข่มความโกรธเกรี้ยวในหัวใจ  เขาหันกลับมาพูดกับเซียวหยูที่สองตาแดงก่ำด้วยเสียงเข้มต่ำ  “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?  พี่รองน่าจะอยู่ในอาณาจักรเจียหม่ามิใช่หรือ?  เหตุใดเขาจึงมาถึงโรงเรียนเจียหนันได้?”

 

“เมื่อสองวันก่อน  ญาติผู้พี่เซียวลี่โผล่มาอยู่ที่ประตูทางเข้าโรงเรียนเจียหนันกะทันหันและขอให้คนมาแจ้งให้ข้าทราบ  เมื่อข้ารีบออกไป  ข้าก็เห็นเขาอยู่ในสภาพที่อ่อนแอเช่นนี้แล้ว  พอได้เห็นข้า,  เขาเพียงพูดประโยคเดียวก่อนที่จะสิ้นสติไป”  เซียวหยูเอ่ยเบาๆ

 

“พูดอะไร?”  หัวใจของเซียวเอี๋ยนกระโจนพรวดขณะเอ่ยถามเสียงแหบพร่า

 

“บอกเซียวเอี๋ยน  มีเรื่องเกิดขึ้นกับตระกูลเซียว!”

 

“ตูม!”

 

พลังแข็งแกร่งสายหนึ่งพลันแผ่พุ่งรุนแรงขึ้นมาในห้อง  เซียวหยูที่กำลังอยู่ใกล้เซียวเอี๋ยนที่สุดถูกสะเทือนด้วยพลังสายนั้นจนต้องถอยร่นไปหลายก้าว  ทันใดนั้น  ใบหน้าน่ารักของนางต้องตกตะลึงขณะจ้องมองเซียวเอี๋ยนผู้มีสีหน้าดำเข้มจนน่าสะพรึงกลัวและเคร่งขรึมยิ่ง  รัศมีเช่นนี้...  ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าอาจารย์รั่วหลิงเสียอีก!  พวกเขาไม่ได้พบกันเพียงครึ่งปี,  กระนั้นพลังของเซียวเอี๋ยนกลับแข็งแกร่งขึ้นมาถึงเพียงนี้?

 

“พี่เซียวเอี๋ยนอย่าเพิ่งหัวเสียไป”  เงาร่างหนึ่งรุดไปถึงข้างกายของเซียวเอี๋ยน  มืองดงามของนางคว้าแขนของเซียวเอี๋ยนแน่น  แสงสว่างสีทองบางเบาสายหนึ่งสว่างวาบขึ้น  เมื่อแสงสว่างสีทองนี้ฉายต้องร่างกาย  รัศมีที่ทำท่าจะหลุดจากการควบคุมของเซียวเอี๋ยนก็เริ่มค่อยๆ  สงบลง

 

เซียวเอี๋ยนหายใจกระชั้นถี่อยู่สอง-สามหน  สองมือของเขายังคงพลั้งเผลอสั่นเทาเล็กน้อย  เซียวเอี๋ยนได้ลอบย้ายตระกูลเซียวทั้งหมดไปยังสำนักรับจ้างที่พี่ใหญ่และพี่รองของเขาอยู่ตั้งแต่ก่อนที่เซียวเอี๋ยนจะจากมา  บัดนี้เซียวลี่ซึ่งเป็นรองหัวหน้าแห่งสำนักทหารเหล็กทะเลทรายกลับมาปรากฏตัวอยู่ในโรงเรียนเจียหนันซึ่งอยู่ห่างไกลจากจักรวรรดิเจียหม่านับหมื่นกิโลเมตร  นี่ย่อมต้องหมายความว่าสำนักทหารรับจ้างพร้อมกับตระกูลเซียวคงจะต้องถูกทำลายจนย่อยยับ

 

ปลายเล็บของเซียวเอี๋ยนจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือ  เลือดสดๆ  ไหลซึมออกมาตามร่องนิ้วและหยดลงพื้น  เซียวเอี๋ยนจ้องมองเซียวลี่ผู้มีใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษบนเตียงนอน  ความสำนึกผิดช่างเปรียบประดุจดังคมมีด,  กรีดลงบนหัวใจของเขาจนซ่านไปด้วยคลื่นแห่งความปวดร้าวระทม  ช่างคาดไม่ถึงโดยแท้  การเคลื่อนย้ายตระกูลเซียวไปยังสถานที่ที่พี่ใหญ่ของเขาตั้งรกรากอยู่,  กลับเป็นการทำร้ายพวกเขา...

 

บรรยากาศภายในห้องอึมครึมเพราะความกดดัน  ดวงตาของเซียวหยูแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย  ด้วยปัญหาที่ตระกูลเซียวเผชิญอยู่,  ดูท่าว่าบิดามารดาของนางคงยากจะรอดพ้นไปจากเงื้อมมือของฆาตกรเหล่านั้นได้  เหตุการณ์ผันเปลี่ยนคาดไม่ถึงเช่นนี้เป็นเหตุให้นางคิดไม่ออก  พวกเขาไม่ทราบว่าจะมีสมาชิกในตระกูลเซียวกี่คนรอดชีวิตได้บ้าง  บางที  หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด  ก็อาจจะเหลือเพียงพวกเขาแล้ว,  เด็กรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่นอกบ้าน...  เซียวหยูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในหัวใจในชั่วขณะที่ครุ่นคิดถึงว่า,  ตระกูลเซียวซึ่งเคยเป็นตระกูลใหญ่กลับต้องมาลงเอยด้วยสถานการณ์อันเลวร้ายปานนี้  นางก็เริ่มสะอึกสะอื้นขึ้นมาเบาๆ

 

เซียวเอี๋ยนค่อยๆ  นั่งลงข้างเตียง  เขาข่มสองมือที่กำลังสั่นเทาและกุมแขนของเซียวลี่ไว้  เต๋าชี่ริ้วหนึ่งถ่ายทอดเข้าไปในร่างกายของอีกฝ่าย  ครู่ต่อมาจึงปล่อยมือของเซียวลี่  ในที่สุดความเศร้าหมองบนใบหน้าจึงค่อยเบาบางลง  อย่างไรก็ตาม  เสียงของเขายังคงแหบพร่า,  เย็นชาและดุดันนัก  “พี่รองได้รับบาดเจ็บภายในหนักไม่น้อย  เขาคงบาดเจ็บขณะประมือกับผู้อื่น  โชคยังดี  ชีวิตของเขายังไม่เป็นอันตราย”

 

เซียวเอี๋ยนหยิบยารักษาอาการบาดเจ็บภายในออกมาจากแหวนเก็บของ  เขาป้อนมันเข้าไปในปากของเซียวลี่  ครู่ต่อมา  สีหน้าซีดขาวของอีกฝ่ายจึงค่อยดีขึ้น  เห็นดังนั้นเซียวเอี๋ยนจึงค่อยถอนหายใจออกมาเบาๆ  ด้วยความโล่งอก

 

“รอจนกว่าพี่รองจะฟื้นขึ้นมาก่อน  หากเขาตื่นขึ้นมาเมื่อใด  พวกเราก็จะรู้เองว่าเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลเซียวกันแน่”  ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนหดหู่หม่นหมอง  เสียงเบาๆ ของเขาก็ดุร้ายเย็นชาและเต็มไปด้วยรังสีสังหารเย็นชาจนทำให้ผู้คนหนาวเข้าไปถึงกระดูกแล้ว

 

“อย่าบอกข้านะว่าเรื่องราวเหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือของพรรคเมฆคราม?”  เซวี่ยนเอ๋อเอ่ยขึ้นมาเบาๆ  ด้วยท่าทางลังเล

 

“หากเป็นพรรคเมฆครามจริงๆ  ข้า,  เซียวเอี๋ยนจะสู้กับพวกมันจนถึงที่สุด  ทุกวิถีทางจนกว่าพรรคของพวกมันจะถูกทำลาย!”  รอยยิ้มเกรี้ยวกราดเผยอขึ้นบนมุมปากของเซียวเอี๋ยน  น้ำเสียงของเขาฟังราวกับถ่ายทอดขึ้นมาจากขุมนรกและปราศจากซึ่งอารมณ์ใดๆ แม้เพียงน้อย

 

เซวี่ยนเอ๋อทอดถอนใจเบาๆ  ภายในจักรวรรดิเจียหม่า,  ดูเหมือนจะไม่มีพรรคอื่นใดนอกเสียจากพรรคเมฆครามที่กล้าลงมือโหดเหี้ยมปานนี้ต่อตระกูลเซียว...

 

ระหว่างที่พวกเขาเฝ้ารอให้เซียวลี่ตื่น  บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความกดดันและความเศร้าสร้อย  ส่งผลให้หูเจียและพวกได้แต่ทอดถอนใจออกมาเงียบๆ  ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก  ทิ้งห้องนี้ไว้ให้เซียวเอี๋ยนและญาติพี่น้อง

 

“แค่ก...”

 

เสียงไอรุนแรงดังขึ้นภายในห้องอันเงียบสงัด  เซียวเอี๋ยนที่นั่งอยู่ข้างเตียงรีบเงยหน้าขึ้นเพียงเพื่อจะได้เห็นเซียวลี่กำลังลืมตาขึ้นมาช้าๆ

 

สายตาสองคู่ประสานกัน  ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องโดยสายเลือดเป็นเหตุให้สีหน้าของคนทั้งสองดูมีความอบอุ่นมากขึ้น

 

“ในที่สุดข้าก็ได้เห็นเสี่ยวเอี๋ยนจื่อแล้ว,  ข้าคิดว่าข้าจะไม่สามารถเดินมาถึงที่นี่ได้เสียแล้ว”  เซียวลี่เอนกายพิงหมอนหนุนใบนุ่ม  ความดีใจมากล้นที่อยู่บนใบหน้าของเซียวลี่ในยามที่เห็นเซียวเอี๋ยนค่อยๆ ลดลง  เขายิ้มก่อนที่จะทอดถอนใจออกมา  “สามเดือน,  หากมิใช่เพราะข้าอาศัยขี่สัตว์เทพบินมา  เกรงว่าอย่างน้อยที่สุดข้าคงต้องใช้เวลานับปีจึงจะเดินทางจากจักรวรรดิเจียหม่ามาถึงที่นี่ได้”

(เสี่ยวเอี๋ยนจื่อ - คำเรียกที่แสดงความสนิทสนม แปลได้ว่าเอี๋ยนน้อย)

 

เซียวเอี๋ยนจ้องมองใบหน้าซีดขาวของเซียวลี่  จมูกของเขาก็เผลอรื้นขึ้นมาด้วยความหดหู่ใจเล็กน้อย  ครึ่งปีก่อน  พี่รองของเขาเคยมีจิตใจที่ฮึกเหิมและเต็มไปด้วยความกระตือรือล้นกับการต่อสู้  อย่างไรก็ตาม  บัดนี้  ทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ในสายตาของเขากลับเสริมไว้ด้วยความอำมหิตรุนแรงนัก

 

“พี่รอง  เกิดอะไรขึ้นกันแน่?  พี่ใหญ่อยู่ที่ไหน?”  เซียวเอี๋ยนกุมมือของเซียวลี่ไว้และเอ่ยถามเบาๆ

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวลี่หายวับไปแล้ว  ครู่ต่อมา  เขาเงยหน้าขึ้นและหัวเราะ  เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธเกรี้ยวสุดลึกล้ำ  ภายในเสียงหัวเราะที่แสนหดหู่ใจนี้  น้ำตาของเซียวหยูที่อยู่ด้านข้างก็พลันไหลลงอาบแก้ม

 

“เป็นพรรคเมฆครามหรือไม่?”  หลังมือของเซียวเอี๋ยนสั่นเทิ้มไม่หยุด  ความเดือดดาลและรังสีสังหารท่วมท้นอยู่ในหัวใจและแทบจะเผาไหม้ความมีเหตุผลของเขาไปจนหมดสิ้น

 

“สองเดือนแรกหลังจากที่ตระกูลเซียวย้ายเข้าสู่สำนักทหารเหล็กทะเลทรายเต็มไปด้วยความสงบสุข  การค้นหาของพรรคเมฆครามมิได้กระจายมาถึงบริเวณชายแดน  อย่างไรก็ตาม  พวกมันลอบเข้ามาอย่างเงียบเชียบในยามที่พวกเราคิดว่าบรรยากาศตึงเครียดกำลังจะผ่านพ้นไป”

 

“คืนนั้นประจวบเหมาะกับเป็นเวลาที่พวกเราสำนักทหารเหล็กทะเลทรายกำลังสังสรรค์ประจำเดือน  อย่างไรก็ตาม  มันกลับกลายเป็นงานเลี้ยงเลือด  คืนนั้นมีคนจำนวนมากเข้าโอบล้อมและเข่นฆ่าพวกเราสำนักทหารเหล็กทะเลทราย  แม้พวกมันจะปิดบังโฉมหน้าเอาไว้  จะปกปิดรังสีดาบจากเคล็ดวิถีชี่พิเศษของพรรคเมฆครามไปได้อย่างไร?”  เซียวลี่หัวเราะเบาๆ  ใบหน้าของเขาแสดงความอาฆาตซึ่งไม่อาจลืมเลือนได้  “คนที่เข้าโอบล้อมและโจมตีพวกเราสำนักทหารเหล็กทะเลทรายล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งนัก  พี่น้องของเราแทบทุกคนถูกเข่นฆ่าหรือไม่ก็บาดเจ็บ  แม้ตระกูลเซียวจะมีผู้เฒ่าอยู่หลายคนที่ต่อสู้จนตัวตายเพื่อปกป้องผู้คน,  ก็ยังเสียหายอย่างหนัก”

 

“พรรค. เมฆ. คราม...  ดูเหมือนว่าไอ้ลูกกำพร้าอวิ๋นซันผู้นั้นคงวางแผนที่จะเก็บกวาดพวกเราทุกคนจริงๆ!”  ดวงตาดำขลับของเซียวเอี๋ยนเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำ  ใบหน้าโหดเหี้ยมจนแลดูน่าสะพรึงกลัว  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนสั่นเทิ้มไม่หยุดในขณะที่รังสีสังหารรุนแรงกระจายเต็มห้อง  ครู่ต่อมา  เขาลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหันและพลันถูกเซวี่ยนเอ๋อยับยั้งเอาไว้  “พี่เซียวเอี๋ยน  ท่านกำลังคิดที่จะไปไหน?”

 

“ข้าจะกลับไปที่จักรวรรดิเจียหม่า!  ข้าจะให้คนในพรรคเมฆครามทุกคนถูกฝังไปพร้อมกับทุกคนที่ต้องตาย!”  เสียงดุร้ายของเซียวเอี๋ยนเต็มไปด้วยรังสีสังหารโหดเหี้ยม

 

“หากท่านกลับไปตอนนี้  ท่านจะทำอันใดได้นอกจากไปลงเอยด้วยความตายที่ไร้ประโยชน์?  ตระกูลเซียวต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่  นอกจากท่านแล้วยังจะมีผู้ใดสามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้?  หากท่านตายไป  ข้าจะบอกลุงเซียวได้อย่างไร?”  เซวี่ยนเอ๋อเข้าใจดีว่าเซียวเอี๋ยนกำลังเริ่มสูญเสียความควบคุมตนเพราะความโกรธเกรี้ยวเมื่อนางเห็นท่าทางโหดเหี้ยมของเซียวเอี๋ยน  นางพลันส่งเสียงร้องดังออกมา

 

“เซียวเอี๋ยน  หยุดเดี๋ยวนี้!  เหตุผลที่พี่ใหญ่ให้ข้าเสี่ยงชีวิตของตนเดินทางรอนแรมมาเป็นระยะทางแสนไกลปานนี้เพื่อมาหาเจ้านั้น  มิใช่เพื่อให้เจ้าวิ่งกลับไปแก้แค้นเช่นนี้!”  เซียวลี่เอ็ดด้วยความโกรธเกรี้ยว  “หนี้เลือดนี้เป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องแก้แค้นและเจ้าก็มีหน้าที่ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  อย่างไรก็ตาม  หากเจ้ากลับไป  เจ้าในขณะนี้สามารถฆ่าอวิ๋นซันได้หรือไม่?”

 

ร่างกายของเซียวเอี๋ยนแข็งทื่อ  ปอยผมหล่นปรกหน้าผาก  ความโกรธแค้นและรังสีสังหารที่ถูกกดข่มจนสุดความสามารถแทบจะทำให้เขาบ้าคลั่ง

 

“ยิ่งไปกว่านั้น  เรื่องครั้งนี้ก็มิใช่ง่ายดาย”  เซียวลี่กล่าวด้วยเสียงที่สลดใจและหม่นหมอง

 

เซียวเอี๋ยนค่อยสงบใจลงได้บ้างเมื่อได้ยินเช่นนี้  เสียงแหบพร่าของเขาฟังราวกับเสียงระเบิดตะคอก  “อะไร?”

 

“ในคืนนั้น  ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างนอกจากพวกพรรคเมฆครามที่แฝงตัวเข้ามาทำลายสำนักทหารเหล็กทะเลทรายของพวกเราในคืนนั้น...”  แววเคร่งเครียดทอประกายอยู่ในดวงตาของเซียวลี่  เขาไม่ปิดบังความอาฆาตที่สลักเสลาอยู่บนใบหน้าซีดขาวของตน  “คนพวกนั้นอาจจะแฝงกายอยู่ในความมืด  ทว่าข้ายังสามารถสัมผัสได้ถึงความดุร้ายและความเลือดเย็นนั้น  พวกมันดูราวกับเงาดำที่มีหน้าซึ่งมองไม่เห็น  ยิ่งไปกว่านั้น  พวกมันยังมีเป้าหมายที่เด่นชัดอย่างยิ่ง  พวกมันทุกคนล้วนพุ่งเป้าหมายมาที่คนในตระกูลเซียวของพวกเรา  การโจมตีของพวกมันมิอาจต้านทางได้  บางครั้งยังมีโซ่สีดำมืดสายหนึ่งพุ่งออกมาจากความมืดมิดนั้น  โซ่สีดำเหล่านี้ประหลาดนัก  มันสามารถทะลุทะลวงเต๋าชี่ได้  แต่ละครั้งที่โซ่เหล็กเหล่านี้ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นมาในความมืดมิด  ก็จะมีคนในตระกูลของเราถูกแทงร่างและลากออกไป”

 

“แต่ละครั้งที่เงาดำลึกลับเหล่านี้ลากสมาชิกคนหนึ่งในบ้านเราออกไป  พวกมันก็จะค้นทั่วตัวพวกเรา  ดูจากการกระทำเช่นนั้นแล้ว  พวกมันดูไม่เหมือนคนที่ถูกว่าจ้างให้มาเป็นมือสังหาร  ตรงกันข้าม  พวกมันดูเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง”

 

“เงาดำ?  การโจมตีด้วยโซ่เหล็ก?”  คำศัพท์ประหลาดเหล่านี้พรั่งพรูเข้าไปในจิตใจของเซียวเอี๋ยน  เป็นเหตุให้จิตใจที่เต็มไปด้วยรังสีสังหารของเขารู้สึกถึงคลื่นแห่งความเย็นยะเยือกถาโถมเข้ามา  จิตของเขาเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วและภาพแล้วภาพเล่าเคลื่อนวูบผ่านไป  ในที่สุด  ภาพๆ นั้นก็หยุดลงอย่างฉับพลัน!

 

มันเป็นภาพเงาดำ  สายโซ่สีดำ...  ที่เขาเคยบังเอิญได้พบเห็นภายในพายุสีดำในเขตมืด

 

ความเย็นยะเยือกค่อยๆ แผ่ซ่านขึ้นมาในร่างกายของเขา  เสียงของเหยาเหลาและเซียวเอี๋ยนก็เผลอเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมจริงจังขณะแทบจะส่งเสียงขึ้นมาพร้อมๆ กัน “หอเก็บเกี่ยววิญญาณ!”

 

“เหตุใดพวกมันจึงหมายตาตระกูลเซียว?  ตระกูลเซียวไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับพวกมันแม้แต่น้อย!”  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนแข็งทื่อ  ผมตกลงปรกหน้าขณะพึมพำในหัวใจพร้อมแฝงไว้ด้วยความเย็นชาดุร้ายสายหนึ่ง

 

เหยาเหลาเองก็นิ่งเงียบไปในขณะนี้  เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพรรคอันยิ่งใหญ่และลึกลับที่ชื่อ ‘หอเก็บเกี่ยววิญญาณ’ นี้จึงมาพัวพันกับตระกูลเล็กๆ เช่นตระกูลเซียวได้  ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะเป็นเพราะเขา  ไม่ว่าอย่างไร  ก็เป็นไปไม่ได้ที่หอเก็บเกี่ยววิญญาณจะรู้ว่าเขาอาศัยอยู่ข้างกายเซียวเอี๋ยน

 

“พวกเราก็ไม่รู้ว่าพวกมันค้นหาอะไรกันแน่  อย่างไรก็ตาม  ผู้เฒ่าที่หนึ่งได้บอกพี่ใหญ่และข้าเอาไว้ก่อนสิ้นใจ”  เซียวลี่พลันเงยศีรษะขึ้นและจ้องมองเซียวเอี๋ยนเมื่อเขากล่าวมาถึงจุดนี้  เขาเอ่ย  “เขาขอร้องว่าเจ้าจะต้องปกป้องหยกประจำตระกูลเซียวเอาไว้  และจะต้องไม่ปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือของคนนอกได้เป็นอันขาด!”

 

ความรู้สึกเย็นเยือกอย่างหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมาในจิตของเซียวเอี๋ยน  ลมเย็นสายหนึ่งถูกพ่นออกมาจากปากของเซียวเอี๋ยนขณะที่เสียงน่าเกรงขามอย่างหนึ่งค่อยๆ ดังขึ้นในหัวใจ  “เช่นนี้เอง...  เป้าหมายของพวกมันก็คือ...  หยกเทพเจ้าโบราณ โถวเสอ!”

Comment

Comment:

Tweet

 ขอบคุณครับ

#1 By ตี๋ on 2017-11-04 17:06